สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ธรรมาธิปไตยในชาวอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ธรรมาธิปไตยในชาวอโศก มาเรื่องการเมือง การเมือง จะเกี่ยวข้องกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขมาก ไม่เกี่ยวกับสัตว์เท่าไหร่ เกี่ยวกับสัตว์ก็คือคน คนต้องรู้ว่าคนอย่างไรเป็นคนดี อย่างไรเป็นคนประเสริฐที่จะต้องรับเข้าหมู่ไม่เข้าหมู่เอามาร่วมงานกัน คุณจะต้องซับซ้อนลึกซึ้งไม่ฉะนั้นก็เละเทะไปไม่รอด เพราะฉะนั้นในเรื่องของลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เข้าหาศีล ศีล ฆ่ากิเลสแผ้ว ผ่องให้ประลุธรรม เมื่อผู้ใดสามารถที่จะปฏิบัติธรรมจนกระทั่ง เข้าใจแล้วว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้ท่านผ่านมาหมด เดี๋ยวนี้รู้กันหมดว่าประชาธิปไตยก็ตาม รู้จักธรรมาธิปไตยรู้จักโลกรู้จักอัตตา แล้วก็มีราชประชาสมาสัย พระราชาก็ร่วมประสานกับประชาชนผู้บริหารก็ร่วมประสานกับพระราชา กับประชาชน ในช่วงนี้มีจิตอาสาที่เป็นราชประชาสมาสัย เริ่มจะดำเนินบทบาทของราชประชาสมาสัย แปลว่าราชากับประชา สมะ สงบ อาศัยกันและกันเรียบร้อยดีงามเป็นอยู่ทั้งประชาชนและราชา ครบแล้วในพยัญชนะแค่นี้ ผู้ที่จะไปเป็นนักการเมืองคือผู้ที่จะไปบริหารประเทศ ช่วยพระราชา ตำแหน่งสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย 2 ขาก็คือนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ตามพระปรมาภิไธย ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงมีทั้งจิตวิญญาณและมีวัตถุโลก เป็นเทวเป็นธรรมะ 2 ครบ ประชาธิปไตยมีทั้งกษัตริย์มีทั้งประชาชน เป็น 2 เทวะครบมีกระทั่งถึงวัตถุ กษัตริย์จะให้ท่านมาลงถึงวัตถุทำไร่ไถนาทำอุตสาหกรรมของตนเองมันไม่ได้ อย่างเช่นในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังมีโมเดลของโรงงานกสิกรรมอุตสาหกรรมอยู่ในวัง คิดดูสิ แล้วให้คนไปรับองค์ความรู้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องหนัก ในหลวงท่านก็หนักแล้วเรื่องวัตถุ อาตมาหนักในเรื่องนามธรรม อาตมาหนักทางธรรมะท่านหนักในทางวัตถุรูปธรรม ข
อ่านต่อ
ออภัยที่พูดเป็นวิชาการ บางคนเขาอาจรู้สึก ทำไมต้องไปยุ่งเกี่ยวกับในหลวง แต่นี่คือการอธิบายธรรมะ แล้วธรรมะขนาดนี้ อาตมาจะต้องอธิบายขยายความยิ่งกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้วประชากรโลกกำลังใส่ใจในเรื่องนามธรรม เรื่องของจิตวิญญาณยิ่งขึ้น เขาเก่งแล้วในเรื่องทางวัตถุ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านบอกว่าไม่ต้องไปเก่งทางด้านอุตสาหกรรมมาเอาทางกสิกรรม แต่ท่านจะไปตรัสอะไรได้มากไม่ได้ ต้องแบ่งหน้าที่กันไปตามฐานะ พระพุทธเจ้าท่านมีอธิปไตยจนมีธรรมาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ ธรรมาธิปไตยนี่แหละก็คือประชาธิปไตยเป็นไปเพื่อประชาชน พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เป็นพยัญชนะระบุที่ชัดเจนว่าทำประโยชน์เพื่อประชาชน คำว่าสุขเป็นเรื่องซับซ้อนที่ไม่ใช่ความสุขแบบโลกียแต่เป็นสุขโลกุตระ วูปสโมสุข หรือปรมังสุขัง ยิ่งกว่าสุขโลกีย์ทางโลก ต้องเข้าใจสภาวะจึงต้องเข้าใจความสุขที่ไม่ใช่ความสุขที่เกิดจากกามคุณโลกธรรม อัตตา ต้องรู้อย่างปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติจะรู้เองเข้าใจเองเห็นเอง พระพุทธเจ้าท่านมีประชาธิปไตย เอาคนมาเข้ารีตแล้ว คนก็มาเป็นคนไม่มีพิษภัยกับใคร ไปเป็นหมู่กลุ่มใหญ่ก็ไป เงียบสงบเหมือนตอนพระเจ้าอชาตศัตรูไปพบ พระพุทธเจ้าบอกว่าถ้าเอาคนของพระเจ้าอชาตศัตรูมาเป็นคนดีมาบวชแล้วจะเอาคืนไปไหม พระเจ้าอชาตศัตรูบอกว่ายกให้เลยยิ่งดีเลยมีแต่จัดส่งเสริมสรรเสริญ ช่วยเหลือคนอย่างไม่ต้องใช้อำนาจปัจจัยใช้ยศศักดิ์อย่างพระพุทธเจ้า มันจึงยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า ยิ่งมีคุณธรรมทางโลกุตรธรรมยิ่งมีความสูงส่ง ผู้ที่สอนโลกุตรธรรม ราคานี้แพงกว่า ปธน.ได้ไหม นี่พูดเป็นวิชาการไม่ได้ยกตัวยกตนนะ สรุปแล้วพระพุทธเจ้ามีหมดแล้วในยุคโน้นพยัญชนะอาจไม่เหมือนในยุคนี้ อาตมาจึงได้นำมาทำได้ มีรูปแบบทำงานฟรีสาธารณโภคีกินใช้อยู่ร่วมกันกับส่วนกลางอย่างนี้ ต่อไปถ้าเผื่อว่ายิ่งขยายผลสาธารณโภคีเป็นหมู่บ้าน หลายหมู่บ้านจนเป็นตำบลสาธารณโภคีได้ ตำบลนี้มี 5 หมู่บ้าน แต่ทั้ง 5 หมู่บ้านเป็นสาธารณโภคีหมด อันนี้ได้แล้วนะชาวอโศกมีมากกว่า 5 หมู่บ้านแต่กระจัดกระจายกัน ถ้าหากรวมกันเป็นปึกแผ่นแน่นเหนียวจะยิ่งดี อันจะเป็นตัวอย่างของโลก เข้ารอบ 10 หมู่บ้านขึ้นไป มี cyclic ของตนเองแล้ว ถ้ามี 12 ถือว่ามี cyclic order ที่จะประสานกับภายนอกได้ connection relative ขยายไปอีกนี่เป็นเช่นนั้นเป็นสัจจะที่พูดรูปธรรมนามธรรมที่ขยายตัว อาตมาไม่งงสงสัยหรอกอโศกตีไม่มีแตก มีแต่ขยายตัว เพราะความเข้าใจของโลกจะมาเอาแบบเหตุการณ์ 13 หมูป่ากันแล้ว พูดกันให้หมายถึงคุณธรรมแบบนั้น ที่ประชาชนโลกต้องมาช่วยคนที่ตกทุกข์ได้ยาก คนที่ได้รับพิษภัยก็ต้องมาช่วยกันอย่างนี้ ของเราช่วยได้แต่ไม่เก่งไม่มาก พูดไปก็เหมือนเตี้ยอุ้มค่อมยังไม่สง่าผ่าเผย สมณะฟ้าไท... สังคมโลกีย์เขาช่วย 1 คนก็ดังไปทั่วโลก ของเราช่วยเกิน 2 คนนะ ไม่ได้ช่วยธรรมดานะครับ พ่อครูว่า...เดี๋ยวหาว่าทวงบุญคุณ620106_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ บทกวีหัวใจประชาธิปไตย