โควิดมาเพื่อพิสูจน์สาราณียธรรม 6.docx
เนื้อหาในไฟล์
โควิดมาเพื่อพิสูจน์สาราณียธรรม 6 _สมณะถ่องแท้...เสียงชัดเจนแล้ว ที่จะพูดตอนแรกคือ พูดถึงประเด็น ภาวการณ์ของโลกสหรัฐอเมริกาที่กำลังวุ่นวาย วัตถุนิยมทำให้คนขาดจิตสำนึก และใช้ความรุนแรงอย่างขาดการยับยั้งชั่งใจ แต่ระหว่างรายการพ่อครูดำเนินไปนิดหน่อย มีคนดูใน Facebook บอกว่า ขณะนี้เกิดบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงกับคนละเรื่องอย่างนั้นเลย คือตำรวจคุกเข่าขอโทษผู้ชุมนุมประท้วงที่เกิดตามมาคือความสำนึกความเห็นใจกัน เรื่องมนุษยธรรม มนุษย์มีอยู่แล้วแต่สัญชาตญาณดิบมันขึ้นมาทำงาน ทำให้เขาทำเลวร้ายอย่างนั้น มาดูสังคมชาวอโศกเรา เท่าที่อยู่กับพ่อครูมา 40 กว่าปี ทิศทางที่พ่อครูสอน พาพัฒนาสังคมชุมชนมันมาถูกทางแล้ว เราเน้นเรื่องจิตวิญญาณเรื่องน้ำใจเรื่องความเอื้ออาทรเอื้อเฟื้อกัน มีระเบียบวินัย แม้โควิดจะระบาดอย่างไรเราก็ปลอดภัย อยู่ในขอบเขตที่มีการระมัดระวังตัวเอง และมีวิถีชีวิตที่ดี ไม่ไปเสี่ยงกับเขา เห็นความชัดเจนว่าสังคมอุดมธรรมะ เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว พ่อครูว่า...ใช่อาตมาก็ขอขยายความ อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้า เอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้าของความเป็นสังคมอาริยกะ ไม่ใช่สังคมมิลักขะ เป็นสังคมคนเจริญ ซึ่งได้ผ่านทำมาตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า เนื้อแท้ท่านสรุปเอาไว้ที่จรณะ 15 วิชชา 8 อาตมาเอามาขยายความ บางทีไม่ได้พูดถึงพยัญชนะ จรณะ 15 วิชชา 8 เป็นกระบวนการใหญ่ของพุทธศาสนา แต่ก็เอาเนื้อหาสาระมาทำ ย่อยลงมาสั้นๆเป็นศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งได้พาทำอย่างมีหลักเกณฑ์คือมีศีล แล้วก็ทำให้จิตเกิดเจริญขึ้นเรียกว่าสมาธิ ให้จิตใจชัดเจน ซึ่งได้จากศีลแต่ละข้อ ศีล สมาธิ ปัญญาที่เป็นกระบวนการที่แยกกันไม่ได้ แล้วก็พาทำ เช่น ศีลข้อที่ 1 จนกระทั่งพวกเรามี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ได้สมบูรณ์แบบเลย จนกลายเป็นสังคมสาราณียธรรม 6 อย
อ่านต่อ
ู่กันอย่างมี เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีสาธารณโภคี มีศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา ครบสาราณียธรรม 6 แล้วก็ทำกระบวนการของศีลสมาธิปัญญาจรณะ 15 วิชชา 8 นี้ได้ผลมาจนกระทั่งเป็นวรรณะ 9 คือเป็นคนสมบูรณ์แบบแล้วเลี้ยงง่าย สุภระ สุโปสะ เป็นคนเจริญง่าย บำรุงง่ายพัฒนาง่าย พูดกันรู้เรื่อง เป็นคนสมบูรณ์แบบตรงที่เป็นคนมาจน มักน้อยแล้วก็มีใจพอ สันตุฏฐิ ใจไม่ไปกระดี๊กระด๊าอยากไปแย่งชิงเอาเปรียบใคร มีใจก็พอ พอที่ตัวเองสร้างสรรหรือหมู่กลุ่มเราแบ่งกันกินกันใช้ก็พออยู่แล้ว อย่างนี้เป็นต้น มันมีความลงตัวมีความเป็นจริง ไม่ได้เสแสร้ง เป็นไปตามอัตโนมัติของสัจธรรมที่คนพวกเรามีจริง แล้วก็ไม่ประมาท เป็นคนขัดเกลาตัวเองอยู่ ทั้งกายกรรมมีสิ่งบกพร่องก็ขัดเกลากายกรรม วจีกรรมที่บกพร่องก็ขัดเกลาวจีกรรม โดยเฉพาะที่มีมโนบกพร่อง ยังมีกิเลสยังมีสิ่งไม่ดี ก็ขัดเกลาตัวเอง มีสัลเลขธรรม มีธูตะ ขัดเกลาศีลสมาธิปัญญามีวิมุติ ธูตะ ศีลแต่ละข้อพัฒนาตัวเองให้เจริญขึ้นจนกลายเป็นคนที่มีอาการที่ดีครบ ปาสาทิโก กายกรรมก็ดูดีดูงาม วจีกรรมก็ดูดีดูงามมโนกรรมก็ดูดีดูงาม จนสุดท้ายจบไม่สะสม เป็นคนไม่สะสม อปจยะ แล้วเป็นคนขยันอยู่เสมอ ปรารภความเพียรขยันอยู่เสมอ ไม่ขี้เกียจ เป็นธรรมดาธรรมชาติของคน คนเจริญ อันนี้ควรทำอันนี้ควรพักอันนี้ควรเพียรก็ทำ ตอนนี้กลางวันตอนนี้กลางคืนก็หลับก็นอนก็พัก กลางวันก็ทำงาน รู้จักเวลาพัก-เพียร เราไม่พักอยู่ (อัปปติฏฐัง) เท่ากับยังเพียรต่อไป เราไม่เพียรอยู่ (อนายูหัง) เท่ากับพักหรือไม่ต่ออายุอิทธิบาท เราเป็นผู้ข้ามโอฆสงสารได้แล้ว (โอฆมตรินติ)
เมื่อใดเรายังพักอยู่ (สันติฏฺฐามิ) เมื่อนั้นเรายังจมอยู่โดยแท้ เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ (อายูหามิ) เมื่อนั้นเรายังลอยอยู่โดยแท้ เราไม่พัก เราไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล ฯ (พตปฎ. เล่ม 15 ข้อ 2)
อาตมาเคยบอกว่าสังคมอโศกที่อาตมาพัฒนาทำมา 50 ปีนี้อาตมาบรรลุผลแล้ว ก็จะปลดเกษียณแม้จะปลดเกษียณก็ยังอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ดูรุ่นที่รองลงไป ช่วยเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน สอนลูกสอนหลานรุ่นน้องที่ต่อไปอีก
สู่แดนธรรม..ผมได้คำที่เกริ่นไว้ตอนแรก สังเกตุที่พ่อครูได้พบปะกับลูกๆที่มาพบพ่อท่านในงาน พ่อท่านจะสังเกตว่าเขามีแววตาที่เบิกบานมั้ย เขายังมีการปฏิบัติที่ยังดีอยู่ไหม พ่อครูว่า...มันก็เห็นจริง มันทำให้อาตมาทำงานนี้ ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่เป็นหมัน พอเห็นก็รู้ว่าคนนี้ยืนยันได้มรรคผล คนนี้ปฏิบัติอยู่ดีเป็นผู้ที่สบาย เป็นคนเจริญเป็นคนไม่มีโทษภัยต่อสังคม เป็นคนที่มีคุณค่าประโยชน์ต่อสังคม แล้วตัวเองก็สบายใจ ยังมีสิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง สัลเลขตัวเอง มีธูตะ มีศีลสมาธิปัญญาของตัวเองที่เจริญขึ้น ถ้าจบแล้วก็ไม่สะสมอะไรแล้วก็มีแต่ยอดขยัน คนในอโศกนี้ ไม่สะสมแล้วเป็นคนศูนย์จริงๆมีชีวิตอยู่ในอโศก เป็นคนไม่สะสมแล้วไม่กังวลไม่คำนึงถึงว่าจะมีเงินมีทองมีสมบัติอะไร อยู่ในอโศกนี้มีตัวจริงตัวบุคคล แล้ววันหนึ่งก็มีแต่ วิริยารัมภะ ตื่นมาก็มีเวลาทำงานถึงเวลานอนก็นอน ตื่นเช้าก็มาทำงาน จนกว่าจะถึงวันตาย มันจบแล้วนะ อปจยะ วิริยารัมภะ สัจจะของพระพุทธเจ้าชัดเจนเหลือ 2 ข้อสุดท้ายเป็นคนที่สมบูรณ์แบบแล้ว ก็คือคนอปจยะ วิริยารัมภะ สู่แดนธรรม..ตอนพ่อท่านเดินออกกำลังกายตอนเช้าก็เห็นพวกเราเก็บผักขมีขมัน เราตั้งข้อสังเกตว่า เราที่ทำนี้เหน็ดเหนื่อยไปมีเหงื่อท่วมตัวนี่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองสักหน่อยเลย ทำไม ทำไปทำไม พ่อครูว่า..มันเป็นความเจริญความประเสริฐเป็นเครื่องชี้บ่งความเจริญความประเสริฐของคน ตอนนี้มีโควิดมาต้องตั้งกระท่อมปันสุข ดีไม่ดีในอนาคตอาจจะจัดทีมลงไปในตลาดลงไปแจกผักกัน จริง อาตมาว่าถ้าใครขยันไม่ต้องทำอะไรเลย ผักตาโก้งนี่เยอะเลย ดองแล้วก็ใส่กระทงเอาไปแจกตามตลาด คุณซึ้งบุญ ทำไปแจกที่กระท่อมหลายรอบแล้วคนข้างนอกบอกแซบๆ พ่อครูว่า...มันยังมีเยอะจริงๆ แหม เอาไมยราบยักษ์มาลองดูไหม 630601_รายการเอื้อไออุ่นออนไลน์(สำมะปี๋ซี่วิต) ครั้งที่ 6ศีรษะฯ สีมาฯ