สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ผู้นำประชาธิปไตยต้องมีลักษณะมหาบุรุษ 4 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ผู้นำประชาธิปไตยต้องมีลักษณะมหาบุรุษ 4 ประการ พ่อครูว่า...อาตมากำลังพูดอจินไตยประชาธิปไตยเมืองไทย พยายามแยกแยะขยายความให้ชัดเจน กำลังขยายความแจกแจงว่า ประชาธิปไตยขาเดียวประชาธิปไตยสองขาประชาธิปไตยสามเส้า การเมืองขาเดียวหรือประชาธิปไตยขาเดียว มันเป็นคนพิการ คนจะมีขาเดียวได้อย่างไรต้องมี 2 ขา (ศาลพระภูมิ) ซึ่งมันเป็นเรื่องลึกซึ้ง เรื่องคำว่า 2 คำว่า เทวะ แปลว่า 2 มันยิ่งใหญ่ในเรื่องของสัตว์โลกเรื่องของจิตนิยาม จิตวิญญาณ ที่จะมีความรู้ในเรื่องของรูปนาม เรื่อง 2 เทวฺธัมมา ต้องทำงานควบคู่กันไปตั้งแต่อุตุนิยาม มีพลังงานบวกลบก็มีสอง จับตัวเป็นรูปร่างอะไรขึ้นมาก็เริ่มต้นจาก 2 ทั้งนั้น แล้วถึงจะมีบทบาทกิริยาอำนาจอิทธิพลอะไรขึ้นมา ประชาธิปไตยที่เขาเน้นแค่การเลือกตั้ง ส่วนวิธีการอะไรต่างๆที่จะเป็นอย่างไรต่างๆช่างมันขอให้เลือกตั้งนี้ถือว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว ประชาธิปไตยเขามีแค่นั้น นอกนั้นจะไปอย่างไรมาอย่างไรพฤติกรรมจะเป็นอย่างไรมีความรู้อย่างไร มีจิตวิญญาณอย่างไรไม่รู้ เลือกตั้งมานี่แหละเขาก็ว่าเป็นประชาธิปไตยหมด ขอให้มีคำว่าเลือกตั้งอันเดียว ก็เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ถ้าไม่มีเลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบ ถ้าเป็นสัตว์ไม่มีขาเสียก็แล้วไปเป็นสัตว์น้ำ เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ยังไม่มีขาเป็นไส้เดือนกิ้งกือหรือกิ้งกือก็มีขานับไม่ถ้วน มันมีมากไปก็เลยต้องย่อยให้น้อยลงจนกระทั่งเหลือแค่ 2 ขา สง่าที่สุด 4 ขานี่ก็ยังเป็นสัตว์เลื้อยคลาน แต่ 2 ขานี่ยืนขึ้นสง่าผ่าเผย สูงสุดแล้วในเรื่องของความเป็นมนุษย์ ความเป็นสัตว์ที่พัฒนาการจนกระทั่งมาเป็นคนที่ยืนได้ตรง จะมีวิวัฒนาการจากลิงมาก็มีความโค้งจนกระทั่งเดินตรงแข็งแรง ยืนหยัดสู้กับอำนาจจุดศูนย์ถ่วงของโลก แข็งขืน
อ่านต่อ
กับแรงโน้มถ่วงของโลกได้อย่างดีที่สุด นี่คือมนุษย์ ซึ่งเป็นสัตว์ที่สูงสุดแล้วในมหาจักรวาลนี้ อาตมากำลังพูดถึงประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วก็บอกว่าเป็นประชาธิปไตยมันก็จริงเราไม่เถียง มันก็เป็นส่วนหนึ่งเป็นลักษณะแสดงออกอย่างนึง เป็นกรรมวิธีที่ตื้น เปลือกเปลือก การจะไปลงรับเลือกตั้งก็ต้องหาเสียง อาตมาก็ยืนยันอธิบายว่า การหาเสียงอยู่นี้ ผู้ที่ยังหาเสียงให้แก่ตัวเอง โฆษณา propaganda ตะโกนโหวกเหวกว่าฉันดี หาเสียง มันยังไม่ใช่ประชาธิปไตย เป็นการพูดบอกตัวเองตะโกนบอกตัวเอง แต่ถ้าให้ประชาชนเขาดูเองได้ไหม คุณปฏิบัติตนกระทำอยู่ในสังคมนี้จนกระทั่ง ประชาชนเขารู้เอง ให้เขาตัดสินเองนั่นคือประชาธิปไตย ประชาชนทั้งหลายเขาใช้ความคิดที่มีอิสระเสรีภาพไม่มีอัตตาเขาเอง จะมีอัตตาหรือไม่มีอัตตาก็เป็นตัวของเขาเองสมบูรณ์เป็นผู้วินิจฉัยตัดสินเอง เลือกเองว่าเลือกคนนี้ จำนวนประชาชนแต่ละคนเลือกรวมกัน จะมีวิธีการก็ดีก็ใช้ได้ เราไม่ได้เกี่ยงไม่ได้ว่าอะไร แต่มันเป็นวิธีการที่ตื้นๆ วิธีการที่ให้คนไปลงคะแนนเสียง เพราะฉะนั้นที่ทำกันอยู่นี่ยืนหยัดยืนยันตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คืออเมริกา เขาถือว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทีนี้ถ้าพูดว่า มีการกระทำให้คนมาเลือกโดยใช้อำนาจทุนรอน อำนาจเงิน ใช้อำนาจในหน้าที่ตำแหน่ง ใช้อำนาจในอำนาจนักเลงหัวไม้ก็แล้วแต่ อำนาจสารพัดที่จะหว่านล้อมเอามาใช้ประกอบคนมันเก่งและฉลาดเฉโก ที่จะเอาประโยชน์สร้างอะไรให้แก่ตัวเองจนกระทั่งมีอิทธิพล ถ้าคุณมีทุนรอนสนับสนุนเป็นหมื่นล้านอย่างที่เขาใช้กันอยู่ แสนล้านนั่นแหละอย่าว่าแต่หมื่นล้านเลย อยู่อเมริกาถ้าไม่มีทุนถึงหมื่นล้านขึ้นเพื่อใช้ในการหาเสียง ไม่มีทางได้เป็นประธานาธิบดีหรอก ให้มันบริสุทธิ์สะอาดจริงๆเลยไม่ต้องหาเสียง มีกี่เบอร์หากันมา หัวกะทิก็มี 2 คนนั่นแหละใครจะแน่กว่ากัน ติดประกาศบอกชื่อเสียงให้คนเขารู้ไม่มีการโฆษณา ก็อยู่กันมาก็พอจะรู้ว่า คนไหนมีวัยวุฒิมีวุฒิภาวะที่จะบริหารประเทศได้คนก็จะรู้จักมักจี่กัน แต่คนที่โตขึ้นมาอย่างไรก็ไม่รู้ แล้วจะให้คนเขาเลือกได้อย่างไร คนไม่ได้รับซับทราบเลย คนนี้แม้จะอายุน้อยแต่เขามีประสิทธิภาพเก่งทำงานมาไม่กี่ปีคนก็เห็นชอบตาม แล้วคนมาทำงานตั้ง 10 ปี 20 ปี 30 ปี ยังไม่เข้าตา มีคนให้ข้อมูลว่าใช้ 175 บาทต่อ 1 เสียง เขาได้คะแนนเสียงหลายสิบล้านคน นี่เป็นตัวอย่างที่จะเป็นปรากฏการณ์ในโลก ให้ได้เรียนรู้กันไป ประชาธิปไตย 2 ขาเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบตามธรรมชาติ ตามความเป็นมนุษย์มีกายกับจิต มีพฤติกรรม รูปกับนาม วัตถุกับจิต เป็นสภาวะเทวะ ธรรมะ 2 ที่จะเกิดพลวัตอะไรกันขึ้นมา ต้องเป็นประชาธิปไตย 2 ขาจึงจะสมบูรณ์ ประชาธิปไตยขาเดียวมีแต่ประชาชนเลือกตั้งไม่มีกษัตริย์ที่สืบทอดสันตติวงศ์ การสืบทอดสันตติวงศ์จะมีกฎมณเฑียรบาล พระประยูรวงศ์ต่างๆทุกพระองค์จะต้องอยู่ในกฎมณเฑียรบาลจะต้องฝึกฝนตนเอง จะต้องอยู่ในกรอบ คนจะต้องมีวุฒิภาวะคุณภาวะต่างๆ เพื่อที่จะเป็นผู้ที่สูงได้ทั้งภูมิปัญญาทางพฤติกรรมทางจิตวิญญาณ อะไรต่างๆนานา เท่าที่มนุษย์จะเป็นไปได้ มนุษย์ทุกประเทศทุกชาติรู้กันมาแต่โบราณ จนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่โบราณก็มีหัวหน้าเผ่าหัวหน้ากลุ่ม จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังมีกษัตริย์ ที่เราใช้ศัพท์คำว่ากษัตริย์ ยิ่งใหญ่ที่สุดในหมู่ชน เป็นรากเหง้าอันเดิม เป็นวัฒนธรรมที่พัฒนากันมา จนถึงวันนี้ มันถอนไปไม่ได้ในความเป็นมนุษยชาติ ความเป็นสัตว์โขลงแม้แต่สัตว์ก็ยังมีหัวหน้าฝูง กษัตริย์ที่จะดีจะต้องมีทศพิธราชธรรม ที่สูงส่ง ละเอียดลออวิเศษเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นประชาธิปไตยที่ดีขึ้นเท่านั้น ดังที่ประเทศไทย มีตัวอย่างมาแล้ว น่าจะเป็นตัวอย่างแก่โลกเขาต่อไปอีกคือประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งก็ได้รับคำยอมรับจากต่างประเทศว่าเป็น King of king อย่างนี้เป็นต้น เป็นตัวอย่างประชาธิปไตยสองขาอย่างสมบูรณ์แบบมีทั้งกายและจิต มีทั้งรูปและนามไม่ขาดตกบกพร่อง ในความเป็นชีวะแห่งมนุษย์ ชีวะขั้นจิตนิยาม ประชาธิปไตยขาเดียวขาดจิตวิญญาณจะเอาแต่การเลือกตั้งเป็นหลักใหญ่เท่านั้นเพราะเขาไม่มีอะไรดีกว่านั้น ไม่ลึกซึ้ง ส่วนประชาธิปไตยที่เราไม่ได้ปฏิเสธการเลือกตั้งมีประโยชน์ แต่ควรเป็นรองอย่างยิ่ง เราก็ไม่ได้ตีทิ้งทีเดียว แต่ไม่สำคัญ ไม่เป็นเอก เป็นแต่เพียงรองๆๆอย่างมากสำหรับการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับคนทั่วไป ใช้ก็ได้ไม่ใช้ก็ได้ ถ้าหากเข้าใจเนื้อหาสาระเนื้อแท้ของประชาธิปไตย พฤติกรรมเนื้อแท้ของผู้บริหารที่เป็นเนื้อสำคัญ มีพฤติกรรม มีความรู้ความสามารถ ที่จะทำงานให้แก่สังคม การทำงานให้แก่สังคมนั้นอาตมาพยายามจะเอาธรรมะพุทธเจ้ามาเป็นหลัก ผู้ที่จะบริหารประเทศเป็นผู้นำนั้นจะต้องเป็นมหาบุรุษที่ยิ่งใหญ่ วัสสการสูตร [35] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถานใกล้กรุงราชคฤห์ ครั้งนั้นแล วัสสการพราหมณ์มหาอำมาตย์ของพระเจ้ากรุงมคธ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอเป็นเครื่องให้ระลึกถึงกันไปแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ เราย่อมบัญญัติผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ว่าเป็นมหาบุรุษผู้มีปัญญาใหญ่ธรรม 4 ประการเป็นไฉน ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ บุคคลในโลกนี้เป็นผู้สดับเรื่องที่สดับแล้วนั้นๆมาก ย่อมรู้อรรถแห่งภาษิตนั้นๆ ว่า นี้เป็นอรรถแห่งภาษิตนี้ นี้เป็นอรรถแห่งภาษิตนี้ 1 เป็นผู้มีสติ ระลึก ตามระลึกซึ่งสิ่งที่กระทำคำที่พูดแล้ว แม้นานได้ 1 เป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในกรณียกิจอันเป็นของคฤหัสถ์ 1 เป็นผู้ประกอบด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาอันเป็นทางดำเนินในกรณียกิจนั้น สามารถเพื่อจะทำ สามารถจะจัดแจงได้ 1 เราย่อมบัญญัติบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการนี้แล ว่าเป็นมหาบุรุษผู้มีปัญญาใหญ่ ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ถ้าข้าพระองค์พึงอนุโมทนาขอท่านพระโคดมทรงอนุโมทนาแก่ข้าพระองค์ แต่ถ้าข้าพระองค์พึงคัดค้าน ขอท่านพระโคดมทรงคัดค้านแก่ข้าพระองค์ ดังนี้ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ เราไม่อนุโมทนาแก่ท่านเลยเราไม่คัดค้านเลย ดูกรพราหมณ์ เราย่อมบัญญัติบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการแล ว่าเป็นมหาบุรุษผู้มีปัญญาใหญ่ ธรรม 4 ประการเป็นไฉน ดูกรพราหมณ์ 1.บุคคลในโลกนี้เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อสุขแก่ชนหมู่มาก ยังประชุมชนมากให้ตั้งอยู่ในธรรมที่ควรรู้ เป็นอริยะ ได้แก่ความเป็นผู้มีกัลยาณธรรม ความเป็นผู้มีกุศลธรรม 2.บุคคลนั้นย่อมจำนงเพื่อตรึกวิตกใด ย่อมตรึกวิตกนั้น ย่อมไม่จำนงเพื่อตรึกวิตกใด ย่อมไม่ตรึกวิตกนั้นย่อมจำนงเพื่อดำริเหตุที่พึงดำริใด ย่อมดำริเหตุที่พึงดำรินั้นได้ ย่อมไม่จำนงเพื่อดำริเหตุที่พึงดำริใด ย่อมไม่ดำริเหตุที่พึงดำรินั้น เป็นผู้ถึงความชำนาญแห่งใจ(เจโตวสิปัตโต)ในคลองแห่งวิตกทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ 3. เป็นผู้มีปรกติได้ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ซึ่งฌาน 4 อันมีในจิตยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน 4.กระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง (พตปฎ. เล่ม 21 ข้อ 35)
อาตมาสรุปว่า สามเส้านี้คือประชาธิปไตย พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ถ้าใครไม่ติดในพยัญชนะพิจารณาในความหมายต่างๆก็จะรู้ว่านี่คือสัจจะที่แท้จริง เจโตวสิปัตโต คือ มีความสามารถยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ตามประสงค์ จะให้จิตเรามีพลังงานอย่างนี้มีการดำริอย่างนี้ ตักกะอย่างนี้ จะให้จิตเกิดขึ้นมาอย่างไรจนแข็งแรงเท่าใดก็ทำได้ดังประสงค์ เท่าแต่ฐานะของแต่ละคน ถือว่าพระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุดทำได้มากที่สุดโพธิสัตว์รองลงไปก็ฝึกไป ก็ทำได้ไปตามลำดับ อาตมาก็มีอยู่ขนาดหนึ่งของอาตมา ตามความเป็นจริงที่เราฝึกฝนมาได้ ไม่มีใครทำได้เกินตัวเอง บางทีเป็นแต่เพียงว่าตัวเองไม่เก่งที่จะทำออกไปให้แก่คนอื่นเรียกว่าถ่อมตน ก็เท่านั้นเอง มีเท่าไหร่ก็ทำได้เท่าที่เราจะทำได้ มีเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติอันหาอาสวะมิได้ 4 ประการนี้เป็นลักษณะที่ฝึกฝนได้ พระพุทธเจ้าฝึกฝนมาไม่รู้กี่ล้านชาติและได้ประพฤติมาจริง อาตมาก็ได้ฝึกฝนมาตามฐานะจึงได้พูดสิ่งนี้ได้อย่างสะดวกใจสบายใจ ผู้ที่จะทำงานกับมนุษยชาติกับปวงชน ก็จะต้องมีความเป็นมหาบุรุษ 4 นี้ควรจะมาก หากไม่มีเสียเลยเป็นอนุบุรุษ ไม่ใช่มหาบุรุษ เป็นมหาบุรุษไม่ได้ ผู้ที่สามารถบริหารประเทศได้นั้น อาตมาพยายามจะรวบรวมทั้งความคิดตัวเองและของคนอื่นมา เอาเนื้อแท้ที่เราเข้าใจเชื่อถือว่าเราเอาของเราเป็นตัวตัดสิน ของคนอื่นอันไหนที่ดีก็ขอเอามา อย่างนี้เป็นพฤติกรรมเป็นอาการของมนุษย์ที่ดี เราก็ขอเอามาใช้บรรยายบอกกล่าว ว่าลักษณะอย่างนี้เป็นสิ่งประเสริฐ ผู้ที่จะเป็นนักรัฐศาสตร์นักบริหารประเทศชาติที่ดี ก็ควรจะต้องมีความรู้และจะต้องสร้างพลังความสามารถในตน ให้มันได้ดั่งที่ผู้รู้ทั้งหลายท่านก็ประมวล ท่านพยายามรวบรวมไว้ให้คนได้ศึกษาฝึกฝนอบรมตนเอง อย่างที่กล่าวไปแล้วอย่างน้อย 4 ข้อนี้ การแสดงออกของบุคคลเหล่านั้น ของผู้ที่จะบริหารประเทศ ขณะนี้ก็มีบุคคลจริงมีนักประพฤติจริง อาตมาว่าหากไม่ลำเอียงไม่มีอคติ ก็ตรวจสอบได้ ในคนไทยเราก็เอาคนไทยเป็นหลักเราอยู่ในประเทศไทยที่กำลังพัฒนาการ อยู่ในสังคมไทยเรา จะดีไม่ดีก็คนไทย ผู้บริหารประเทศจะต้องตรวจสอบ ผู้นำมาเรียกว่านายกรัฐมนตรีของไทย 29 คน ก็มีประวัติ ศึกษาได้ อาตมาก็พอได้ศึกษามาเท่าทีมีภูมิ ก็เห็นว่ามาถึงปัจจุบันนี้มันลงตัว ทั้งพระมหากษัตริย์ ของเราเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้องมีทั้งพระมหากษัตริย์และประชาชนที่จะเป็นผู้นำเป็นหัวหน้า โดยเฉพาะมีความหมายมาก ว่ากษัตริย์ท่านจะทรงเป็นกลาง ทรงละเอียดลออลึกซึ้ง จนกระทั่งพูดถึงว่า The King Can do No Wrong จะทำอะไรก็ผิดไม่ได้นะ ซึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 บอกเองว่าพูดอย่างนี้มันหนักไป บอกว่า The King ก็เป็นคนนะ จะทำอะไรไม่ผิดเสียเลยได้อย่างไร เป็นคนก็ไม่น่าจะพูดถึงอย่างนั้นท่านก็ว่า มันก็น่าจะผิดได้บ้าง แต่แน่นอน เป็นในหลวงเป็นกษัตริย์ก็ไม่ควรจะต้องผิด แต่จะไปบังคับว่าไม่ให้ผิดมันเกินธรรมชาติ ถ้าท่านเองท่านไม่ถือดีไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวเอง แสดงถึงปรีชาญาณ พระทัยอันสุดยอด ท่านไม่มีอัตตาตัวตนไม่หลงตัวหลงตน มันต่างกันคนละขั้วเลยกับโดนัลด์ทรัมป์ พฤติกรรมที่แสดงออก สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุลมันชัดเจนอย่างนี้เป็นต้น ขออภัยที่ต้องเอาตัวบุคคลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่พอซับทราบกันได้มาศึกษา ที่มีของจริงให้เราได้อ่าน ได้เป็นข้อวินิจฉัย เป็น specimen เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นของจริง เป็นปรากฏการณ์จริงในโลกขณะนี้ เพราะฉะนั้นในโลกที่มี 2 หน่วยมีกษัตริย์และก็มีนายกฯ เป็นประชาธิปไตย 2 เป็นเทวะ อันนี้มันสมบูรณ์ จิตวิญญาณของกษัตริย์ท่านก็รักษาให้สะอาด ส่วนสมมติสัจจะจะผิดพลาดบกพร่องบ้าง สมมติสัจจะก็เป็นที่รู้กัน ก็ต้องยกให้เป็นรอง 1 นี้ต้องรักษา เพราะฉะนั้นจะให้กษัตริย์มาเต็มที่เหมือนอย่างกับอีกอันนึงนี่ มันจะไม่เหลืออะไร มันจะแปดเปื้อนง่ายที่สุด เพราะฉะนั้นวิธีการนี้เป็นวิธีการอันชาญฉลาดของมนุษย์โลก ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาจนถึงทุกวันนี้อาตมาว่ายิ่งฉลาดต่อไป ว่านี้ต้องมี 2 หน่วย ต้องมีรูปนาม มันจะต้องมีสิ่งที่เกื้อกูลช่วยเหลือกันอย่างนี้ตลอดเวลา จะต้องช่วยกันรักษาสิ่งประเสริฐนี้ ต้องมีผู้หนึ่งที่เป็นผู้รองรับอีกสิ่งหนึ่งให้สะอาดบริสุทธิ์ไว้ แต่ไม่ใช่ว่าผู้ที่สะอาดบริสุทธิ์นั้นจะเห็นแก่ตัว แต่ผู้ที่จะสะอาดบริสุทธิ์ก็ควรจะต้องสะอาดบริสุทธิ์ ที่จริงแล้วผู้สะอาดบริสุทธิ์จะมาเป็นอย่างนี้แล้วก็เป็นได้แต่ไม่ควรจะมาให้ท่านเป็น ท่านควรจะต้องอยู่ในฐานะนั้นและอีกหนึ่งฐานะจะต้องช่วย มันเป็นเรื่องสัจจะที่ บางคนบอกว่ามันหลง มันต้องเสมอภาคกันสิ พวกนี้มันไม่รู้จักสัจจะ ต้องมี 2 สิ่งต้องเข้าใจอิตถีภาวะ ปุริสภาวะ ซึ่งเป็นเอกบุรุษ เขาไม่เรียกเอกสตรี มีแต่ที่อเมริกาบอกว่าสตรีหมายเลข 1 เขาก็ตั้งของเขาเอง หลงตัวหลงตนมาก อเมริกา บัญญัติอะไรให้คนเอาตาม คนผู้ที่อ่อนแอกลัวอำนาจของอาวุธร้าย กลัวอำนาจก็ยอม แต่คนที่ไม่กลัวอาวุธร้าย ไม่กลัวอำนาจบาตรใจ เข้าใจชีวะเข้าใจจิตวิญญาณ rebirth หมุนเวียนจิตวิญญาณเกิดแล้วเกิดอีกเป็นอเทวนิยมเขาไม่กลัวหรอก แต่เทวนิยมนี้กลัว ตายแล้วกลัวจะไปในนรก ที่พระเจ้าบันดาล เป็นเรื่องลึกลับ ซึ่งศาสนาพุทธไม่มีความลึกลับเหล่านั้น 611216_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ วิธีตรวจกึ๋นผู้มาอาสาทำงานการเมืองไทย