ความมหัศจรรย์กองกลางสาธารณโภคีของชาวอโศก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข13 ธันวาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ความมหัศจรรย์กองกลางสาธารณโภคีของชาวอโศก พ่อครูว่า... เข้าสู่ ความมหัศจรรย์ที่อาตมาจะพูด ความมหัศจรรย์นี้ต้องขออภัยต่อสังคมว่า ความมหัศจรรย์นี้เกิดแล้วในสังคมมนุษยชาติ มีวัฒนธรรมที่เป็นวัฒนธรรมโลกุตรธรรม เกิดที่ชาวอโศก เกิดที่คนไทย ในประเทศไทย กลุ่มคนที่มีชื่อเรียกว่า ชาวอโศก มีคุณวิเศษ หรือคุณสมบัติ วัฒนธรรมถึงขั้น สาธารณโภคี เศรษฐกิจในระดับสาธารณโภคี แม้แต่ รัฐศาสตร์ การเมือง ก็เป็นการเมืองระดับสาธารณโภคี สังคมศาสตร์ก็เป็นสังคมระดับสาธารณโภคี เอาเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์มาขยายความก่อนจัดการบริหารจัดการของเงินประเทศกองกลางของประชาชนของประเทศสาธารณะ แล้วผู้บริหารก็เอามาจัดการกับประชาชนในประเทศบริหารจัดการให้ยังไงวิธียังอายุเท่าทัน อาตมาอธิบายหลายทีแล้วว่า วิธีการบริหารประเทศมันก็มีกองกลาง เรียกว่า เงินกองกลางของรัฐบาล ผู้บริหารเป็นคนจัดการ การเงินของประเทศ เหมือนกองกลางของประชาชนของประเทศ เรียกว่า เป็นเงินกองกลางหรือเงินสาธารณะ แล้วผู้บริหารก็เอามาจัดการกับประชาชนในประเทศ จะเฉลี่ยกันหรือบริหารอย่างไรก็แล้วแต่ จะแลกเปลี่ยนหรือจะให้ยังไงก็แล้วแต่ อย่างวิธีการของพลเอกประยุทธ์ ให้คนละครึ่งบ้าง ให้ฟรีบ้าง หรือให้รายเดือน รายบุคคลไป มันก็เป็นวิธีการ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ก็ทำงานได้จะว่าเข้าตาก็เข้าตาอาตมา เป็นคนซื่อสัตย์ เป็นคนทำงานให้ประเทศอยู่เย็นเป็นสุข กินดีอยู่ดี แต่มันมีคนขวางที่เป็นคนยึดมั่นถือมั่นอยู่ในกลุ่มของพวกนักบริหารด้วยกัน ยังมีเยอะอยู่นะ มันก็ยังต้านยังขวางอยู่ก็ได้ประมาณนี้ ก็ถือว่าเก่ง ตัวการหนักๆลดอำนาจลงไปเยอะได้เยอะ แต่ก็ยังเหลือที่เป็นบริวาร ก็ยังต่อต้านกันอยู่ ก็ทำไป ค่อยๆสู้ไป อาตมาก็ขอบอกพลเอกประยุทธ์ จะได้ยินหรือไม่ได้ยิน ก็ฝากลมฝากแล้งไป ว่าอย่าท้ออย่า

อ่านต่อ

เพิ่งออก ไม่ใช่อาตมาหลงใหลพลเอกประยุทธ์ แต่ว่าอาตมายังไม่เห็นใครที่จะมีสติปัญญา ความเฉลียวฉลาด และความอดทน ทำได้ถึงขั้นนี้ ทำมา 8 ปี เห็นแล้วชัดเจน ทำต่อไปเถอะเพราะยังอายุไม่เท่าไหร่ อายุ 67 ปี ส่วนประธานาธิบดีโจ ไบเดนของอเมริกา อายุ 79 ปีแล้ว ให้รักษาสุขภาพไว้ เป็นทหารน่าจะรักษาสุขภาพได้ดีกว่าอาตมา ไม่ได้พูดอย่างหลงใหลคลั่งไคล้ยกยอปอปั้นเล่น มันเป็นสัจจะ แล้วมันเป็นตัวอย่างของโลก มันเป็นการบริหาร ซึ่งเข้าหลักของโลกุตรธรรมมา จะว่าสืบทอดในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก็สืบทอดโลกุตรธรรมมาจริงๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ในประเทศไทยที่มีอยู่ในโลก ซึ่งคนเขายังมองไม่ออก คนมองออกก็มีน้อย เหมือนอย่างดูอาตมาไปเข้าตารางวัลแมนเฮ กับองค์กรย่อยๆให้เป็นรางวัลมา อาตมาได้รับรางวัลมา 3 รางวัล รางวัลหนึ่งมาจากอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ให้มาเป็นโล่ อาตมาก็ลืมไปแล้ว แต่เขาไปเก็บมาได้ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สู่แดนธรรม... พ่อท่านพาพวกเรา เข้าสู่ความมหัศจรรย์ พ่อครูว่า... นักบริหารที่เลวร้ายที่สุดคือทักษิณ ชินวัตร ปู่ยี่ปู้ยำเงินกองกลางไปเป็นของตน เอาไปเป็นล้านๆ เสร็จแล้วก็ไปออกดอกจนทุกวันนี้ เป็นปฏิภาคทวี ใช้ยังไงยังไงก็ไม่ทัน แกขี้เหนียวด้วย ทุกวันนี้ก็เลยต้องพูดว่า ไปลงทุนที่ต่างประเทศ ถ้าตีค่าเป็นเงินไทยก็คงมากมาย แล้วแกก็เรียนอาชญวิทยา ถึงซับซ้อนซุกซ่อนไม่ให้โลกรู้ทันได้เก่ง ขนาดได้ข่าวว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก็ยังชื่นมื่นอยู่เลย เพราะฉะนั้นถึงบอกว่า เป็นตัวอย่างที่สุดยอดแห่งตัวอย่าง ยิ่งกว่าเทวทัตอีก เป็นสมัยใหม่ สุดยอดตัวอย่างสมัยใหม่ ทำให้เห็นถึงสิ่งไม่ดีไม่งามจากที่เขาทำ มันซับซ้อน คนไม่รู้ก็ไปหลงคารมเขา หลงในพฤติกรรมความสามารถแบบนั้น หรือหลงเงินทองรายได้ เป็นทาสเขาอยู่ รวมแล้วก็ยังมีฤทธิ์ ยังไม่หมดฤทธิ์ ไม่ยอมหยุด ก็เป็นธรรมชาติของเขา ก็ไม่ได้แปลกอะไรที่จริง มันก็ต้องดันทุรังไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำนึกเป็นดันสุรังได้ แต่นี่มันคงทุรังไปเรื่อยๆ ทุร แปลว่าไม่ดี สุ แปลว่าดี มันก็ดันทุรังไปเรื่อยๆ แทนที่จะดันสุระ เงินกองกลางไม่ว่าจะเป็นลักษณะของคอมมิวนิสต์หรือเป็นลักษณะของประชาธิปไตย ยิ่งเป็นลักษณะของสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้ว สมบูรณาญาสิทธิรบชาชย์นั้นเป็นของตัวของตนหมดเลย แม้แต่ของประชาชน จะริิบเอามาเป็นของตัวเองหมดเลยก็ได้ เป็นฤทธิ์ขนาดนั้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำที่จะริบเอาของประชาชนในประเทศมาเป็นของเจ้าของประเทศ เอามาหมดตัวเองก็ตาย คนอื่นก็ต้องตายหมด แล้วมันจะอยู่กันอย่างไร ก็ต้องแบ่งให้เขาเอาไปใช้ให้น้อยๆ หือไม่ขึ้นด้วย มันมอมเมากันมากๆอะไรกันประเทศใดที่สามารถที่จะบริหารก็เท่านั้น ที่นี้ การเข้าใจ การเฉลี่ยแบ่งแจกให้คนอื่นไปได้ เพราะคนมันมีกิเลส มันติดมันยึดมันจะต้องใช้อย่างนั้นอย่างนี้อยู่บ้าง บางทีไม่บ้าง มันมอมเมาผลาญหลงใหลกันไม่เป็นคนไปสะสมไม่เป็นคนตีกันรถแห่ใช้กันมาก ประเทศไหนที่จะบริหารให้คนเป็นคนใช้น้อยๆเป็นคนวรรณะ 9 ที่พระพุทธเจ้าตรัสเป็นหลักสูตร เข้าใจแล้วจะไม่เป็นคนไปสะสมโลภโมโทสันเพิ่มกิเลส เอามาบำเรอตน เป้าหมายหลักก็คือหยุดบำเรอตน อาศัยแค่เป็นปัจจัย ยังชีพไปให้ตั้งอยู่ ไม่เอาสิ่งประเทือง สิ่งที่มาบำเรอความหรูหรา สวยงาม มากมาย เบ่งข่มอะไร ไม่ แม้ที่สุดเป็น 0 ผู้บริหารเอง สามารถทำตนเป็น 0 ได้ ยกเว้น ถ้าไปบริหารอยู่ในระดับสูง หรือเป็นพระเจ้าแผ่นดิน จะไม่มีเงินเลยสักบาทเป็น 0 มันทำไม่ได้ อันนี้เป็นข้อจำกัด คล้ายๆกับว่าเงินคงคลังต้องมี ถ้าไม่มีเงินคงคลัง มันไว้ใจไม่ได้หรอก มันไม่เที่ยง ถ้าไม่มีเงินคงคลัง หมดเกลี้ยงเลย ทุกอย่างสูญสิ้นหมด ล้มละลายหมด มันเป็นไปไม่ได้ อันนี้ก็เป็นภาวะซับซ้อน เพราะฉะนั้นในฐานะถ้าเป็นในหลวงแล้ว ก็ต้องบริหารในระดับนั้น ต้องมาเป็นนักบวช อย่างพระพุทธเจ้าจะเป็นจอมจักรพรรดิ ก็คือเป็นพระเจ้าแผ่นดิน อยู่ได้ แต่ข้อจำกัดจะต้องมาทำงานถึงขั้น 0 ขั้นทำให้คนมาเป็น 0 ด้วยไม่ได้ เขาก็จะต้องเอาพระเจ้าแผ่นดินเป็นหลักพระเจ้าแผ่นดินจะต้องมีมากพอสมควร ถ้าไม่มากพอสมควร คนขาดแคลน คนที่จะต้องค่อยๆเสริมรัฐบาล เพราะฉะนั้น รัฐบาลไม่ทัน พระเจ้าแผ่นดินจะต้องเสริม ต้องมีเงินกองกลางของพระเจ้าแผ่นดิน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่อาตมาทราบมา ท่านไม่เอาเงินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาใช้ ท่านใช้แต่เงินที่ท่านมีสิทธิ์ แล้วก็ไม่ได้มีมากเพราะท่านไม่ได้สะสม ก็มีจากที่ประเทศตั้งให้ กับผู้ที่ให้โดยเสด็จพระราชกุศล ซึ่งก็ใช้อยู่ในวงพวกนี้เท่านั้นซึ่งบังคับกันไม่ได้ โดยเสด็จพระราชกุศลเนี่ย อย่างอาตมา อาตมาก็ใช้เงินในข้อจำกัด อาตมาใช้เงินจากราษฎรกุศลให้มา จะใช้ศัพท์คำว่าโดยเสด็จไม่ได้ แต่เป็นราษฎรกุศลให้มา แล้วมีข้อจำกัดอีก อาตมาไม่รับเงินคนนอกสมาชิกชาวอโศกที่จะบริจาคมาให้ ไม่รับ ไม่มีสิทธิ์ มีกติกา เพราะฉะนั้นจะมาบริจาค เราไม่เอา เช่น ไม่ได้มาคบคุ้นกับชาวอโศก ไม่ได้อ่านหนังสือ 7 เล่ม ไม่ได้ศึกษามาวัดถึง 7 ครั้งต่างๆนานา ซึ่งก็เป็นกติกาหลักมาตั้งแต่ต้นจนถึงเดี๋ยวนี้ แล้วเราก็อยู่ได้ เงินของพวกเราชาวอโศกแท้ ๆ เงินจากสมาชิกชาวอโศกจริงๆ ที่จะเอามาเข้ากองกลางหรือมาบริจาคกับส่วนกลาง แล้วก็บริหารกัน อาตมาก็เป็นผู้ที่ดูแลจับจ่ายตามสมควร ซึ่งพวกเราก็ช่วยกันบริหาร 50 ปีมาแล้ว ทำได้อย่างสวยงามมหัศจรรย์มากเลย จนกระทั่งเกิดสังคมชุมชนชาวอโศก เป็นสังคมชุมชนหมู่กลุ่ม ในทะเบียน ให้เป็นหมู่บ้าน ตามทะเบียนของสังคมประเทศ มี 2 หมู่บ้านเท่านั้นแหละ คือหมู่บ้านราชธานีอโศกกับหมู่บ้านศีรษะอโศก นอกนั้นเราก็ยัง ไม่ได้ขึ้นทะเบียน อย่างเช่นที่สันติอโศก ทางการก็เคยติดต่อมา แต่เขาไม่เรียกหมู่บ้าน แต่เรียกชุมชน ให้ไปจดทะเบียนเป็นชุมชนทางการ ตามวิธีบริหารองค์การปกครองของกรุงเทพ แต่เราไม่เข้าไปจด หรือแม้แต่สีมาอโศก เขาก็อยากจะให้จดทะเบียนเป็นชุมชนหรือหมู่บ้าน เหมือนอย่างที่ราชธานีอโศก ศีรษะอโศก อาตมาเองบอกว่ายังไม่ต้องไปจดหรอก สีมาอโศกทำอย่างนั้นไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ได้ไปผิดอะไร เขาต้องการอะไรก็ได้อยู่ ทางสังคมทางโลกีย์เขาต้องการความสัมพันธ์ช่วยเหลือทำงานเราก็ไม่ได้ขัดข้อง เป็นแต่เพียงเราไม่ได้ขอเข้าไปจดทะเบียน เพราะมันจะต้องมีหลักเกณฑ์ต่างๆนานาอีกเยอะแยะ จึงมี 2 หมู่บ้าน คือราชธานีอโศกกับศีรษะอโศกก็พอแล้ว นอกนั้นก็ทำไป แต่ละหมู่บ้านที่เป็นชุมชนชาวอโศกเป็นสาธารณโภคี เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจสาธารณโภคี ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของโลก ยิ่งกว่าความมหัศจรรย์ที่เขายกย่องกันในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก อะไรอีกหลายอย่าง อันนี้แหละเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่คนจะค่อยๆเข้าใจ ค่อยๆรู้ว่ายิ่งใหญ่อย่างนี้ มันเกิดจากจิตวิญญาณ จิตวิญญาณของมนุษย์ที่สามารถเป็นเช่นนี้ได้ เพราะเรียนรู้ตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า มี ศีลเป็นหลัก แล้วทำได้มาตามลำดับ ได้มรรคได้ผล บรรลุศีลเป็นคนที่มีศีล อาตมายังอธิบายไม่เก่ง ว่า คนบรรลุศีลจริงๆคืออะไร อธิบายไปบ้างแล้วก็ไม่น้อย แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังไม่เก่ง ยังไม่สมบูรณ์แบบ ผู้ที่ปฏิบัติศีลได้มรรคได้ผล มันจะเกิดจิตที่วิเศษ เช่นข้อ 1 ศีลข้อที่ 1 มีสัตว์เป็นเพื่อนทุกข์ มีสัตว์ทั้งเดรัจฉานและมนุษย์ด้วยกันเป็นเพื่อนทุกข์ ไม่เบียดเบียนไม่ทำร้าย มีความกรุณา มีความเอ็นดู หวังประโยชน์ในสัตว์ทั้งปวงอยู่ แม้แต่คนก็คือสัตว์ คนที่เลวร้าย เป็นสัตว์โดยภาษาวิชาการเรียกว่าสัตว์นรก สัตว์ชั้นต่ำ เลวร้าย คนผิด คนไม่ดี คนชั่ว เรียกว่า สัตว์นรก คนชนิดนั้น เราก็ยังเอ็นดู กรุณา หวังประโยชน์เพื่อเขา กลับตัว เพื่อที่เขาจะได้พัฒนาตนเองใหม่ เปลี่ยนแปลงความยึดติด เปลี่ยนแปลงความยึดถือความเห็นที่มันผิดๆ เปลี่ยนมา มาสู่ที่ดีที่ถูก หลายคนเราก็พูดไม่ได้ พูดไปก็เท่านั้น เหมือนเอาหอกแทง 100 เล่ม เช้า 100 เล่มกลางวันแทงอีก 100 เล่ม หอกหักหมด เย็นแทงอีก 100 เล่ม เขาก็ไม่รู้สึกรู้สา เราก็หาหอกมาแทง ไม่หวาดไม่ไหว ไม่รู้จะไปแทงหาหอกอะไร มันแทงยังไงก็เสียหอกเปล่าๆ นี่อาตมาพูดถูกต้องนะ ไม่ต้องไปแทงหาหอกแล้ว เพราะหาหอกมาไม่ไหวจะไปแทง ไปแทงยังไงก็เสียหอกเปล่าๆ เมื่อยด้วย ก็เลยหันมาทำทางนี้เพราะว่าเราทำได้แล้ว เพราะว่าคนแสวงหาทางนี้ คนตั้งใจจะเป็นอย่างนี้มีอยู่ เพราะฉะนั้นเราเกิดกลุ่มคนมหัศจรรย์ คนที่อยู่กันอย่างสาราณียธรรม 6 มีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม แล้ว ลาภที่ได้โดยธรรม โดยสุจริตด้วยดี เอามาเข้ากองกลางใช้ร่วมกันในกองกลาง เรียกว่าสาธารณโภคี แล้วเป็นอยู่กันอย่างพัฒนาตัวเองด้วยศีล ด้วยทิฏฐิ มีศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา หมายความว่าพัฒนาตามลำดับ ตามลำดับศีล แล้วก็จะเกิดทิฏฐิที่เจริญเป็นสัมมาทิฏฐิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสัมมาทิฏฐิสูงขึ้นเรื่อยๆก็บรรลุอาริยธรรม บรรลุโลกุตรธรรม จบสมบูรณ์ เมื่อจบในศีลที่ความหมายว่า 1 อย่าฆ่าสัตว์ เราก็ไม่ฆ่าสัตว์ได้อย่างถาวรแน่นอน เที่ยงแท้ นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) คนนี้มีศีลระดับนึงแล้ว มีสติ สัมปชัญญะ สัตว์ตั้งแต่สัตว์เล็กจนถึงสัตว์ใหญ่ไม่ฆ่า นอกจากไม่ฆ่าสัตว์แล้ว ยังกรุณา ยังเอ็นดู เอาภาษาของพระพุทธเจ้าตรัสไว้เอามาอธิบายเป็นสภาวะธรรมให้เห็นชัดๆ กรุณาคือลงมาช่วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 4 คำนี้ 1. เมตตาคือ อยากให้เขาได้ดี อยากให้เขาเจริญ ปรารถนาให้เขาเจริญ ประสงค์ให้เขาเจริญ 2. กรุณาลงมาช่วยเลย ทำ กรณะ แปลว่าทำ กรุณาก็ทำเลย ลงมือช่วยให้เขาเจริญตามที่เราอยาก ตามที่เมตตา กรุณาก็ช่วยทำให้เขาพ้นทุกข์ ให้เขาเจริญ ให้เขาอย่าเดือดร้อนอะไรก็แล้วแต่ ทำได้ ช่วยเขาได้ กรุณาทำได้เลยเป็นผลสำเร็จ พอเสร็จแล้วก็เป็นมุทิตา 3. มุทิตา หมายความว่า สาธุ ดีแล้ว คุณพ้นความทุกข์ ความเดือดร้อน เป็นไปด้วยดี เป็นไปตามควรจะเป็นได้แล้ว เราก็ปล่อยวาง มุทิตา สาธุ ดีแล้ว ไม่ยึดติด เมื่อสาธุดีแล้วก็ได้ก็ปล่อย แล้วก็ไม่ยึดติดว่า เรามีบุญคุณ เราได้ทำให้เขาสบายทำให้เขาเจริญ ก็เป็นบุญคุณชนิดหนึ่ง ไม่เอา วาง อุเบกขา 4. อุเบกขาจิตสะอาดบริสุทธิ์ไม่เอาอะไรตอบแทน ไม่คิดอะไรตอบแทน ส่วนตัวคนที่ช่วยไปแล้วเขาจะกตัญญูกตเวที เขาจะมาตอบแทนบุญคุณอย่างไรที่ควรจะตอบแทนก็เรื่องของเขา มันเป็นคุณธรรม เป็นคุณวิเศษของเขา ซึ่งมันก็เป็นสิ่งดี แต่เราไม่เรียกร้องเราไม่ต้องการ แต่เขามาทำก็ดี มันก็เป็นตัวอย่างของโลก ซับซ้อน เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่เอาอะไรแล้ว ถึงเขาจะมาตอบแทนด้วยเงิน ด้วยแรงงาน ตอบแทนด้วยอะไรก็แล้วแต่ เราก็ทำเพื่อผู้อื่นต่อ เพราะว่าเราเป็นคนจบ เป็นคนพอ เป็นคนไม่ต้องมีอะไรอีกเราก็เต็มแล้ว เต็มอยู่ที่ไหนเต็มอยู่ที่ 0 เลย มีอะไรมาก็อยู่กับปัจจุบัน มีข้าวให้กินก็กินข้าว มีวัตถุมาให้ใช้ก็ใช้ตามควร มีงานมาให้ทำก็ทำงาน ชีวิตก็เท่านั้นวันๆคืนๆก็ทำงานถึงเวลากินก็กินถึงเวลาพักก็พัก ถึงเวลาพักผ่อนก็พักผ่อน ถึงเวลาพักหลับก็หลับ อันนี้เป็นต้น ไม่ต้องเสียเวลาเอาเวลาไปเล่นการพนัน เอาเวลาไปแต่งตัวเฉิดฉาย ดีไม่ดีเอาเวลาไปแย่งชิงคนอื่น เอาเวลาไปคิดถึงวิธีการเอาเปรียบมาให้ได้มาก ไม่ได้เข้าท่าไม่ได้เรื่องเลย ที่จะเกิดความเข้าใจอย่างที่อาตมาพูดคร่าวๆสรุปๆ อย่างที่พูดไปสั้นๆ ซึ่งจะยังขยายความอีกยาว สู่แดนธรรม... ในบรรดาสัตว์โลก มีเพียงมนุษย์อย่างเดียวเท่านั้นที่รู้จักสร้างกองกลาง แต่ในความเป็นมนุษย์นั้นก็ยังมีดีกรีของมนุษย์ผู้ประเสริฐ รู้จักวิธีการสร้างกองกลางที่วิเศษจากมนุษย์ มนุษยชาติอื่นเขาจะเก็บภาษีมา แต่มนุษย์แบบผู้เจริญชาวอริยะมีกองกลางเป็นอย่างไรครับ พ่อครูว่า... กองกลางอย่างที่ชาวอโศกเป็น นักเศรษฐศาสตร์จะมา ศึกษา กองกลางจากพวกเรานี้ลงทุนลงแรงผลิตแล้วเอาเข้ากองกลาง เราไม่ต้องสะสม อปจยะ ไม่ต้องสะสมเป็นของตน ของตนก็มีเพียงเครื่องอาศัยเป็นปัจจัย 4 หรือบริขารตามควร อย่างอาตมาต้องมีแว่นตาเป็นบริการ มีปากกาเป็นบริขาร มีคอมพิวเตอร์เป็นบริการ กระดาษก็ตัดเอากระดาษเศษมาใช้ คนก็บอกว่าไปตัดทำไมเสียเวลา อาตมาว่า อาตมาตัดเศษกระดาษมาใช้ ไม่ต้องเอากระดาษดีๆมาใช้ นานๆทีอาตมาจะปริ้นกระดาษเป็นแผ่น A4 มาใช้ นอกนั้นที่ใช้อยู่ก็เป็นแต่กระดาษที่ตัดเอาเศษมาใช้ เมื่อตัดเอาไว้มากๆมันก็เหลือเฟือ ตัดใส่ถุงไว้ อาตมาก็ยังใช้ไม่หมดสักที ก็ใช้ได้ใช้งานได้ไม่มีอะไรเสียหาย ใช้ประโยชน์ เป็นกองกลาง คนอื่นจะเอามาใช้ก็ได้นะ แต่ก่อนนี้ตัดเป็นเศษเล็กกว่านี้อีก ตอนนี้กำหนดที่นิ้ว 2 นิ้วเป็นต้นไป ไม่งั้นมันเล็กเกินก็เอาไปใช้ไม่ค่อยได้ สู่แดนธรรม... ถ้าอยากให้กองกลางที่เป็นอาริยะขยายไปสู่ชาวพุทธอื่นได้ไหม พ่อครูว่า... กองกลางอย่างเรา เป็นกองกลาง ที่เรามีสิทธิ พวกเราหามาใส่ กองกลางของประเทศทุกคนก็มีสิทธิ์ใช้ กองกลางของชาวอโศกชาวอโศกก็มีสิทธิ์ คนนอกกองกลางของชาวอโศกก็ไม่มีสิทธิ์จะมาใช้ อันนี้เป็นเรื่องของทางพฤติกรรมและกฎเกณฑ์ พฤติกรรมจริงก็เป็นเช่นนั้นกฎเกณฑ์ก็เป็นเช่นนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องประหลาดอะไรเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ว่ากองกลางของชาวอโศก ใครๆก็มีสิทธิ์เข้ามาใช้ มันจะไปเหลือหรือ กองกลางของชาวอโศกจริงๆ ที่เป็นเงินหมุนอยู่ในกองกลางชาวอโศก 100 ล้านจะถึงไหม ที่มันเป็นคงคลังใช้อยู่ อาตมาว่าไม่ถึงนะ เป็นเงินหมุนอาจจะถึงร้อยล้าน แต่เงินคงคลังไม่ถึง ของชาวอโศก นี่บอกความลับความลึกให้ฟังนะ แต่ทำไมอาศัยได้อยู่ เพราะเป็นการหมุนเวียนที่สะพัดได้เร็วเอามาใช้ได้เร็วไม่ตกค้าง ไม่เอาไปออกดอกออกผล เงินเหล่านี้จึงเป็นเงินบริสุทธิ์ เป็นเงินที่มีหน้าที่อันเดียวไม่ไปรับใช้ดอก เงินที่ออกดอกเป็นเงินที่เป็นบาป จะออกดอกนิดนึงก็เป็นบาป แต่ชาวอโศกก็ยังมีเงินที่ไปฝากธนาคารเขาก็ต้องให้ดอก อันนี้ก็ต้องจำนน เท่านั้นเอง แต่เราก็ไม่ได้ว่าหรอกคุณจะออกดอกมากหรือน้อยก็ไม่ว่า เพราะฉะนั้นชาวอโศกจึงไม่ค่อยมีหรอกที่จะไปฝากเงินธนาคารเป็นเงินประจำ เพราะเงินประจำจะได้ดอกมากกว่าเงินสะพัด ถ้าเงินฝากสะพัดดอกน้อยกว่ารายวันหรือบางทีไม่ได้บอกด้วย แต่เงินประจำจะมีดอกให้ ชาวอโศกไม่ฝากหรอกเงินประจำ อย่างนี้เป็นต้น เป็นนัยยะซับซ้อนลึกซึ้งไหม มาเข้าเป้าที่ความมหัศจรรย์ ชาวอโศกเป็นคนจนมหัศจรรย์ กินง่ายอยู่ง่ายเลี้ยงง่ายมหัศจรรย์ เป็นคนพัฒนาให้เจริญแบบนี้ เจริญแบบไหน เจริญแบบมาเป็นคนจน มาเป็นคนรับใช้ประชาชน นี่ รับใช้อย่างไม่เกี่ยงงอนอย่างเต็มใจและไม่ต้องการสิ่งตอบแทนด้วย นี่แหละ คนอย่างนี้ คุณเข้าใจแล้วคุณก็มาสมัครใจเป็นจริงๆด้วย แล้วมันจะอยู่ได้ไหม อยู่ได้ เพราะว่ามวลนี้เป็นวัฒนธรรม มวลชาวอโศกเป็นวัฒนธรรมหมายถึงอะไรก็เพิ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้อยู่แล้ว ไม่ได้งอมืองอเท้า ปัจจัย 4 อุดมสมบูรณ์ นอกจากปัจจัย 4 ยังมีบริขารคนอื่นที่พอสร้างเพราะอาศัยก็ไม่ลำบาก แม้แต่สร้างไม่เป็นก็พอมีเงินไปซื้อมาใช้ อย่าง คอมพิวเตอร์เราสร้างไม่เป็น แต่ก็พอมีสตางค์ไปซื้อมาใช้อาศัยเขา ไม่ซื้อมาอวดอ้าง ไม่ซื้อมาข่มเบ่งกันเล่น ก็ซื้อมาที่พอใช้ ดีหน่อยก็ดี ประสิทธิภาพสูงเราก็ใช้เป็นบ้าง สูงเกินบางทีใช้ไม่เป็นไม่เอา 641213 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 20 ความมหัศจรรย์กองกลางสาธารณโภคีของชาวอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน