สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข20 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ _ก้อนดิน...พ่อครูให้ว่า สุขสำราญเบิกบานใจ เป็นขั้นตอน แล้วอยากถามพ่อท่านว่า อย่าเอาสุข สุขมันหลอก แล้วสุขแบบจนนี้สุขอย่างไร แล้วขาดทุน จะสุขสำราญอย่างไรด้วย คนข้างนอกงงว่า จนแล้วก็ยังมาขาดทุนอีก ทำอย่างไรให้จน สุขสำราญ เบิกบานใจ พ่อครูว่า...คำว่าสุข สุ แปลว่าดี ข แปลว่าว่าง ว่างจากความไม่ดี ความโง่ มีความรู้ความเข้าใจดี มาเป็นตัวเนื้อแท้ของความสุข มีแต่ฉลาดอย่างประเสริฐอย่างแท้จริง ดี ความซับซ้อนจากพยัญชนะสู่สภาวะนี่แหละสรุปได้ทุกอย่าง คือพยัญชนะกับสภาวะกลับไปกลับมา คือความซับซ้อนสภาวะกับพยัญชนะ จนเป็นพยัญชนะ คือสภาวะคนที่ไม่ต้องมีอะไร ไม่ต้องมีอะไรในตนเอง แต่มีหมู่กลุ่ม สวล. มีเหตุปัจจัยครบอุดมสมบูรณ์ ส่วนตัวจน แต่ส่วนรวมอุดมสมบูรณ์ ชาวอโศก อธิบายสภาวะนี้ได้อย่างครบสมบูรณ์ คนมาอยู่ด้วยสัก สองเดือนสามเดือนจะชัดเจนเลย _สมณะเสียงศีล...ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบขอบพระคุณพ่อท่านอย่างมากที่มาให้กำลังใจกับพวกเรา ใจอาตมาอยากให้มา อีกใจหนึ่งก็อยากให้พ่อท่านถนอมสุขภาพมากกว่า แต่พ่อท่านมาแล้วก็ขอคั่นเวลา อยากถามพ่อท่านไว้ ช่วงที่พ่อท่านพักว่า การเมืองนี่ที่จริง สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาตลอด มีครั้งหนึ่งพระเจ้าอชาตศัตรูจะไปตีกษัตริย์ลิจฉวี พระพุทธเจ้าว่าไปตีไม่แตกหรอก เพราะเขามีอปริหานิยธรรม สามัคคีกันมาก พระเจ้าอชาตศัตรูก็เลยให้วัสสการพราหมณ์ไปยุแหย่ พ่อครูว่า..อจินไตย พระพุทธเจ้ารู้ในสิ่งเกี่ยวกันทำให้เกิดผลประโยชน์ หรือโทษ เป็นโทษก็เป็นตัวอย่างของโลก เป็นประโยชน์ก็เป็นตัวอย่างของโลก เกิดเป็นตำนานตกค้างมาให้เราได้ใช้ศึกษาให้รู้ว่า ความจริงของพลังงานจิต เป็นรูป นาม พลังงานสอง เทวะ ซับซ้อนปรุงแ

อ่านต่อ

ต่งกัน ให้ตอบว่าทำไม อาตมาตอบไม่ได้ไม่เก่งอจินไตย จะต้องการคำตอบนี้ตอบไม่ได้ ก็ตอบได้แต่ว่า เป็นเรื่องพฤติกรรมจริงฝากไว้ในตำนานชาดก พฤติกรรมมนุษย์สืบทอดกันมาให้เห็นใครจะเชื่อหรือไม่ก็บังคับกันไม่ได้ อาตมาเชื่อว่ากรรมวิบากเป็นเรื่องสูงสุดของมนุษย์ กรรมนี่แบ่งกันไม่ได้ ถึงเวลาก็มาออกฤทธิ์กับตนเอง อาตมาสั่งสมภูมิปัญญามา เรื่องเก่าๆยิ่งทำให้เรามั่นใจเรื่องกรรมวิบากที่ออกผลต่อความจริงเป็นสัจจะที่ซื่อสัตย์สุด อาตมาจำนนเลย กรรมนี้ซื่อตรงซื่อสัตย์ไม่มีใครทำผิดเพี้ยนได้เลย เปลี่ยนไม่ได้ ถึงเวลาออกฤทธิ์ห้ามไม่อยู่ ดันทุรังไม่ได้ กัมมุนาวัตตีโลโก กัมมังสัตเตวิภัชติ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมจำแนกสัตว์ เป็นเรื่องสุดยอดยิ่งใหญ่ที่สุด

_กฐิน… คำว่าสุขสำราญเบิกบานใจต้องเริ่มจากโสดาบัน แล้วเป็นสกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ หากคนไม่ได้ฐานโสดาบันจะไม่รู้จักสุขสำราญแท้ พ่อครูว่า...หากติดอบายมุข ก็เป็นโสดาบันไม่ได้ คนพ้นอบายมุข จึงเป็นโสดาบัน คุณหลุดพ้นมาถึงรับรสความหลุดพ้นไม่โง่ไปกับสุข ที่จริงมันทุกข์ แต่มันหลอกว่าสุข อย่างคนมาโซคิส ซาดิสม์ก็ ชกปากคนอื่นแล้วอร่อย แต่ลองปากตนเองแตกสิ จะรู้สึก

_อ.กฤษฎา..คำว่าจน ทำให้ผมนึกถึง สัพเพธัมมานาลังอภินิเวสายะ คือไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรเลยไหม พ่อครูว่า..ใช่ ไม่เอาอะไรมาสะสมเลย ไม่ยึดไว้เลย ในสภาวะจริง แต่มันซ้อนที่เราไม่มีแต่เรามี เรามีสวล.มีบารมี จะเป็นทรัพย์ เป็นพลเมืองประชากร ที่ยินดีรับใช้เราตายแทนเราเป็นสัจจะของเขา เขายินดีทำ ด้วยซื่อสัตย์จริงใจว่าคุ้ม เป็นสิ่งดี อ.กฤษฏา มีองค์ธรรมหลายชุดขึ้นต้นด้วยทาน ผมเป็นการสะพัดออกการให้โดยไม่หวังผล คือวิถีทางฝึกทานอย่างแท้จริง สรรพสิ่งทุกอย่างไม่ใช่ของเราให้ไปเลย พ่อครูว่า..ยิ่งเราให้ อย่างไม่มีตัวตน คนอื่นก็ยิ่งจะเข้าใจ เขามีปัญญารู้ว่าอย่างนี้สิคือไม่มีตัวตน แต่หากคุณปากว่าไม่เอาแต่พฤติกรรมกลับเอาคืนอย่างซับซ้อนหรือยิ่งนานไปยิ่งไม่มีไม่เอาแต่คนปากว่าไม่มีไม่เอา แต่ยาวนานไปกลับเอาๆ มันจะฟ้องเลย _อ.กฤษฎาว่า..เราทำก็มีผลจากการทำ คือสิ่งเกินสิ่งเหลือ พ่อท่านสอนว่าเอาสิ่งเกินเหลือไปให้อีกสะพัดอีก ในหนังสือเล่มนี้ พ่อครูว่า...หนังสือเล่มนี้จะมีคนขยายความอีกในแต่ละจุด ที่มีความเข้มข้นอีกมาก จะมีคนเก่งกว่าอาตมาเอามาขยายต่อ _เราไม่ยึดมั่นถือมั่นคือเราไม่สุขไม่ทุกข์ได้ พ่อครูว่าเราไม่สุขไม่ทุกข์ไม่โต่งไปทางกามหรืออัตตา ไม่มีอันตา(ปลาย)เลย อธิบายไม่ง่าย ใช้ภาษาไทยว่า กลาง ว่าง เปล่า ก็ยังน้อยไป จะอธิบายอย่างใดก็ทั้งนั้น

_วิเชียร..นึกถึงพระเวสสันดร อนาถบิณฑิกฯ ก็ทานจนหมดตัว พออ่านหนังสือคนจนที่มีแบบ ตอนจบ มีว่า คนจะมีคุณค่าคือคนมีชีวิตเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่นแก่สังคม ทำให้ตนเกิดจิตอาสาในใจ พ่อครูว่า...ชีวิตที่มีคุณค่าคือชีวิตเป็นผู้ให้ โดยไม่มีอะไรเอากลับมาเลย เป็นเส้นตรงไม่โค้งมามีเราเลยไม่เป็นเราเลย เป็นนิวเคลียร์ fission ไม่มีแสง พลังงาน โค้งบูมเมอแรงกลับมาอีกเลย มันควรต้องมาอยู่กับหมู่กลุ่มที่เป็น มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ในเรื่องสุริยเปยยาล 7 ข้อ ต้องมีความเข้าใจ ความจริง สุริยเปยยาลของแสงอรุณ ก่อนพระอาทิตย์ขั้นต้องมีแสงเงินแสงทองมาก่อน ลึกซึ้งมาก ใน 7 ข้อนี้คนที่สามารถเข้าใจได้ ทำความเป็นจริง [129] มิตรดี เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค . . ดูรายละเอียดมิตรดี เรามาสัมผัสหมู่กลุ่มนี้พฤติกรรมสังคมวัฒนธรรมนี้ เราก็ว่าใช่ เรายินดีพอใจ มาแล้วก็จะมีหลักเกณฑ์ศีล [131] สีลสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค . อย่างน้อยศีล 5 ละอบายมุขมังสวิรัติ ทำได้ก็จะรู้สึกสุดยอดประเสริฐ จะเกิดความรู้เป็นปัญญา ปัญญาจะชัดเจน ศีลเป็นตัวทำให้เราเจริญสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ ก็จะรู้ว่ามีศีลจะลดอัตตา [132] ฉันทสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค . [133] อัตตสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค [134] ทิฐิสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค . . [135] อัปปมาทสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยมรรค [136] โยนิโสมนสิการสัมปทา เป็นนิมิตแห่งอริยรรค .

จะมาเป็นลำดับๆเลยในสุริยเปยยาล 7 ข้อนี้ ก็จะปฏิบัติตามลำดับไม่ประมาท ทำโยนิโสฯเป็น ตามสวากขาตธรรม แล้วจิตเราทำได้ผล โยนิโสมนสิการ ทำให้กิเลสออกกิเลสลดลงๆ ตามกระบวนการที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ ทั้ง 7 ข้อหากทำได้ครบถึงโยนิโสมนสิการ เป็นหลักการ คุณต้องมี 7 ข้อนี้ชัดเจนแล้วถึงเริ่มฝึกมรรค 7 องค์ 7 ข้อนี้แค่ความรู้นะ ยังไม่ได้ปฏิบัติ แล้วก็ทำมรรค 7 องค์ มีการคิด พูดทำ การทำอาชีพ ตามมรรคมีองค์ 8 611217_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 30

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน