จิตไม่บวกไม่ลบ หมดธุลีหมองธุลีเริงคือเช่นนี้.docx
เนื้อหาในไฟล์
จิตไม่บวกไม่ลบ หมดธุลีหมองธุลีเริงคือเช่นนี้ พ่อครูว่า…เอาตัวสุดท้ายของมงคล 38 อโสกัง วิรชัง เขมัง อโสกัง (ขัอ 36. จิตไม่มีธุลีหมอง ในอาสวะฝ่ายโศก) วิรชัง (ข้อ 37. จิตไม่มีธุลีหมอง ในอาสวะฝ่ายโศก) เขมัง (ข้อ 38. เป็นจิตเกษม) แต่ละคาถามีบทสรุปว่า เอตัมมังคลมุตตมัง (นี้เป็นมงคลอันอุดม) (พตปฎ. เล่ม 25 ข้อ 6) อโสกัง ก็ อโศก คือพวกเรา มีฉายาว่าชาวอโศกคือเป็นคนที่ไม่โศกเศร้า เบิกบานร่าเริง อาตมาว่า อาตมามีตลอดเวลา อาตมาไม่มีอาการโศกเศร้าไม่ได้แสดงอาการโศกเศร้าเลย ...ใครเห็นว่าอาตมาโศกเศร้าบ้าง ..มีแต่เบิกบาน จนร่าซ่า ไม่สงวนท่าที มีแต่ความรื่นเริงเบิกบาน จิตใจไม่มีโศกเศร้าข้างนอกก็ออกมาไม่โศกเศร้า นั่นเป็นตัวต้นของชีวิตมนุษย์ มนุษย์คนที่ไม่มีโศกไม่มีเศร้าแล้วสุดยอด ทีนี้ มันเบิกบานร่าเริง จะร่าซ่า ร่าเริง วิรชังก็อีกรส รสไม่โศกไม่เศร้าก็เป็นทิศทางที่มันเป็น ลบ วิรชัง ก็เป็นบวก บวกเกินไปมันจะมากเกินไปอีก รชะ คือรสอร่อย สนุก รชะ ก็คือวิเศษ เป็นตัวที่ 37 สุดท้ายเข้าใจหมดเลยในความไม่โศก บวกลบ จะชอบชัง เศร้าโศกหรือดีใจ ไม่มีเศร้าโศกไม่มีดีใจ ชัดเจนเลย รู้ ความเป็นไปอย่างนั้น และเป็นผู้รู้ที่รู้ความควรไม่ควร เช่นว่า เรารู้ว่าอาการโศกเป็นเช่นนี้ อาการชื่น อาการร่าเริงเป็นเช่นนี้ สองอย่าง เป็นเทวะ สองสภาพ เป็นสภาวะสอง เราก็รู้ว่าเราควรจะอยู่ในสภาวะไหน ควรจะอยู่ในภาวะ ค่อนไปทางโศก หรือควรจะอยู่ในสภาวะที่ค่อนไปในทางร่าเริง ...ก็ควรอาศัยอารมณ์ร่าเริงดีกว่า พระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสไว้ในอานาปานสติสูตร อภิปโมทยังจิตตัง จิตยินดีปราโมท เป็นจิตร่าเริงอย่างยิ่ง อภิปโมทยังจิตตัง ซึ่งต้องดูรายละเอียดเลย จิตปราโมทย์ ในรายละเอียดไล่ไปตั้งแต่ อวิปฏิสาร 1. อวิปฏิสาร (ความไม่
อ่านต่อ
เดือดร้อนใจ) 2. ปามุชชะ - ปราโมทย์ (มีความยินดี) 3. ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) 4. ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) 5. สุข (แบบไม่บำเรอตน คือ วูปสมสุข) 6. สมาธิ (จิตมั่นคง) 7. ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้ยิ่งในความจริง) 8. นิพพิทา (เบื่อหน่าย) 9. วิราคะ (คลายกิเลส) 10.วิมุติญาณทัสสนะ (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในนิพพาน) (กิมัตถิยสูตร พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 1 , 208)
จิตที่อาตมาไล่มา ตั้งแต่อวิปฏิสาร จิตไม่เดือดร้อน ไม่ร้อนใจ มันเย็น ปฏิบัติศีล มีคุณสมบัติ 10 ใน กิมัตถิยสูตร พระไตรปิฎกเล่ม 24 ข้อ 1 กับข้อ 208 เป็นคุณสมบัติเป็นประโยชน์ของผู้ปฏิบัติ ศีล แล้วจะได้อาการ 10 ระดับนี้ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติ ศีล เป็นผลต่อจิต จิตจะเจริญ ไม่ใช่ปฏิบัติศีลแล้วจะเจริญทางกายวาจาเท่านั้น ซึ่งมันขัดแย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้า ในพระสูตรนี้ คนที่สอนผิด ว่า ศีล ข้อปฏิบัติ ศีลอธิบาย สีลัพพตุปาทาน รับศีลไปแล้วไม่ได้ปฏิบัติถึงจิต ไม่เกิดศรัทธาเลย ไม่มีหิริ โอตตัปปะ ไม่เข้าใจไม่เข้าถึงไม่รู้สึกอาการของจิตเลย ที่จะเข้าถึงศรัทธาหิริโอตตัปปะในจรณะ 15 ผู้ที่ปฏิบัติธรรมะตามพระพุทธเจ้าแล้วจะได้สัทธรรม 7 ศีลข้อที่ 1 เราเกี่ยวข้องกับสัตว์แล้วจิตของเรามีอกุศลจิตเกิดหรือไม่ ถ้ามันเกิดเราก็จะละอาย หิริ เราต้องปรารถนาดีต่อสัตว์ การชังเขาก็ไม่ดี หมายร้ายกับเขา ดีไม่ดีฆ่ามันเลย สำเร็จผลทางวิบากก็เสร็จเลยฆ่าเขา ไม่ฆ่ามา.. แค่กินก็ตาม จะเข้าใจรายละเอียดของกรรมกิริยาทางจิต ละเอียดลอออย่างนี้ พระพุทธเจ้าสอนสิ่งที่สุดยอดในโลก พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้อันนี้ อาตมาไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าก็อธิบายอันนี้ไปเรื่อยๆ แล้วจะอธิบายยิ่งกว่านี้ไปเรื่อยๆอาตมานี้คือโพธิสัตว์ระดับ 7 เมื่อไปเป็นโพธิสัตว์ระดับ 8 เป็นพระพุทธเจ้าก็ยิ่งชัดเจน ไม่ใช่ว่าพูดเล่นๆเอาที่ไหนมา ไม่ได้เอาที่ไหนมาแต่มันเป็นของจริงในตัวเราเอามาพูด ไม่ได้เอามาจากตำราไหนหรอก เอามาจากของตัวเองโดยตรง อาตมาสะสมสัมภาระวิบากเป็นโพธิสัตว์มา ก็เป็นความจริงไม่ได้มาอวดอ้างอะไร แล้วก็ทำให้เห็นพิสูจน์ไป เพราะฉะนั้นคนที่ตั้งใจดีเจตนาดีแสวงหาดีอย่างไม่มีอคติก็จะชัดเจนศึกษาตาม รู้ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ควรมิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีจะต้องมาอยู่ด้วย เพราะว่าไม่มีอะไรหรอกสุดแพงที่สุด มาเป็นเช่นนี้ เสร็จแล้วจะเป็นโพธิสัตว์ไปอีกก็เชิญ ซับซ้อน ได้อรหันต์แล้วจะปรินิพพานเป็นปริโยสานก็เชิญ แต่ถ้าผู้ที่จะอยู่อีกก็มันสุดยอดนะ อรหันต์ก็ไม่เป็นทุกข์แล้วเหลือแต่ความรู้สึกเหนื่อยพากเพียรประโยชน์ท่านศึกษา เกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งที จะแยกธาตุให้เป็นอุตุธาตุสูญหายไปเลยก็ไม่มีปัญหา แต่คนไหนเห็นว่าน่าลองนะก็มาศึกษาต่อ เมื่อตอนยังไม่เป็นอรหันต์ก็ยังไม่ตั้งจิตเป็นโพธิสัตว์ แต่เมื่อถึงอรหันต์แล้วมันก็จะรู้สึกว่าน่าจะต่อนะ น้อยคนที่จะไม่ต่อ ลจนกว่าจะไปเป็นโพธิสัตว์ระดับ 4 ระดับ 5 ระดับ 6 ขึ้นไป ก็รู้สึกว่ามันจะเมื่อยนะ กว่าจะขึ้นระดับ 7 นี้ อื้อหือไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ระดับ 5 ระดับ 6 ต้องสู้หนัก สู่แดนธรรมว่า…ส่วนมากจะรีไทร์ในระดับไหนครับ พ่อครูว่า…ระดับ 6 ระดับ 7 นี่แหละ ระดับ 6 จะทำงานเป็นรูปธรรมมาก ระดับ 7 จะทำงานทางนามธรรมมาก ทางนามธรรมนี้จะนาน ระดับ 7 กว่าจะขึ้นระดับ 8 ถ้าระดับ 8 ก็แสดงผล โชว์ผล ระดับ 7 นี่ โควิดขึ้นคอ ไม่ใช่หืดหรือมะเร็งขึ้นคอนะ สู่แดนธรรม…ผมคิดตามตรรกะว่า เพราะว่านามธรรมนั้นคนเห็นได้ยาก พ่อครูว่า…ใช่ นามธรรมนั้นคนเห็นยากกว่า
631207_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 20