เพลิดเพลินและการอนุโลมได้แค่ไหนอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.34 KB
วันที่แก้ไข2 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

เพลิดเพลินและการอนุโลมได้แค่ไหนอย่างไร _แซมดิน...วันนี้เป็นวัน บวร ของสันติอโศกมีกิจกรรมตั้งแต่เช้าหลายอย่าง … อาฟังฝนฝากถาม เรื่องความเพลิดเพลิน ของพระอริยะชั้นต้น กับพระอรหันต์ต่างกันหรือไม่ อย่างไร พ่อครูว่า…จริงๆแล้วไม่ควรถามมากหรอก อยากรู้ในสิ่งที่เรายังไม่ถึง ก็ไม่สามารถเข้าใจได้หรอก แม้มีอาการนั้นอยู่ที่เราแล้ว มันก็เข้าใจไม่ได้เพราะเรายังมีภูมิไม่ถึง ถามไปก็เท่านั้นเอง ได้รับภาษาที่บอกเท่านั้น ที่จริงแล้วภาษาบาลีเรียกว่า สัปปายะ มาเป็นคำไทยว่า สบาย ผู้รู้จะเข้าใจว่า ภาษาแต่ละคำ สนุกสนาน มันฉิบหายเลย นี่ไม่ได้หยาบนะ ใช้ภาษากับคนระดับนั้น มันฉิบหายสนุกมากเลยนะ เพลิดเพลิน หรือว่าสบายๆ คนที่เข้าใจแล้วใช้เป็นก็จะใช้ได้ทุกสภาวะ แน่นอนสบาย ไม่ได้เพลิดเพลินจัดจ้านอะไร เพลิดเพลิน ก็มีรสจัดกว่าสบาย ส่วนมันฉิบหายนี่ อย่างอุพเพงคาปีติ ปีติแรงๆ ชาวโลกก็ต้องการจะได้ความแรง เผ็ดมากๆ มีเยอะๆ หรูๆหราๆใหญ่ๆ ไปทางมหัปปิจฉะ ไปทางมากๆ ก็จะไปอย่างนั้น มากๆว่าจะไม่หมดสักทีผู้รู้ก็จะค่อยลดน้อยลง จนกระทั่งใจมันพอเรียกว่าสันโดษ คำนี้ยิ่งใหญ่มาก แค่นี้ก็เหลือพอสนุกแล้วเหลือพอเพลิดเพลินแล้ว รู้แล้วล่ะ มันเท่านั้นก็รู้ แม้ไม่เคยมัน ยังคุณที่บอกว่า มันชิบหายมันเป็นพลังงานสูงจัดจ้าน เราก็เข้าใจแล้วรู้แล้วว่า สนุกกับเพื่อนเพลินเอร็ดอร่อยโลกียรสมันรู้แล้ว หยาบเท่าไหร่ก็รู้แล้ว มันยิ่งหยาบยิ่งแย่ ทางโลกีย์ แต่เราไม่เอาไปทิศทางนั้นเราหยุดเราจบ คนมีทิศทางพอ แม้กระทั่งจะมีก็อนุโลมไปตามเขาเหมือนกับเล่นกับเด็กๆไป อย่างตอนนี้เราก็ไม่ได้ไม่มีเวลาเล่นกับเจ้าดีดี ก็เลยตัดไป เขาก็เลยไปที่อื่น เราก็รู้กาละเทศะว่าจะทำแค่ไหน จะมีแค่ไหน ที่จะเอาประโยชน์ได้ เป็นประโยชน์ 1 จริง 2 เป็นประโยชน์ 3 เป็นไปได้ เราก

อ่านต่อ

็ทำสิ่งนั้นลงไป ให้เกิดให้มีให้เป็นขึ้น ถ้าไม่ทำมันก็ไม่มีขึ้น เราสามารถทำได้ตามกาละเทศะฐานะที่ควรทำ ก็อยู่ไปอย่างนี้สบายๆ ทำอย่างสัปปายะ _แซมดิน ...เช่นเรารับประทานอาหารให้รสชาติจัดจ้านลดลง ก็รู้สึกว่าสบายดี ไม่จำเป็นจะต้องไปจัดจ้านแบบสมัยก่อน มันเป็นอย่างนี้ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า…ใช่ จนกระทั่งมันไม่มีหรอกอร่อยหรือไม่อร่อย มันก็เหมือนเหมือนกันกับทุกๆอย่าง มันก็อารมณ์เดียวกัน เป็นแต่เพียง รู้ความจริงตามความเป็นจริง อันนี้มันเค็มอันนี้มันหวานอันนี้มันเปรี้ยว มันก็บอกฐานะบอกสภาวะความจริงของมัน มันหวาน เราก็ไม่ได้บอกว่าชอบหน่อย เค็มเราก็บอกว่าไม่ได้ชอบหน่อย มันไม่หรอก มันก็เท่ากัน แต่รู้ความจริงตามเป็นจริงของอันนั้นจะเป็นอย่างนี้อย่างไหน จะมากหรือจะน้อย จะแรงหรือจะเบา ถ้าเราไปแรงๆๆ มันเบาไม่ลงมันก็จะมีแต่ไปมากขึ้น แต่ถ้าเราเบาจนกระทั่งถึง 0 ได้แล้วเราจะอนุโลมเป็น 1แล้วกลับมาหา0 จะว่าติด 0 ก็ไม่ได้ติด แต่ 0 คือที่สุด ถ้ารู้ว่าเราจะมีบ้างอนุโลมเป็น 1 แค่นั้นก็เหลือแหล่แล้ว จะเป็น 2 บ้างก็พอเป็นไป เดี๋ยวเป็น 3 เป็น 4 เราจะพอใจไปมันก็จะไม่มีที่จบ เราก็รู้จิตของเรา ยังมีมากอยู่นะเราก็ต้องรู้ตัวนะ อย่าให้ตัวผีแทรกๆมา เดี๋ยวก็ยินดีไปตัวมากตัวดี ไอ้นี่มันจะยาก เพราะฉะนั้นอย่าให้มันเป็น จบ มันจึงอยู่ที่ 0 1 2 สามเส้า คุณพักที่ 1 แล้วมาจบที่ 0 อนุโลมไปที่ 2 ปรุงแต่งเป็นสามเส้าก็พอ วัฏฏะสุดท้ายคือ 0 1 2 ก็มีเท่านี้

640301_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 29

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน