สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน องค์ 6 ของปัญญากับการปหาน 5.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.42 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน องค์ 6 ของปัญญากับการปหาน 5 ในหลัก องค์ 6 ของการเกิดปัญญา หรือธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มี ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ เกิดจากการทำบุญสำเร็จ ปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ในขณะประกอบอาชีพ กิริยา กายวาจาใจ ขณะพูด ขณะคิด และจับกิเลสได้ในขณะ ทำอาชีพ คิด พูด ทำ แล้วกำจัดกิเลสให้ลดหรือให้ตาย พอทำได้ ที่จะทำได้คือต้องมีธรรมวิจัย ต้องเป็นองค์ 3 สติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ แล้วต้องพยายามให้มันลดได้ การลดลงของกิเลสมีถึง 5 ระดับ กดข่ม หรือวิขัมภนปหาน ซึ่งทำเป็นกันทุกคน เป็นสามัญคนทั่วไปก็ทำได้ สอง พิจารณาให้ได้ว่ากิเลสมันเป็นของไม่จริงไม่เที่ยงแท้ เป็นเหตุแห่งทุกข์ มันไม่มีตัวตนจริงๆเลย ปัญญาหรือ ความเฉลียวฉลาด ความเข้าใจ ธาตุรู้ของตนเอง รู้ว่า กิเลส มันมีคุณสมบัติไม่เที่ยงแท้ เดี๋ยวใหญ่เดี๋ยวเล็ก เดี๋ยวไปเดี๋ยวมา มันทำไมตลบแตลงกันนักกิเลส สอง มันเป็นเหตุแห่งทุกข์จริงๆ เพราะมันพาเราไปหาแย่งสวรรค์ แต่สวรรค์ไม่มี สวรรค์มีแต่เท็จ มันพาเราไปอยากได้สวรรค์ มันคือเหตุแห่งทุกข์ จริงๆแล้วมันไม่มีตัวตน นี่คือกฎไตรลักษณ์ ผู้ที่เห็นปัญญานี่มันแจ้งจริงๆเลย พยายามทำให้ได้หรือ พิจารณาทีใดเห็นจริงว่ากิเลส พิจารณาแล้วมันลดเป็นครั้งๆ เรียกว่าตทังคปหาน ตทังคะแปลว่าแต่ละครั้งๆ 1. วิกขัมภนปหาน 2. ตทังคปหาน จริงๆแล้ว วิกขัมภนปหานคือทุกคนทำเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว มันอายก็กดข่มไว้ หรือสุดทนก็แสดงออก โทสะหรือกามก็ดี ถ้าไม่สุดทนก็ไม่แสดงออก ใครๆก็ต้องไม่ให้แสดงออก กามหรือโทสะก็ตาม มันมีการกดข่มเป็นธรรมชาติ แต่เราต้องเอาจริงกับมัน สองต้องพิจารณาใช้เหตุผลอ่านลงไปถึงความจริงตามกฎไตรลักษณ์ คุณลดได้ เป็นครั้งคราว ร่วมกัน ระหว่างการ กดข่มกับใช้ปัญญา ตทังคะ ได้เรื่อยๆ พอ

อ่านต่อ

ทำเด็ดขาดสูญได้เรื่อยๆคือสมุจเฉทปหาน สมะแปลว่าเสมอ ต่อเนื่อง ทำให้ขาดต่อเนื่องๆ ก็เด็ดขาด ขาดโดยเราเด็ด ทำได้สำเร็จผลนานก็ ปฏิปัสสัทธิปหาน ปฏิแปลว่าทวนไปทวนมา กิเลสก็สงบลงๆ ทำสำเร็จสมบูรณ์คือนิสรณปหาน ไม่ต้องทำอีกแล้ว เมื่อเป็นสมุจเฉทะ นิสรณะคือไม่ต้องสู้รบกันอีกแล้ว รณะ แปลว่ารบ สรณะแปลว่าประกอบการรบ นิ เป็นอุปสรรค คือไม่ คือไม่ต้องรบแล้วจบแล้ว สบายแล้วหยุดแล้ว การตัดกิเลส ก็คือการรบ รบอย่างหนักเลย รบอย่างสำคัญมาก ผู้ที่ปฏิบัติถูกต้องตามสภาวะ ที่อาตมาอาศัยพยัญชนะบาลีของพระพุทธเจ้าตามที่มีเดิม มาอธิบาย คนที่เข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติจนสำเร็จผลก็ตามที่แต่ละคนทำได้จริง ทำได้นิสรณะเสมอๆ กิเลสแต่ละตัวแต่ละตัวทำได้ เผลอๆเป็นอรหันต์โดยไม่รู้ตัว แต่คนที่ปฏิบัติแล้ว จะต้องรู้ว่าเราปฏิบัติแล้วถูกต้องไหม ได้ผลหรือยัง มีส่วนที่เหลือ เรียกว่า กามภพ รูปภพ อรูปภพที่มันยังเหลืออยู่ในองค์รวม กามภพหมดแล้วเหลือรูปภพ อรูปภพ ก็ล้างไปตามลำดับ ดับได้หมดสิ้นไม่มีกิเลสเราก็หมด ก็ต้องพยายามศึกษารู้ด้วยญาณปัญญา เข้าใจรู้ความจริงตามความเป็นจริงเหล่านี้ คำสอนพยัญชนะสื่อให้เห็นสภาวะเหล่านี้ เข้าใจแล้วก็เอาไปปฏิบัติ หลักปฏิบัติมีศีล สมาธิ ปัญญา แล้วจะเกิดวิมุติ วิมุติญาณทัสสนะ หลุดพ้นจากโลกโลกีย์ เป็นนิโรธ แต่เรายังไม่ตาย เรายังมีชีวิตมีธาตุรู้ ส่วนที่ไม่มีคือส่วนกิเลส เหลือวิมุติ รู้ว่าเราไม่มีแล้ว วิ แปลว่าไม่ กับสุดประเสริฐ สิ่งที่ทำให้ไม่มีเราทำได้แล้ว ก็เป็นสิ่งประเสริฐ วิ เป็นสิ่งที่ใช้พยัญชนะมาสื่อกับสภาวะ ใครทำถูกต้องได้ประโยชน์ อาตมาเกิดมาชาตินี้มาทำเรื่องนี้

600606_เทศน์ก่อนฉันอโศกรำลึก โดยพ่อครู องค์ 6 ของปัญญากับการปหาน 5

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน