ศรัทธาธิกะกับปัญญาธิกะ ก็เป็นพระพุทธเจ้าที่เหมือนกัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศรัทธาธิกะกับปัญญาธิกะ ก็เป็นพระพุทธเจ้าที่เหมือนกัน _อโศกสัมปวังโก…ศาสนาพระพุทธเจ้าสายศรัทธาธิกะ พระอัครสาวกเบื้องขวาจะต้องเป็น เจโต หรือเบื้องซ้ายต้องเป็นสายปัญญาหรือไม่ ศาสนาพระพุทธเจ้าสายปัญญาธิกะ จะยกให้ สายใดเป็นอัครสาวกเบื้องใด พ่อครูว่า…พระพุทธเจ้าสายวิริยาธิกะ แปลว่า คุณไม่มีสิทธิ์จะได้เป็นพระพุทธเจ้า ต้องพากเพียร ล้างกลับไปกลับมา เสียเวลาอยู่นั่นแหละ สับสนววุ่นวายหมุนไปหมุนมา สับสนวุ่นวาย ขยันแต่โง่ จับไม่มั่นสักที คุณถามมาโดยพาซื่อ แต่จะไปเอาความรู้อย่างเป็นวิริยาธิกะมาเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ ต้องเลิกต้องละความเป็นวิริยาธิกะ ถ้าคุณมีแกนของศรัทธาก็จะไปสายศรัทธา ถ้ามีแกนของปัญญาก็เข้าหาปัญญา คุณต้องเลิกวิริยาธิกะให้ได้ เหมือนกันกับอาตมาบอกถึงผู้ที่เป็นสายพญานาคหรือพญาครุฑ พญาครุฑบินสูงบินว่อนไปสู่เวหาไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนพญานาคก็ดำดิ่งไปอยู่ใต้บาดาลแล้วจมอยู่ในบาดาลนั่นแหละ เขาเกิดอะไรรู้อะไรก็ไม่รู้ แม้ที่สุด พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกทีละพระองค์ นานๆๆ มาเกิดพระองค์หนึ่งก็ลอยถาดทองคำ เสร็จแล้วพอไปถึงบริเวณนั้นก็จมลงไปกองรวมกันเสียงดังของถาดทองคำที่กระทบกัน เสียงจะเป็นเสียงสุดยอดแห่งเสียงจึงจะสะเทือนให้พญานาครู้สึกตัว จากความหลับลึก ยิ่งกว่าคนขี้เซา เอาไฟเผาก็ยังไม่ตื่น หนังไหม้ก็ยังเฉย พญานาคได้ยินก็ตื่นขึ้นมาบอกว่าพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาอีกพระองค์แล้วหรือ ว่าแล้วก็หลับต่อเหมือนเดิมหนักกว่าเก่า นี่คือพญานาค อาตมาว่าได้ไขความพญานาคพญาครุฑขึ้นมาชัดเจนขึ้น แต่พวกคุณผ่านพวกนี้มาแล้ว สองพวกนี้ไม่รู้จะได้ยินถึงพวกพญานาคพญาครุฑนี้หรือเปล่า เสียงอาตมาไม่ใช่เสียงถาดทองคำกระทบกันนะ ไม่รู้จะทำยังไงน่าสงสาร ถ้าหากยังใฝ่หาแสวงหา ผู้มีปรโตโฆษะ จะยอมรับบ้างหรือไม่ เพราะฉะนั
อ่านต่อ
้นปัญญาธิกะกับศรัทธาธิกะอันนี้เป็นแกน วิริยาธิกะจะต้องทำตนเลิกสับสน ให้เอาอันใดอันหนึ่ง เหมือนที่อาตมาอธิบาย ถ้าคุณจะไปประเทศใดในโลก ที่ไม่ใช่ประเทศไทย ส่วนใดส่วนหนึ่งของโลก คุณจะเดินทางไปประเทศนั้นจะต้องอ้อมโลก ไปอ้อมทางใดทางหนึ่งก็อ้อมเถิด เดินไป แม้มันจะเป็นศรัทธาธิกะ เริ่มต้นเดินวันหนึ่งก็ถึงตรงนั้น เป็นศรัทธาธิกะก็เลยใช้เวลาตั้ง 2 เท่า ถ้าคิดได้รู้ทางเดินรู้แผนที่ดีแล้ว คุณจะเป็นปัญญาธิกะ ก็เดินทางนี้ใกล้ 20 ละสงสัยกับเศษแสนมหากัป ถ้าเป็นศรัทธาธิกะก็ถึงเหมือนกันแต่เป็น 40 อสงไขยเศษแสนมหากัป ส่วนวิริยาธิกะนั้นให้เวลา 80 อสงไขยเศษแสนมหากัป ก็ต้องเลิกวิริยาธิกะ แล้วไปแกนหนึ่งจะเป็นแกนศรัทธาหรือปัญญามันจะได้ถึงสักที คุณถามถึงอัครสาวกจะต่างกันไหมก็ไม่หรอกจะเหมือนกัน แม้เป็นสายศรัทธาธิกะจะมาเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็เป็นพระพุทธเจ้าเหมือนกัน สายปัญญาธิกะสายศรัทธาธิกะนั้นเมื่อเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็ลบทิ้ง เป็นปัญญาเต็มที่เป็นพุทธิปัญญาเหมือนกันหมดทุกองค์ พระพุทธเจ้าทุกองค์เป็นพุทธิปัญญาหมดจะเป็นแกนอะไรมาก่อนก็เลิกหมดเลย แกนศรัทธาก็ตามปัญญาก็ตาม วิริยาธิกะไม่ต้องพูดถึงเลย มันก็ต้องเป็นเหมือนกันเป็นปัญญาเป็นเบื้องขวาศรัทธาเป็นเบื้องซ้าย เพราะ ศรัทธาธิกะนั้นรู้ช้า แต่บรรลุเร็ว รู้ช้าแต่บรรลุเร็ว ส่วนปัญญาธิกะนั้น บรรลุช้า แต่รู้ครบรู้มากกว่าศรัทธาธิกะ นี่เป็นคุณสมบัติที่เป็นสัจจะ มันเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นปัญญา มันเฟ้อมันมาก ก็ต้องพยายามเอาศรัทธามาใส่ มันจะได้สมดุลกัน ศรัทธาต้องเอาปัญญา ปัญญาต้องเอาศรัทธา พยายามเพิ่มสิ่งที่ขาด คุณจะไปคิดรอบโลกมากเอาตัวเองให้รอดแล้วจะไม่ได้ต้องมาทำสิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ว่าไปแล้วเป็นเรื่องฟุ้งซ่านเป็นเรื่องที่ทำไปมันก็ถ้าเป็นสภาวะแล้วจะไปถามทำไม เพราะมันจะต้องเป็นอย่างนี้ศรัทธาก็ต้องเป็นศรัทธาธิกะ ปัญญาก็ต้องไป ปัญญาธิกะ คุณจะเป็นสายไหนก็ตามจะเข้าใจอย่างที่อาตมาพูดไม่งั้นคุณเอาแต่ถามอย่างเดียว อย่าไปสร้างนิสัยขี้ถาม ขี้สงสัย วิจิกิจฉามาก แล้วไม่อยากปฏิบัติเองเอาแต่ถามถามถาม คุณก็ยิ่งช้า พวกที่เอาแต่ถามเอาแต่รู้แล้วไม่ปฏิบัติจะช้าทั้งนั้น
631125_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพัฒนาอัตภาพให้ไปสู่จุดสูงสุด