21-1 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 899-966 .docx
เนื้อหาในไฟล์
ตา รางสรุปที่มาของ ฐานข้อมูล บันทึกการสัมภาษณ์ กรณีศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ผลสุขภาวะของ ผู้ใช้การแพทย์วิถี พุทธ แหล่งที่มา จำนวนกรณีศึกษา บันทึกการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้การแพทย์วิถี พุทธ สำหรับผู้ที่มาเข้าอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม 5-7 วัน ณ ศูนย์เรียนรู้ สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และเครือข่ายแพทย์วิถี พุทธ ทั่วโลก ระหว่างปี พ.ศ. 2552 –2558 14 1 บันทึกกลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้การแพทย์วิถี พุทธ ที่เป็นจิตอาสา แพทย์วิถีพุทธ ระหว่างปี พ.ศ. 2553– 2558 10 4 บันทึกกลุ่มตัวอย่างจากกรณีศึกษาผู้ใช้การแพทย์วิถี พุทธ ที่แนะนำ และเก็บบันทึกโดยจิตอาสา แพทย์วิถีพุทธ 3.1 จาก จิตอาสาแพย์วิถีพุทธ ระดับบุคคล 417 3.2 จากเครือข่ายแพทย์วิถี พุทธ ในประเทศ ไทย 14 3.3 จากบันทึกกรณีศึกษาผู้ดูแลสุขภาพตามแนวทางแพทย์วิถี พุทธ 4 19 บันทึกกลุ่มตัวอย่างจากสื่อออนไลน์ – ถามตอบปัญหาและแนะนำการดูแลสุขภาพผ่านเฟสบุ๊คแพทย์วิถีธรรม/หมอเขียวแฟนคลับ 1 4 6 บันทึกกลุ่มตัวอย่างจากหนังสือ “ แพทย์วิถีธรรมกับการสร้างสุขภาวะในเรือนจำ ” 3 9 บันทึกการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 39 ราย จากงานหนังสือวิทยานิพนธ ์ “ ความ เจ็บป่วยกับการดูแลสุขภาพแนวเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีพุทธ ของศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตน ตามแนวเศรษฐกิจสวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ” จากประชากร พ.ศ. 2538 – 2553 จำนวน 16,252 คน 39 บันทึกการสอบนักศึกษา แพทย์วิถีพุทธ ในค่ายพระไตรปิฎก วันที่ 17-23 เมษายน 2558 16 2 รวม 1 ,4 81 ตารางสรุปโรค และ อาการของผู้ที่ใช้การแพทย์วิถีพุทธ ตามปัญหาความเจ็บป่วยด้านร่างกายแยกตาม โรคอาการและอาการแสดง ตาม ICD
อ่านต่อ
10 ลำดับ กลุ่มโรค และ อาการ จำนวนทั้งหมด ร้อยละ 1 โรคติดเชื้อและโรคปรสิตบางโรค 68 2.94 2 เนื้องอก 158 6.82 3 โรคของเลือดและอวัยวะสร้างเลือดและความผิดปกติบางอย่างของกลไกภูมิคุ้มกัน 16 0.69 4 โรคของต่อมไร้ท่อ โภชนาการ และเมตะบอลิซึม 205 8.85 5 ความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม 6 0.26 6 โรคของระบบประสาท 134 5.79 7 โรคของตาและอวัยวะเคียงลูกตา 50 2.16 8 โรคของหูและปุ่มกระดูกกกหู 8 0.35 9 โรคของระบบไหลเวียนโลหิต 181 7.82 10 โรคของระบบหายใจ 114 4.92 11 โรคของระบบย่อยอาหาร 166 7.17 12 โรคของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง 133 5.74 13 โรคของระบบกล้ามเนื้อโครงร่าง และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน 263 11.36 14 โรคของระบบสืบพันธุ์และระบบปัสสาวะ 116 5.00 15 อาการ อาการแสดงและความผิดปกติที่พบจากการตรวจทางคลินิกและทางห้องปฏิบัติการ มิได้จำแนกไว้ที่ใด 532 22.96 16 การบาดเจ็บ การเป็นพิษ และผลสืบเนื่องบางอย่างจากสาเหตุภายนอก 91 3.93 รวมผู้มีโรค/อาการไม่สบาย 2,241 96.76 17 ดูแลสุขภาพ 75 3.24 รวมทั้งหมด 2,316 100.00 บันทึ ก การสัมภาษณ์ กรณีศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ผลสุขภาวะของผู้ใช้การแพทย์วิถีพุทธ 1. บันทึกการสัมภาษณ์ กรณีศึกษา กลุ่มตัวอย่างจาก ผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ สำหรับผู้ที่มาเข้าอบรมค่ายสุขภาพ แพทย์วิถี พุทธ 5-7 วัน ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และเครือข่ายแพทย์วิถี พุทธ ทั่วโลก ระหว่างปี พ.ศ. 2552 – 255 8 (ประเภทข้อมูลที่ 7 การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้แพทย์วิถี พุทธ ผ่านสื่อ ออนไลน์ – ยูทูป ประเภทข้อมูลที่ 9 แบบบันทึกสัมภาษณ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้แพทย์วิถี พุทธ และ ประเภทข้อมูลที่ 12 แบบสอบถามประสบการณ์การใช้แพทย์วิถี พุทธ เทคนิค 9 ข้อ) โรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ กรณีศึกษาที่ 4133850 166370 1.1 โสภา บริสุทธิ์ หญิงไทย จังหวัดชลบุรี โรคภูมิแพ้ไซนัส อาการ – อากาศเย็นจะเป็นหวัด มีน้ำมูก ปฏิบัติ – ดื่มน้ำปัสสาวะ สวัดดีทุกท่านค่ะ โสภา บริสุทธิ์ค่ะ มาจากชลบุรีแบบไม่ได้ตั้งใจมาที่นี่ ไม่ได้ถูกบังคับค่ะสมัครมาค่ะ กลัวจะไม ่ได้มาด้วยซ้ำกลัวว่าคนจะเต็มนะค ะ มาที่นี่ทุกคนน่ารักมาก มาวันแรกไม่กล้าพูดกับใครเลย แต่พอวันสุดท้ายจะจากไปโหยหาคิดถึงนะ ให้กำลังใจกันจริง ๆ แล้วดีมาก ๆ นะค ะ แล้วตั้งใจว่าเรากลับไปเราก็จะเอาไปทำไปรวมกลุ่มกัน เพราะว่าชลบุรีก็มาหลายคนค่ะตอนนี้เราก็ตั้งกลุ่มไลน์กันไป เนื่องจากว่าเรามีสุขภาพตัวเองเป็นภูมิแพ้มาก ๆ เลยเป็นภูมิแพ้มา 15 ปี กินยามาตล อ ด แล้ว ผลจากภูมิแพ้ก็คือว่าทำให้เราเป็นไซนัส เนื่องจากเมื่อพออากาศเย็นปุ๊บ เราเป็นหวัด ๆ มีน้ำมูกอยู่ตลอดก็กลายเป็นไซนัส กิน ยา เยอะมาก กินแล้วก็บีบหัวใจ แต่เราก็กินนะ กินจนเบื่อทั้งกินทั้งพ่น พ่นก็เบื่อ บอกคุณหมอว่าเบื่อมาก ๆ เลย เราไม่อยากกินยาแล้วนะ ไม่อยากกินจริง ๆ เพราะว่ากินแล้วใจสั่น นอนไม่หลับ มีวิธีหายไหม หมอก็บอกหาย ให้ผ่าเราก็ไปผ่า เพราะว่าเราคิดว่าถ้าเราผ่าแล้วเราคงจะหาย ก็ไปผ่า ตอนนั้นหมดค่าใช้จ่ายไปแปดหมื่นกว่าบาท ผ่าไซนัสที่จมูก พอหลังจาก ผ่าแล้ว ก็ยังเป็นนะ แต่กว่าที่จะเป็น จะขึ้นหน้าขึ้นตามันก็ใช้เวลานานหน่อย แต่ก็ยังเป็น แต่ผลของการผ่าทำให้ตาของเรานี่นะค่ะ ต่อมน้ำตาอุดตันเนื่องจากผ่าตามนุษย์นี่มันจะมีน้ำตาไหลตลอดเวลา ไหลทางข้างบนแล้วลงทางช่องข้างล่าง แต่ของเรามันไม่ลงน้ำตาก็เยิ้มอยู่ตลอดเวลา แล้วทำยังไงก็ต้องไปผ่าอีกหลังผ่าจมูกเสร็จได้เกือบปี เราก็ต้องไปผ่าตา ผ่าข้างซ้ายก่อนเพราะว่ามันเป็นทั้ง 2 ข้างข้างซ้ายนี่เป็นเยอะก็เลยต้องไปผ่าก่อน เพราะหมอบอกว่าถ้าคุณไม่ผ่า ตาคุณจะบอดแน่ ๆ เลย เพราะว่ามันจะติดเชื้อหมักหมม ติดเชื้อเราก็โอเคไปผ่าไปผ่าตาหมดไป 6 หมื่นกว่าบาท - 7 หมื่น พอผ่าตาได้ชักประมาณเกือบปี เอาอีกหล่ะข้างขวาเป็นอีก น้ำตาก็จะเยิ้มอีก ก่อนจะมาก็เยิ้มอยู่ แต่มานี่มันหายไปนะ ก็ใช้น้ำยาหยอดตาค่ะ แต่ก็ไม่ได้ใช้ทุกวันนะ ไม่ได้ใช้ทุกวันก็ไม่ได้สังเกต พอดีมีพี่สามี มาด้วย เขาก็บอกทำไมไม่มีน้ำตาไหล เราก็ใช่ ๆ เราไม่มีน้ำตาไหล ใช่ทุกวันนี้ไม่มีน้ำตาไหล คงไม่ต้องไปให้หมอผ่าแล้วมั้งเพราะว่าผ่าตานะเจ็บมาก ๆ ไม่อยากจะบอก เพราะว่าตอนผ่าจมูกนี่ก็เจ็บมาก ๆ แล้วนะ เจ็บตอนนั้นงานเรายุ่งด้วย เขาบอกว่าผ่าแล้วให้พักหนึ่งอาทิตย์ เราไม่ได้พักพอเราไม่ได้พักนี่มันก็ส่งผลต่อตา พอไปหมอก็ดุเราว่า นี่เป็นผลของคุณไม่พัก พอผ่าเสร็จคุณไม่พัก คุณก็เป็นแบบนี้ จริง ๆ มันเชื่อมกันนะ พอไปผ่าแล้วก็โดน แต่คิดว่าวันแรก ๆ นะ เขาให้เราทำอะไรเราก็กลัวนะ กินฉี่เราเคยได้ยินมาตั้งนานแล้วนะ เรากลัว ก่อนมานะ เพื่อนบอกต้องไปกินฉี่แน่ ๆ เลย เราบอกเขาไม่บังคับหรอก เราไม่กิน แต่ได้ทานไปแล้วค่ะ รสชาติเปรี้ยว ๆ ฝาด ๆ เค็ม ๆ บ้างนะในบางวันแรก ๆ พอหลายวันเข้าก็เริ่มจืดลงจืดลง ๆ ตอนนี้ก็อาบบ้าง ล้างหน้าบ้าง กินบ้าง หมดค่ะ (หัวเราะ) จิตอาสา : ไม่ทราบว่าแอบไปทานอย่างอื่น ไม่ใช่อาหารของที่นี่ มีเอาอะไรพิเศษมา โสภา : ไม่มีค่ะ มีแต่ถั่วลิสง แต่ก็ไม่ได้กินเยอะ มีถั่วลิสงนิดหน่อยวันนั้นค่ะ นอกนั้นก็กินอาหารที่นี่ แต่เป็นคน กิน ผักอยู่แล้ว แล้วเรากินง่ายค่ะ ฉะนั้น พอมาที่นี่อาหารอร่อยค่ะ ไม่ได้เป็นปัญหาค่ะ จิตอาสา : มีอะไรจะเสนอแนะพี่น้องของเราร่วมกันไหมค่ะ โสภา : ถ้าเราอยากจะอยู่ถึง 220 ปี เขาบอกว่าอายุของมนุษย์นี่จริง ๆ 220 ปีนะ แต่ทุกวันนี้พอ 60 -70 ก็ตายกันไปหมด เนื่องจากว่าเราเอาชีวิตอนาคตมาใช้ก่อน ตอนนี้เราก็ใช้ไปตามอายุจริง ๆ ตามอายุจริง ๆ จะได้อยู่ 220 ปี เป็นเพื่อนกันนะค ะ แต่ถ้าจะเป็นเพื่อนกันอย่างนั้นได้ มันก็จ ะต้องเอาหลักสูตรนี้ไปปรับใช้นะค ะ คิดว่าอีก 10 ปี 20 ปี ข้างหน้าเราจะได้มาเจอกันในค่ายที่จะช่วยเหลือผู้อื่นนะคะ ขอบคุณค่ะ ( โสภา บริสุทธิ์ . สัมภาษณ์ 2557 , สิงหาคม 9) โรคภูมิแพ้ผิวหนังต่าง ๆ กรณีศึกษาที่ 4152265 212725 1.2 นิตยา สิทธิประเสริฐ หญิงไทย อายุ 55 ปี จังหวัดยโสธร อาชีพ ทำธุรกิจส่วนตัว โรคผิวหนัง – สะเก็ดเงิน (เป็นมา 30 ปี) อาการ – มีแผลตามลำตัว หน้าผาก แขน ท้องและหลัง ปฏิบัติ – ปฏิบัติตามเทคนิค 9 ข้อ ครบทุกข้อ , ธรรมะมีผลกับจิตใจมาก ดิฉันป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน เป็นมาประมาณ 30 ปีแล้วค่ะ ซึ่งแพทย์ที่สถาบันโรคผิวหนังบอกว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต้องทานยาตลอดชีวิต เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาไปนับล้านบาทแล้วค่ะ จากโรคที่เป็นทำให้ดิฉันมีแผลตามลำตัว โดยเฉพาะที่หน้าผาก แขน ท้องและหลังค่ะ พอดีลูกสาวช่วยค้นหาข้อมูลวิธีการรักษาจนพบแนวทางการดูแลสุขภาพของคุณหมอเขียวจึงได้แนะนำให้ดิฉันมาลองรักษาดูค่ะ ช่วงที่มาเข้าค่าย 2-3 วันแรก ๆ คิดตลอดค่ะ ว่าเราจะปฏิบัติตามได้หรือไม่ อาหารก็คิดว่าไม่น่าจะทานได้ เพราะปกติอยากทานอะไรก็ทาน และเป็นคนชอบทานอาหารรสจัด เลยเกิดความกังวลว่าจะอยู่ไหวหรือไม่ แต่ก็สามารถอยู่ได้จนครบ 5 วันในค่ายแรกเมื่อวันที่ 20-24 เมษายน 2557 แล้วได้พี่ ๆ จิตอาสาแนะนำหลายอย่างค่ะ ทั้งเรื่องการทำดีท็อกซ์ กัวซา ส่วนอาหารสุขภาพ พอลองทานก็ทานได้ เลยทำได้ทุกเม็ดที่เป็นยา 9 เม็ด เมื่อกลับไปบ้านแล้วก็ยังปฏิบัติต่อมาเรื่อย ๆ ค่ะ อาการของโรคสะเก็ดเงินหรือที่เรียกว่าโรคเรื้อนกวางนี้ ตอนแรก ๆ จะเริ่มจากเป็นจุดเล็ก ๆ แล้วค่อยขยายโตขึ้น จะแดง ๆ ขุย ๆ ลอก ๆ ขณะที่รักษากับหมอแผนปัจจุบันอาการจะเป็น ๆ หาย ๆ การทานยาแผนปัจจุบันเป็นเพียงการกดอาการไว้ พอเราหยุดยาอาการก็จะแสดงออกมาอีก ทำให้ ไม่สามารถใส่เสื้อแขนสั้นได้ ต้องใส่แต่เสื้อแขนยาวตลอด เนื่องจากกลัวคนที่ไม่รู้จักจะรังเกียจ เป็นช่วงที่ทุกข์ทรมานจิตใจมากเลยค่ะ โรคนี้เป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิต้านทานด้วยค่ะ หากเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาว ของเราไม่แข็งแรงก็จะมีอาการ จะสังเกตได้ว่าหากพอเราพักผ่อนไม่เพียงพอหรืออ่อนเพลีย มีภาวะ เครียด อาการที่หายไปแล้ว ก็จะเป็นขึ้นมาซ้ำอีก ซึ่งที่ผ่านมาก็จะเป็น ๆ หาย ๆ แบบนี้ตลอด คุณหมอแผนปัจจุบันเองก็ไม่ได้ให้คำแนะนำที่ละเอียด คุณหมอบอกแต่เพียงว่าให้พักผ่อนให้ เยอะ ๆ อย่าทานอาหารรสจัดและของหมักดองแค่นี้ค่ะ พอเป็น ๆ หาย ๆ เราก็มีภาวะเครียด อาการเลยวนเวียนอยู่แบบนี้ ตอนที่เป็นเยอะ ๆ ก็มีถ่ายภาพเก็บไว้นะคะ แต่ไม่ค่อยได้เปิดให้ใครดู กลัวเขาจะรังเกียจเราค่ะ แต่พอมาเข้าค่ายสุขภาพของคุณหมอเขียวครั้งแรก เมื่อทานอาหารแล้วรู้สึกเบา สบาย จึงนำกลับไปปฏิบัติต่อที่บ้านค่ะ แต่ว่าในบางครั้งก็มีอยากทานเนื้อปลาบ้าง ซึ่งก็ไม่บ่อยครั้งนัก มีจดบันทึกไว้ค่ะ ว่าเราทานไปกี่ครั้ง เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ที่ร่างกายของเราเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเราทานอาหารที่รสจัด ของผัด ของทอด ซึ่งการทานอาหารที่ผิดไปนิดเดียวเราจะรู้ตัวเลยค่ะ จะมีผื่นขึ้นทันที ส่วนยาเม็ดอื่น ๆ ก็ทำร่วมด้วยนะคะ ทั้ง 9 เม็ดเลยค่ะ เช่น แช่มือแช่เท้า ดีท็อกซ์ กัวซา ซึ่งกัวซานี้ก็แอบทำนอกกฎของคุณหมอเขียวไปบ้าง คือจะกัวซาหมดทั้งตัว บริเวณแผล สะเก็ดเงิน ก็กัวซาเพียงแต่ไม่ลงหนักเอาแค่พอสบายตัว เพราะมันคันค่ะ ในส่วนของยาเม็ดที่ใช้ธรรมะจะเปิดเทปของคุณหมอเขียวฟังตลอดค่ะ ฟังทั้งเทปที่บรรยายค่ายสุขภาพ และเทปบรรยายค่ายพระไตรปิฎก ฟังตั้งแต่เข้าค่ายจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ เหมือนยังนั่งฟังอยู่ในค่าย แม้กระทั่งในรถก็เปิดเทปเพลงของคุณหมอเขียวค่ะ รู้สึกได้เลยว่ามีพลังขึ้น แผล สะเก็ดเงิน ตามที่ต่าง ๆ ดีขึ้นมาก สีผิวเกือบจะเป็นสีเดียวกันแล้ว เป็นเรื่องที่อัศจรรย์มากรู้สึกได้เลยค่ะว่าจิตใจเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ต้องมีกำลังใจ อย่าท้อแท้ กำลังใจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด มันคือพลัง และที่มาในวันนี้คือจะมากราบคารวะขอบคุณคุณหมอและเยี่ยมพี่ ๆ จิตอาสาทุกท่านค่ะ รู้สึกสำนึกในบุญคุณอย่างหาที่สุดม ิได้ เพราะท่านได้ให้ทั้งความรู้ และคำแนะนำจนพร้อมไปปฏิบัติต่อได้เลยค่ะ เป็นบทพิสูจน์เลยค่ะว่าสุขภาพดีไม่มีขาย ต้องทำเอาเอง หากรู้แต่ไม่ทำ ก็ไม่หายค่ะ และจะต้องเลือกปฏิบัติในทางที่ถูกต้องด้วยนะคะ ท้ายสุดนี้ขอฝากบอกพี่น้องผู้รักสุขภาพทุก ๆ ท่านค่ะว่า ขอให้มีกำลังใจในการดูแลตัวเองให้มาก ๆ จะทานอะไรก็ต้องพิจารณาถึงประโยชน์และโทษให้ถี่ถ้วน มิเช่นนั้นโรคต่าง ๆ ที่บอกว่ารักษาไม่หายก็จะมารุมเร้าเรา ไม่มีใครรักเราเท่ากับเรารักตัวของเราเอง กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แล้วที่ดิฉันหาย จากโรค ได้ถึงอย่างนี้ ก็ยังสำนึกในบุญคุณของหมอเขียวและเพื่อนจิตอาสาทุกท่านที่ให้กำลังใจให้ความเมตตาในการดูแลสุขภาพ ที่ปฏิบัติตนเองมาได้ถึงขนาดนี้ มันขึ้นอยู่ที่กำลังใจของเราด้วย วิบากกรรมที่เราเคยทำมาตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาเราก็ได้รับใช้เขาไปแล้ว เรามาอยู่โลกใหม่ โลกของปัจจุบันนี้คือโลกใหม่ที่ดิฉันได้สัมผัสตรงนี้ ทำให้เรามีความสุข แล้วก็สุขสบาย เบากาย มีกำลัง มีพลังเหมือนที่คุณหมอเขียวเรียกว่า “พลังชีวิต” ทำให้ตัวเรามีกำลัง รู้สึกตื้นตันใจ จนพูดไม่ออก ถ้าไม่ได้มาค่ายนี้ คงจะอยู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน เราต้องตายไปกับโรคนี้ ตายไปกับโรคนี้คงไม่เกิดมาเป็นคนใหม่ ณ ปัจจุบันนี้นะคะ ขอขอบคุณมากค่ะ รูปภาพแผลสะเก็ดเงินที่กลางแผ่นหลังและสะโพกที่ได้รับการบำบัดตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 2 เดือนหลังเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม มีดังนี้ 3231515 8890 ลักษณะแผล จากแผลที่แฉะ ๆ ทั่วตัวนั้น กลับแห้งและสะอาดสีของแผลลดความเข้มลง และหายปวดภายในกระดูก แขน ขา ลักษณะแผล แผลที่หน้าและที่แขน แห้งและสะอาด สีของแผลลดความเข้มลง หลังจากได้ผ่านการเข้าอบรมและปฏิบัติต่อเนื่องกัน 4 เดือน ผู้วิจัยได้ถ่ายภาพร่วมกับคุณนิตยาในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมเมื่อเดือนเมษายน 2557 ( นิตยา สิทธิประเสริฐ . สัมภาษณ์ 2557 : สิงหาคม 24) 4144645 95250 กรณีศึกษาที่ 1.3 รักบุญ อโศกตระกูล หญิงไทย อายุ 63 ปี จังหวัดกาฬสินธุ์ โรคผิวหนัง – หนังแข็ง สเคลอโรเดอร์ ( Scleroderma ) อาการ – หนังแข็งเกิดจากมีพังผืดใต้ผิวหนังเยอะ ที่มือ ข้อมือ ลำคอ หัวใจ ทุกอณูทุกเซลล์ของผิวหนัง และเป็น โรคอีก 15 โรค ปฏิบัติ – ทานอาหารมังสวิรัติ (ไม่มีเนื้อสัตว์) เป็นหลัก และปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม เทคนิค 9 ข้อ เชื่อในวิบากกรรม ขอกราบนมัสการนักบวชทุกฐานะ กราบคารวะท่านอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมสำนึกดีค่ะเพื่อนร่วมโลกที่รักทุกท่านค่ะ คิดว่าหลาย ๆ คนคงจะเป็นเหมือนดิฉันนะคะ เดี๋ยวจะบอกว่ามีโรคอะไรบ้าง โปรดติดตามว่ารักษาอย่างไร และเป็นอะไรกันมากมายถึงขนาดนั้น แล้วทำไมยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้ จะบอกตามลำดับ โรคที่เป็นพระเอกที่เป็นหนัก ๆ ก็คือโรคหนังแข็ง อันนี้รู้สึกว่าเขาจะเป็นหัวหน้าคณะแล้วเขาก็จะพาลูกน้องเข้ามาอีกตั้ง 15 โรคมันจะเป็นผลพลอยได้พ่วงมาค่ะ เคยเป็นอาจารย์ เป็นครูสอนโรงเรียนมัธยมมา 28 ปีค่ะ แล้วก็หลังจากนั้นก็ศึกษาธรรมะมาอยู่ในช่วงรู้จ ักธรรมะของชาวอโศกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 แล้วก็พอปี พ.ศ. 2540 ก็ลาออก ลาออกแล้วก็ไปปฏิบัติธรรมจนปัจจุบันนี้ค่ะ การรับราชการเป็นครูก็จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่มันก็มีส่วนทำให้เกิดโรคต่าง ๆ พวกนี้ค่ะ จะเริ่มที่ตรงนี้เลยนะคะว่าโรคหนังแข็งมันเป็นยังไง แล้วที่มาที่ไปมันจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วมันมีอะไรที่ตามมาอีก ก็คือเป็นโรคภูมิแพ้ แพ้ตัวเอง เหมือนกับที่พุ่มพวงเป็น แต่มันคนละอาการ ของพุ่มพวงเขาจะเป็น SLE แต่อันนี้เขา มันเป็นภูมิ แพ้ เป็นพันธุกรรมค่ะ มาจาก ไปตรวจ กับคุณ หมอที่โรงพยาบาลมงกุฎที่กรุงเทพ เขากรีดหนังไปพิสูจน์ผิวหนัง เขาจะกรีดเอา ตรงนี้ (พูดพร้อมเอามือจับต้นคอด้านหลัง) มีดคม ๆ ค่ะ กรีด ๆ แล้วก็ดึงออกมา พอเข้าไปดูกล้อง คุณหมอ ก็บอก อ๋อ โรคสเคลอแน่นอน สเคลอภาษาเต็ม ๆ ของหมอคือ สเคลอโรเดอร์ มา ( Scleroderma ) แปลว่า ผิวหนังแข็ง มันเป็นยังไงมันถึงแข็ง มันเกิดจากสาเหตุที่ว่า เป็นโรคเกี่ยวกับ พันธุกรรมถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ค่ะ หมอเขาก็ถามว่า พ่อแม่เป็นไหม แม่หน้าตาเป็นยังไง เป็นอย่างนี้หรือเปล่า ก็ไม่มีนะ พ่อก็ไม่เป็น ตายายเป็นไหม ไม่เป็นปู่ย่าเป็นไหม ญาติพี่น้องหลายตระกูลไม่มีใครเคยเป็นแบบนี้ ก็แล้วทำไมถึงเป็นล่ะค่ะ หมอเขาก็ถามว่าในที่เรามองเห็นรุ่นนี้อาจจะไม่มี แต่ว่ามันอาจจะข้ามรุ่นมาหลายคน ว่าหนึ่งในล้านถึงจะมีสักคน ห นึ ่ ง อันนี้ก็เหมือนกัน หมอเขาก็เคยบอกนะว่า เอ๊ะไม่เคยเจอนะโรคแบบนี้ พ่อแม่ปู่ย่าตายายไม่เป็น แต่ว่า โอ้โห หนึ่งในล้าน บังเอิญเราเป็นคนโชคดีคนนั้น (หัวเราะ) โชคดีนะคะที่เป็นโรคนี้ หนึ่งในล้านก็คือเรากลายเป็น โรคหนังแข็ง อาการมันเป็นอย่างไร คือ มันจะเกิดจากพังผืดใต้ผิวหนังเยอะ ไม่ได้เป็นแค่มือ ไม่ได้เป็นแค่ข้อมือ ไม่ได้เป็นแค่ลำคอ หัวใจหรือว่าเป็นที่อื่น เป็นหมดทั้งตัวไปทุกอณูทุกเซลล์ของผิวหนังในตัวเรา เพราะมันเกิดมาจากเลือดจากยีนตั้งแต่แรกเกิดมาเลย และมันจะเจริญเติบโตเต็มที่ตอนอายุ 35 ปี มันจะส่ออาการคือ ผิวหนังมันจะแข็งเพราะว่าพังผืดมันจะสานไปรัดหลอดเลือด เลือดไปเลี้ยงปลายนิ้วก็ไม่ได้ แล้วหนังมันก็จะแข็งเข้ามันจะเป็นสีดำ ดำเหมือนปีกแมลงภู่เลยแหละ ดำมันเลย หยิบก็ไม่ติดไม่ขึ้นเลย แข็งมาก แล้วหน้าตาก็จะตอบผอมเข้า ริมฝีปากก็เหลือนิดนึง มันหด แล้วตาก็จะลึกโบ๋เหมือนผีปอบเลยค่ะ เด็ก ๆ ผ่านไปเด็กบอก อ๊าย ผีปอบ ตัวเองก็กลัวตัวเอง เหมือนกันค่ะ เป็นขนาดนั้นเลยนะ ไม่อยากจะส่องกระจกเลยค่ะ ตอนนั้นยังทำงานอยู่ด้วย ยังทำงานอยู่ด้วยเลย เด็ก ๆ บางทีเขาก็พูด แซวอยู่ แต่ว่าก็ยอมรับนะค่ะว่าเป็นยังไง ก็เป็นจุดอ่อนเป็นปมด้อยตัวเองเหมือนกัน อาการที่ตามมาก็คือ เป็นเมื่อมันสานไปรัด หมอเขาบอกว่ามันไปรัดที่หลอดอาหาร มันไปอยู่ในเนื้อเยื่อกระเพาะ ทำให้กระเพาะย่อยอาหารไม่ได้ดี จะเกิดกรดคั่งค้างเพราะว่ามันระบายไม่ได้ มันจะยืดหดไม่ได้เต็มที่ มันย่อยก็ไม่ได้อะไรก็ไม่ได้ ดูดซึมไปเลี้ยงร่างกายก็ไม่ได้ มันจะเกิดอาหารตกค้าง มันจะมีพิษตกค้างทั้งตัว มันก็เลยกลายเป็นกรดไหลย้อนขึ้นมา แสบ เป็นลมร้อนคอขึ้นมาเลยค่ะ บางทีก็กินข้าวไป หลังกินข้าว 3 ชั่วโมง มันจะมีอาการอ๊อกขึ้นมา จะเป็นรสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ เผ็ด ๆ หวาน ๆ โอ๊ย อะไรก็ไม่รู้กินเข้าไปแล้วมันก็จะออกมาแถวนี้ นั่นคืออาการกรดไหลย้อนที่เป็นต่อจากโรคหนังแข็งค่ะ บางทีกลืนข้าวไม่ลง มันจะติดอยู่ตรงนี้ (เอามือจับที่คอหอย) จะอ้วกก็ไม่อ้วก จะลงก็ไม่ลง โอ้โห ทรมานมากเลย เวลาไปหาหมอเขาก็รักษา ตามอาการ ถ้าอาหารไม่ย่อย เขาก็ให้ยาพวกอ ะ ล ัม มิลล์พวกที่เป็นแบบเหมือนยาธาตุน้ำขาวค่ะ อย่างนั้นค่ะ เขาเอามาให้ช่วยย่อย กินมากไปมันก็เลี่ยน เบื่อจังเลยกินยาพวกนี้ แล้วทีนี้ อาการที่เส้นเลือดตีบที่มันไปรัด เขาก็ให้ยาขยายหลอดเลือด ให้ยามาตั้งเกือบสิบ ชนิด เราก็กินยาอยู่ประมาณ 7 ปี 7 ปีนี่กินทุกวัน วันละเกือบสิบเม็ด ทีนี้อาการที่ตามมา ตาก็จะบอด ตาพร่ามัว ประสาทก็จะเริ่มเสื่อม เพราะว่าเขาบอกว่ามันจะเกิดจากอ ะ ล ัม มิลล์นี่ มันจะมีตัวหนึ่งที่ไปทำลายสมองนะ คนที่กินยาธาตุน้ำขาว ยาธาตุ น้ำแดงนี่มันจะมีส่วนเลยนะคะ มันจะทำลายสมอง ยาแอสไพรินขยายหลอดเลือดมันจะไปกัดกระเพาะ แสบ ตื่นเช้ามาก็แสบท้อง นี่คืออาการที่ตามมาจากการกินยาของหมอ ก็มีอยู่วันหนึ่ง ก็เอ๊ะเราจะกินยาไปถึงไหนนี่ก็เลยถามอาจารย์หมอ เขาเป็นคนตรวจเป็นเจ้าของไข้เอง อาจารย์มะลิตัวเล็ก ๆ ถามเขาว่า อาจารย์จะให้ป้ากินยาไปถึงไหน ต้องกินตลอดชีวิตอ้าวแล้วมันจะตายไหมเนี่ย ตายก่อนไหมเนี่ย ตลอดชีวิตได้ยังไง แล้วทีนี้มือเราก็มันปลายนิ้วนี่มัน เลือดไปเลี้ยงไม่ได้ มันก็จะมีอาการหด อาการหดแล้วเล็บก็จะกุด แล้วดูเหมือนคนเป็นโรคเรื้อน เหมือนคนเป็นโรคอะไรที่สังคมรังเกียจ แต่ที่จริงก็ไม่ใช่ค่ะถามหมอแล้วหมอบอกว่า ไม่ได้เป็นหรอก มันเป็นอาการของโรคหนังแข็งนี่แหละ ใครเขาจะรังเกียจก็ไม่เป็นไรหรอก ทน ๆ เอาหน่อย มันไม่เป็นอันตรายหรอก เขาก็รักษาตามอาการ ทีนี้ก็รักษามาตั้ง 7 ปี มันก็ไม่หาย ก็เลยถามหมอว่า อาจารย์ อาจารย์รักษาคนไข้แบบนี้มากี่คนแล้ว โอ๊ย นับไม่ได้ เป็นพันเป็นหมื่นแล้วล่ะ ไปสัมมนาเมืองนอกทุกปี ไปสัมมนาเรื่องโรคหนังแข็งนี่ ไปแล้วก็ไม่ได้คำตอบ ก็รักษาไปอย่างนี้ คุณกลืนข้าว ไม่ลงก็หาวิธีการให้ระบายคลายให้ แก้ลดกรดลดอะไรไปเรื่อย ๆ ไม่มีใครหายเลยเหรอหมอ หมอตอบว่า หาย แต่หายไปจากโลกนี้ อ้าว อย่างนี้แล้วจะกินไปทำไมละนี่ ไม่เอาดีกว่า อย่างนั้น แสดงว่าตายใช่ไหมนี่ถ้าไม่กิน มันต้องกินนะป้า กินไปตลอดเลยนะ ก็เลย เออ ๆ อำเขาอยู่เอาไว้ในใจว่า เออฉันไม่กินแล้วล่ะ ตัดสินตั้งแต่วันนั้น ตัดสินใจแล้วไม่กินแน่ ๆ กลับมาบ้านพอรู้มันไม่หายก็ทิ้งยาไปหมดเลย ที่จริงตอนนั้นก็กินมังสวิรัติแล้วนะ ปฏิบัติธรรมแล้ว หลายคนก็วิเคราะห์ว่าเห็นไหมล่ะอาจารย์กินเจเดี๋ยวก็ตายหรอก เห็นไหมก็เป็นโรคอย่างนั้นอย่างนี้ เดี๋ยวก็กลายเป็นผีไปจริง ๆ หรอก ตอนนี้ยังกับผีเดินได้ ต่อไปจะกลายเป็นผีจริง ๆ นะ คอยดู ไอ้เราก็มั่นใจว่า เออ กินมังสวิรัตินี่แหละ แต่ก่อนที่จะเลิกจริง ๆ ก็บอกหมออีกคนหนึ่งนะ วันหลังมา คราวต่อไปก็มีหมอใหม่ ๆ ค่ะ มาก็เลยถามว่า คุณหมอคะ กินมังสวิรัติไปเรื่อย ๆ นี่มันจะเป็นยังไงไหม โอ๊ย มันก็ดีล่ะสิคุณป้า ฉันก็กิน หมอเองก็กินอยู่นะ กินไปเลย มันจะช่วยโรคนี้ได้เยอะ คนที่กินเนื้ออยู่นี่มันจะเป็นอาหาร ของพังผืด คนที่กินเนื้ออยู่นี่มันจะทำให้พังผืดขยายพรึบพรับพรึบพรับเร็วขึ้น เมื่อมีอาการเป็นหนังแข็ง หน้าผอม ตัวตอบไปหมดแล้วนี่ประมาณ 4 เดือน มันก็จะตายเลย ตายจากอะไร ตายจากที่พังผืดไปรัดมดลูก รัดหลอดอาหาร รัดหัวใจ รัดตับ รัดปอด รัดไป รัดไป หายใจไม่ออกนั่นก็คือตาย ที่ดิฉันไม่เป็นอย่างนั้น ไม่ตายไวเหมือนพวกนั้นก็เพราะทานอาหารมังสวิรัติ แล้วก็ปฏิบัติธรรมส่วนหนึ่ง ก็จิตใจก็ผ่อนคลาย มันไม่ยึด เส้นมันก็เลยไม่ยึดมาก อันนี้ก็มีส่วนนะคะ แล้วทีนี้ก็เลยมั่นใจว่า เออ ไม่ต้องกินยาหมอล่ะ กลับมากินมังสวิรัติคือไม่กินเนื้อสัตว์ค่ะ หมายถึงว่ากินอันนี้มาเรื่อย ๆ จนมาหลายปี ก็กลับไปตรวจใหม่ หมอนัด ปีหนึ่งเขาจะนัดทีหนึ่ง เขาก็ว่า โอ้ ดีจังเลย ดีขึ้น ยังกินยาอยู่ใช่ไหมนี่ อุ๊ย เป็นคนไข้ที่ดีจังเลยค่ะ ค่ะ ก็กลายเป็นพูดปดไปค่ะ โกหกหมอ ที่แท้ ไม่ได้หายเพราะยา หมอหรอก ไม่ ได้ ดีขึ้นเพราะ ยาหมอแผนปัจจุบัน ที่แท้ก็ทิ้ง ยา ไปตั้งนานแล้ว หมอก็เรียกนักศึกษา มาดูค่ะ นักศึกษาฝรั่งตั้ง 4-5 คน เขาสนใจนะโรคนี้ เป็นโรคที่ดังมากเลย เขาจะให้นิสิตที่เป็นฝรั่งนักศึกษาฝรั่งมาเรียน แล้วดิฉันก็พอพูดฝรั่งได้บ้าง ก็อธิบายไห้เขาฟังว่าเป็นอย่างนี้ ๆ เขาก็สนใจมากเลย แต่พอไปตอนหลังปีต่อมา ก็เลยอดไม่ได้ก็เลยบอกเขาว่า ยาเลิกกินไปนานแล้ว ที่หายเพราะทานมังสวิรัติเขาก็เลยสนใจเขาก็บอกว่า เออ วันหลังจะให้มาเป็นวิทยากรบ้าง มาบอกพวกที่ นั่งอยู่แถวนี้หน่อยสิ เวลาคนไปหมอนัดนี่นะ นั่งเป็นแถว 20-30 คน จะหน้าเหมือนกันเลย หน้าเหมือนกันเหมือนพี่เหมือนน้องเลย หน้าจะอ้วนมาจากไหนก็ตาม ถ้าเป็นโรคนี้มันจะผอม ริมฝีปากจะเหลือนิด ห นึ ่ ง ผิวจะดำระดับเดียวกันเลยค่ะ สแตนดาร์ดเลย โรคแบบนี้มันเหมือนกับ เคยเห็นไหมเด็กเป็นโรคเอ๋อ เด็กบ้านนอกก็ตาม จะมากลายเป็นแบบตาตีบ ๆ ตาแบบอืม ปากบาน ๆ เป็นอย่างนั้น โรคเอ๋อ โรคดาวน์ซินโดรม จะเป็นเหมือนกันหมดเลย โรคนี้ก็เหมือนกัน ไปนั่งเรียงกัน รอหมอ 20-30 คน หน้าตาเหมือนกัน น่าสงสารมากเลยนะคะมีตอนหลัง ๆ มามีดิฉันสวยที่สุดใน บรรดานั้น (หัวเราะ) หมอก็เลยบอก โอ้นี่เป็นตัวอย่างเลยนะ หมอก็เอาเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ห้องคลินิก ก็เลยเล่าให้พวกพี่น้องทั้งหลายฟัง ก็มีประโยชน์นะคะ อันนี้คือรักษาแบบนั้น จะบอกว่ามันเป็นโรคอะไรตามมาอีก ที่บอกว่ามันหลายโรค ดิฉันมีต่อไปนี้ เป็นภูมิแพ้ น้ำเหลืองเสีย ฝีหนอง พุพอง เวียนหัวหน้ามืด ความดันต่ำขึ้น ๆ ลง ๆ จ ะประมาณ 45 กับ 40 ต่ำมากเลยนะคะ แต่ปัจจุบันนี้ 110 กับ 90 แล้วค่ะ มดลูกหย่อน เป็นขี้กลากขี้เกลื้อน ติดเชื้อง่ายไปเหยียบที่ เฉอะแฉะนี่ไม่ถึง 2-3 ชั่วโมง จะเปื่อยเป็นน้ำกัดเท้า เป็นแผลแดง ๆ ลึกลงไปเลยค่ะทุกง่ามนิ้ว เป็นง่ายมากเลย สายตายาว สายตาทั้งสั้นทั้งยาว หูตึง ฟันผุ โลหิตจาง มันก็เป็นไปเรื่อย เพราะไปหาหมอ เงินหมดไปไม่รู้กี่แสน แล้วก็โรคซึมเศร้า โรคเครียด สุดท้าย โรคหัวใจ หมอตรวจพบว่าเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นแผลเป็น หัวใจเต้นไม่ค่อยปกติเลยค่ะ จนถึงปัจจุบันนี้ แต่ก็ดีขึ้นเกือบจะหายเป็นปกติแล้ว เห็นไหมคะมันลากเอาญาติมันม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive