561225_พ่อครูกับอ.สมศักดิ์ ที่มัฆวานฯเรื่อง ปฏิวัติโดยประชาชนเหนือกว่าปฏิวัติโดยปลายปืน.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์347 KB
วันที่แก้ไข31 มีนาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

561225_พ่อครู กับ อ.สมศักดิ์ ที่มัฆวานฯ เรื่อง ปฏิวัติโดยประชาชน เหนือกว่าปฏิวัติโดยปลายปืน

พ่อครู… วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ที่ สะพานมัฆวานฯ ( มาเทศนาหลังจากหยุดไปหลายวัน เนื่องจากอาพาธเป็นโรคหวัด) วันนี้อาตมาได้เตรียมอะไรมา เพื่อมาพูดกับพวกเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้นๆ เรื่องที่จะบรรยายคือ เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองนี่แหละ โดยเฉพาะขณะนี้ มันเป็นเรื่องของการแย่งชิงอำนาจ อำนาจนี้ต่างคนต่างทำให้เกิดอำนาจ รัฐบาลก็ทำให้เกิดอำนาจ ซึ่งมีลักษณะอำนาจของเขา พวกเราก็ต้องการให้เกิดอำนาจอีกแบบ เราก็บอกกล่าวบรรยายแล้วก็ทำให้ได้ เขาก็ทำ แต่เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ เพื่อให้ดูดี เขาพูดก็ดูเหมือนจะให้เป็นอย่างที่เราต้องการ อำนาจ หรือ แรง หรือ พลังอำนาจ ซึ่งไม่มีภาษาไทยที่จะมาใช้แทน ระบุว่าจะมีลักษณะอย่างไร จึงจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษมาใช้เรียกแทน ให้ตรงกับ สภาวธรรม “เรื่องของอำนาจ” โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ( 1 ) Force = คือ อำนาจ ที่มีลักษณะของเผด็จการ กดขี่ บังคับ ยัดเยียด ครอบงำให้จำนน ตามความมาก-ความน้อยของการใช้ อำนาจนั้น ถ้ามาก ก็คือ เผด็จการ ถ้าเพียงกดขี่ บังคับ ครอบงำ มากหรือน้อยลงมา เท่าใดๆ ก็คือ การใช้ “อำนาจ” นั้น ตามที่มาก-ที่น้อยนั้นอยู่ เท่านั้นๆ นี่คือ “อำนาจ” เป็น “ความชอบธรรม” ซึ่งเป็น “อำนาจ” ที่สร้างให้ตนด้วยโลกธรรมและเล่ห์กล อันประกอบไปด้วยกิเลส จนคนอื่นเขา “ตกอยู่ใต้อำนาจ” เพราะลาภ-ยศ และเล่ห์ต่างๆ ผู้ที่ยังมี “พฤติ” ที่สร้าง “อำนาจ” เป็น “ความชอบธรรม” นั่นคือ ผู้ผิดอยู่ ยังไม่เจริญ หรืออวิชชาอยู่ แล้วถือว่า ตนคือผู้มี “อำนาจ” นี้คือ อำนาจยังไม่เป็นธรรม Force ซึ่งเรียกว่า “ยังเป็นเผด็จการอยู่” มากหรือน้อย ตามที่เป็นจริง คนฉลาดในโลกจะ “สร้าง

อ่านต่อ

” อำนาจให้คนเกรงและกลัว จนไม่กล้า ค้านแย้ง หรือตำหนิติเตียน ติติง จึงได้เป็นผู้มีอำนาจโดย ไม่ชอบธรรม

( 2 ) Authority = อำนาจ ที่ได้โดยธรรม ของผู้ที่ประพฤติตนดี มีธรรม ซึ่งเป็นความมาก-ความน้อยของคุณค่าความดี ความมีธรรม จึงเกิดอำนาจของสิ่งที่น่าเคารพบูชา ในตัวผู้ทำดี ทำเป็นธรรม ที่ผู้นั้นสร้างเอง เป็นเจ้าของคุณงามความดีนั้น แล้วผู้คนที่รู้ที่เห็นคุณค่านั้นยอมรับ ด้วยความเคารพนับถือ จึงยกย่องบูชา และยอมให้แก่ผู้มีคุณงามความดีนั้น อย่างอิสระเสรี ไม่มีใครยัดเยียด หรือบังคับ กดขี่เลย นี่คือ ความชอบธรรม เป็น “อำนาจ” ผู้ที่รู้จักการกระทำความเคารพต่อผู้ที่น่าเคารพ สมควร เคารพ ซึ่งเป็นครุกรณะ คือ คน “ยอมยกอำนาจ” นั้น ให้แก่ “ผู้น่าเคารพ” นี้คือ อำนาจโดยธรรม Authority = right power หรือจะเรียกว่า “เผด็จการโดยธรรม” ก็ได้ ถ้าไม่ติดยึดอยู่แค่ภาษา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีอำนาจนั้น ที่ผู้คนยกให้อย่างเทิดทูนบูชาเต็มใจสูงสุด มาแล้วเป็นต้น ดังนั้น “ผู้น่าเคารพ” จึงเป็นเสมือนผู้มี “อำนาจ” ที่จะพูดจะทำอะไรกับผู้ที่เขาเคารพนับถือ เชื่อมั่น เขาก็จะเชื่อฟัง น้อมรับด้วยความเคารพบูชา นี่คือ ผู้มี “พฤติ” ที่สร้าง “ความชอบธรรม” เป็น “อำนาจ” เป็นผู้ถูกต้อง ผู้เจริญ หรือมีวิชชาแล้ว ปราชญ์แท้ๆจะ “ไม่สร้าง” อำนาจให้คนเกรงและกลัว จนไม่กล้าค้านแย้งหรือตำหนิติเตียน ติติง จึงเป็นผู้มีอำนาจโดยธรรม เรามาทำความเข้าใจกับความเป็น “กองทัพทหาร” กับ กองทัพประชาชน หรือ กองทัพทหาร ที่เขาทำการปฏิวัติ กับ กองทัพประชาช น ที่เขาทำการปฏิวัติกันให้ชัดๆ คมๆ แม่นๆ ลึกๆ ตรงๆ กันดูซิ ว่ากันให้กระจ่างแจ้งสักที ยิ่งมีการต่อสู้ทางการเมืองกัน ระหว่างรัฐบาล กับกลุ่ม กปปส. ( คณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ) และรัฐบาลก็ดี กปปส. ก็ดี ได้มีการยืนยันการประพฤติออกมาแสดงสิทธิ์ แสดง เสียงของประชาชน ที่ได้ร่วมกันออกมาชุมนุมกันครานี้ ทั้งมีผู้ออกมาแสดงความรู้ ทั้งยืนยันหลักฐานความจริงผ่านวันผ่านเดือนกันออกมามากขึ้นๆ มวลมหาประชาชนไทยก็ยิ่งนับวันเข้าใจในความมี อำนาจอธิปไตย ของตนยิ่งๆขึ้น เมื่อได้ลองพิสูจน์ มวลมหาประชาชน ให้ออกมาแสดงตัวเป็นๆ ตัวจริงเสียงจริงกันในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 กันนั้น ก็มีคนออกมาแสดงตัวเป็นจำนวนล้านคนขึ้นไป หลายล้าน ชุมนุมกันล้านคนนี่ ไทยไม่เคยมี ไม่เคยทำได้ ซึ่งไม่เคยมีปรากฏการณ์คนไทยออกมาชุมนุมกันมากมายปานฉะนี้มาก่อนเลย นับตั้งแต่เป็นชาติไทยมา ซึ่งมีระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะออกมาชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ อย่างสวยสดงดงามยิ่ง ตามสากลโลกเขายอมรับกันทีเดียว และในวันที่ 9 ธันวาคม 2556 อีกที มวลมหาประชาชน ก็ออกมาแสดงตัวตน หนึ่งคนหนึ่งเสียงกัน ก็เป็นปาฏิหาริย์ยิ่งกว่าวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 อีกกว่าเท่าตัว สำนักสื่อสาร CNN ประเมินมวลประชาชนในวันที่ 9 ธ.ค. 2556 นั้นว่า มีประมาณ 5 ล้านคน ส่วนสำนัก BBC ประเมินมวลประชาชนในวันนี้ว่า มีประมาณ 5 ล้าน 7 แสนคน ซึ่งในวันที่ 24 พ.ย. 2556 นั้นประเมินกันว่ามีประมาณ 2 ล้านคน ยิ่งครั้งล่าสุด ได้ลองเรียกชุมนุมออกมาแสดงคะแนนเสียงกันอีกที ในวันที่ 22 ธันวาคม 2556 ปรากฏว่า มวลมหาประชาชนได้พากันออกมายืนยันคะแนนเสียง หนึ่งคนหนึ่งเสียงกัน ก็ออกมาเกินกว่า 5 ล้าน 7 แสนคนแน่ๆ อย่างที่ปรากฏการณ์เกิดขึ้นแล้ว นี่คือ อัตราการก้าวหน้า ( progression ratio หรีอ The rate of progression ) ของการแสดงสิทธิ์ แสดงเสียงของประชาชน สดๆที่เป็นการแสดงความเป็น อำนาจอธิปไตย (sovereignty)ของประชาชนไทย ที่ เข้าใจและออกมาแสดงตนประกาศตัวจริงยืนยันคะแนนเสียงว่า ไม่เอารัฐบาล นี้ หรือแสดงการ เรียกอำนาจ ที่ให้รัฐบาลไปทำงานแทนประชาชนชั่วคราวนั้น คืน ตามสากลปฏิบัติ รัฐบาลนี้ได้ทำงานไปแล้ว ผ่านมา 2 ปีกว่านั้น ประชาชนเห็นว่าไม่ไหวแล้ว รัฐบาลปฏิบัติอย่างนี้แบบนี้ มันพาชาติประชาชนตกต่ำลำบากทุกข์ร้อนกันมากขึ้นหนักหนาสาหัส ประชาชนจึงออกมา เรียกอำนาจคืนจากรัฐบาล เพื่อมาจัดการใหม่ ปฏิรูปกันใหม่ตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่รัฐบาลนี้ดื้อด้าน ไม่ยอมคืน อำนาจ หาว่า ประชาชน ไม่มีสิทธิ์มาทวงอำนาจคืน รัฐบาลไทยนี่แหละ เคย คืน อำนาจ ใ ห้แก่ คณะปฏิวัติ ซึ่งปฏิวัติด้วยปลายกระบอกปืนมาแล้ว ไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อำนาจรัฐบาลก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของผู้ปฏิวัติ จะว่า คืนอำนาจ ไม่ได้ พูดไม่จจริง พูดโกหกแท้ๆ แต่ว่า เป็นการ ปล้น ต่างหาก เคยยอมคืน อำนาจ ให้กับคณะปฏิวัติ หรือรัฐประหารมาแล้ว จริงมั้ย? แม้แต่การปฏิวัติแบบเงียบๆ เพียงแต่บอกว่าปฏิวัติยึดอำนาจคืน แล้วเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ โดยพลเอกถนอม กิตติขจร ซึ่งปฏิวัติเงียบ ไม่ต้องมีอะไรมากเลย ก็เคยปฏิวัติ คืนอำนาจ หรือเปลี่ยนอำนาจเป็นคณะรัฐบาลคณะใหม่ได้แล้ว ประเทศไทยก็ได้ทำมาแล้ว เพราะ กลัวอำนาจปืน กลัวอำนาจอาวุธร้าย กลัวตาย กลัวอำนาจที่มีลักษณะ Force ที่ข่มขี่ คุกคาม บังคับ ซึ่งคณะปฏิวัติด้วยอาวุธนั้นผิดรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตยทั่วไปในโลกแท้ๆด้วยซ้ำ ก็ยอมเขา ให้ทำกันตลอดมา..ได้ และเป็นประเพณีที่นับว่าเป็น ประธิปไตย ที่ผิด ๆพลาดๆมากันตลอด แต่ก็นับกันว่า เป็นไปได้ จนเป็นประเพณีทำกันอย่าง ผิดกฎหมาย กันมาอย่างไม่ยอมเจริญพัฒนากัน แต่มาวันนี้ ประชาชน จะทำการ ปฏิวัติ บ้าง ก็ไม่ยอม คืนอำนาจ ให้กับคณะประชาชน ซึ่งเป็นการปฏิวัติหรือรัฐประหารอย่าง ไม่ผิดกฎหมาย เลย เพราะทำการประท้วง เรียกอำนาจคืนจากรัฐบาลแท้ๆ เพียงแต่ไม่มีคำว่า ประชาชนปฏิวัติ เป็นภาษาชัดๆในรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่การกระทำก็อันเดียวกัน ไม่ต่างจากการปฏิวัติเลย จะต่างกันมากอย่างยิ่ง ก็คือ คณะประชาชนนั้นรวมคณะกันด้วย ความสงบเรียบร้อย ไม่รุนแรง ไม่มีอาวุธร้ายที่ฆ่าชีวิตได้เลย ซึ่ง ถูกกฎหมาย ไม่ผิดกฎหมายทั้งไทย ทั้งกฎหมายที่สากล ทั่วโลกเขายอมรับกันปานนั้นเลยทีเดียว เนื้อแท้ของการกระทำก็คือ เอาอำนาจจากรัฐบาลคืนมา เหมือนกันเปะเลย อย่างนี้รัฐบาลไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นไม่เข้าใจ ดึงดันดื้อด้าน ไม่นับว่านี่คือ การปฏิวัติ หรือ รัฐประหาร เพื่อ เอาอำนาจคืนจากรัฐบาล หรือนักรัฐศาสตร์นักนิติศาสตร์ก็ตาม ก็หลงว่า นี่ไม่ใช่ การปฏิวัติขออำนาจคืนจากรัฐบาล ติดอยู่แค่ภาษาบัญญัติคำว่า ปฏิวัติ เท่านั้น ยืนยันแต่ว่า ในกฎหมายไม่มีคำว่าให้ประชาชนปฏิวัติ จึงถือว่า ปฏิวัติไม่ได้ผิดกฎหมาย ถ้าใช้เพียงภาษาว่า ประชาชนปฏิวัติ แน่นอน ไม่มีในกฎหมาย ก็ได้ ไม่ใช้ภาษาคำนี้ก็ได้ เราก็ไม่ผิดกฎหมายตามภาษานั้นแล้ว ถ้าไม่ใช้ภาษานี้ แต่พฤติกรรมนั้น ประชาชนออกมาใช้ สิทธิ ทำหน้าที่ตามกฎหมายมาตรา 2 คื อ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราก็อยู่ในกฎหมายมาตรานี้อย่างสมบูรณ์เที่ยงธรรม โดยเฉพาะ มาตรา 3 อำนาจประชาธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ เพราะในมาตรานี้นี่เอง ที่ประชาชนจำเป็นต้องออกมาปฏิบัติตามมาตราอื่นที่มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญนี้อย่างสำคัญ เช่น มาตรา 26 - 27 - 28 - 29 รัฐบาลนี้ก็ใช้อย่างผิด เป็นต้น มาตราอื่นๆอีกมากที่รัฐบาลนี้ ใช้อำนาจที่เรียกว่า force ละเมิดทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อประชาชน โดยอาศัยองค์กรอื่นของรัฐ ทำต่อประชาชนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล บางมาตรา สิทธิในกระบวนการยุติธรรม บางมาตรา เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล บางมาตรา สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน บางมาตรา สิทธิในการชุมนุมและสมาคม บางมาตรา เป็นต้น ดังนั้นถ้าขืนปล่อยให้รัฐบาลนี้ ที่ใช้ สิทธิ ออก นอกสิทธิ ปฏิบัติผิดหน้าที่ ผิดกฎหมาย อย่างหยาบคาย ประเทศชาติต้องล่มจม ประชานต้องเดือดร้อนปางตายจนสาหัสแน่นอน ซึ่งรัฐบาลนี้ สามารถสร้างอำนาจ force ด้วยเชิงชั้น เล่ห์เหลี่ยม ชาญฉลาด โดยใช้ลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข เป็นอามิสทำให้ อำนาจของตำรวจ และ / หรือ ทหาร ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในทางอาวุธ และสมมุติในโลก เข้ามาเป็นพวก คอยช่วยเหลือรัฐบาล อย่าง ลำเอียงคอยคุ้มครองรัฐบาล มากกว่าประชาชน อีก อันผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 5 อยู่ชัดๆ เมื่อรัฐบาลนี้ ปฏิบัติผิดตาม มาตรา 6 ด้วย และมาตราอื่นๆอีกด้วย ย่อมหมดความชอบธรรมที่จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนจึงจำเป็นต้องเรียกอำนาจคืน รัฐบาลใช้อำนาจนอกกฎหมายหลากหลายพฤติกรรมจึงได้เปรียบ ยังยึดอำนาจไว้อยู่ แม้ตุลาการจะชี้มูลว่าทำไม่ถูก ก็ยังไม่ยับยั้ง ยังขืนละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมายในรัฐธรรมนูญนี้ และยังแถมดึงดันดื้อด้านสารพัดวิธี พูดอยู่แต่เพียงว่า ตนเป็นรัฐบาลที่ได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง ได้คะแนนเสียงมาจากการเลือกตั้ง(election vote) ดังนั้น จึงเมิน อำนาจของประชาชน (รัฏฐาธิปัตย์= sovereign) ที่ได้คะแนนเสียงมาจากประชาชนเขานิยมชมชอบตามธรรมชาติ(popular vote) รัฐบาลนี้อ้างอยู่แต่แค่ว่า ตนเป็นรัฐบาลที่ได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง ใครจะพูดไปถึงคะแนนเรื่องอื่น เปลี่ยนเรื่องไปเรื่องอื่นใด ในกาลเวลาใด บริบทใด ประชาชนจะประท้วงเรื่องใด ก็ไม่ฟังตามเรื่องที่ประชาชนว่านั้นๆ จะว่าฟังไม่รู้เรื่อง ก็ไม่น่าจะ ไม่รู้ (อวิชชา)เอาปานนั้น ยืนกระต่ายขาเดียว แต่แค่ มีอำนาจเพราะได้มาจากการเลือกตั้ง อำนาจในเรื่องอื่นไม่รับรู้ อย่าเอามาใช้กับรัฐบาลนี้ ใครจะพูดเรื่องอื่นใด กาละใด บริบทใด ไม่ยอมรับลูกตามเรื่อง ตามกาละ ตามบริบทใดทั้งนั้น ไม่ยอมรับผิด ยืนยันแต่ว่า ตนเป็นผู้มีอำนาจเพราะได้มาจากคะแนนเสียงเลือกตั้ง จึงยืนยันว่า ประชาธิปไตยคือ การเลือกตั้ง เท่านั้น เป็นเรื่องใหญ่เรื่องเดียว ใครจะพูดความเป็นประชาธิปไตยเรื่องอื่น ไม่รับรู้ทั้งนั้น ครอบงำทางความคิดให้ประชาชนที่ยังไม่เข้าใจความเป็นประชาธิปไตย เชื่อแต่ว่า ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง นอกกว่านี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย รัฐบาลยึดมั่นถือมั่นว่าเป็น รัฐบาลเพราะการเลือกตั้ง = อำนาจทั้งหมดของประเทศ คือการเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จ อำนาจ ใดๆในประเทศเป็นอันหมด มีแต่รัฐบาลเท่านั้นที่มีอำนาจอธิปไตย เหลืออำนาจของรัฐบาล ในสภา อย่างเดียว นี่คือ ความเป็นประชาธิปไตยของนักการเมืองรัฐบาลนี้ โอย!...จะบ้าตาย! รัฐบาลนี้สร้างนโยบายประชานิยมคอรัปชั่นซับซ้อน ผิดกฎหมาย ใช้อำนาจเกินขอบเขตไม่แคร์กฎหมาย สร้างค่ายกลทางการเมืองโดยใช้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขเป็นเครื่องมือ จนเกิดอำนาจ(force)ที่มีประสิทธิภาพ เป็นค่ายกลทางการเมืองผูกร้อยข้าราชการ-นักธุรกิจ และประชาชนผู้ไม่รู้เท่าทันไว้ในอาณัติเป็นบริวารถาวร แม้แต่ ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ผิด ก็ไม่ยอมรับผิด ต่อต้านอำนาจศาล หาว่า ศาลไม่มีอำนาจ รัฐบาลมั่นใจว่า อำนาจรัฐบาลยิ่งใหญ่สูงสุด อำนาจตุลาการก็ไม่มีน้ำยา รัฐบาลจะปฏิเสธเอาดื้อๆ จะทำไม?!! มีอะไรมั้ย! ทั้งๆที่ตามรัฐธรรมนูญนี้ อำนาจรัฐบาลก็ดี อำนาจรัฐสภาก็ดี อำนาจศาลตุลาการก็ดี ทั้ง 3 อำนาจย่อมเท่าเทียมกัน เสมอกัน แต่รัฐบาลนี้จะ ปฏิเสธอำนาจศาลตุลาการ เสียก็ได้ เออ..เอากะเขาสิ! รัฐบาลนี้ทำกันถึงปานฉะนั้นทีเดียว รัฐบาลไม่มีมารยาททางการเมือง เลย ไม่มีหิริ โอตตัปปะสักนิดสักน้อย โกหกประชาชนผู้ไม่รู้ทันไปตะพึด เลี่ยงไปตลอด ลดเลี้ยวไปไม่หยุดหย่อน ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ไม่มีศีลธรรมจริยธรรมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในประเทศไทย หยาบต่ำจนเกินไปแล้ว ดังนั้น ถ้าขืนรัฐบาลแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ดึงดันดื้อด้าน ยึดครองอำนาจว่าตนเป็นใหญ่กว่าใดหมดอยู่เช่นนี้ แม้ทหารหรือกองกำลังที่มีอำนาจอาวุธในประเทศ ซึ่งเคยออกมาจัดการออกมายึด อำนาจ จากรัฐบาล ที่ทหารเห็นว่า ไม่ควรจะให้มีอำนาจทำงานต่อไปแล้ว ก็เคยทำมาตลอด เรียกว่า ทหารปฏิวัติหรือรัฐประหาร ซึ่งเป็นการใช้อำนาจแบบ force ที่มีกำลังคุกคามกดขี่ บังคับ ก็ย่อมทำกันได้ และทำกันมาอยู่ตลอดทั้งโลก ส่วนอำนาจที่เป็นอำนาจแบบ authority ที่เป็นอำนาจโดยชอบธรรม อำนาจที่เป็นคุณธรรมจริยธรรมของมนุษย์ประชาชน มวลประชาชน จะใช้ อำนาจ ที่เป็น authority นี้บ้าง สังคมกลับไม่เห็นดีเห็นงาม ไม่ยอมส่งเสริม ไม่ยอมให้มี อำนาจ ไม่ยอมรับว่าเป็น อำนาจ ในประเทศประชาธิปไตย ซึ่งก็รู้ว่า อำนาจแบบ authority นี้เป็น อำนาจที่ไม่น่ากลัว แน่นอนอยู่แล้ว อำนาจแบบ authority ก็ต้องไม่น่ากลัว เพราะไม่ได้ใช้ปลายกระบอกปืนมาจี้ มาบังคับ แต่ ใช้คุณงามความดี ใช้ความถูกต้อง เป็นตัวชี้วัดในความเป็นคนเจริญตัดสิน ยกย่อง ยอมรับกัน ตามสังคมคนเจริญแท้ ประเสริฐแท้ อำนาจ authority นี้เป็น อำนาจที่คนเจริญบูชาเคารพ นับถือกันว่า เป็น อำนาจที่ยิ่งใหญ่ ประเสริฐ แม้จะมีไม่มาก minority right ไมนอริตี้แปลว่า จำนวนน้อย ไร้ท์แปลว่า สิทธิของความเป็นมนุษย์ อันจะพึงทำได้ คนใช้สิทธิของความเป็นมนุษย์จึงย่อมทำได้ และถือว่ามีค่าที่น่าคำนึงเสียยิ่งกว่า majority rule มาจอริตี้ แปลว่า จำนวนมาก รูล ตามกฎหมาย ก็ตาม เมื่อคนทุกคนเขาสามารถใช้สิทธิ อันเป็น สิทธิชอบธรรม ของคนในสังคมที่พัฒนาแล้ว มีค่ายิ่งนัก ถ้าเป็นการแสดงออกอย่างบริสุทธิ์จริง ต้องยอมรับนับถือ ยกย่องบูชา ซึ่งประเทศที่เจริญแล้ว เขายอมกัน ทำไมสังคมประเทศไทย จะล้าหลังถึงขนาด เป็นสังคมประเทศที่มี อำนาจ authority ไม่ได้เชียวหรือ? หรือว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ ยังไม่มีความเจริญทางคุณธรรมจริยธรรม ที่เป็นอำนาจโดยชอบธรรมดังว่านี้ ในหมู่มวลประชาชนคนไทย ไปตลอดกาลกระนั้นหรือ? อาตมาไม่อยากจะเชื่อ ว่าประเทศไทยจะเป็นเช่นว่านั้น ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีคุณธรรม อย่างพุทธ มานาน ตั้งแต่สร้างประเทศ มีพลังอำนาจแบบอาริยะแท้ เป็นโลกุตระด้วยซ้ำ มีมาเป็นพันๆปี ประเด็นปัญหาจึงอยู่ที่ว่า การปฏิวัติด้วย อำนาจปลายกระบอกปืน ดังที่เคยมีมาทุกคราครั้งที่มีการปฏิวัติ-รัฐประหาร ประชาชนคนไทยจำต้องยอมรับกัน และก็จำต้อง ทำกันผิดๆมาตลอด มาถึงวันนี้ ประเทศไทยมีปรากฏการณ์วิเศษวิสุทธิ์ ที่ประชาชนคนไทยสามารถใช้การปฏิวัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสวยสดงดงามยิ่ง ทั้งในด้าน ตุลาการภิวัฒน์ แต่รัฐบาลก็ปฏิเสธตุลาการเสียนี่ แล้วตะแบงหาเรื่องว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ๒ มาตราฐานไปโน่น ส่วนรัฐบาลเองทำผิด ทำละเมิดสารพัด ไม่ยอมรับว่าตนเองผิด นี่คือ ความประพฤติของรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้คงความชอบธรรมอยู่หรือ? และที่น่าชื่นใจ ซาบซึ้งใจอย่างหาที่เปรียบมิได้อย่างยิ่งนั้น ก็คือ ประชาชน ชาวไทยสามารถ ใช้ อำนาจ ที่เป็น authority ออกมาปฏิวัติ ได้อย่างเห็นเป็นรูปธรรม ที่มีมวมหาประชาชนออกมาร่วมกันใช้สิทธิและหน้าที่ได้อย่างล้นหลามมืดฟ้ามัวดิน และที่สำคัญทำได้ชนิดที่ไม่มีความวุ่นวาย จลาจลเกิดขึ้นเลยในมวลชนเป็นล้านๆ หลายล้านคนเช่นนี้ ซึ่งทำลายสถิติของโลกไปแล้ว แล้วทำไม รัฐบาลไทย มองปรากฏการณ์อันวิเศษวิสุทธิ์นี้ไม่ออก ทำไมไม่ลาออก เพื่อส่งเสริมให้เกิด ความเป็นประชาธิปไตย อันวิเศษวิสุทธิ์นี้ ให้บริบูรณ์เป็นที่สัมบูรณ์ ทำสถิติให้แก่โลกบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของโลกบ้าง จะเห็นแก่ตัว เห็นแก่อำนาจ เห็นแก่กิเลสตัวเองไปถึงไหนกันหนอ รัฐบาลเอ๋ย! อ.สมศักดิ์ เธียรจรูญกุล ว่า .... การที่ รัฐบาลจะตั้งสภาปฏิรูป นายกฯ แถลงข่าวหลังครม.เห็นชอบ ตั้งสภาปฎิรูปประเทศ ที่บก.ทอ "จะสรรหาประชาชนจากสาขาอาชีพ 2,000 คน และให้ทั้งหมดมาเลือก 499 คน " นายกฯ รับสมัคร สรรหา สมาชิกสภาปฏิรูป โดยมี ทหาร, หัวหน้าส่วนราชการ, เลขาพัฒนาสังคม, อธิการบดีมหาวิทยาลัย, ปธ.หอค้า , ปธ.อุตฯ มาเป็นกรรมการคัดเลือก แต่เขาเร ิ่ มต้นพูดว่า คณะกรรมการหนึ่งในนั้นเป็น ผบ.สส. และองค์ประกอบนั้นคือ ไปอ้างทหาร เพื่อมาทำปฏิรูป พยายามบอกว่าเขาทำให้เราแล้วนะ แต่เอาทหารมาเป็นตัวทำให้เขา เป็นวิชามาร และนายกฯเป็นคนออกคำสั่งของมหาชน แต่มหาชนบอกว่านายกฯไม่มีอำนาจ ทำไม่ได้ แม้เป็นนายกฯอยู่ ไม่รักษาการณ์ก็ทำไม่ได้ ยิ่งรักษาการณ์ยิ่งทำไม่ได้ แล้วบทบาทของสภาฯ ก็แค่ไปศึกษาทำรายงานให้แก่นายกฯ ซึ่งตั้งมากี่ชุดแล้ว เอางบฯมาละลายแม่น้ำ ไม่เห็นทำอะไรเลย ชอบทำตัวเหมือนผีหลอกหลอนประชาชน ที่จริงรัฐบาลรักษาการณ์นั้น ห้ามทำโครงการที่ผูกพันไปกับรัฐบาลหน้าด้วย อย่างนี้ผิดกฏหมายนะ ตอนประชาชนบอกจะให้ทำสภาประชาชน ก็บอกว่าทำไม่ได้ แต่ตอนนี้จะตั้งสภาประชาชน และประชาชนทำได้อย่างถูกกฏหมายด้วยนะ ชอบด้วยร ัฐธรรมนูญ แน่นอน และนายกฯตอนนี้ก็ไม่ได้ทำงานอยู่แล้ว ทำไมไม่ลาออกเสียเลย ตอนนี้ พ่อครูว่า...พอเข้าใจได้ว่ารัฐบาลนี้ไม่ชอบธรรมเอามากๆ ถ้ารัฐบาลนี้ได้รับการเลือกตั้งใน พ.ศ. 2557 จะมีคนไป no vote เกิน 20 ล้านคน ซึ่งข้อมูลมาจากสมาคมข้าวกับชาวนาไทย ซึ่งยังไม่ได้รับเงินจากการจำนำข้าวเลย อ.สมศักดิ์ว่า ..no vote จะมีมากกว่า 30 ล้านแน่นอน พ่อครูว่า...มันมีเหตุการณ์แปลกประหลาดมหัศจรรย์ที่เกิดในประเทศไทยนะ รู้สึกว่ามีอะไรพิลึก ประหลาดๆ แล้วเป็นเหตุปัจจัยที่เกินคาดเดา ที่ไม่เคยเป็นไปได้ก็เป็นไป ลักษณะของ no vote กับ vote no มีนัยต่างกัน vote no คือ ไปกาช่องไม่ลงคะแนน ให้ใคร แต่ no vote คือ ไม่ไปเลือกตั้ง เลย ไม่เอากับการเลือกตั้งครั้งนี้เลย อาตมาว่าถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเกิด ก็จะมีเหตุประหลาดมากแน่เลย ขนาดเคยเลือกตั้งมาแล้ว ก็ต้องยกเลิกเป็นโมฆะก็ยังมีเลย สรุปแล้ว การเมืองไทย ในครั้งนี้ ต้องได้รับการปฏิรูป แน่นอน รู้สึกว่าคนไทยตื่นรู้มีมากแล้ว ที่จะให้ยอมให้มีการเลือกตั้งแล้วจะได้แบบเก่ามา หรือเลวร้ายยิ่งกว่าเก่า ก็ยิ่งหนัก ประเทศไทยก็ยิ่งจมหนักเข้าไปอีก ก็จะไปดันทุรังทำไม เขาว่าเขาไม่ยึดติดตำแหน่ง แต่ว่าที่กระทำนี้มันยึดยิ่งกว่าอะไรอีก พูดไปก็ยิ่งเน่า ยิ่งประจานตัวเอง …จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน