การมีชีวิตที่ไม่เนรคุณโลก ไม่เนรคุณใครคืออย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.30 KB
วันที่แก้ไข8 ธันวาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

การมีชีวิตที่ไม่เนรคุณโลก ไม่เนรคุณใครคืออย่างไร พ่อครูว่า…วันนี้วันที่ 7 เดือน 11แรม 7 ค่ำเดือนอ้าย อาตมาอายุ 86 ปี 6 เดือน 2 วันนะ ไล่ไปเรื่อยๆ พอขึ้นพุทธศักราช 2564 คนก็นับตัวเลขได้ก็จะนับเป็น 87 ปี ได้ ถ้าไปอายุ 88 ปี ก็ใกล้ 89 ปี พออายุ 90 ปี ดูว่า อาตมาจะสุขภาพ Active แข็งแรงปราดเปรียวยิ่งกว่านี้คอยดู อีก 3 ปี อาตมาก็ดูแลร่างกายพยายามออกกำลังกายทำตาม 8 อ. พร้อมกับการใช้จิต ซึ่งเป็นนามธรรมที่ยากมาก ใช้จิต ที่พยายามเติมการก้าวหน้าทางจิตใจที่จะทำให้มัน Fresh up สดใสใหม่เอี่ยมเป็น Freshy เสมอ กลับไปสู่ เฟรชชี่ ตอนนี้มันมี seniority ก็พยายามให้มัน ไล่จากยาวมาหาสั้น จากสูงมาหาต่ำ ก็พยายามใช้พยัญชนะแทนสภาวะซึ่งไม่มีภาษาเรียก ทำจริงๆ ถ้าเผื่ออาตมาลากสังขารไปจนถึงอายุ 100 ปี ก็เป็นผลสำเร็จแล้วนะ ผลสำเร็จ คนจะต้องมาค้นคว้า ตั้งชื่อให้ระดับขั้นต่อไปในอนาคต พวกเรานี่แหละ ต้องมาใช้ภาษาตั้งหลักเกณฑ์ไปก็ค่อยๆก้าวหน้าพัฒนา อาตมาเป็นไก่ตัวพี่เป็นหัวเจาะ นำไปก่อนบุกลุยไปก่อนทำไป ก็คิดว่าจะเป็นไปได้ ขณะนี้ก็ไม่รู้สึกว่ามันจะอ่อนแอ หรือว่ามันจะไปไม่รอด ไม่ใช่ มันไปได้ อาตมาดูแล้วไปได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่ประมาทอีก 3 ปีก็ 90 ปี ถ้าครบ 90 ปี จะไปถึง 96 ปี ก็สบายมาก ครบอีก 1 นักษัตร จาก 72 ปีไป 84 ปี และไป 96 ปี เรียกว่า 3 นักษัตรเลย จาก 96 ปี ก็ไปหา 108 ปี อีก 36 ปี แหมถ้าถึง 108 ปี ก็โบกธงเลยนะ โบกธงชัยเลย _สู่แดนธรรม…ในวงการที่พวกผมสังเกตอายุของคนจะมีวงรอบทุก 10 ปี ตอนนั้นพ่อท่านอายุ 60 ปีได้มาฉลองที่ริมแม่น้ำมูล ปีนั้นพ่อท่านน้ำข้ามแม่น้ำมูล พ่อครูว่า...เริ่มที่ราชธานีอโศกนี้ตอนอายุ 60 ปี ตอนนี้ก็ยกมือไหว้แม่น้ำมูลได้ ข้ามฝั่ง _สู่แดนธรรม…ตอนนั้นพ่อท่านมีนิมิตให้ลูกๆได้ดู แต่ตอนนี

อ่านต่อ

้ยังไม่เห็น หรือน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสีผิวพรรณที่สีชมพูขึ้น เด้ง พ่อท่านแสดงอภินิหารโดยไม่ต้องอวดอะไรที่เกินธรรมชาติ เป็นการแสดงอิทธิบาท พ่อครูว่า…การมีชีวิตยืนยาวไปอย่างน้อยก็เปลืองพื้นที่อย่างน้อยก็สูดลมหายใจ แผ่นดินก็กินพื้นที่ ดูลมหายใจเข้าออก กินลมอยู่ตลอดเวลา กินอาหาร ถ้าเราเป็นคนอกตัญญู เกิดมาเสียชาติเกิด คนธรรมชาติเนรคุณแผ่นดินได้รับคุณอากาศ เนรคุณสิ่งที่เขาให้เราอาศัย มันก็ถือว่าเลวนะ เพราะฉะนั้นเราจะต้องเป็นคนที่มีคุณค่าประโยชน์ คุณค่าประโยชน์คืออะไร คือจะต้องมีพลังงานในตัวเราสร้างสรรทำการงาน สร้างตั้งแต่วัสดุที่เป็นประโยชน์คุณค่าเป็นปัจจัยของชีวิต ซึ่งเราพยายามสรุปไว้ว่าอาหารที่เรากิน กวฬิงการาหาร รักษาร่างกายเป็นที่ 1 ไม่มีอะไรอย่างอื่น สัตว์โลกตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนกระทั่งไปถึงเป็นมนุษย์ เป็นอาริยบุคคลอย่างพวกเรา ก็ต้องกินอาหาร เป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องเสวยอาหารทั้งนั้น อาหารเป็นเครื่องประกอบแก่ร่างกาย ฉะนั้นมันจะต้องเป็น 1 ในโลก แล้วทำไมถึงบอกว่าพวกเราให้ยืนยันเลย อันนี้แหละอาตมาขอสำทับกับพวกเรายึดฐานการสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร พวกเราไม่ยุ่งเกี่ยวกับปศุสัตว์การประมงทั้งหลาย ไม่เอาทั้งนั้น เรารู้จักวิบากกรรมเรื่องของการหมุนเวียน อย่างดียิ่ง เพราะฉะนั้นเราจะไม่ไปสร้างวิบากต่อกับสัตว์ใดๆ มีแต่จะเป็นประโยชน์กับเขาทั้งนั้น อันนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ บาป ไม่ใช่บุญเป็นอันมากเลย 5 ประการในชีวกสูตร ที่คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เพราะมันละเอียดลออในเรื่องของวิบากบาป แค่ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร เล่ม 13 ข้อ60 เอาอาหารอย่างประณีตปรุงอย่างดีสุด แล้วนำไปถวายพระพุทธเจ้าหรือภิกษุทั้งหลาย โดยเจตนาให้ท่านยินดีในเนื้อนี้เป็นกัปปิยะ บาปครบขั้นที่ 5 บริบูรณ์เลย 5 ประการนี้เป็นบาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลย ถ้าหากเข้าใจ 5 ประการนี้คุณจะไม่มาเถียงเลย ที่จะไปกินเนื้อสัตว์ให้ปากเปรอะ วิบากเป็นอันทำกรรมเป็นอันทำแล้วบอกว่าไม่ทำไม่ได้นะ เมื่อทำไปแล้วก็เป็นอันได้วิบาก

631207_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 20

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน