สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ_อนุปุพพิกถา) ตอน อนุปุพพิกถา.docx
เนื้อหาในไฟล์
อนุปุพพิกถา คําสอนพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่าคำสอนเป็นไปตามลำดับ เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย ในคำสอนเบื้องต้น เรียกว่าอนุปุพพิกถา ทาน ศีล สัคคะ กามาทีนวะ เนกขัมมะ ทุกวันนี้ ศาสนาพุทธเสื่อมมาก ทานก็ไม่มีผล ไม่สัมมาทิฏฐิ ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ สัมมาทิฏฐิ ผู้ปฏิบัติตามธรรมะพระพุทธเจ้าตามมรรคมีองค์ 8 จะได้ผลจะต้องมีสัมมาทิฏฐิ 10 สมาธิข้อแรกคือทินนัง ทานที่ทำแล้ว ทำไมสัมมาทิฏฐิไม่มีผล แล้วทุกวันนี้ ทำทานกันอย่างมีโทษ ไม่ได้ประโยชน์ เพราะมิจฉาทิฏฐิในข้อแรก ในมรรคมีองค์ 8 สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ… สมาธิที่เป็นประธาน ถ้าสัมมาทิฏฐิผิดเสร็จแล้วอีก 7 ข้อก็ผิดตามมาหมด ปฏิบัติ ทาน ศีล สัคคะ กามาทีนวะ เนกขัมมะ ก็ไม่รู้เรื่อง แม้แต่ทานข้อแรกก็ผิด ผิดอย่างไร ทำทานแล้ว แทนที่จะได้ลดความโลภ แต่ทานแล้วใจยิ่งโลภกว่าเก่า ทานข้าวทัพพีเดียว แต่ขอให้ได้เป็นล้าน ได้อินฟินิตี้เลย ทานแล้วเพิ่มความโลภ มากกว่าสิ่งที่เราให้ทาน สอนกันอย่างนั้น ยังไม่พอ แต่งคำบาลีมาตั้งจิตขอ อยากให้ได้รวยลาภยศอีก ก็ค้านแย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้า ขออภัยที่อาตมาพูด ตรง เป็นการค้านแย้ง สิ่งที่ไม่ตรงกับของพระพุทธเจ้า อาตมาพูดด้วยใจจริง ไม่มีสิทธิ์บังคับใครให้เชื่อ แต่พูด เพราะว่าสงสารเขาทำอย่างผิดๆ ก็เสียเวลา เสียทรัพย์สิน เสียอะไรไปหมด ไม่ได้ประโยชน์ ให้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าให้ดี ศีล ก็ไม่รู้จักศีล ปฏิบัติศีลจะไปอธิบายว่า ศีลจะได้ประโยชน์แค่กาย วาจา ผิด พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนอย่างนั้น พระพุทธเจ้าสอนว่าศีลนี้ ปฏิบัติแล้วจะลดความเดือดร้อนของจิต อวิปฏิสาร พตป.ล.24 ข้อ1 กับข้อ 208 กิมัตถิยสูตร ท่านบอกว่า ปฏิบัติศีลอย่างสัมมาทิฏฐิ แล้วจะพาไปเป็นอรหันต์ตามลำดับ คือจิตใจจะลดละกิเลส ไม่ใช่มีแต่แค่กายกับวาจา ศีลจะทำให้เกิด อธิ
อ่านต่อ
จิต จิตเจริญมีอธิปัญญาเพิ่ม ทำให้กิเลสลด คือปุญญะ หรือบุญ บุญเป็นเครื่องชำระกิเลส บุญไม่ใช่กุศลไม่ใช่ของได้มา ผู้ที่ปฏิบัติตนสัมฤทธิ์ผล ผู้นั้นเสียหรือลดกิเลส บุญ คำแปลเป็นบาลีว่า สันตานังปุนาติวิโสเทติ ขออภัยที่ต้องพูดภาษาบาลี เพราะอาตมาสอนไม่เหมือนคนอื่น หาว่าอาตมาสอนผิด ก็เลยจำใจจำเป็นที่ต้องใช้ภาษาบาลี และอ้างอิงพระไตรปิฎฏ ดูน่าหมั่นไส้ แต่มันจำเป็น มันเป็นสิ่งที่ต้องอ้างอิง ต้องขออนุญาต ขออภัยจริงๆ ศีลทุกวันนี้ ไม่รู้จักศีล แม้แต่ปฏิบัติศีลก็ไม่อธิจิต ไม่ได้ผลอะไร ถือศีลข้อ1 จะต้องเกิดเมตตา แต่นี่กลับอำมหิต ไม่รู้จักปาณา ชีวิตของสัตว์โลก ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ฆ่าสัตว์มากิน สัตว์ต่างก็มีชีวิตมันมี ปาณะ แต่ไปฆ่ามัน จิตจึงด้านชา ขี้หลอก สังคมเลวมีแต่ความเสแสร้ง หลอกลวง วาทกรรมมีภาษาว่าเมตตากรุณา แต่จิตใจมันไม่เป็น ถ้ามันไม่เมตตาจริง อาตมาพาชาวอโศกปฏิบัติธรรม จะต้องเริ่มต้นศีลข้อ 1 ไม่กินเนื้อสัตว์ พาทำเช่นนั้น อย่างครอบครัวของโยมเพ็ญศรี หลักเขตต์ แต่ก็มีบางคนในครอบครัวกินอยู่ แต่หลายคนก็กินมังสวิรัติ เพราะเริ่มกินมังสวิรัติแล้ว จิตคนจะรู้จักชีวิต รักชีวิตสัตว์ แต่ก่อนเห็นแมลงอะไรตกในโถส้วม คุณเทน้ำราดเลย ไม่ฟังเสียงหรอก แต่ถ้ามาหัดไม่กินเนื้อสัตว์ เห็นสัตว์ตกโถส้วม จะรู้ว่าสัตว์มีชีวิต จะช่วยมันเลย ไม่เทน้ำลาด คุณลองดูเลย มาลองกินมังสวิรัติดู แต่ไปสอนแค่ว่า ถือศีล มะยังภันเตวิสุงวิสุง ปาณาติบาตไม่ฆ่าสัตว์ ปากพูดเฉยๆแต่พฤติกรรมฆ่าสัตว์ ตัวเล็ก ตัวน้อย ตัวใหญ่ไม่หัวซา ไม่สนใจเลย ฆ่าดะ นี่คือสิ่งที่เชื่อมไปชีวิตของมนุษยชาติ โดยเฉพาะชาวพุทธ ในอนุปุพพกิถา ทานก็ล้มเหลว ศีลก็ล้มเหลว ยิ่งสัคคะ สวรรค์ ทุกวันนี้อาตมาเทศน์ชี้ชัด เอาพระไตรปิฎกยืนยัน สองวันก่อนเอาอุปจาลาภิกษุณี มาอ้างอิงยืนยันว่า ถ้าจิตผู้ใด ไปยินดี ในสวรรค์ สวรรค์ก็มี 6 ชั้น จตุมหาราช ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ถ้าผู้ใดไปยินดีในสวรรค์ ท่านเรียกว่าจิตใจเป็นผี หรือนรก แล้วในพระไตรปิฏก พูดเป็นธรรมาธิษฐาน มารผู้ลามกคือจิตใจเรา ที่ไปคิดชั่วหลงสวรรค์ อยากเกิดในสวรรค์ มีคนมาถาม มาร คือจิตสำนึกตัวเองมาถาม มารคือผู้ท้วงพาไปทางเลว เช่นในสูตรนี้ อุปจาลาภิกษุณี มารท้วงว่าต้องตั้งจิตไปเกิดในสวรรค์สิ ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต เป็นต้น แต่ อุปจาลาภิกษุณี เราตั้งจิตไปนิพพาน อย่ามาพาให้เราหลงในสวรรค์ชั้นต่างๆเลย พออุปจาลาภิกษุณี มารก็ดูว่าภิกษุณีมีภูมิปัญญา หรือว่าความคิดแบบนั้นเป็นความคิดชั่วเลว ด้วยความมารพูดเป็นบาป ลามก มารผู้เป็นบาปก็เลยหายไปจากจิต มารเห็นว่าภิกษุณีรู้ทัน ก็เลยหายวับไปทันที นี่คือภาษาธรรมะ แต่ทุกวันนี้อ่านพระไตรปิฎกไม่แตก อ่านเป็นปุคคาธิษฐานเป็นตัวตน ก็เลยเข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้าไม่ได้ สัคคะ แปลว่าสวรรค์ สวรรค์ 6 ชั้นคือกามภพ ที่ได้เสพรสสมใจ ก็เป็นรส ดาวดึงส์ เป็นรสสุขอร่อย ยามาคือได้นานมากๆ ได้ยาม 1 2 3 4 ได้นานเท่าไหร่ก็หลงว่าเป็นเรา ดุสิตคือจะต้องพักหยุด ได้มาก็ต้องหยุดพัก แต่จะไม่ยอมให้ดับ จึงเพิ่มอีกจะเอาให้ได้ เป็นนิมมานรดี ต้องก็ต้องสร้างให้ได้มา เพราะอวิขชา สรุปแล้วภพกามทั้งสิ้น สวรรค์จริงๆคือนรก เป็นภพชาติ ศาสนาพุทธ ตัดภพจบชาติ ศาสนาพุทธเป็นพระอรหันต์ คือดับภพจบชาติ แต่สวรรค์มีแค่ 6 ชั้นนี้ ใครต้องการสวรรค์อยู่ คนนั้นคือคนมีภพชาติ ในพระไตรฯล.23 ข้อ 49 ท่านสอนว่า ทำทานนั้นอย่าไปหวังได้อะไรตอบแทน หากต้องการหรือหวัง(สาเปกโข) นั่นคือความมีภพชาติ ความเป็นนรก ไม่มีใครอยากได้นรก ไม่มีใครคิดทำ แต่ทำผิดไม่ตรงคำสอนพระพุทธเจ้า คืออย่าไปตั้งจิตอยากได้สวรรค์ แต่เมื่อตั้งผิดก็คือได้นรก ไม่มีใครอยากได้นรก แต่สอนกันผิดๆ ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา สุสูสังลภเตปัญญัง ฟังธรรมะอาตมาไม่ดีก็หูหัก อาตมามีเวลาน้อย นานๆทีได้มาเทศน์ในวัด เพราะเขาไม่อยากให้มาเทศน์หรอก เพราะว่าเทศน์ขัดแย้งกับเขา แต่อาตมาพูดในสิ่งไม่จริงไม่ได้ จะให้พูดตามๆเขาแต่ถ้าผิดไม่ได้ วันนี้ก็เลยมีเกียรติ มีโชคดีที่ได้มาเทศน์ 600306_พ่อครูเทศนางานฌาปนกิจศพ โยมเพ็ญศรี หลักเขตต์ วัดศรีประดู่