สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน สยังอภิญญาผู้มาพลิกฟื้นชมพูทวีป.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน สยังอภิญญาผู้มาพลิกฟื้นชมพูทวีป อาตมาเป็นสยังอภิญญา ตามสัมมาทิฏฐิข้อที่ 10 ที่ไม่มีใครมาอธิบายแล้ว เขาว่านัตถิทินนัง ต้องมาอธิบายว่าที่ทำทานกันนั้นมันผิด ทำทานแล้วมันไม่มีผลมันมีแต่กิเลสหนาขึ้นๆ ทำทานทุกวันนี้ มาทานแล้วก็มาตั้งจิต ขอให้ได้สวรรค์วิมานได้ลาภยศสรรเสริญ โลกียสุข ผิดหมด พระพุทธเจ้าไม่เคยสอน พระพุทธเจ้าสอนให้ทำทานว่าอย่าตั้งจิตอยากได้อะไร ทานนั้นคือให้ให้แล้วก็ปิด ไม่ต้องไปหวังว่าจะได้อะไรตอบแทน เขาไม่รู้แล้วไม่ได้ทำอย่างนี้ มีแต่ประเล้าประโลม จะได้สวรรค์ได้ภพชาติได้ร่ำรวย ศาสนาพุทธเป็นโลกุตระไม่ต้องอยากได้ลาภยศอะไร อยากได้ลาบเต้าหู้ก็เอาเต้าหู้มาทำ อยากได้ลาบเห็ดก็เอาเห็ดมาทำ หรือเอาผลไม้ทำ ก็ทำขึ้นมา ไม่ใช่ว่าไปอ้อนวอนร้องขอขอให้ได้ลาภยศ ไม่ใช่ ขึ้นอยู่ที่กรรมอยากได้ก็ทำเอาอัตตาหิอัตโนนาโถ อย่าไปเบียดเบียนคนอื่น อย่างนี้เป็นต้น คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสัจจะที่จริงตรง ไม่เบียดเบียนใครมีแต่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น แต่ทีนี้สอนกันผิดเพี้ยนกลายเป็นอ้อนวอนร้องขอ เป็นคนไม่มีสมรรถนะเป็นคนโง่ลงๆๆ กลายเป็นคนที่มาเบียดเบียนคนอื่น กินอยู่บนหลังคน ขออภัย พูดแรง กลายมาเป็นนักบวชที่ไปกินอยู่บนหลังฆราวาส คฤหัสถ์ หลังสหธรรมิกผู้มาปฏิบัติธรรม กลายมาเป็นนักไถนาบนหลังคน กลายเป็นนักไถ แล้วทำนาอยู่ที่ไหนทำนาอยู่บนหลังคน (สู่แดนธรรม บอกว่าเขาเขียนว่าฆราวาสสั่งสมบุญนักบวชสะสมเงิน) น่าสงสารประเทศไทย ฆราวาสสั่งสมเงิน ศาสนาพุทธให้เอาออก อปจยะเอาออกให้มักน้อยสันโดษเกื้อกูลสร้างสรรขยันแจกจ่าย นี่เป็นเศรษฐศาสตร์ที่สุดยอด อาตมาให้พวกเราทำสาธารณโภคีพวกเราก็ทำได้ ขยันหมั่นเพียรผลผลิตเอามารวมกันกองกลางแบ่งกันกินแบ่งกันใช้มีเป็นเศรษฐศาสตร์ยิ่งใหญ่ของโลกที่เขาเข้
อ่านต่อ
าไม่ถึงปฏิบัติไม่ได้ ชาวอโศกเอาของพระพุทธเจ้ามาเรียนรู้และปฏิบัติประพฤติได้ เศรษฐศาสตร์บทนี้แม้แต่ว่าเป็นดร.ทางเศรษฐศาสตร์อะไรก็เข้าไม่ถึงเศรษฐศาสตร์นี้ แต่ในประเทศไทยมีคนไทยที่อยู่ในระบบเศรษฐศาสตร์ระบบสาธารณโภคี นี่แหละมีจริงๆอยู่ในโลก ยังมีเกิดอยู่ไม่สูญหายตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้า คนยังปฏิบัติประพฤติได้ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่ทำให้คนอยู่สุขสำราญเบิกบานใจ ทำให้คนอยู่อย่างไม่แย่งชิง เกื้อกูล อุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องไปคอยหาอาวรณ์อะไรในอบายมุข ในโลกธรรมในลาภยศสรรเสริญสุขไม่ต้องไปแย่งกัน ละลด อบายมุขมันแน่นอนต้องเลิกแย่ง แม้แต่ลาภยศสรรเสริญก็ไม่แย่ง ไม่ต้องมีลาภ แต่ลาภเกิดขึ้นโดยธรรม เราสร้างขึ้นมันก็เกิด ได้มากก็ไปรวมกันจนเกินกินเกินใช้ มารวมกันเอาไปแบ่งแจก ตลาดบุญนิยมที่เกิดนี้มีทั้ง 4 แบบของบุญนิยม มีทั้งแจกฟรี ขายต่ำกว่าทุน ขายเท่าทุน ขายต่ำกว่าราคาตลาด นี่เป็นตลาดประชารัฐเหมือนอย่างที่ทางประเทศไทยกำลังมีความคิดอันนี้ แต่เราทำนำหน้าเขาไปแล้ว ถ้าหากทางรัฐมีความจริงใจขยันทำอย่างนี้มันก็จะเกิดเป็นได้ โดยองค์รวมโดยความเป็นจริงของสถานะประเทศไทย สังคมประเทศไทย ทางด้านเศรษฐศาสตร์ก็ตามเศรษฐกิจก็ตาม มีลักษณะนี้ แม้การประพฤติปฏิบัติของคน เป็นมวลของประเทศ ชาวอโศกเป็นคนไทย เป็นมวลของประเทศ ก็ประพฤติ เป็นสาธารณโภคีอยู่ ชาวอโศกมีอยู่กี่ชุมชนหมู่บ้านก็แล้วแต่ในประเทศไทย ก็มีทฤษฎีนี้ทำสิ่งนี้ สร้างขึ้นมาแจกจ่ายเผื่อแผ่เกื้อกูลกัน เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ดีที่สุดยอดเยี่ยมที่สุดประเสริฐที่สุด ในประเทศไทยนี้มีผู้รู้อยู่คือโพธิรักษ์ ของพระพุทธเจ้า แล้วผู้รู้อีกท่านหนึ่งก็คือในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านก็เอามาประกาศ พาทำอยู่ตั้ง 70 พรรษาท่านก็สวรรคตไปแล้ว ประเทศไทยคนไทยศาสนาพุทธ ก็ยังไม่ค่อยกระเตื้อง เอาแบบคนจน มาขาดทุน ขาดทุนนี่แหละคือนักเศรษฐศาสตร์ ไปเอากำไรอยู่นี่คือไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง คนที่ไปเอากำไรเอาเปรียบเพราะเกินทุนได้มากเท่าไหร่ ถือว่าผู้ที่ทำเป้าแห่งเศรษฐกิจของเราให้เจริญ ความคิดแบบนั้นมันเป็นความผิด เป็นการทำลายเศรษฐกิจ มันเป็นการสร้างเศรษฐกิจให้แก่ตนเองเป็นเศรษฐกิจเห็นแก่ตัว ไม่ใช่เศรษฐกิจแท้ เป็นเศรษฐกิจเห็นแก่ตัว สร้างให้คนเห็นแก่ตัว นักเศรษฐศาสตร์จะพอเข้าใจไหม ต้องมาสร้างให้เป็นคนขยันหมั่นเพียรเป็นคนเสียสละ วิริยารัมภะ แล้วสะพัด แจกฟรีได้หรือขายให้ต่ำกว่าทุนได้ ทำไมขายไม่ได้เพราะมันเหลือมันเกิน ทำไมแจกจ่ายกันกินไม่หมดนะของชาวอโศก เห็นความอุดมสมบูรณ์ความเหลือเฟือของชาวอโศกไหม เราไม่มีแฟชั่นไม่มีของปรุงแต่งแบบโลกๆที่มอมเมาประดิษฐ์ประดอยประดับประดาไร้สาระกันมากมายหรอก เรามีแต่เรื่องเนื้อแท้ๆ เป็นปัจจัยเป็นอาหารของชีวิต เป็นสิ่งที่ต้องอาศัย เป็นปัจจัย 4 หรือบริขารสำคัญ สิ่งที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเสียเวล่ำเวลา ยิ่งไปสร้างระเบิดยิ่งไปสร้างปืนปิดประตูเลย ชาวอโศกไม่ไปบ้าทำ หรือจะไปทำสิ่งฟุ่มเฟือยพุ่งเฟือยอะไร ยกตัวอย่างง่ายๆจะไปสร้างแฟชั่น เอาอะไรไม่รู้มาต่อหัวต่อหางแล้วไปเดินแฟชั่นกัน จะบ้ากันไปถึงไหน ดูแล้วก็ทุเรศๆ ขออภัยอาตมาพูดชัด เขาไม่รู้สึกทุเรศตัวเองนะ แต่อาตมารู้สึกทุเรศจัง ผู้หญิงฟังแล้วจะรู้สึกมากใช่ไหม เคยทุเรศตัวเองมาบ้างไหม ใครเคยยกมือบ้างสิ กล้าหาญยอมรับความจริง มันน่าทุเรศตัวเองฟังให้ดี ใช้ภาษาพยัญชนะมาอธิบายสภาวะ ทำให้ดูแล้วแต่ก่อนเราโง่นะ ไม่รู้ว่าทำทุเรศก็ไม่รู้เรื่อง เมื่อเรารู้สาระโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ก็จะนึกว่าอะไรก็ไม่รู้ นอกจากเด็กเล็กๆ จะเห็นได้ว่าความอวิชชาความโง่ของเรา แต่ก่อนคนเรายังโง่ ...เดี๋ยวนี้ก็ยังโง่อยู่ เดี๋ยวนี้ก็ฉลาดขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไปแล้ว ผู้ที่หลุดพ้นก็คือผู้ที่ไม่ต้องไปเสียเวลาไม่ต้องไปเสียแรงงานเสียทุนรอน อาตมาสรุปชีวิตคนคือ 1. เวลา เวลาเป็นของโลก มันผ่านไปแต่ละลมหายใจเข้าออกเสียไปโดยเปล่า 2.แรงงาน แรงงานก็คือของเรา 3. เสียทุนรอนสมบัติอะไรที่ต้องไปร่วม นี่คือความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ 1. สูญเสียเวลา 2. สูญเสียแรงงาน ทั้งแรงกายแรงความคิดไปอยู่กับสิ่งไร้สาระ 3. ไปได้ขี้ขยะอะไรก็ไม่รู้ ไม่ใช่เหตุปัจจัยของชีวิต ขี้ขยะ ดีไม่ดีไปสร้างของเป็นพิษภัยแก่ชีวิตให้แก่มนุษย์ อย่างนี้เป็นต้น การมีชีวิตอยู่แล้วเราก็รู้จักการศึกษา รู้จักว่าจริงๆชีวิตเรามีสาระคืออะไร ไปศึกษาสาระแบบโลกจะเป็นการปรุงแต่งเพื่อให้ได้ลาภได้สรรเสริญ ได้อะไรก็ไม่รู้ เลอะเทอะไป กว่าคนเราจะเข้าใจสาระแท้ว่าคนเราเป็นหลงเลอะเทอะที่เป็นโลกียะ ถ้าออกไปเสียเวลาแรงงานทุนรอนสมบัติพัสถานวัตถุ กว่าจะกอบกู้ความสูญเสียที่ไม่เข้าท่านี้คืนมา ทั้งเวลาแรงงานทุนรอน ก็เอามาสร้างสิ่งที่มีคุณค่ามีประโยชน์ อาตมาทุกวันนี้ต้องใช้ทุนรอน สร้างอะไร สร้างธรรมชาติเพราะว่าธรรมชาติถูกเผาผลาญทำลาย ทำไมจึงมาสร้างธรรมชาติสร้างสิ่งเเวดล้อมสร้างดินน้ำไฟลม ให้มีการสะพัด มีน้ำสะอาดมีดินดี มีพลังงานไฟพลังงานลมที่ดี แล้วก็สังเคราะห์สังขารกันขึ้น ด้วยตัวมันเองด้วยแล้วก็ด้วยเราช่วยมันด้วยใช้วิทยาศาสตร์ช่วยบ้าง แล้วก็ให้มันเกิดอยู่ในนี้ ให้ครบพร้อมบริบูรณ์อยู่ในนี้ เราก็ใช้ความรู้ความสามารถอยู่ในนี้ในราชธานีอโศก พร้อมเลย อุดมสมบูรณ์ สิ่งที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายเป็นอบายมุขต่างๆ ไม่มีในนี้ ไม่สร้างและไม่สนใจ มาในนี้มีแต่เนื้อของสาระสัจจะทั้งนั้น จะเป็นที่พึ่งพาของคน งานปีใหม่นี้ก็มีคนมาขายของ มีคนเอาของมาขายเขาก็ใช้เป็นที่ขาย เป็นที่ที่จะสะพัด เขาขายเขาสร้างแล้ว เราไปสร้างตลาดให้เขา ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อหาเงิน เขามาขายเขาเห็นสถานที่ เราก็ดูแลจัดสรรให้เข้าที่เข้าทางเป็นจราจร ให้อยู่สถานที่เป็นหมวดหมู่ เป็นนักเทศกิจหน่อยดูแลช่วยกัน อาตมาเห็นปีนี้ ระวังแต่สิ่งที่เราจะไม่ให้เขาเอามาค้าขายคือสิ่งที่เป็นเนื้อสัตว์สิ่งที่เป็นมอมเมา เป็นของเป็นพิษ เป็นมิจฉาวณิชชา 5 เอาสัตว์เป็นมาขายเอาสัตว์ตายมาขาย เอาอาวุธมาขาย เอาสิ่งที่เป็นของมอมเมามาขาย เอาสิ่งเป็นพิษมาขาย นอกจากนั้นก็เอามาขายได้ ต่อไปที่นี่ก็จะเป็นตลาด ที่นี่จะเป็นที่รวมไม่ว่าทางบกทางน้ำ ก่อสร้างสนามบินสิ อาตมาคงไม่มีวาสนาสร้างสนามบินละมั้ง ดีไม่ดีสร้างสถานีรถไฟหัวกระสุน เท่าที่เราทำได้ เราไม่เอาแรงงานทุนรอนเวลาไปสร้างสิ่งที่ไร้สาระมอมเมา แต่เราสร้างเผื่อแผ่คนโลกียด้วย การสร้างพืชผักผลไม้เช่นบนตอนนี้มี บวบเหลี่ยม (บักลอย) ไม่ใส่สารเคมีไม่ใส่ยากันแมลงอะไรแต่ไม่ค่อยมีแมลงมาเจาะไชอะไร เพลี้ยก็ไม่ลง มันเป็นไปได้อย่างไร ธรรมดาพวกนี้แสวงหาอะไรก็ดี มียามันก็ไม่กล้า แต่ทำไมอันนี้ไม่ลง มันบายให้เรา มันเป็นไปตามธรรม เพราะอะไรเพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันแข็งแรง พืชพวกนี้มันแข็งแรง เพลี้ยไม่กล้าเข้า เพราะว่าพวกนี้มันแข็งแรงกัดไม่เข้า มันเป็นสิ่งที่สูงมันไม่กล้า คนละฐานะอันนี้มันเป็นของดีเกินฐาน มันเห็นของพวกนี้ดีเกินฐานมองไม่ออก อะไรวะ อันหนึ่งมีสารพิษมากมันก็ไม่เอามีสารพิษน้อยมันก็เอา แต่อันนี้ไม่มีสารพิษเลยมันดูไม่ออกมันงามเกิน เหมือนพวกเรานี้ พวกเรางามอย่างสะอาดสะอ้านไม่มีเครื่องโสโครก นางงามชายหล่อ เพราะฉะนั้นพวกแมลงหน้าโง่ทั้งหลายมันไม่กล้ามากินหรอก มันไม่รู้จักของดี นี่คือความหลุดพ้น ความสะอาดที่สิ่งสกปรกมันไม่กล้ามาลงเอง มันกลายเป็นพวกนั้นเป็นอวิชชามันไม่รู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดมันข้ามขั้นไปแล้ว มันมีกำแพงไร้สภาพกั้นเอาไว้ มันมองไม่รู้ สิ่งที่สะอาดที่สุดนี่คือสิ่งที่สกปรกที่สุด กลับขั้วกันเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่สกปรกที่สุด คนมองสิ่งที่สะอาดที่สุดไม่ได้เพราะมันมีกำแพงไร้สภาพอยู่ข้างหนึ่ง ดวงตายังผ่านกำแพงไร้สภาพไม่ได้เป็นตาถั่วตาบอด เขามองสิ่งที่สวยงามบริสุทธิ์ไม่ได้ แต่พวกที่อยู่ตรงนี้มองทะลุสิ่งนี้ได้สว่างขยายเลยให้เห็นว่า เชื้อโรคสกปรกโลกอบายเห็นชัดเลย ไม่กล้าเข้าไปใกล้ อาตมากำลังอธิบายธรรมะนะ การศึกษาธรรมะทำให้เราเกิดญาณ ปัญญา มีชีวิตหลุดพ้นห่างจากสิ่งเหล่านั้นไปด้วยทั้งในธรรมชาติธรรมดา ธรรมชาติธรรมดาผู้ที่หลุดพ้นไปได้อย่างดี จะมีกำแพงไร้สภาพมาป้องกัน โดยที่เราไม่รู้ตัว เรียกว่าบารมี ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนยกตัวอย่างอาตมาไม่ได้พูดอย่างอวดดีท้าทาย อาตมาไปเข้าสู่สนามรบ คนมายิงปืนหรือระเบิดไม่ถูกอาตมาหรอกมันมีกำแพงไร้สภาพกันไว้ นี่คือเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมคนรู้ได้ยากแต่มีจริง อาตมาไม่ได้ประมาทนะ อาตมาอยู่ในสนามรบ เข้าไปประท้วงกับเขา มันยังมีวิบากอยู่ อาตมายังเจอกระแสแก๊สพิษบ้าง อาตมาอยู่บนนั้นอย่างท้าทายคงจะยิงก็ยิงไป คุณก็ไม่รู้ว่าเราคือเป้าหมาย ทั้งที่อาตมาควรจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่เขาจะเล็งปืนใส่ด้วยซ้ำ เขาก็ไปยิงใครไม่รู้ ระเบิดไปลงที่ไหนก็ไม่รู้ แต่อาตมานั้นเหมือนเขาไม่รู้ไม่เห็นความสำคัญ ทั้งที่อาตมาก็แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะอยู่นะ เป็นแม่ทัพใหญ่เป็นผู้บงการอยู่เขาก็ไม่... เห็นไหม นี่ไม่ได้พูดท้าทายอวดดีแต่พูดถึงเรื่องของสัจจะ เป็นเรื่องซับซ้อนที่รู้ได้ยากระวังอย่าประมาทถ้าบารมีไม่ถึงมันก็ตายอย่างเดียว ไปล่อเป้าเขา แต่อาตมาไม่ได้ล่อเป้า ไปอยู่ในนั้นเหมือนกันแต่เขาจะเห็นเหมือนไม่เป็นตัวสำคัญ มันหมุนเวียนกลับไปกลับมา เป็นสัจจะ เอาล่ะ อาตมาสรุปว่า ขณะนี้ ราชธานีอโศกต้องการคน ให้เข้ามาร่วมสร้างร่วมสรร มันจะมีสถานที่ อาตมาจะทำสถานที่ให้เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติจะเป็นตลาดวัตถุตลาดแรงงาน ให้คนได้มาซื้อมาขายมาแลกเปลี่ยนให้เกิดเศรษฐกิจให้เกิดเศรษฐศาสตร์ที่มันเป็นของดีเป็นของสะอาดบริสุทธิ์แล้วก็ไม่ไปโลภโมโทสันเอาเปรียบเอารัดอะไรกัน เป็นเศรษฐศาสตร์ชนิดใหม่ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่เอื้อเฟื้อเจือจารเกื้อกูลเป็นตัวอย่างของโลก ที่มีการค้าขายที่มีขายยันระดับแจกฟรี ระดับต่ำกว่าทุนระดับเท่าทุนระดับต่ำกว่าราคาตลาด ตลาดบวร เราจะมีสินค้าแบบนี้ทั้งสินค้าแห้งสินค้าสดแจกฟรีได้สำหรับสินค้าสดทั้งแห้งมีทุกระดับเป็นตัวอย่าง ของแจกฟรีก็มีประจำของขายต่ำกว่าทุนก็มีประจำขายเท่าทุนก็มีประจำขายเกินทุนบ้างก็มี ที่เราทำได้เพราะพอมีพออยู่เหลือกินเหลืออยู่ เราจึงได้เสียสละได้ ขาดทุนได้เพราะเรามีเหลือกิน ชีวิตของเรามีแรงงานมีความรู้ความสามารถผลิต กินอาศัยเหลือ ร้อยคนพันคนหมื่นคน มีพลังงานมีพลเมืองมากเราก็จะผลิต ในสิ่งที่สำคัญสิ่งที่จำเป็นสิ่งที่เป็นสาระเป็นเหตุปัจจัยของชีวิต ที่ต้องอาศัยนี้แหละ ก็จะเป็นตลาดหรือเป็นสถานที่ที่มาพักผ่อนรื่นรมย์ ให้คนไปคนมา เป็นสังคมที่หมุนเวียนอย่างอบอุ่นน่าอยู่น่าไปน่ามา เด็กๆหรือผู้ใหญ่ อาตมาทำพวกนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เด็กๆมาพักผ่อนเล่นน้ำ ตั้งใจจะให้ผู้ใหญ่มา แต่ผู้ใหญ่ก็ยังไม่กล้า จะมาอาบน้ำอาบท่าก็มาเลย เหมือนหาดทราย ที่นี่หาดทราย ริเวอร์ราชฯ คนข้างนอกก็มาขายได้พวกเราเองก็มาขายได้ ช่วยดูแลอย่าให้ขายสิ่งที่เป็นพิษสิ่งที่เป็นสิ่งมอมเมาๆสิ่งที่ไม่สมควรก็บอกกัน พยายามจะรักษาเป็นตลาดที่ขายสิ่งที่ดี สิ่งที่เหมาะควรก็มาขายเป็นตัวอย่างเขาอยู่กันอย่างเป็นสัดส่วนพวกเราจะได้จัดสรรกันไป ขายต่ำกว่าราคาท้องตลาดก็ได้ จะสูงกว่าราคาตลาดเขาบ้างก็ได้ แต่ก็พยายามให้ต่ำกว่าราคาตลาดให้ได้เสมอจนลดลงจนเท่าทุน ขายเท่าทุนก็อยู่ได้ อาตมาจะแนะนำให้นิดหน่อย คุณไปซื้อของแล้วเอามาขายในตลาดนี้ แล้วก็มากินข้าวกินน้ำที่บ้านราช เสร็จแล้วพรุ่งนี้คุณก็เอามาขายใหม่ แต่ก็กินอยู่ในนี้ แนะนำให้ ก็พอมีให้อาศัยกินได้อยู่ ถ้ามันไม่มีไม่พอเขาก็จะพูด ไม่มาทำไม่มาช่วยปลูกแล้วมากินเขาก็จะว่าเอง แต่ถ้ายังมีเหลือเขาก็ไม่ว่าหรอก เอาสิ เห็นไหม อย่างนี้แหละดี อาศัยใช้สอยกินอยู่มีชีวิต ในสิ่งที่สร้างทำขึ้นมา เป็นพี่เป็นน้อง ไม่คิดมาก ไม่มีเรื่องมากอะไร ก็อยู่กันกินช่วยกันทำช่วยกันกินไปมันขาดแคลนก็ช่วยกันสร้าง อาตมาว่าก็จะมีคนขึ้นมาอยู่กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จะมีแผ่นดินให้ปลูกสร้าง หรือแม้แต่จะมาสร้างบ้าน จะมาตั้งบ้านเรือนอยู่ก็ได้ส่วนมากก็มีแต่บ้านสร้างแล้วคนก็ไม่เข้ามาอยู่ ควรจะมาอยู่ให้อบอุ่นให้เกิดสังคมอบอุ่น อ๋อ มีคนอยู่อย่างอบอุ่นสนุกสนาน ให้เป็นตัวอย่างของพฤติกรรมสังคม อย่าว่าแต่สร้างบ้านหลังเล็กเลย หลายคนสร้างบ้านใหญ่โตมโหฬาร เราไม่อยากให้สร้างบ้านใหญ่โตเท่าไหร่หรอก แต่กิเลสประจำตัวก็บอกว่าฉันมีเงิน ขอแช่งเอาไว้ ใครไม่มีเงินแล้วไปกู้หนี้ยืมสินเขามาไปสร้างใหญ่โต ไปกู้หนี้ยืมสินมาทรมานตัวเองทำไม เอาเถอะ คุณมีเงินทองของคุณบ้างจะสร้างใหญ่โตก็แล้วไป แต่ให้เอื้อเฟื้อคนอื่นนะ ใหญ่โตแล้วอยู่กันอย่างหลวมหลวมไม่ดี ให้คนอื่นอาศัยอยู่ด้วยก็ดี สร้างใหญ่โตแล้วกินที่เปล่าๆไม่เผื่อแผ่คนอื่นไม่ดี จะติดแอร์ที่บ้านก็อย่าเพิ่งเลย ที่นี่หมู่บ้านคนจนไม่ใช่หมู่บ้านคนรวย อย่าเพิ่งติดแอร์หรอกสบายที่นี่ สบายเย็น ดีเป็นคำถามที่จะได้รู้กัน ที่จริงด้วยปัจจุบันปัญญาสำนึกซะมันก็น่าจะพอรู้อยู่แล้ว ไปเอาแต่ถามเผื่อคนอื่นบ้างก็ว่าไป อาตมาสบายใจยิ่งขึ้น แต่เกรงใจสังขารเท่านั้นเอง ว่า เราก็อายุมากขึ้น ก็ยังไม่แข็งแรงเท่ากับอายุ 20 30 ก็ชัดเจน แต่ก็พยายามจะต่ออายุสังขารไปให้มากๆ เพื่อจะสาธยายสิ่งที่ผิดพลาดย้ำความผิดพลาดให้ถูกต้อง เราก็จะได้ช่วยกันทำให้ดีขึ้นรักษาสภาพธรรมะพุทธเจ้าให้ได้นานยิ่งขึ้น อาตมาว่าไม่มีอะไรค้ำจุนโลกได้ยิ่งกว่าโลกุตรธรรม ทางโลกียธรรมมันมีแต่เมาๆซ้ำซ้อน ยิ่งซ้ำซ้อนลึกลับ โลกยิ่งอำพรางกันล้วงตับกินไส้กันอย่างเลือดเย็น ทั้งโลกมันเป็นอย่างนั้น แต่ทางธรรมนี้ไม่ใช่ ทางธรรมมีแต่จะช่วยกัน อย่างที่พวกเราเป็น มันก็มีคนอยู่ 2 ประเภท ประเภทอย่างที่เราเป็นกับประเภทอื่น แม้แต่เถรสมาคม เสียดายที่เขาทิ้งโลกุตรธรรมไปแล้ว แม้แต่ประชากร สมาชิกของนักบวชในศาสนาก็กลายเป็นนายทุน เป็นผู้นำ โลกียะอย่างซับซ้อน เหมือนกับฆราวาส ซับซ้อนแล้วทำลายธรรมะพระพุทธเจ้าด้วย เช่นเอาคำว่าบุญไปปู้ยี่ปู้ยำ จนพังหมดแล้ว บุญเป็นเครื่องฆ่ากิเลส กลายเอาไปเป็นสมบัติที่คนอยากได้อยากมีอยากเป็น คนยิ่งมีบุญมากๆจะต้องหาบุญมากๆคือคนกิเลสมากๆ คนที่กิเลสน้อยลงบุญจะน้อยลง จนที่สุดคนไม่มีกิเลสคือคนไม่มีบุญเลย พูดสั้นๆง่ายๆ ถ้าเข้าใจแล้วจะรู้ว่าบุญเป็นสิ่งที่ไม่น่ามีเลย แต่มันกลับกัน ทำไม อธิบายธรรมะผิด บุญเป็นสิ่งที่ไม่น่ามีเป็นพระอรหันต์แล้วหมดบุญ ปุญปาปริกขีโณ บุญทำลายบาปหมดแล้ว เป็นคนสิ้นบุญสิ้นบาป พระพุทธเจ้าตรัสไว้ พระโพธิราชก็พูดไว้ เอาหลักฐานบาลีในพระไตรปิฎก มีหลักฐานยืนยัน เอาล่ะ ก็พูดไปพูดมาก็เลยเวลาไป 620101_ทำวัตรเช้า งาน ว.บบบ.เพื่อฟ้าดิน รุ่นที่ 6 พรปีใหม่ขับไล่อวิชชาจากพ่อครู