สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน อธิปไตยพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน อธิปไตยพุทธ อธิปไตยที่ชื่อ ระบอบประชาธิปไตย คืออธิปไตยบุญ คืออำนาจ พลังแรงของมนุษยชาติ ที่กำจัดกิเลสได้ แบบพุทธ กำจัดมิจฉา ไม่ว่าจะมิจฉาสังกัปปะ วาจา กัมมันตะ อาชีวะ เมื่อทำสังกัปปะได้ ก็ทำวาจา กัมมันตะ อาชีวะ ได้สอดคล้องกัน สังขารไป ก็เลยเป็นศาสนาพุทธ เกิดผล ก้าวหน้าสู่ไท (เป็นรากเหง้า ของคำว่าไทย) สู่อิสรเสรีภาพเด่นเดี่ยวโดดในโลกเลย เพราะว่าชัดเจน ในองค์ประชุม รูปนามคือกาย ทั้งใจที่เป็นประธาน กายต้องเป็นสิ่งสอง เป็นธรรมะสองเสมอ ไม่ใช่รูปอย่างเดียว อย่างที่เขาเข้าใจว่า กายคือรูป ไม่ใช่นาม แต่ที่จริงกายคือนาม ปฏิบัติที่นามแต่ต้องอาศัยรูปด้วย ถ้าไม่มีสภาวะ ก็เจ๊งลูกเดียว ความสำเร็จ จึงทำให้เกิดความสงบ แบบที่สงบสู่ปาตุสัจจะ หรือ ภาวสัจจะ ที่สงบอย่าง มีความขัดแย้งอันพอเหมาะ หากสงบชนิดไม่มีความขัดแย้งเลย ไม่มีใครช่วยคิด ช่วยทำช่วยติงเตือนเลย สงบแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้ แม้แต่พระพุทธเจ้า ท่านก็ให้สมณะต่างๆ ช่วยท้วงติงเตือนท่านด้วยซ้ำไป แม้ท่านไม่ผิดก็ได้แต่แสดงออก มันมีเหตุปัจจัย กาละ ท่านองค์เดียวก็อาจมีบกพร่อง ในกาละนั้นก็ได้ หรือแม้แต่องค์รวมหลายคน ช่วยกันคิด สังคมองค์รวม ควรเอาเท่านี้ ไม่มากหรือน้อยกว่านี้ หลายคนหลายผู้ ร่วมกันตัดสิน ก็น่าจะดีกว่าคนเดียวตัดสิน พระพุทธเจ้าไม่ดูถูกใคร ไม่ประมาท ข้อสำคัญคือ ความสงบ ต้องมีความขัดแย้งอันพอเหมาะ หากความสงบนิ่งอย่างเดียว มีแต่จะตายเน่า ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ไทยถึงเป็นประชาธิปไตย ที่อยู่ในหลักของความอิสรเสรี เป็นประชาธิปไตยที่แท้ มีจำเพาะที่ชาติไทย ชาติไหนทำได้ ก็เป็นของชาตินั้น แต่ของไทยนั้น ชาติอื่นเลียนแบบยาก เป็นสมาธิที่ไม่ใช่อยู่แต่ภายในภพ แต่เป็นสมาธิที่เปิดทวาร รับรู้สว่างไสวไปทั่ว สมาธิแ
อ่านต่อ
บบลืมตามีสัมผัสพร้อม มีทั้งภายในและภายนอก ถึงศึกษาครบสังขาร ๓ กายสังขาร วจีสังขาร จิตสังขาร ถ้าไม่มีภายนอก จะได้สังขาร ๓ ไม่ครบ จะได้ศึกษาแค่ภายในไม่ได้นอก ที่เป็นวจีสังขาร กายสังขาร ไทยตอนนี้ตื่นรู้ มีสัมมาทิฏฐิแล้ว ปฏิบัติสังกัปปะ วาจา กัมมันตะได้ ตอนนี้ก็เร่งรัด ปราบมิจฉาชีพ อันเป็นผลกระทบทั้งสังคมเลย พวกมิจฉาชีพนี้ สำหรับอาชีพมีผลสูงต่อสังคม งานเลี้ยงชีวิต หนึ่งไม่ต้องการไปล่า ลาภยศสรรเสริญ แม้แต่สุขก็ไม่ต้องการ เลี้ยงชีพรอดแล้ว มีส่วนเหลือก็ดี ไม่เหลือก็ไม่เป็นไร ยิ่งไม่ได้ต้องได้สรรเสริญ ก็ไม่จำเป็นอะไร สุขไม่สุขก็ไม่เป็นไร กลางๆ สบายมาก เพราะฉะนั้น อาชีพจึงครอบคลุมกว้าง ทั้งกายและใจหมดเลย เพราะยังชีพอย่างดีอย่างเป็นไป ทีนี้สัตวโลกนี่อาชีพที่เป็นเอก คืออาหาร โดยเฉพาะ กวฬิงการาหาร ไม่ว่าสัตว์เล็กใหญ่ต้องอาศัย อาหารจึงเป็นหนึ่งในโลก เมื่อได้อาหาร มีธาตุเลี้ยงขันธ์ถูกต้อง ก็อยู่รอดได้ นอกจาก จะเสื่อมจนไม่ไหว พระพุทธเจ้าถึงเน้นมิจฉาชีพ ถึง ๕ อย่าง ๑. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง . ๒. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง . ๓. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ ๔. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) ๕. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๗๕ มหาจัตตารีสกสูตร)
กุหนา ลปนาคือมิจฉาชีพอย่างเลว มันโกงชั่วทุจริต หน้าด้านหน้าทน ที่ไม่บริสุทธิ์ พวกที่โกงทีละแสนล้าน ล้านๆนั้น หยาบร้ายแรงมาก ทุจริตเลวร้ายขนาดหนัก สรุปง่ายนะว่าโกงห้าแสนล้าน จะเอาไปแจกใครก็ช่างหัวมันสิ แต่มันโกงประชาชน มันเอาของประชาชนไปปู้ยี่ปู้ยำ เสร็จแล้วก็หน้าด้านหน้าทน จนทุกวันนี้ก็พูดอยู่ ซุกซ่อนรวมหัวกัน ไม่ว่าจะนักบวช นักการเมือง นักธุรกิจ รวมหัวกันโกงชาติ มันไม่เลวตรงนี้ แล้วจะไปเลวตรงไหน? อาตมาเองพยายามบอก เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ นับถือพระพุทธเจ้า นับถือพุทธศาสนามี 95% เสร็จแล้วมิจฉาทิฏฐิ ได้ประโยชน์จากศาสนาบ้างก็น้อย แต่ที่จริงศาสนาพุทธนี้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม และเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เช่น คนจนนี่อุ้มชูคนรวยในชาติได้ เพราะคนรวยนี้ อุจจาระไม่ให้สุนัขกินเลย รวยแล้วก็ทำให้คนอื่นแย่ ส่วนคนจนแบบพระพุทธเจ้า จนแท้แต่รวมตัวกัน ช่วยเหลือตนและผู้อื่น มีสาราณียธรรม ๖ พุทธพจน์ ๗ เป็นอยู่อย่างอบอุ่น ทำตัวให้มักน้อยสันโดษ ได้สุขสำราญ ทำอะไรเป็นประโยชน์ ดูนี่ อาตมาก็ยังไม่เคยเห็น มะเขือยาว ลูกยาวใหญ่ขนาดนี้ เกิดมาอายุ 80 กว่าแล้ว หัวไชเท้าก็โต กะหล่ำปลีก็หัวโต ได้มาก็กินใช้ เหลือแล้วเผื่อแผ่คนอื่น ทั้งที่คนเราก็ไม่มาก แต่คนมากเราก็เหลือกินเหลือใช้ เอาไปเผื่อแผ่คนอื่นได้อย่างดี ธรรมะของพระพุทธเจ้า ทำให้คนไม่ดูดาย ช่วยเหลือกัน พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตรัสรู้ความรู้เดียวกันทุกพระองค์ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็รู้พอสมควร ตอนนี้ ก็คงจะเลื่อนจากระดับ 7 ประกาศมาสี่สิบกว่าปีแล้ว มันน่าจะเลื่อนจาก 7 เป็น 7.005 เป็น 7.010 เป็นต้น ก็ไม่ได้หยุดยั้งพยายาม อุตสาหะพากเพียรอยู่ เราพูดให้ต่ำกว่าความเป็นจริง ก็ไม่เสียหลาย แต่ถ้าเราต่ำ แล้วดันพูดสูงกว่าจริง พระพุทธเจ้าปรับอาบัติ ปาราชิกเลย ตอนนี้ เราเข้าร่องเข้ารอยแล้ว จึงเหลือแต่ปราบมิจฉาชีพ แต่ตามภูมิอาตมานั้น มิจฉาชีพฝั่งฆราวาสยังยั้ง แต่มิจฉาชีพฝ่ายศาสนาพุทธนี้ ยังไม่ลด ยังดึงดันดื้อด้าน ศาสนาพุทธนี้มาบวชแล้ว ได้อภิสิทธิ์แล้ว ข้าวมีกินดินมีเดิน คนอื่นเขาอุปภัมภ์ค้ำชูไป ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติอบรมจิต ไป พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เขาเลี้ยงไว้ ด้วยโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังมีหน้า มาทำมิจฉาอาชีวะ ทำเดรัจฉานวิชชา สมณะเดินดิน ว่า..ท่านใช้ภาษาว่า พระสมณโคดม เว้นขาดจากติรัจฉานกถา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญ บางจำ พวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังประกอบติรัจฉานกถา เห็นปานนี้
พ่อครูฯ ว่า...ก็ยังดีที่มีพยัญชนะในพระไตรปิฏก ยืนยันไว้ เพราะฉะนั้น ต้องจัดการ มิจฉาชีพให้ได้ ทั้งฆราวาสและนักบวช เมืองไทยจะเป็นตัวอย่างของโลก ผู้ที่มีโอกาสทำหน้าที่ตอนนี้ ทำให้ดีเลย ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด
600105_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ วิสัชนาประชาธิปไตยพุทธ
ดาวโหลดยูทูปได้ที่ ช่อง สื่อธรรมะพ่อครู https://www.youtube.com/watch?v=aAVpVy_Ivuk&t=660s