สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยในช่วงใกล้เลือกตั้ง 2561.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.56 KB
วันที่แก้ไข20 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยในช่วงใกล้เลือกตั้ง 2561 พ่อครูว่า….วันนี้วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561 หลวงปู่ก็เคลื่อนกายย้ายจุดมากเกินไป หลวงปู่เกิดปีจอ 5 มิถุนายน 2477 ปีหน้าก็เต็ม 85 ปี เป็นไง แต่ละผู้แต่ละคน ลมหนาวมาหนาวไหม? ที่นี่กี่องศาฯ (ตอนนี้ 29 องศา) ใครมีอะไรเดือดเนื้อร้อนใจ เรามาบำบัดเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ผู้อวิชชาจะทุกข์เพราะหลงสุข อารมณ์สุขเป็นของเก๊ของปลอม หากมีสุขก็มีทุกข์คู่ มีสุขมากก็ทุกข์มาก dualism คู่หูกัน แยกกันไม่ได้ เป็นเหรียญสองด้าน ใครแยกออกจากกันไม่ได้ แยกให้มีหน้าเดียวไม่ได้มันเป็นเรื่อง dualism คู่หู คนหูเดียวก็คนปลอม คนหูปลอมหูเดียว หูต้องสองหูจึงเรียกว่าคู่หู เหมือนกันกับประชาธิปไตยต้องมีสองขา อันนี้ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเป็นปรัชญาความรู้และเป็นความจริงที่ดี ถ้ามันขาดข้างใดข้างหนึ่งแล้วเป็นประชาธิปไตยพิการไม่เต็มเต็ง

ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้ผลมันออกมาว่า พรรคที่คนเขาเชื่อว่าเป็นพรรคที่ส่ง ขณะนี้นายกฯตู่เป็นเจ้าสาวที่เล่นตัว โก่งราคาอยู่ ลักษณะสิริมหามายาจะอธิบายได้อย่างนี้ นายกฯตู่ต้องพิสูจน์ตัวเอง ตอนนี้ก็พูดแล้วว่า ผมนี่ต้องอยู่สู้ตายไปกับการเมือง แสดงให้เห็นว่าเห็นความสำคัญว่าเป็นประเด็นสำคัญกับชีวิตมนุษยชาติ หากทำการเมืองรับใช้ประชาชนได้ดี ให้ประชาชนเขาพอใจ เขาก็พร้อมยอมรับเราได้ เราไม่ได้บังคับเขานะ เราจริงกายจริงใจที่จะทำประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ อย่างในหลวงร.9 ได้อย่างสุภาพเรียบร้อยงดงาม ต้องทำการศึกษาจริงๆว่าท่านทำได้อย่างดี ตรัสน้อย แต่ทรงงานมาก พระจริยวัตร 70 ปี ชัดเจนมีหลักฐานยืนยัน มีวิดีโอบันทึกไว้ด้วย อีกหน่อยจะแพร่หลายเป็นตัวอย่างของมนุษย์ในโลก ทรงจริงพระวรกาย จริงพระทัย เหน็ดเหนื่อยเหงื่อไหลไคลย้อย พระเส

อ่านต่อ

โทไหล ภาพหยดเหงื่อไหลที่ปลายจมูกเป็นภาพ master piece เลย คนถ่ายก็เก่ง แจ๋วเลย พระองค์เป์นมนุษย์ มีพระชนม์ชีพย์มีพระจริยวัตรให้เห็นกัน เลือกตั้งคราวนี้จะเป็นการแสดงบทบาทพฤติกรรมสังคม สมมุติ พรรคฝ่ายทักษิณกับคสช.สองอันนี้ สมมุติว่า ฝ่ายทักษิณได้คะแนนเสียงมาก เขาก็จะมีส.ส.ในสภาเยอะ เขาก็จะโหวตเลือกใครเป็นนายกฯ แต่ละพรรคก็เสนอชื่อได้ เลือกเสร็จแล้วออกมา สมมุติว่า ได้ ฝ่ายทักษิณมาเป็นนายกฯ อาจเป็นคุณพานทองแท้ ไม่แน่ตัวเลือกมันน้อยแล้ว ไปหมดแล้วนี่ ตัวเองก็ไปแล้ว น้องสาวก็ไปแล้ว เป็นสมชาย ยิ่งลักษณ์ก็ไปหมดแล้วได้คดีติดตัวไป เข้าประเทศไม่ได้ มันเป็นของจริง สิ่งแสดงสิ่งยืนยันความจริงเช่นนั้น แต่ถ้าเป็นคสช.ชนะ ก็ไม่มีปัญหา เขาก็เอานายกฯตู่ก็ทำงานต่อไปเลย เดินเรื่องสบายทุกคนก็มั่นใจ เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งชัดเจน ยิ่งมีน้ำหนัก รัฐบาลจะทำได้เป็นกอบเป็นกำไม่วอกแวก เป็นเรื่องขันชะเนาะ พลังการสร้างสรรก็ยิ่งชัดเจนเข้าใจ แนวลึกของการเมือง แนวลึกของการบริหารประเทศมีภาวะซับซ้อนมาก หลวงปู่พยายามอธิบายเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ตามในหลวงร.9 ก็ตรงกันอธิบายตรงกันว่า คนเรามาเป็นคนจน ให้ประชากรไม่ต้องหลงความร่ำรวย หลวงปู่เคยบอกเคยพูดมา ว่าความร่ำรวยคืออะไร ความร่ำรวยคือ สมรรถนะ ความสามารถ กับความขยัน เป็นภาษาและพฤติกรรม ใครสร้างสรรได้ดีได้เก้่ง ขยันทำก็เกิดผลผลิตตามมา มีปัญญารู้อะไรควรสร้างก็สร้างให้คนได้กินใช้ มันก็รวย หากขายได้เงินโก่งราคาก็ได้มาก ของเราดีด้วย จำเป็นด้วย ต้องกินต้องใช้ คนก็ต้องมาซื้อหาไป ตามอัตราโลกก็ร่ำรวย เอาสะสมกอบโกยก็ร่ำรวย แต่ความซับซ้อนของคนเจริญถึงจะได้มากก็เอาไม่มาก หากเอาไม่มากก็พอกินพอใข้ ได้แล้วไม่สะสมด้วย ไม่กักตุน สะพัดออกไป เพราะเรามั่นใจในสมรรถนะประจำตัวเรา กับความขยัน ลงมือเมื่อไหร่ก็เป็นผลผลิต จึงไม่ต้องกักตุน แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียว มีอยู่เป็นสังคมที่เห็นร่วมกันสัมมาทิฏฐิ เสมอสมานกัน เอกีภาวะ ทิฏฐิสามัญตา ศีลสามัญตา สอดคล้องกันก็ยิ่งเป็นหนึ่งเดียวกัน เข้าใจว่าอะไรควรผลิตก็ทำร่วมกัน กินใช้เท่าคนๆหนึ่ง เราผลิตได้มากก็สะพัดได้มาก ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อส้งคมมาก หากแลกเปลี่ยนเอาเงินมาก็ลดค่าลง ของคิดทุน ร้อย เอาร้อยแลกกลับมาได้ธนบัติก็เท่าทุนเจ๊ากัน หากยิ่งโกงราคา ของเราดีมีคุณภาพ โก่งราคา ทุนร้อยขายสองร้ายห้าร้อยนึกว่าได้กำไรทางโลกแต่เป็นหนี้ทางธรรมทางสัจจะ ศาสนาพุทธชัดเรื่องกรรมวิบากไม่ต้องสะสมหนี้ ไม่ต้องสะสมความเป็นลูกหนี้ก็ยิ่งซวย หากคนไทยเข้าใจว่ามาเป็นคนจน มีใจเผื่อแผ่กันสร้างสรรขยันเพียรเหลือกินใช้ ไม่อดอยาก ใครขี้เกียจก็บาปใครบาปมันใครมาแฝงก็บาปวิบาก ศาสนาพุทธเชื่อกรรมเชื่อวิบาก เชื่อกรรมเป็นของๆตน สองเชื่อวิบาก สามเชื่อกรรมเป็นของๆตน 1. กัมมัสสโกมหิ (มีกรรมเป็นสมบัติแท้ของตน) 2. กัมมทายาโท (มีกรรมเป็นทายาทรับมรดกของตน) 3. กัมมโยนิ (มีกรรมเป็นแดนเกิด-หรือพากำเนิด) 4. กัมมพันธุ (มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์, พันธุ์เทพ,พันธุ์มาร) 5. กัมมปฏิสรโณ (มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยแท้ๆ) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 581)

มีแต่กรรมเท่านั้นเป็นที่อาศัย ไม่ว่าจะกี่ชาติก็อาศัยกรรม ทำดีก็อาศัยดี ทำชั่วก็อาศัยชั่ว ทำไม่สุขไม่ทุกข์ก็อาศัยไม่สุขไม่ทุกข์ 611217_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 30

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน