สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลข้อ 2 คือเรื่องศักดินา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลข้อ 2 คือเรื่องศักดินา พระพุทธเจ้าศึกษาเรื่องมนุษย์กับสังคม ถ้าศึกษาให้ดีแล้วทุกอย่างก็คือในนั้นหมด แม้แต่เรื่องศีลข้อ 1 ข้อเดียวถ้าศึกษาให้ลึกดีๆ ความรู้ในเรื่องศาสตร์ทางโลกทำให้ลึกลับซับซ้อนสับสนมากมายในโลกไม่รู้เรื่องโดยเฉพาะการเมืองมันมีเล่ห์กลค่ายกลในนั้นมั่วเยอะแยะมาก ยากจะรู้ความจริง
ศักดินาหมายถึงทาสทางลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นทาสทางโลกธรรม ไม่ใช่ทาสที่เป็นตัวตนบุคคล ทาสที่เป็นจริงวันสัตว์เดรัจฉานที่มีเจ้านายเป็นเจ้าของ จะฆ่าก็ได้จะขายก็ได้ เหมือนข้าวของเหมือนสมบัติส่วนตัว ส่วนศักดินา เป็นทาสทางลาภ ยศ สรรเสริญ สุข คือโลกธรรม ศีลพระพุทธเจ้าถึงแยกศีลข้อที่ 1 เป็นเรื่องของสัตว์กับคน ข้อที่ 2 เป็นเรื่องศักดินา เป็นลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นข้าวของ เพราะฉะนั้นไม่เป็นทาสเรื่องเหล่านี้ ไม่เป็นห่วง ต้องแยก เรื่องสัตว์เป็นวิบากกรรมอย่าไปยุ่งกับเขา ถ้าไปยุ่งก็ต้องไปเกี่ยวข้อง จะต้องไปช่วยหรือคุณจะต้องไปถูกเขาแก้แค้น จะไปช่วยเขาหรือเขาจะแก้แค้นคุณ มันก็ต้องมีบวกลบมีดูดมีผลัก เพราะฉะนั้นเรื่องสัตว์ปล่อยเลยไปตามกรรมวิบาก ถ้าคุณจะช่วยสัตว์บ้างก็บางครั้งบางคราว ที่สมควรหรือจำเป็น สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายเขาจะอยู่ในวิบากของเขาอีกนานกว่าเขาจะขึ้นมาเป็นคน เพราะฉะนั้นเราอย่าไปเสียเวลาเลย ให้เขาสำนึกเอง ให้เขามีวิบากแล้วสำนึกเปลี่ยนแปลงเอง เขาก็จะเปลี่ยนแปลงของเขาจริงได้ คนก็มาเปลี่ยนแปลงมาสอนคนช่วยคนให้รู้ คนจะได้ไปช่วยสัตว์อีก เพราะคนที่จะต้องมีวิบากกับสัตว์ต้องเลี้ยงสัตว์ มันมีอีกเยอะแยะเลย เคยพูดนะ จะมาฟังธรรมเพื่อเอาคุณให้รอดแต่คุณห่วงหมา มาไม่ได้เพราะไม่มีใครมาดูแลหมา คุณจะเอาตัวคุณเองหรือคุณจะเอาหมากันแน่ จะเอาตัวเองให้รอดหรือเอาหมาให้รอดแ
อ่านต่อ
ล้วคุณต้องหนักหนาสาหัสที่ตัวคุณ คุณจะอยู่นานกี่ปีตาย เอาเวลาไปช่วยมา คุณเองสูญเปล่ากับหมา จะมีบุญคุณกับหมาแล้วชาติหน้ามัน หมามันจะจำได้หรือบางทีมันก็จะมากัดคุณฆ่าคุณได้ มันไม่ได้เรื่องหรอกอย่าไปยุ่งกับสัตว์หน้าขนคนหน้าหมา อย่าไปยุ่งกับสัตว์หน้าขนคนหน้าหมา เพราะฉะนั้นระวังพวกหน้ายื่นๆจมูกโด่งๆมันเรียกว่าคนหน้าหมานะ หน้าคนเขาได้สัดส่วนของคน เป็นบาปมิใช่บุญเลยใน เจตนากล่าวชื่อมันก็คือจะเอามันมาเลี้ยงเป็นบริวารเป็นวิบากซับซ้อนอีก คนเอาสัตว์มาใช้งานยังไม่ผูกพัน เท่ากับเอาสัตว์มาเลี้ยงแล้วประคบประหงมให้มันดูดดึง อาตมาเคยอธิบาย ดีไม่ดีต่อไปมันจะมาเป็นผัวเป็นเมียกับคุณในชาติต่อไปสัตว์นี่แหละ อธิบายให้ลึกๆชัดๆเรื่องการเกิดแล้วตาย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในลังกาวตารสูตร คนเราเกิดมาแล้วไม่เคยมีใครที่ไม่เคยเกิดมาเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกเป็นพี่เป็นน้องกันกับสัตว์ทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้นอย่าไปเกี่ยวข้องกับสัตว์เลย ทำบุญแต่ได้บาป 5 ลำดับ (ย่อมประสบบาป มิใช่บุญ) 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60
คนสั่งฆ่าวิบากมากกว่าคนฆ่าเพราะคุณเป็นนาย ดีไม่ดีให้ค่าจ้างเป็นเนื้อนิดหน่อยแก่คนฆ่า แต่นอกนั้นของคนสั่งฆ่า บาปจึงเพิ่มเติมมากขึ้น ข้อที่ 5 นี้ดูเบา แต่หนัก สัตว์ตายแล้วเอาสัตว์ไปทำอาหาร อาหารอย่างปราณีตเยี่ยมเลย ปรุงแต่งหลอก มาประเคนพระพุทธเจ้าและสาวกเพื่อให้ท่านยินดี เป็นกัปปิยะ จะมาลากภิกษุสาวกพระพุทธเจ้าดึงลงไปติดอาหารอย่างนี้ด้วย คุณปรารถนาเจตนาดีหรือเจตนาร้าย คุณนึกว่าเจตนาดีอยากให้ติดอาหารเนื้อสัตว์นะ เนื้อสดก็ไม่เอาแต่ปรุงแต่งมาให้ติด จริงๆแล้วเป็นอกัปปิยะไม่ควรเลย บาปแล้ว การปฏิบัติธรรมะพุทธเจ้าและลดกิเลสไปมันจะไม่มีความรู้ความสามารถในระบบการบริหารปกครอง พระพุทธเจ้าก็เคยเป็นกษัตริย์เป็นนักบริหารมาก่อน อาตมาก็เคยเป็นมาไม่รู้กี่ชาติแล้วพูดอย่างไม่ได้อวดตัวอวดตน บริหารมาแล้ว ขออภัยแม้แต่เป็นกษัตริย์ของไทยก็ผ่านมาแล้วแต่ไม่พูด รู้ไว้อย่าเพิ่งไปขยายความ เฉยๆไว้ก่อน หากเขาซักคุณ คุณตอบไม่ได้จะเสียหมด ถ้าซักไปถึงที่สุดตอบต่อไปไม่ได้เรียกว่าอมโป้ พูดไม่ออก ถ้าจะพูดก็ต้องเอานิ้วออกจากปาก เหมือนเด็ก เอาไว้ก่อนอันนี้ จุลศีล 26 ข้อ ปฏิบัติให้ดีไม่ถึง 26 ข้อหรอกเป็นอรหันต์ได้ เอาแค่ 5 อย่างครบ เป็นอรหันต์ได้ ศีล 3 ข้อก็เป็นอรหันต์ได้แต่ไม่บริบูรณ์ต้องมาเรียนกายวิญญัติ วจีวิญญัติที่ลึกซึ้ง ศีลจุลศีล ปฏิบัติเป็นหลักเพื่อบรรลุส่วนตน ส่วนมัชฌิมศีล ขยายให้เป็นแนวทาง ขยายจาก จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ศีลมัชฌิมศีลคือ อธิศีลละเอียดขึ้นเป็นตัวอย่างให้จุลศีล หากคุณมีหลักจุลศีล ขยายเป็นอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิวิมุติ ส่วนมหาศีลเป็นศีลองค์รวมศาสนา ไม่ใช่ของบุคคล ในศาสนาพุทธต้องไม่มีเดรัจฉานวิชาทั้งหมดในมหาศีล ถือว่าเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ดีบริสุทธิ์สมบูรณ์แบบ อาตมาภาคภูมิใจในชาวอโศกไม่ว่านักบวชหรือฆราวาสก็ไม่มีเดรัจฉานวิชา จึงขึ้นป้ายว่าเป็นแผ่นดินพุทธ เพราะว่าที่นี่ไม่มีเดรัจฉานวิชาไม่มีไสยศาสตร์ รู้แจ้งรู้จริงดี ไม่หลง ไม่มีไสยศาสตร์ ไม่มีเดรัจฉานวิชาเป็นสาระสัจจะที่สมบูรณ์แบบอย่างนี้เป็นต้น เพราะว่าบริสุทธิ์ในมหาศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล พระพุทธเจ้าสำทับไว้ว่า แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่งภิกษุทั้งหลาย เถรสมาคมมีเดรัจฉานวิชา เต็มบ้อง รดน้ำมนต์ใช้น้ำใช้ไฟเป็นสื่อจุดธูปจุดเทียนอัคคียันสิญจนยันต์ เพื่อสื่อติดต่อกับวิญญาณ มันยังเป็นเทวนิยมอยู่เข้าใจไม่ได้ แม้แต่การสวดมนต์ จะให้ไปถึงคนนั้นคนนี้มันไม่ไป เสียงของคนมันจะขยายเสียงไปได้แค่ไหนเท่านั้นแหละ มันไม่ไปไหนหรอก มันจะมีฤทธิ์เดชมันไม่มี ขออภัยต้องพูดให้ชัดเจน เพราะว่าต้องใช้เป็นของสังคม สวดมนต์เป็นเรื่องของสังคม ผู้ที่ชัดเจนแล้วเข้าใจดี เพราะว่าการสวดมนต์เป็นเรื่องของผู้ที่มีเชื้อเทวนิยมก็ต้องอนุโลมให้เขา เราก็ต้องรู้เรื่องอนุโลมปฏิโลม ตอนนี้กำลังพูดวิชาการอย่างบริสุทธิ์สะอาด เบื้องต้นบริสุทธิ์สะอาดแต่อนุโลมกันก็ต้องอนุโลม ไม่ได้ใจดำ นานๆก็ด่าทีไม่ได้ด่าทุกวัน คุณก็สวดทุกวัน วันละไม่รู้เท่าไหร่ อาตมาก็ไม่ได้จับมาว่าเท่าไหร่ มีแต่คุณจะไปก่อหวอดสวดเป็นล้านคนข้ามปี สร้างมิจฉาทิฏฐิให้แก่คน คุณควรจะหยุดบ้าง ไม่ต้องไปทำ เรื่องสวดมนต์มันก็ต้องยังเหลืออยู่ในโลกเป็นเรื่องอนุโลม แม้แต่การฆ่าสัตว์ก็ตาม เราก็ต้องอนุโลมเขาที่เขาจะต้องฆ่าต้องกิน มันห้ามไม่ได้หรอกเป็นวิบาก เขาจะต้องมีวิบากฆ่าแกงกันอีกไม่รู้กี่ชาติ จะฆ่าวัวควายช้างม้าปลาปูอะไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องของกรรมวิบากที่เป็นอจินไตย กรรมกรรมวิบากเป็นอจินไตย 1 ใน 4 620106_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ บทกวีหัวใจประชาธิปไตย