650221 จะเป็นสาธารณโภคีต้องไม่มีพญานาค รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 28_.docx
เนื้อหาในไฟล์
650221 จะเป็นสาธารณโภคีต้องไม่มีพญานาค รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 28 https://www.boonniyom.net/51176.html ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1p1Xho3N4FSe-VwzSMQ9s_2JkxmwAPjh0tUf2eFSHFVI/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1dqth9Sm5GMrmzJWNpLW2Ox5QwseKWStv/view?usp=sharing
และดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/0VGA9mDo4Ec และ https://fb.watch/bjh0YMrF3A/
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สาธารณโภคีคือสุดยอดความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่เป็นจริง _สู่แดนธรรม...วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 ที่บวรราชธานีอโศก ชาวอโศกเราเป็นคนจนที่มีปฏิหาริย์ เป็นคนจนมหัศจรรย์ เป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ และทำคุณทำประโยชน์จนกระทั่งเป็นหมู่กลุ่มสังคมที่อยู่กันอย่างเป็นระบบสาธารณโภคี และได้ฝากคำถามแก่พ่อครูว่า สร้างระบบสาธารณโภคีได้อย่างไร แต่คราวนี้พ่อท่านก็ยังจะต้องอธิบายเรื่องพญานาคอยู่ ผมก็พยายามจะจูนสองเรื่องนี้เข้ากันให้ได้ โดยธรรมชาติของความเป็นพญานาคนั้น เขาจะอยู่ตัวใครตัวมัน แต่การทำเป็นระบบ ช่วยกันทำมาหากิน ผมไม่เคยเห็น งูที่ไหนที่ช่วยกันทำมาหากิน หรือแม้แต่ศัตรูของพญานาคคือนกอินทรีย์ นกเหยี่ยว นกฟ้า เขาก็ไม่เคยช่วยกันทำมาหากินเป็นหมู่เป็นคณะ มีแต่ทำมาหากินแบบตัวใครตัวมัน ถ้าผมจะถามว่า การจะสร้างระบบสาธารณโภคีขึ้นมา มีความจำเป็นที่ต้องทำลายความเห็นแก่ตัว อันนี้คงจะเป็นการตอบที่ถูกต้องใช่ไหมครับ ผมเข้าใจว่าอย่างนั้นนะครับ และคราวที่แล้ว พ่อครูอธิบายเรื่องพญานาคค้างไว้อยู่ การจะทำให้เกิดระบบสาธารณูปโภคต้องทำลายความเห็นแก่ตัวของตนเองให้ได้ก่อน ความเห็นแก่ตัวก็คือพญานาคที่เอาแต่มุดอยู่ในรูใครรู้มัน พ่อครูว่า...เ
อ่านต่อ
อาอะไรก่อนดี จะเอาสาธารณโภคี หรือเอาพญานาคก่อน _สู่แดนธรรม...เอาเรื่อง คนจนที่มหัศจรรย์ จนกระทั่งมาเป็นสาธารณะโภคีได้ เอาผลก่อน แล้วค่อยไปตามหาเหตุครับ พ่อครูว่า...คำว่า สาธารณโภคี เป็นสุดยอดความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณโภคีในมุมของเศรษฐกิจ มุมของสังคม มุมของการเมือง มันสุดยอดของมนุษยชาติแล้ว สาธารณโภคี แปลว่า ไม่มีตัวตน ไม่เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ของกินของใช้ทุกอย่างเป็นของสาธารณะ เป็นของส่วนกลาง ทุกคนกินได้ใช้ได้ร่วมกันหมดเลย โดยไม่ต้องซื้อต้องขายไม่ต้องแย่งชิง ช่วยกันสร้าง มีเท่าไหร่ก็กิน แล้วก็มีความรู้ มีสิ่งที่ต้องปฏิบัติตน ประกอบกันไป คู่เคียงกันไปด้วย คือ จะต้องเป็นผู้มักน้อยสันโดษ เป็นผู้ที่พอ เป็นผู้ที่เอาแต่น้อยๆ เป็นผู้ที่ไม่แย่งชิง ไม่วิวาท ซึ่งมีอีกหลายประเด็น เพราะฉะนั้น คุณธรรมทุกอย่างต้องสมบูรณ์ในคน คนที่จะปฏิบัติสาธารณโภคีได้ ก็จะต้องเป็นคนหมู่กลุ่ม สาธารณโภคีคนเดียวทำไม่ได้ และก็ไม่ใช่กลุ่มเล็กๆ ด้วย สาธารณโภคีต้องกลุ่มใหญ่ ต้องเป็นกลุ่มคนที่มากพอสมควร ไม่ใช่กลุ่มน้อยๆ จริงๆแล้วทุกวันนี้สาธารณโภคีของไทยที่เราทำกันอยู่ ชาวอโศกมีสาธารณโภคี มีชุมชนกระจายอยู่ทั่วประเทศ 20-30 นับอย่างตีกินหน่อยถึง 40-50 ชุมชนอะไรนี่ก็ไปสำรวจ บางชุมชนมีคนอยู่ 2-3 คน เป็นต้น ก็ตีกินได้หลายสิบ ซึ่งอยู่กันอย่าง เป็นคุณสมบัติ เป็นคุณวิเศษอันเยี่ยมยอดที่จิตได้ฝึกดีแล้ว ฝึกไม่เห็นแก่ตัว จนถึงขั้นไม่มีตัวตน แต่สร้างสรร ขยันเพียร ไม่สะสม เพราะฉะนั้นอยู่กันอย่างมีพฤติกรรมกายวาจาใจ ปาสาธิกะ เป็นอาการที่น่าเลื่อมใสในโลก โลกใดๆก็ปฏิเสธไม่ได้ พูดกันโดยสามัญสำนึกก็รู้กันแล้วว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมสร้างสรร ขยันหมั่นเพียร แล้วไม่ยึดเป็นของตัวของตน ไม่สะสม แต่แจกจ่ายเจือจานเผื่อแผ่ผู้อื่น ไม่มีที่ไหนเขาปฏิเสธ คนโง่คนฉลาดรู้ หมด นอกจากคนขี้โลภขี้หวง พวกจนไม่เสร็จคือพวกคนรวยนี่แหละ คนรวยคือคนจนไม่เสร็จ พวกคนรวยนี่คือคนจนที่จนไม่เสร็จ ไม่เคยหยุดจน นึกว่าตัวเองจนตลอด ไม่เคยพอไม่เคยหยุดเลย พวกคนรวยนี่ คือเป็นคนที่หน้ามืดตามัว เป็นคนโง่ดักดาน ที่ไปแย่งชิงเขามาได้มากเท่าไหร่ ไม่เคยจบ ไม่เคยหยุด ไม่เคยพอ ไม่เคยระลึกนึกเห็นแก่ผู้อื่นเลย จึงเป็นคนที่ชั้นต่ำมากเลยคนรวยนี่ ขออภัยอาตมาพูดชัดๆ ไม่ได้ไปด่าไปว่า ไม่ได้ไปเสียดสีอะไรเลย แต่พูดความจริงตามความเป็นจริงสู่กันฟัง แต่เขาอวิชชากันเอง ไม่รู้ อาตมาก็ไขความจริงที่เป็นสัจจะให้ฟัง เพราะฉะนั้น คนที่จะมาเป็นสาธารณโภคีถึงขั้นสูงสุด เป็นรูปธรรม เป็นสาธารณโภคีให้เห็นสำเร็จเลยนะ เป็น phenomena เป็นปรากฏการณ์ยืนยันให้เห็นจริง เป็นจริงเลย อยู่จริงเลยนะ อย่างชาวอโศกนี้เป็นอยู่นี้ ต้องเป็นคนปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจนมีวรรณะ 9 ได้จริงๆ วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ), บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ), มักน้อย กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) สันตุฏฐิ ใจพอ เป็นคนที่ 0 ก็พอ ไม่มีของตนก็พอ สันโดษ หรือสันตุฏฐิ และคนที่ยังไม่ถึงจุดสมบูรณ์ก็ขัดเกลาตนเอง สัลเลขะ ขัดเกลากิเลสตนเองออก จนกระทั่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ มีธูตะ มีข้อปฏิบัติของพระพุทธเจ้าที่ปฏิบัติได้สูงขึ้น คนที่ทำไม่ได้ก็เหมือนเคร่ง แต่ที่จริงผู้ที่ทำได้แล้วไม่เคร่ง มีข้อปฏิบัติเป็นศีลเคร่ง เขาไม่เคร่งหรอก ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น มีศีลข้อที่ไม่ต้องมีเงิน ไม่เห็นจะเคร่งอะไร ผู้ที่เป็นได้แล้ว บรรลุได้แล้ว มันสบาย กินมื้อเดียวอย่างนี้ ไม่เห็นจะยุ่งยากอะไร ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรเลย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ฟังก็เข้าใจได้ แต่ผู้ที่ยังอวิชชา ผู้ที่มีกิเลสหนา จะไม่ค่อยซาบซึ้ง แต่ผู้ที่กิเลสเบาบางลง หรือเป็นผู้ที่แสวงหา รู้จักบัญญัติภาษาที่มีความหมายดีแล้ว ก็จะซาบซึ้งเข้าใจดี ว่า โอ้โห…โลกนี้มันมีด้วย ปัจจุบันนี้ ธรรมะพระพุทธเจ้าโลกุตรธรรมอย่างนี้มันมีด้วย จะรู้สึกอย่างนั้นเลย อาตมาก็ภาคภูมิใจที่ธรรมะพระพุทธเจ้าทำได้ในยุคนี้ เป็นยุคที่คนกิเลสหนาตัณหาจัดแท้ๆ ก็ยังมีคนที่มีธุลีในดวงตาน้อย ขึ้นมาปฏิบัติมาเรียนรู้ได้มรรคได้ผล อย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างที่ยกตัวอย่างยืนยัน 40-50 ปีมาแล้ว เป็นเรื่องของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของโลก จบถึงขั้นสาธารณโภคีได้แล้ว มันไม่มีอะไรสูงยอดกว่านี้แล้ว แม้แต่คอมมิวนิสต์ก็ต้องการ สิ่งที่ทุกคนทำงานแล้วเอาเข้ากองกลาง ประชาธิปไตยก็ต้องการคนที่ทำงานได้ผลผลิต มีรายได้แล้วเอาเข้ากองกลางให้มากที่สุด จนกระทั่งให้ได้หมดเลย เสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ว่างั้นเถอะ สาธารณโภคีคือมีคนในทำงานกลุ่มชุมชนนี้ เสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในประเทศไทย มีคนเช่นนี้ คือชาวอโศก ทำได้ เป็นการพิสูจน์ยืนยันถึงผู้ที่มีเศรษฐกิจสุดยอดของมนุษยชาติ ของสังคมมนุษยชาติ ซึ่งผู้ที่ทำได้สุดยอดแล้ว มันก็จะมีขั้นตอน มีขั้นชั้นของคนที่ทำได้ยังไม่สมบูรณ์ 100% ยังทำได้ 90% ได้ 80% ได้ 70% 60% 50% ลดหลั่นกันไปอีก ไม่ได้หมายความว่าสาธารณโภคีคือคนสุดยอดเจ้าเดียว ไม่ใช่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ มันก็จะมีลดหลั่นไปให้เป็นขั้นๆ ชั้นๆ อยู่ สืบสานอยู่ แล้วคนที่เข้าใจแล้วโดยทิฏฐิ หรือทฤษฎี สุดยอดทฤษฎีนี้ เขาทำได้เท่าที่ทำได้ และผู้ที่ทำได้ก็ไม่ข่มไม่เบ่ง ผู้ที่ยังทำไม่ได้ก็จะมีคนเห็นใจ ช่วยเหลือกัน ค่อยๆ อธิบาย นำพากันไป แล้วก็อยู่ด้วยกันเป็นสังคมเป็นสาธารณโภคีนี้ นี่คือการสาธารณโภคี ทางด้านเศรษฐกิจคืออธิบายได้สมบูรณ์ และเป็นสังคมสาธารณโภคีเป็นสุดยอดแห่งสังคม ด้านการเมืองการบริหารก็ตาม จะเป็นการบริหารการดูแลปกครองกัน ก็ไม่ต้องไปบังคับอะไรกันเลย ทุกคนอิสระเสรีภาพ มี sms อันหนึ่ง _หายโง่ : มีเพื่อนๆ ถามดิฉันว่า ไหนว่าเป็นอิสระชน ทำไมต้องมาเป็นชาวอโศก ที่ต้องมีกฎระเบียบ เช่น ต้องถือศีล 5 เป็นอย่างน้อย ต้องไม่กินเนื้อสัตว์ ฯลฯ ดิฉันตอบไปว่า ดิฉันได้พบจอมยุทธที่ฝึกให้ดิฉันได้รู้จักวิชชา เป็นเพชฌฆาตมือสุดท้าย ฆ่ากิเลสที่หมักหมมอยู่ในจิต ทำให้เป็นอิสระชนแท้ นี่แหละจอมยุทธดังกล่าวคือพ่อครูค่ะ กราบขอบพระคุณที่พ่อครูได้แจกแจงธรรมะอันลึกซึ้ง ชัดเจน เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาจิตวิญญาณของดิฉัน พ่อครูว่า... นี่คือคำตอบของผู้ที่ได้มาเรียนรู้ เป็นอิสระชน เขาถูกตู่ว่ามาอยู่ในคอกของคนมีชนัก ที่นี่บอกแต่ไหนแต่ไรว่า ไม่เคยไปเรียกร้อง ไม่เคยไปอ้อนวอน ไม่เคยเป็นและเล็ม ใครมา เคยบอกว่าคุณทุกคนมาที่นี่มาเอง โดยภูมิปัญญาด้วยความสมัครใจของคุณ ไม่เคยไปบังคับ อาจจะเคยพูดเล่น หนูเปล่าหนา เขามาเอง คุณสมัครใจมาถือศีลตามหลักเกณฑ์ที่นี่เขา คุณสมัครใจมาไม่กินเนื้อสัตว์ตามวัฒนธรรมที่นี่เขา มันเป็นอย่างนั้น ไม่ได้หมายความว่า เหมือนอย่างคนที่เข้าใจง่ายๆตื้นๆ เข้าใจสมบูรณ์ไม่ได้ ที่นี่ไม่มีการบังคับ เป็นอิสระชนจริงๆ อย่างที่คุณหายโง่เขาเขียนมา
_กรุณาอธิบายคำว่า เจตสิก โดยสังเขปด้วยค่ะ
สู่แดนธรรม.. ขอพักธรรมะขั้นลึกๆ ไว้ก่อนนะครับ ผมฟังพ่อครูพูดมา 10 นาทีนี้ คนในสังคมได้ยินได้ฟังก็คงจะน่าทึ่งว่า เอาอะไรมาพูด พ่อท่านเคยบอกว่า เอาจากของพระพุทธเจ้ามาใช้ แล้วมีที่ไหนให้เห็น ในประเทศไทย พ่อครูว่า... เอาสิ่งที่มนุษย์ปฏิบัติได้จริงๆ เอาของพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็มีให้เห็นอยู่นี่ไงชาวอโศก ปฏิบัติให้เป็นเป็น Phenomena เป็นปรากฏการณ์ชัดเจนอยู่นี่ไง เป็นแต่เพียงว่ามันยาก จึงมีคนได้ประมาณหนึ่ง เป็นยอดพีระมิด ส่วนคนมิจฉาทิฐิเข้าใจไม่ได้ ก็เป็นฐานพีระมิด มันเป็นธรรมดา เป็นคนส่วนใหญ่ สู่แดนธรรม.. อย่างคนที่เคยฟังรายการนี้เป็นครั้งแรก คำเหล่านี้อาจจะคิดว่า เป็นไปไม่ได้ อย่างเช่น สมาชิกของหมู่บ้านชาวอโศก หรืออโศกทั้งประเทศ ทำงานเสียภาษีให้ส่วนกลางร้อยเปอร์เซ็น แล้วมันเพ้อฝันไปหรือเปล่า ทำอย่างนั้นได้หรือเปล่า เขาอาจจะคิดเช่นนั้น พ่อครูว่า... ทำได้ จริง ที่มันไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะบางคนอาจจะมีไว้ให้ตัวเองนิดหน่อย มันมี เป็น Error ที่เป็นธรรมชาติธรรมดา มันไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจะ 90-95 เปอร์เซ็นต์ก็สุดยอดแล้วนะ 80% ก็สุดยอดแล้ว สู่แดนธรรม.. นักการศึกษา นักพัฒนาการสังคม ถ้าจะเลื่อมใสแบบของพ่อท่าน แมื่อฟังทฤษฎี ฟังความเป็นไปได้ เขาก็อาจจะท้อใจแล้วนะครับ ว่าทำได้ยาก พ่อครูว่า... ท้อก็ไม่แท้ ท้อก็คนไม่แท้ ยาก เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เราต้องทำสิ่งที่ทำได้ยาก อดทนต่อสิ่งที่ทนได้ยาก ทำในสิ่งที่บุคคลอื่นทำได้ยาก สู่แดนธรรม.. ผมก็เลยคิดว่า ที่คุณคิดว่าทำยากเพราะคุณคิดจะไปเป็นหนึ่ง ไปสร้างเอง ก็พ่อท่านบอกแต่แรกแล้วว่า คนๆ เดียวสร้างสาธารณะไม่ได้ ต้องสร้างสาธารณะกลุ่มน้อย ประสานกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ขึ้นเป็นหลายๆ กลุ่ม ตั้งขึ้นไปสู่ยอดปิรามิด แม้แต่ชาวอโศกำ อย่างบ้านราชฯ เป็นสังคมใหญ่นะ บางทีก็เป็นสิงโตเหมือนกันที่ต้องพึ่งพาหนู สู่แดนธรรม.. บางทีบ้านราชฯน้ำท่วม ไม่มีที่ทำมใาหากิน ก็ต้องอาศัยชุมชนที่อื่นที่ปลูกผักปลูกอาหารได้อยู่ เอาอาหารมาให้ นี้มันเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ พ่อครูว่า...สาธารณโภคีมันเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันเป็นญาติกันทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นน้ำไม่ได้ท่วมประเทศไทยทั้งหมด ที่อื่นไม่ท่วม เขาทำของเขาได้ เขาก็เอามาเผื่อแผ่เกื้อกูลกัน เพราะว่า ความเป็นสาธารณโภคีนั้น มันเป็นพี่น้องกันเผื่อแผ่เกื้อกูลกัน รู้ความทุกข์ยากเดือดร้อน ผู้ที่ไม่เดือดร้อนอุดมสมบูรณ์ ก็เอามาช่วยผู้ที่ขาดแคลนผู้ที่ถูกภัย ทุภิกขภัย วาโยภัย อุทกภัย น้ำท่วมไปหมดปลูกพืชไม่ได้ เขาก็เอามาช่วยมาให้เลย สู่แดนธรรม.. ทางสายนักการศึกษา นักพัฒนาสังคม จะมองเห็นว่า ดีต่อมนุษยชาติทุกด้าน พ่อครูว่า... อาจจะเข้าใจยากสำหรับทางการเมืองทางรัฐศาสตร์ว่า มันเกี่ยวอะไรกับสาธารณโภคี การจะมีเศรษฐกิจที่ไม่เป็นตัวตน ไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมไปเลย มันได้จริงๆ มันรวมแล้วอันนี้คือการเมือง การเมืองที่ยังเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว เห็นแก่พรรคพวก มันไม่ใช่ประชาธิปไตย มันไม่ใช่เรื่องที่สมบูรณ์แบบ เรานี่สุดยอดประชาธิปไตย พระพุทธเจ้านี่ สุดยอดประชาธิปไตย ที่มีจิตวิญญาณเป็นประธาน เพราะฉะนั้นในความหมายของโลก มนุษยชาติต้องมี 2 มีจิตวิญญาณเป็นประธาน แล้วต้องมีสิ่งที่เป็นตัวตนบุคคล จึงเป็นสภาพที่ต้องมีพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดินต้องเป็น อาริยบุคคล โดยเฉพาะอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 เรานี้ เป็นพระโพธิสัตว์สาธารณโภคีชัดๆ ท่านประกาศเลย มาเป็นคนจน เราเสียสละให้แก่คนอื่นนั้นแหละเราได้ ถ้าคนไม่มีสาระสัจจะอันนี้พูดออกมาไม่ได้หรอก โดยเฉพาะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน พูดออกมาแล้วถ้าทำไม่ได้ แล้วเป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วยได้อย่างไร พระพักตร์แตกเลยนะไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งสุดยอดของโลก พูดไปแล้วอาตมาก็พูดยืนยันความจริงเน้นว่ามันเป็นสุดยอด คนที่มีปฏิภาณจึงรู้ คนบางคนอาจจะบอกว่าคุยโม้ อาตมาก็พูดไม่รู้กี่ทีแล้ว สิ่งที่ดีๆไม่ให้คุยโม้ ให้ไปคุยในสิ่งไม่ดี มันฉลาดที่ไหน คนที่คุยในสิ่งที่ดีๆ นั่นแหละแม้จะเป็นตัวเขาเองเป็นคนดี ก็ไม่น่าจะไปรังเกียจเขา ก็เขาเอาสิ่งที่ดีมาพูดแล้วยืนยันเป็นตัวยืนยัน ที่เขาพูดนี่มันเป็นจริงได้นะ ไม่ใช่เขาเป็นจริงไม่ได้ ที่บอกว่าเราอวดตัว เราไม่อวดหรอก ยิ่งคนที่ทำได้จริงและพูดจริงจะว่าเขาอวด ก็อวดความจริงที่ทำได้จริงแล้วนั้นไง ไม่ใช่อวดสิ่งที่ทำไม่ได้แล้วไปพูด นั่นต่างหากแหละเป็นกิเลสอวดตัว ตัวเองพูดสูงพูดดีแต่ตัวเองทำไม่ได้ นั่นต่างหากอวดตัว ส่วนคนที่ทำได้แล้วพูดความจริงตามความเป็นจริงไม่ใช่เป็นคนอวดตัวหรอก ฟังให้ชัดๆภาษาสื่อสัจธรรม สู่แดนธรรม.. ถ้าจะทำให้สาธารณโภคีเจริญ อยากให้เจริญแพร่หลายกว้างขวางออกไป คงไม่สามารถไปตั้งหมู่กลุ่มเอาเองได้หรอก ต้องมาศึกษาเอาจากชาวอโศก แต่ทีนี้มีปัญหา อย่างที่คุณหายโง่เขาถามมา ที่เพื่อนเขาว่า ถ้ามาแล้วก็อาจจะบอกว่ามันไม่อิสระ เช่นเมื่อก่อนเคยกินอาหารอร่อย มากินแบบนี้มันจะได้เรื่องเหรอ พ่อครูว่า... มาสุดยอดที่จะได้ความเป็นอิสระสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่อิสระที่บำรุงกิเลสที่บำเรอตัวตน อย่างนั้นไม่อิสระ อย่างนั้นเป็นทาสอัตตาตัวเอง ทาสติดรสติดชาติ แค่นี้เข้าใจไม่ได้ไม่มีภูมิปัญญาพอว่าติดอยู่อย่างนั้นไม่อิสระ อิสระต้องไม่ติดอะไรเลย รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสโลกธรรม สู่แดนธรรม.. เข้ามาในนี้เหมือนการสอนให้ลูกนกฝึกบิน การบอกให้ฝึกบินจะว่าเป็นกฎระเบียบ ไม่ใช่หรอก มันก็เป็นธรรมชาติของนกที่ต้องฝึกบินฝึกระโดดตามแม่ไป ลูกนกจึงสามารถมีปีกแข็งได้จึงจะบรรลุอิสระ พ่อครูว่า... ที่จริงแล้วมนุษยชาติ สุดยอดแห่งความเป็นมนุษย์ชาติ สุดยอดแห่งความเป็นสังคม สุดยอดแห่งความเป็นเศรษฐกิจ สุดยอดแห่งความเป็นการเมือง มันสุดยอดแล้ว ทุกวิชาการที่สัมพันธ์กับความเป็นมนุษยชาติ รวมแล้วสามเส้าใหญ่ๆ นี้ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ก็รู้กันทั่วโลก นักสังคมวิทยา นักประชาธิปไตย นักคอมมิวนิสต์ รู้กันทั้งนั้น มันสุดยอดแล้ว เพราะฉะนั้น ปัญหาที่เป็นประเด็นสำคัญก็ตรงที่ว่า จะทำอย่างไรที่จะทำสิ่งสุดยอดนี้ได้ พระพุทธเจ้ามีสูตรแล้ว คือ จรณะ 15 วิชชา 8 นี่คือสูตรสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เป็นพุทธคุณของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ วิชชาจะระณะสัมปันโน พระพุทธเจ้าทุกพระองค์บรรลุวิชชาจะระณะ เรียกว่าวิชชาจะระณะสมบัติ นี่สุดยอดยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าโลกทั้งโลกเข้าใจว่านี่คือ ทฤษฎียิ่งใหญ่ที่สุด คือ จรณะ 15 วิชชา 8 ทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่นักรัฐศาสตร์ก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ก็ดี นักสังคมศาสตร์ก็ดี จะต้องรู้ว่า โอ้โห! ไม่มีทฤษฎีไหนที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกแล้ว เป็นผู้หมดตัวตน หมดกิเลสเพื่อมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นประชาธิปไตย จะเป็นสังคมนิยม จะเป็นคอมมิวนิสต์ ก็ต้องการทั้งนั้น นอกจากเผด็จการเท่านั้นที่ไม่ต้องการ เผด็จการนั้นมันคนตรงกันข้ามกันที่สุด แล้วก็แสวงหาความเป็นเผด็จการโดยพรางลวงกลบเกลื่อนว่าตัวเองไม่ได้เผด็จการ เช่น ประชาธิปไตยขาเดียว ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีของแต่ละชาติแต่ละประเทศ ที่เป็นอยู่นั้น นั่นแหละคือประชาธิปไตยลวงโลก ไม่ใช่ประชาธิปไตยจริง คอมมิวนิสต์ก็คือเผด็จการที่เป็นหมู่ เผด็จการที่เป็นกลุ่ม คณาธิปไตย ส่วนผู้ที่ไม่เป็นเผด็จการ ทั้งไม่เป็นเผด็จการหมู่ แต่ทุกคนเสมอภาคกัน ทุกคนมีอิสรเสรีภาพ นี่คือประชาธิปไตยแท้ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นเจ้าแห่งวิชารัฐศาสตร์ วิชาเศรษฐกิจ วิชาสังคมศาสตร์ สุดยอด
สู่แดนธรรม.. ผู้รู้บางคนอาจจะเถียงว่า พระพุทธเจ้ายังมีศักดินา จะเท่าเทียมกันได้อย่างไร พ่อครูว่า... เราต้องรู้ กาละ เทศะ ฐานะ สังคมในยุคนั้นทั่วโลกเผด็จการหรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ทั้งนั้น ยุคนั้นเป็นสังคมทาส เป็นสังคมที่มนุษย์ไม่เข้าใจสิทธิมนุษยชน นั่นคือสังคมยุคนั้นมีบริบทอย่างนั้น แต่ในยุคนี้มันไม่ใช่สังคมทาสแล้ว ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ ไม่ใช่สังคมสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้ว ถ้าเข้าใจอย่างนี้ไม่ได้ คุณก็จะวนไปวนมาแย้งอยู่นั่นแหละ ถ้าเข้าใจได้แล้วก็จบ (นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ) สู่แดนธรรม... วันนี้เปิดประเด็นเรื่องสังคมสาธารณโภคี กำลังถามว่า จะสร้างสังคมสาธารณโภคีได้อย่างไร พ่อท่านตอบให้คุ้มมากเลย พ่อท่านได้ขยายคุณลักษณะที่ควรจะเป็นในสังคมอนาคตที่ควรจะพัฒนาให้เป็นอย่างไร พ่อท่านได้บอกให้รู้ถึงคุณวิเศษของสาธารณโภคี เป็นประโยชน์เพื่อมนุษยชาติในทุกประเด็น ด้านสังคมเศรษฐกิจการเมืองการปกครอง ทุกประเทศก็ต้องการแบบนี้ใครๆก็ต้องการ พ่อครูว่า... สุดยอดวิชาความรู้ สุดยอดศาสตร์ สาธารณโภคีศาสตร์นี่สุดยอดแล้ว
สู่แดนธรรม.. ถ้าหากเศรษฐกิจของโลกเปลี่ยน ทุนนิยมใช้ไม่ได้แล้ว เศรษฐกิจอะไรจะมาแทนในโลก ถ้าหากเราจะอาจเอื้อมเสนอสิ่งนี้ออกไปได้ไหมครับ พ่อครูว่า... มันเป็นอิสรเสรีภาพ มนุษย์มีกิเลสเป็นเจ้าเรือน แล้วคุณจะไปบังคับให้คนไม่มีกิเลส มันทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันก็อยู่ที่ความสามารถของผู้ที่สามารถได้แล้ว เป็นได้แล้ว เป็นอิสระชนได้จริง เป็นผู้ที่บรรลุธรรมสูงสุดได้จริง แล้วลดได้เป็นลำดับๆๆอยู่ แล้วอันนี้ก็จะเป็นความจริง จะเป็นมนุษยชาติที่จริง ที่เป็นตัวอย่างอยู่ในโลก เพราะฉะนั้นก็อธิบายไป อธิบายทฤษฎีไป ยืนยันว่ามันเป็นได้จริงนะ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นสุดโต่งเพ้อๆ ฝันๆ เช่น ยูโทเปียที่ทำไม่ได้ แต่นี้เป็นของจริง เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้จริง เป็นได้จริงๆ ทำได้จริงๆ ในมนุษย์ที่เป็นจริง ก็ยืนยันอยู่ เมื่อยืนยันอยู่ คนที่ได้แล้ว สังคมที่เป็นไปได้แล้ว เขาก็เป็นของเขาอยู่ในโลก ส่วนคนที่แสวงหา ไม่มีอคติ เป็นคนที่มีภูมิปัญญา มีปฏิภาณจริง เขาก็จะ เออ อันนี้จริง อันนี้ดี เขาก็จะเปลี่ยนมาหาลัทธินี้ มาเอาทฤษฎีนี้ แต่คนที่ยังไม่มีภูมิปัญญา เข้าใจไม่ได้ อย่างไรเขาก็เข้าใจไม่ได้ เขาจะว่า อย่างนี้ ไม่เชื่อหรอก มันเสแสร้ง เดี๋ยวสักพักมันก็จะมาเป็นอย่างเราเป็นอย่างเก่านี้แหละ แล้วก็ไปเป็นยอดของศาสดาเทวนิยม ศาสดาเทวนิยมยิ่งใหญ่อยู่นั่นแหละ มันก็เป็นลักษณะของผู้ไม่อิสระ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นทาสของพระเจ้า เป็นทาสผู้ปล่อยไม่ไปด้วย หลงใหลหน้ามืดอวิชชาด้วย พระเจ้าครอบงำทุกอย่าง นั้นก็เป็นเข้าใจเทวะ สภาพสองเป็นหนึ่งเดียว สภาพสองเป็นหนึ่งเดียวอันนี้ เป็นเรื่องรู้ได้ยาก เข้าใจได้ยาก ถ้าไม่มีภูมิปัญญาจริงๆจะเข้าใจเทวนิยม ว่าเป็นหนึ่ง เทวะ แปลว่า 2 เป็น 2 นะ ไม่ใช่ 1 นะ
สู่แดนธรรม... ถ้าเข้าใจว่าเป็น 2 แล้วจะดีกับเขาอย่างไรครับ พ่อครูว่า…เข้าใจเป็น 2 แล้วก็ให้รู้ว่า เป็น 2 นี้ยิ่งใหญ่ที่จะเรียนรู้ได้ เช่น คนติดสุข คุณต้องมี 2 มีทุกข์ นี่แหละยิ่งใหญ่ คุณมีดี เดี๋ยวคุณก็วนไปหาชั่ว กลับไปกลับมา มีคู่ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีคือคู่ทั้งนั้น สิ่งที่ 0 ไม่มีทั้ง 1 และ 2
สู่แดนธรรม... ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่มี นอกจาก 2 แล้ว เหลือ 1 ได้ไหมครับ พ่อครูว่า... ได้ นั้นเป็นผู้ที่มี วสวัตตี ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ เป็นอภิภู ที่มีอภิภุยยะ รู้จักสภาพ 2 อายตนะ 8 อะไรพวกนี้ ซึ่งพระพุทธเจ้าอธิบายไว้หมดแล้ว อาตมาก็ค่อยๆ ขยายความ
สู่แดนธรรม.. ถ้าอย่างนั้น ที่พ่อท่านพร่ำสอนพวกเราอยู่ ก็เพื่อให้พวกเราลด 2 ให้เหลือ 1 เพราะว่า 1 จะเป็นผู้รับใช้ได้เก่งมาก พ่อท่านอธิบาาย ทำไม 1 ถึงรับใช้ได้เก่งมากเลย พ่อครูว่า... 1 ที่ทำให้รับใช้ได้เก่ง ก็เพราะว่า ข้อ 1 เป็นอิสระสมบูรณ์เต็มที่ ไม่มีใครเป็นเจ้านายหนึ่งนี้ได้อีกแล้ว แม้ลูกเมียก็ไม่ เพื่อคนทุกๆคน นอกจากจะเป็น 1 เดียวอิสรเสรีที่สุดแล้ว นี้คือ 0 ด้วย 1 นี้มี 0 ด้วย ไม่มีตัวตน แต่โดยสมมติต้องมี 2 คนที่เกิดมามีชีวะ ต้องมีวิญญาณและร่างกายอาศัยกันอยู่ เป็นคู่ ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานไป ยังไม่แยกจิตวิญญาณ แยกธาตุรู้ หมดสิ้นเลย 0 เป็นดินน้ำไฟลมไปเลย นี่เป็นตัวพิสูจน์ความจริงว่า จิตวิญญาณนั้นไม่ได้อนันตัง จิตวิญญาณไม่ได้อยู่นิรันดร จิตวิญญาณนั้นคือองค์ประกอบ สังขารที่ปรุงแต่งกันทั้งนั้น รู้ความจริงแล้วทำให้แยกได้ สูงสุดของศาสนาพุทธ จึงเป็นอรหันต์ มีนิพพาน ไม่ต้องมีพระเจ้า ที่ตายไปแล้วจะต้องไปอยู่กับพระเจ้า สลายจิตตัวเองหายไปเลย เป็นอุตุนิยาม เป็นดินน้ำไฟลมไปเลย หมดตัวหมดตน หมดอัตภาพ หมดอัตตาไปเลย
สู่แดนธรรม... ถ้าอย่างนั้น บุคคลที่เป็นหมายเลข 1 ในทัศนคติของพ่อท่าน ก็คือ คนที่มีอิสรเสรี คือเป็น 1 ได้ เพราะว่าท่านนั้นถึงความเป็น 0 ได้แล้ว แต่ยังไม่ยอมเป็น 0 ไปจากโลกนี้ ดำรงความเป็น 1 เพื่อช่วยความเป็น 2 เพื่อที่จะให้สังคมมี พ่อครูว่า... ใช่ มีอัชฌาสัย ทนไม่ได้ต่อความกรุณา ที่ตัวเองได้สิ่งสุดยอดของความเป็นอัตภาพที่เกิดมาแล้ว จะเป็น 0 ก็ได้ จะเป็น 1 ก็ได้ จะปรุงแต่งอนุโลมเป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 เป็น 5 เป็น 6 ตามฐานะของโพธิสัตว์ ที่จะสามารถ สู่แดนธรรม... เหมือนต้นไม้ ใช่ไหมครับ ตัวเขาเองไม่มีความเห็นแก่ตัวเอง จะเห็นแก่ตัวบ้างก็แค่ต้องการอาหารเพื่อทำให้ตัวเองอยู่ได้เท่านั้น แล้วก็มีหน้าที่สร้างดอกผล สร้างอากาศ สร้างสารพัดอย่าง นั้นคือสร้างความหลากหลายออกมา แสดงว่าบุคคลหมายเลข 1 นี้ก็เลียนแบบธรรมชาติ ความเป็นพีชะ พ่อครูว่า... สุดท้ายก็เป็นต้นไม้ที่มีแก่น กระพี้ เปลือก สะเก็ด มีใบ ดอก กิ่งก้าน ผล สู่แดนธรรม... นกหนูปีกได้อาศัย พ่อครูว่า... ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ครบ ใน มหาสาโรปมสูตร อุปมาพรหมจรรย์กับแก่นไม้ ( ดูภาคผนวก มหาสาโรปมสูตร พตปฏ.เล่ม 12/ข้อ 347 ) เพราะฉะนั้นสุดยอดก็คือ แก่นคือวิมุติ กระพี้คือปัญญา สมาธิคือเปลือก ศีลคือสะเก็ด ส่วนลาภยศสรรเสริญคือ ดอก ผล ใบ เขียวชะอุ่มงามเลย เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธทุกวันนี้เหมือนต้นไม้ที่มีแต่ดอกใบผล กิ่งก้านสาขางดงาม ไม่มีแม้แต่แค่สะเก็ดคือศีล ได้แค่วินัย 227 ฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงเลยว่า สมาธิที่เป็นเปลือก ไม่เป็น เป็นแต่สมาธิเก๊สมาธิสะกดจิต สมาธิเดียรถีย์ สมาธิสะกดจิตเอา แต่สมาธิที่เป็นสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้านั้นไม่ใช่รู้ได้ง่ายๆ สำหรับสมาธิที่เป็นสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้า ยิ่งปัญญา ไกลลิบเลย เพราะฉะนั้น วิมุติที่เป็นแก่นสาระของแท้ ไม่ต้องไปพูดถึงเลย ไม่มีทางที่จะเป็นได้ อย่างที่เห็นๆกันไม่ได้ไปใส่ความ เถระสมาคมก็อยู่กับใบดอกผลกิ่งก้านงามชมชื่นอยู่กับลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ไชโยโห่หิ้วกันอยู่นั่นแหละ สู่แดนธรรม.. ท่านเองก็คงจะ ภาษาอีสานเรียก สิ่งตาน่อย พ่อครูว่า... ภาษาอีสานเรียก สิ่งตาน่อย มาชำเลืองดูว่า อโศกมันทำได้จริงหรือเปล่า ก็พูดตรงๆ บรรยายถูกต้องยืนยันตามหลักธรรมะพระพุทธเจ้าตรงๆ สู่แดนธรรม... เขาอาจจะคิดว่า พ่อท่านพูดดีไปเถอะ จะไปได้สักกี่น้ำ พ่อครูว่า... พูดถึงอันนี้แล้ว มันภาคภูมิใจ เอาน่า ดี กาลเวลาพิสูจน์คน อาตมาจึงอยากจะอยู่ยืนยาวให้เพื่อพิสูจน์ ถ้าหากตามอายุได้ถึง 120 ปีคุณต้องยอมรับเลย ระยะทางพิสูจน์ พวกที่มีอคติอยู่ เขาไม่เชื่อ ระยะทางยาวนานไปจนกระทั่งรุ่นที่เขาไม่เชื่อนั้นตายไปหมดแล้ว แล้วคนรุ่นใหม่จะว่า โอ้โห มีคนทำได้จริงๆ รุ่นโน้นหมด รุ่นใหม่ไม่มีอคติแล้ว คนที่อยู่เขาก็จะจำนนว่า เราอยู่ได้ถึง100 ปี 120 ปี มันเป็นอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์ มันเป็นเรื่องสัจจะ เรื่องอย่างนี้ต้องเป็นอย่างนี้ Born To Be เป็นตถตา มันเป็นเช่นนี้ของมัน ในตัวมันเอง สู่แดนธรรม... พ่อท่านต้องทำตามสัจจะพระพุทธเจ้าที่ท่านไปโปรดชฎิล 3 พี่น้อง ได้หัวหน้ามา 3 คนแล้วลูกน้องก็ตามมาหมดเลย ทุกวันนี้พ่อท่านเลยพยายามโปรด ความหมายที่ผมพูดคือท่านชฏิลเจ้าสำนักที่เป็นพญานาค เป็นหัวหน้าสำนักทั้งหลาย พ่อครูว่า... ใช่ ยากมาก แต่ก็ต้องทำ ต้องพยายาม หัวหน้าเขาดื้อด้านห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive