บุญ กับกัลยาณธรรม นั้นต่างกันไฉน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.25 KB
วันที่แก้ไข13 ธันวาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

บุญ กับกัลยาณธรรม นั้นต่างกันไฉน พ่อครูว่า... ขอกลับที่ประเด็นที่ผิดตรงนี้ กัลยาณธรรมมาเป็นบุญ คำนี้ยิ่งใหญ่มาก ไปเห็นโลกียะว่าเป็นโลกุตระ แล้วก็ทำลายโลกุตระไปเป็นโลกียะ ทำลายคำว่าบุญ ไปเป็นกัลยาณธรรม ท่านประยุทธ์ ปยุตโต ก็บอกว่ามัชเฌกัลยาณธรรม ซึ่งที่จริงแล้วมัชฌิมะ เป็นโลกุตระไม่ใช่กัลยาณธรรม มันเป็นเรื่องสุดยอดเลย มัชฌิมะคือผู้เป็นกลาง เป็นผู้ที่อนุปคัมมะ ขออภัยเถอะ วิจัยสัจธรรม ท่านยังเข้าไม่ถึงความเป็น อนุปคัมมะได้ หรือ ความเป็นกลาง ท่านก็ยังสับสนในพยัญชนะไม่ลงกับสภาวะ เข้ามาในจิตวิญญาณของคนจริงๆเลย ขออภัยที่วิจารณ์ท่าน เพราะท่านเป็นผู้รู้ในสังคมไทย แต่มหาบัวนั้นลุกขึ้นมาทำอะไรอาตมาไม่ได้ แต่ท่านเป็นสมเด็จพุทธโฆษาจารย์รองจากสมเด็จสังฆราชอยู่นะตอนนี้ อันนี้ อาตมาก็พูดถึงเรื่องวิชาการพูดถึงเรื่องธรรมะ แต่มันไปเกี่ยวข้องกับบุคคลตัวตน เกี่ยวข้องกับตัวท่าน ซึ่ง อาตมาจริงๆก็แยกออกอยู่ว่า ตัวท่านก็คือตัวท่าน ตัวท่านเป็นคนดี เป็นคนที่อาตมาเคารพ เพราะท่านจริงใจกับธรรมะ แต่ท่านมีภูมิธรรมกับธรรมะของท่านเท่านั้น อาตมาก็เห็นใจจริงๆ ท่านพากเพียรเป็นนักศึกษาเก่งlearned man ขวนขวายศึกษาธรรมะซื่อสัตย์ต่อธรรมะ สุดยอดเลย อาตมานับถือคุณธรรมคุณสมบัติอันวิเศษของท่านตรงนี้ แต่มันไม่เป็นโลกุตระ ตรงนี้แหละมันสำคัญ มันไม่เป็นอาริยธรรมที่เป็นโลกุตระของพระพุทธเจ้า มันแยกกิเลส แยกจิตวิญญาณ แยกกายแยกจิตยังไม่ออก ท่านแยกบุญกับกุศลไม่ออกมันชัดเจนอยู่แล้ว เพราะว่าแปลในพจนานุกรม อปุญญะ มันก็แปลว่า กลับไปเป็นบาปได้ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่ง อปุญญะ มันหมดบุญแล้วจะไปเป็นบาปอีกไม่ได้ แต่ท่านก็แปลเป็นบาปอีกได้อย่างนี้เป็นต้น มีหลักฐานอยู่ในพจนานุกรมของท่าน อยู่ในหนังสือพุทธธรรมของท่าน อาตมาพูดนี้เป

อ่านต่อ

็นวิชาการไม่ได้ไป ข่ม ท่านประยุทธ์ อาตมาเคารพนับถือยกย่องท่านจริงๆ เพราะท่านขวนขวาย แต่ท่านทำได้เท่านั้น บารมีหรือภูมิของท่านท่านทำได้เท่านั้นจริงๆ ถ้าท่านเปิดจิต รับอาตมา ฟังอาตมาบ้าง ในยุคนี้นะ แน่นอน ถ้าเป็นคนอื่นท่านจะไม่รับ ท่านจะรับอย่างที่เรียกว่า ท่านถือว่าท่านใหญ่กว่า แต่อาตมานี่ ลึกๆท่านก็ถือว่าท่านสูงกว่าอาตมาอยู่ โดยทิฏฐิ โดยสัจธรรม ซึ่งก็เป็นธรรมดาธรรมชาติท่านจะต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าท่านยอมรับจริงๆว่า ท่านยัง แม้ กายะ ยังไม่พูดถึงบุญ เพราะอันนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าท่านผิด ท่านเข้าใจไม่ได้ แม้แต่กาย ไม่ต้องพูดถึงคำว่า ฌานกับสมาธิ อาตมามั่นใจว่าท่านยังไม่ชัดในฌาน เพราะฌาน ของพระพุทธเจ้า เป็นฌาน ที่มี อปัณณกปฏิปทา 3 มีศีล มีสัทธรรม 7 แล้วก็เป็นฌาน อาตมาเชื่อว่าฌานของท่านยังอยู่ในภพ อยู่ในภวังค์หลับตา หรือเพ่ง อาจจะพอเข้าใจว่าลืมตาก็ได้ แต่เป็นการเพ่ง หนึ่งเดียวอยู่ที่จุดหนึ่ง ซึ่งมันไม่ใช่ ฌาน ของพระพุทธเจ้าเป็นพลังงานไฟ เผากิเลสไปได้ เผาได้เท่าไหร่ก็เป็นส่วนบุญเท่านั้น หมดส่วนบุญก็กิเลสหมดเกลี้ยงสิ้นอาสวะ อย่างนี้เป็นต้น ฌานก็หมดหน้าที่ บุญก็หมดหน้าที่ แต่ฌาน ยังใช้ภาษาว่าเป็นฐานพลังงานที่เอามาใช้ ไม่ใช่เอาไปใช้ในการเผากิเลสแล้ว แต่ใช้เป็นพลังงานอาศัย โดยมันมีวิตกวิจาร มีปีติ สุข และมันมีเอกัคคตา เป็นเนื้อหาของคุณธรรมที่จะต้องอาศัยใช้ เป็นเอกัคคตา เป็นหนึ่ง อย่างยิ่งใหญ่ และเป็นสุขสงบ หรือ จะเป็นปีติ อาศัยบ้าง ยินดี และแน่นอนมีการวิตกวิจาร คือการวินิจฉัย แยกแยะ ต้องทำอยู่แล้ว ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์นั่นเอง อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผู้ที่ยังไม่เป็น ยังไม่ถึง ยังไม่ได้ มันก็เป็นจริงอยู่ ซึ่ง อาตมามองเห็นและอาตมามั่นใจว่า อาตมาที่กล้าพูดนี้ก็มั่นใจว่าไม่ผิด ถ้าผิดมันโอ้โห ไม่ดีแน่นอน นอกจากไม่ดีแล้วโดนแย้งมาอย่างสำคัญ อาตมาพูดนี้พูดเพื่อเป็นวิชาการ พูดเพื่อเป็นความรู้ ให้ไปศึกษาตามที่อาตมาพูดให้ดีๆ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่า ท่านประยุทธ์เปิดจิต มีปรโตโฆษะ รับฟังอาตมาบ้าง อธิบายไปแต่ละคำ ท่านเป็นคนมีปฏิภาณปัญญาลึกๆ เฉลียวฉลาดอยู่ไม่ใช่น้อย แต่การไม่เปิดจิต มันกั้นให้ตัวเอง เจริญต่อไปอะไรต่อไม่ได้ โดยเฉพาะปิดกั้นกับผู้ที่สัมมาทิฏฐิ ผู้ที่มีสัจธรรมที่เราควรจะได้ แต่เราไปกั้นตัวเอง ไม่เปิดรับผู้ที่มีสิ่งที่ควรจะได้ แล้วมันจะได้อะไรล่ะ สิ่งที่ไม่ได้ตามหลักธรรมก็คือ เมื่อไม่มีปรโตโฆษะ โยนิโสมนสิการก็ไม่เกิด ทำใจในใจก็ไม่ถ่องแท้ ไม่แยบคาย ทำใจในใจ แบบโลกีย์อยู่ เขาก็ทำใจในใจ ทางโลกีย์แบบเดียรถีย์ เขาก็บอกว่าทำใจในใจแบบโลกีย์แบบ เดียรถีย์ แบบเทวนิยม มันยังไม่เข้าแกน แบบโลกุตระ วันนี้ต้องขออนุญาตท่านพุทธโฆษาจารย์ท่านประยุทธ์จริงๆ ที่พาดพิงถึงท่าน เอาสัจธรรมมาพูดและอ้างอิงตัวตนเพื่อการศึกษา สิ่งที่อาตมานำมาพูด เป็นเรื่องที่ยากมาก เป็นเรื่องที่เป็นจริงเกิดในโลกเกิดในมนุษย์ ทิ้งท้ายไว้ก่อนว่าไปศึกษา กัลยาณธรรมกับบุญ ให้ได้ ว่า มันคนละเรื่องกันเลย คนละโลกกันเลย กัลยาณธรรมเป็นโลกียธรรม บุญเป็นโลกุตรธรรม บุญเป็น One way Traffic วิ่งตรงไปถ่ายเดียวไม่มีสอง ส่วนกัลยาณธรรม วิ่งไปเป็น 2 วิ่งไปเป็น 4 เป็น 6 8 10 ไปไม่รู้จบ 641213 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 20 ความมหัศจรรย์กองกลางสาธารณโภคีของชาวอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน