ปหาราทสูตร ความมหัศจรรย์ของพระธรรมวินัยข้อที่ 8.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.28 KB
วันที่แก้ไข18 ธันวาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ปหาราทสูตร ความมหัศจรรย์ของพระธรรมวินัยข้อที่ 8 _ดูกรปหาราทะ มหาสมุทรเป็นที่พำนักอาศัยของสิ่งที่มีชีวิตใหญ่ๆ(มหตังภูตานัง) สิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรนั้นมีดังนี้ คือ ปลาติมิ ปลาติมิงคลา ปลาติมิรมิงคลา พวกอสูร นาคคนธรรพ์ แม้ที่มีร่างกายประมาณ ๑๐๐ โยชน์ ๒๐๐ โยชน์ ๓๐๐ โยชน์ ๔๐๐โยชน์ ๕๐๐ โยชน์ มีอยู่ ฉันใด ดูกรปหาราทะ ฉันนั้นเหมือนกัน ธรรมวินัยนี้ก็เป็นที่พำนักอาศัยแห่งสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆ สิ่งมีชีวิตในธรรมวินัยนี้ มีดังนี้ คือ พระโสดาบัน ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล พระสกทาคามีท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล พระอนาคามี ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล พระอรหันต์ ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอรหันต์ ดูกรปหาราทะ ข้อที่ธรรมวินัยนี้เป็นที่พำนักอาศัยแห่งสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆ สิ่งชีวิตมีในธรรมวินัยนี้มีดังนี้ คือ พระโสดาบัน ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล พระสกทาคามี ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล พระอนาคามีท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล พระอรหันต์ ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอรหันต์ นี้เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา ประการที่ ๘ ในธรรมวินัยนี้ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้วๆ จึงอภิรมย์อยู่ ดูกรปหาราทะ ในธรรมวินัยนี้ มีธรรมที่น่าอัศจรรย์ อันไม่เคยมีมา ๘ ประการนี้แล ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้วๆ จึงอภิรมย์อยู่ ฯ จบสูตรที่ ๙ พ่อครูว่า... สัตว์บกเช่นไดโนเสาร์มันก็ไม่ใหญ่เท่าสัตว์น้ำ สัตว์น้ำมีที่ให้มันอยู่ได้ คุณว่าโลกนี้น้ำมากกว่าดินหรือดินมากกว่าน้ำ น้ำก็ต้องมากกว่า มหาสมุทรมีมากกว่า สัตว์ที่อยู่ในน้ำจึงเป็นสัตว์ที่ใหญ่กว่าสัตว์ที่อยู่บนบก สัตว์ใหญ่ๆในมหาสมุทรพระพุทธเจ้าท่านเปรียบเทียบกับมนุษย์มหัศจรรย์ในข้

อ่านต่อ

อที่ 8 นี้ มหัศจรรย์ในข้อที่ 8 นั้นคือ ในโลกนี้มีพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ นี่คือสัตว์ใหญ่ มหตังภูตานัง เพราะฉะนั้นในมหาสมุทรชุมชนชาวอโศกมีสัตว์ใหญ่อยู่ มี โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ไม่ได้พูดเล่นแต่มีจริงๆมีสัตว์ใหญ่ แน่นอน ในยุคพระพุทธเจ้าในยุคที่ยังไม่เสื่อม ต้องมีสัตว์ใหญ่ ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นสัตว์ใหญ่คือเป็นสัตว์ที่เจริญ เป็นอาริยบุคคล เป็นสัตว์เจริญเป็นมนุสโส เป็น อาริยกะที่แท้จริง เป็นผู้มีโลกุตรธรรมที่แท้จริง รู้จักจิตวิญญาณรู้จักจิตเจตสิกรูปนิพพาน รู้จักรู้แจ้งรู้จริงในความเป็นจิตเจตสิก เป็นรูป จนกระทั่งถึงนิพพาน ขั้นสรุปอภิธรรมไว้ 4 ตัวจิตเจตสิกแยกจิตเป็นตัวส่วนย่อยไปเรื่อยๆเรียกว่าเจตสิก แล้วเรียนรู้รูปนามของเจตสิกทีละคู่ๆๆ จนถึงนิพพาน อาตมาหยิบเข้ามาอธิบายไม่ใช่ให้ท่องแบบอภิธรรมที่เขาท่องจำกันทั่วไป พวกคุณท่องจำไม่ได้อย่างพวกเขา แต่พวกคุณรู้ตัวสภาวะ แล้วเอาไปปฏิบัติ ปฏิบัติได้จนเป็นสัตว์ใหญ่ จนเป็น โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เพราะฉะนั้นสังคมชาวอโศกนี่คือสังคมมหัศจรรย์ เป็นมนุษย์มหัศจรรย์หรือสัตว์มหัศจรรย์เป็นสัตว์ใหญ่มหัศจรรย์ เป็นมหาสมุทรที่มีสัตว์ใหญ่ ท่านเทียบปลาใหญ่ๆ คือ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ อาตมาสบายพูดได้เต็มที่ เปิดเผยไม่มีอะไรปิดบัง หากปิดบังมันจะเขินอายมังกุ อุทธัจจะกุกกุจจะ รายการอธิบายธรรมะ แต่อาตมาไม่มี มันชัดเจนแม่นชัดมันเราไม่ได้พูดผิดเป็นธรรมดาของเราเลย อันนี้ก็แหม พูดไปแล้วคนจะเข้าใจแค่ไหน แต่มันเป็นเรื่องจริงๆ พูดอรหันต์กันเฉย พูด โสดาบันกันเฉย สกิทาคามีกันเฉย มีสำนักงานอื่นเขาพูดกันใหม่ว่าสำนักเขามี สกิทาฯ อนาคา กันไหม มีคนไปถามพระสมเด็จฯ สมเด็จอะไรก็ไม่รู้จำชื่อไม่ได้ มีคนไปถาม ท่านก็บอกว่า โสดาโสแดอะไร ก็แย่งลาภยศสรรเสริญโลกียสุขกันโครมๆเต็มไปหมด ท่านก็ว่าอย่างนั้นท่านเป็นสมเด็จ สมณะเดินดิน... สมเด็จพระธีราจารย์ พ่อครูว่า... แม้แต่ข้อแรกที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ แม้แต่ปัจจุบันก็มีสิ่งที่ยืนยัน มีปลา ปลาติมิ ปลาติมิงคลา ปลาติมิรมิงคลา อยู่ ร่างกายยาว 100 โยชน์ 200 โยชน์ 300 โยชน์ 400 โยชน์ 500 โยชน์ อธิบายเป็นบุคลาธิษฐาน คิดดูสิตัวมันจะเล็กขนาดไหน สู่แดนธรรม... เขาต้องอยู่น้ำลึกมาก ชาวอโศกถึงจะลึกและใหญ่ แต่เราก็ทำดูตื้นๆ พ่อครูว่า... ดูเหมือนมันเล็กๆ แต่ที่จริงพวกคุณนี้สัตว์ใหญ่นะ มหตังภูตานัง เป็นสัตว์ใหญ่ ภูตานังคือ ธาตุจิตวิญญาณ นี่แหละคือผู้ที่เป็น อภิภู ผู้ยิ่งใหญ่ อภิภูคือผู้มีอภิภุย เป็นผู้ที่มีอภิภายตนะ 8 อภิภู แปลว่าผู้ยิ่งใหญ่ ที่ยิ่งใหญ่เพราะว่ามี อภิภุย อภิภุย คือ มีอิทธิพลเหนือรูปนามเหนืออะไรต่างๆนานา เหนือโลก เหนืออัตตา ครอบงำได้แล้ว มีอิทธิพลเหนือได้แล้ว เพราะฉะนั้นจึงสามารถมีอภิภายตนะ 8 ขึ้นต้น อภิภายตนะ 8 ข้อที่ 1 เป็นผู้ที่รู้ รูปภายนอก และเห็นรูปภายนอกและเห็นรูปภายใน ไปด้วยกันพร้อมด้วยกัน นี่คือผู้ที่เป็น อภิภู ขออภัยอย่างอาตมานี้เป็น อภิภู เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถรู้รูปภายนอกเห็นรูปภายใน กำหนดรู้รูปภายใน เห็นรูปภายนอก เห็นอย่าง อาตมาไม่อยากให้แปล ปริตตังว่าเล็กเลย แต่แปลว่า บริวาร เห็นรูปภายในภายนอกที่เป็นบริวารก็ดี เป็น อัปปมัญญาว่ายิ่งใหญ่ก็ดี แต่ปริตตัง ไม่อยากจะให้แปลว่าเล็ก มันไม่ใช่ แต่มันเป็นบริวารระดับบริวาร ปริตตัง ถ้าอัปมาณังแปลว่ายิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นจะเป็นผู้รู้ทันทีเลย อภิภายตนะ 8 ข้อที่ 1 จะเป็นผู้ที่กำหนดรู้ภายใน เห็นรูปภายนอกแล้วรู้รูปภายในมีบริวารที่เป็นผิวพรรณดี ผิวพรรณทราม ผิวพรรณก็คือขั้นชั้น คือ วรรณะ 9 อวรรณะ 6 ถ้าขั้นสูงก็เป็นวรรณะ 9 เวลาหมดแล้วเป็นต้น ในรายละเอียดเหล่านี้อาตมาแตกต่างจากท่านที่อธิบายไปบ้างขยายความละเอียดออกมานั้นบ้าง 641217_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความมหัศจรรย์ของพระธรรมวินัยข้อที่ 1 กับข้อที่ 8

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน