อปัณณกปฏิปทา 3 และวิชชา 8 คืออะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
อปัณณกปฏิปทา 3 และวิชชา 8 คืออะไร _ดช.ธัมมะถามมา... อปัณณกปฏิปทา 3 คืออะไรครับ วิชชา 8 คืออะไรครับ พ่อครูว่า... ดช.ธัมมะ ประถม 3 ตอบ... อปัณณกปฏิปทา 3 คือ เวลากินข้าว กินขนม กินอาหารต้องระมัดระวัง อย่าตะกละตะกราม อย่าขี้โลภ อย่ากินอย่างไม่ประหยัด ไม่พิจารณา ... เอาแค่นี้ก่อน ถ้ากินข้าว กินอาหาร กินอะไรต่ออะไรอยู่ ก็จะต้องระมัดระวัง อย่าตะกละตะกราม อย่าทำเป็นเสียกิริยาเกินไปแย่งเขาอย่างโน้นอย่างนี้ ทำไม่สุภาพ ที่เรานี้มีความ สุภาพหลายอย่าง กินก็รู้จักนั่งกินเรียบร้อย อย่าทำอย่างคนไม่มีการศึกษาที่ไม่ได้สอนกัน เรามีการสอนกัน ที่จริงก็เรื่องกินอาหารนั่นแหละ โภชเนมัตตัญญุตา เรื่องเครื่องกินเครื่องใช้ด้วย แต่เครื่องกินเป็นเรื่องหลัก เครื่องใช้ก็เป็นการสัมผัสแต่ไม่ลึกซึ้งเท่ากับเครื่องกิน แล้ววิชชา 8 คืออะไร เอาอย่างนี้ วิชชา 8 มีอยู่ 8 ข้อ 1.วิปัสสนาญาณ 2.มโนมยิทธิญาณ 3.อิทธิวิธญาณ 4.โสตทิพย์ญาณ 5.เจโตปริยญาณ 6.บุพเพนิวาสานุสติญาณ 7.จุตูปปาตญาณ 8.อาสวักขยญาณ วิปัสสนาญาณ คือ ความรู้ในขณะที่สัมผัส ตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส โผฏฐัพพะกระทบภายนอก มโนกับธัมมายตนะภายใน แล้วก็พิจารณาแล้วก็เห็นของจริง เรียนรู้ให้รู้ของจริงว่า มันเกิดกิเลส แล้วเราก็ลดกิเลสได้ เมื่อลดกิเลสได้นี่แหละ เป็นญาณข้อที่ 2 เรียกว่ามโนมยิทธิ ญาณข้อที่ 2. คือสำเร็จทางจิต มีฤทธิ์ทางจิต สามารถทำให้กิเลสลดได้ ไม่ใช่เหาะเหินเดินน้ำดำดิน ไม่ใช่ ไม่ใช่ไปหยั่งรู้ใจผู้นั้นผู้นี้ไม่ใช่ เป็นการลดกิเลสได้ เป็น อนุสาสนีย์ ปาฏิหาริย์ เดินน้ำดำดินเป็นอิทธิปาฏิหาริย์ หยั่งรู้ใจคนนั้นคนนี้ได้เป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์ พระพุทธเจ้าเบื่อหน่ายรังเกียจไม่เอา เอาแต่อนุสาสนีฯอย่างเดียว 3. อิทธิวิธญาณ ก็คือก
อ่านต่อ
ารทำอย่างมโนมยิทธิสำเร็จนั่นแหละ มีฤทธิ์อย่างนั้น ที่ลดกิเลสได้นั่นแหละแต่ได้หลากหลาย วิธะ แปลว่า มากมายหลากหลายยิ่งขึ้น เก่งขึ้น ทำได้มากยิ่งขึ้นๆ 4. ก็ยิ่งเจริญเก่งขึ้นละเอียดขึ้นเป็นทิพย์ แม้จะเป็นของที่รู้ยากอยู่ไกลๆ ละเอียดลออ ก็เก่งขึ้นตามลำดับๆๆ เรียกว่า ทิพยโสตญาณ 5. เจโตปริยญาณ 16 คือ ญาณ ที่มีหลัก 16 อย่าง มี 16 ภาษา ตั้งแต่ ราคะ โทสะ โมหะ เจโตปริยญาณ 16 1. สราคจิต (จิตมีราคะ) 2 . วีตราคจิต (จิตไม่มีราคะ) 3. สโทสจิต (จิตมีโทสะ) ราคะ โทสะ โมหะ 3 อย่างนี้ เราก็ต้องรู้ว่ามันมีกิเลสนี้หรือไม่ แล้วเราก็ทำให้ ราคะ โทสะ โมหะลดลงได้ เรียกว่า วีตะ 4. วีตโทสจิต (จิตไม่มีโทสะ) 5. สโมหจิต (จิตมีโมหะ) 6. วีตโมหจิต (จิตไม่มีโมหะ) ทำให้มันดับไป ให้มันลดลงไปตามลำดับ จนถึงขั้นไม่มี 7. สังขิตฺตํจิตตํ. (จิตเกร็ง-จับตัวแน่น หด คุมเคร่งอยู่) เป็นจริตของศรัทธาหรือเจโต สุจริตพุทธิจริต เป็นทางปัญญาก็เป็น 8. วิกขิตฺตํจิตตํ . (จิตกระจาย-ดิ้นไป ฟุ้ง จับไม่ติด) สายเจโต จะเกาะตัวแน่นและตีไม่แตก ก็ต้องให้รู้ตัวเอง ทำให้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็ไม่เจริญ ถ้าเปลี่ยนแปลงได้ก็เจริญ หาก เปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็เป็น อมหัคตจิต ถ้าเปลี่ยนแปลงได้เจริญขึ้นก็เป็น 9. มหัคคตจิต (จิตเจริญยิ่งใหญ่ขึ้น) 10. อมหัคคตจิต (จิตไม่เจริญขึ้น) ถ้าทำได้ เจริญขึ้นๆ เราก็จะรู้ว่าจิตเราเจริญขึ้นพัฒนาขึ้นเป็น สอุตตรังจิตตัง 11. สอุตตรจิต (จิตมีดีแต่ยังมีดียิ่งกว่านี้-ยังไม่จบ) เราจะรู้ว่าเจริญกว่านี้ยังมีอีกเราจะรู้รอบว่า โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นอย่างไร หรือศึกษาเป็นโพธิสัตวภูมิต่อ รอบ อนุโพธิสัตว์ อนิยตโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ จะรู้ความจริงตามความเป็นจริงเก่งได้เป็นลำดับๆไป จะรู้ได้ว่าจบหรือไม่ เป็นรอบๆก็เป็น 12. อนุตตรจิต (จิตไม่มีจิตอื่นสูงยิ่งกว่า) เป็น โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ สูงไปเป็น อนุโพธิสัตว์ ก็จะรู้รอบรู้กรอบไปเรื่อยๆ ความเป็น อนุโพธิสันตว์ เป็นนิยตโพธิสัตว์ เป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นโพธิสัตว์ระดับ 9 ก็จะรู้จบของตนเองในระดับที่ 9 นั้น เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง หรือแค่เป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างที่อธิบายแล้ว 13. สมาหิตจิต (จิตตั้งมั่นเป็นประโยชน์ดีแล้ว) 14. อสมาหิตจิต (จิตยังไม่ตั้งมั่นไม่เป็นประโยชน์) 15. วิมุตตจิต (จิตหลุดพ้น) . . . 16. อวิมุตตจิต (จิตยังไม่หลุดพ้นสิ้นเกลี้ยง) . (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 135) 660322 เคล็ดวิชา 9 ประการ ของจอมยุทธโลกุตระ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก