สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน หลับตาปฏิบัติเป็นทางเอกไม่มีทางบรรลุธรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน หลับตาปฏิบัติเป็นทางเอกไม่มีทางบรรลุธรรม เข้าสู่ประเด็นที่อาตมาอยากจะช่วย ผู้ที่มีภูมิธรรมบ้างแล้ว แล้วท่านก็เป็นครูบาอาจารย์ และมีลูกศิษย์ลูกหามากกว่าอาตมาก็เยอะแยะ ไม่ต้องเอาเาใคร ธัมมชโยก็มีลูกศิษย์ลูกหามากกว่าเยอะ เถรสมาคม มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะกว่าอาตมา อาตมามีลูกศิษย์แค่นี้ แข่งไม่ได้ อาตมาเอาเนื้อๆแก่นๆได้เท่านี้ ไม่ตะกละตะกราม ขอย้ำอีก คือ 1.ศาสนาพุทธที่นั่งหลับตาสะกดจิตไม่มีทาง บรรลุธรรม ไม่ใช่ของพุทธ นั่งหลับตา เป็นแค่อุปการะ มาก ไม่ใช่เรื่องก่อเกิดผล ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่องเอกแต่เป็นเรื่องรอง เป็นผู้ช่วยไม่ใช่ตัวจริง ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นอย่าเอาเรื่องนั้นเป็นเรื่องเอก เอาเป็นเรื่องรอง นั่งหลับตาให้ตายก็ไม่มีทาง บรรลุธรรม อ่านพระไตรปิฎก พรหมชาลสูตรให้แตก ทำความเข้าใจให้ดีๆให้ละเอียด ท่านว่าไว้ชัดแล้ว ทวนย้ำอีก พระพุทธเจ้าท่านตรัส ในนี้ว่า เป็นทิฏฐิ ความรู้ความเห็นท่านรวมไว้แล้วว่ามี 62 ความรู้ความเห็นที่แตกต่างกัน แล้วที่ใกล้เคียงกันคือ ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ 5 จาก 62 (62-5=57) 57 ทิฏฐินั้นไม่คล้ายกันเลย มีกามคุณ 5 ฌาน 1 2 3 4 เรียกฌาน เรียกกามเหมือนกัน กามคุณ 5 เอาวรรคไว้ทีหลัง ตอนนี้พูดถึงอาจารย์ทั้งหลาย เราพูดเรื่องฌานกัน ตอนนี้เผื่ออาจารย์ ฌานนั้นมีฌานที่เกิดในขณะหลับตา กับฌานที่เกิดในขณะลืมตา ของพระพุทธเจ้านั้นลืมตานะจ๊ะ ของพระพุทธเจ้าเป็นฌานที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ห้าทวาร ทวารที่ 6 ใจ หลับตานั้นมีแต่ทวารใจทวารเดียว ปิด ตาหูจมูกลิ้นกาย จึงเป็นนิพพาน แหว่งๆ ต่อให้ดับอาสวะสิ้นได้ก็บางๆอย่างไม่หนาอย่าง เอกัจจะเท่านั้น ที่ถอนอาสวะได้นั้นไม่แน่จะสมบูรณ์แบบไหม จะมี นิจจัง ทุวัง หรือไม่ ไม่มีเหตุปัจจัยภายนอกปร

อ่านต่อ

ะกอบ แต่ถ้านั่งหลับตาตลอดไป เอาแต่สะกดจิตก็ได้ แต่ไม่เป็นอุภโตภาควิมุติ ทั้งปัญญาและเจโต คุณได้แต่เจโตอย่างเดียว พระพุทธเจ้าถึงต้องกำกับว่าแม้จะมีกายสักขี คนอื่นเห็นเป็นสักขีพยาน เพราะว่าคุณไม่ละเมิดเลย คนอื่นเป็นสักขีพยาน แต่ก็ได้ถาวรบางอย่าง ถ้าเอาเหตุปัจจัยภายนอก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจกระแทกแล้ว ไม่เที่ยงแท้ไม่นิรันดร์ ไม่ “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง” อย่างนี้เป็นต้น สรุป อีกทีหนึ่ง หลับตาไม่มีทางบรรลุธรรม สมาธิหลับตาเป็นสมาธิสากลสาธารณะมีอยู่ตลอดกาล เป็นสมาธิที่ทุกศาสนา แม้ไม่ใช่ศาสนาเขาก็ใช้ สะกดจิตเอาไว้ สามัญปุถุชนก็ สะกดไว้ เขาก็ทำ ถ้าสะกดได้เก่งก็ได้นานพลอยชาติพันชาติเหมือนชาติแสนชาติก็ได้ ก็คุณสะกดมาไม่รู้กี่แสนชาติก็ได้ผลแน่นอน เป็นพลังงานที่คุณสร้างแบบนั้นก็ต้องได้ แต่มันไม่จบ มันวนเวียน สังกุปปัง กลับกำเริบได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าแท้ ข้อสำคัญก็คือ มันไม่สามารถจะเกิดอุภโตภาควิมุติ วิมุติทั้งเจโตและปัญญา วิมุติรู้รอบเลยว่า เราจะอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน เท่ากับนิรันดร์ แต่ศาสนาพุทธมันไม่นิรันดร์ อย่างพระอวโลกิเตศวร ก็แข่งกับพวกนิรันดร์ จะรื้อขนสัตว์ให้นิพพานหมด จะได้อย่างไร สัตว์เดรัจฉาน สัตว์เซลล์เดียวก็เกิดตลอดเวลา จะช่วยสัตว์ทุกตัวให้นิพพานหมด ก็เป็นเพียงอุดมการณ์ท่านทำไว้เท่านั้น ที่จริง อวโลกิเตศวร คือยิ่งใหญ่ในโลก อว คือไม่มีพฤติกรรมจริง อ คือไม่ ว คือพฤติกรรมจริง อวโลกิเตศวรคือยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ในสภาพ สาม ในโลกที่มีองค์ 3 พีชนิยามก็มีองค์ 3 เป็นสภาพชีวะอยู่ อว คำนี้แปลว่าไม่มีพฤติกรรมนี้ อย่างนี้เป็นต้น มันก็เป็น ปณิธาน อุดมคติ ซึ่งจะต้องใช้ในมนุษย์ หากมนุษย์ไม่มีอุดมคติ ปณิธานสูงสุดก็จะวนเวียน แต่ถ้าอุดมคติสูงก็เป็นถึงศาสดาแต่ละองค์ๆ จะบอกว่าพระศาสดาแต่ละองค์ใครสูงกว่ากันก็ไม่มีหลักการเทียบ แต่ของพุทธนี้มีหลักการ สูงสุดจนเทวนิยมไม่สามารถไล่ทัน กลับมาสู่เป้าประเด็นหลัก คือ ขอให้พิจารณาดีๆ ว่า นั่งหลับตานั้นมันอยู่เพียงทวารเดียว และสิ่งที่รู้นั้นมันไม่มี อัญญะ มันมีแต่ สัญญะ แม้คุณจะรู้ธรรมะ ชือว่าโลกุตรธรรมรู้แล้วแต่ดันทุรังหลับตาปฏิบัติ ก็ได้แต่ ญะๆๆๆ คือ ภาษาเหนือแปลว่าทำ ญะ แปลว่าการกระทำ คุณกดทำของคุณอยู่อย่างนั้นตลอดกาลนาน มีแต่สัญญะ ข้ามเขตมาเป็นอัญญะ ปัญญะไม่ได้ ต่อให้มีภูมิรู้ อัญญะ แต่ดันทำ หลับตาก็ไม่มีปรโตโฆษะ ไม่ได้เปิดทวารทั้ง 5 ไปรับรู้โลกของกามคุณ 5 ที่เป็นกิเลสหยาบใหญ่ ถ้ามีแต่จิตกิเลสพวกนี้คุณไม่รู้ เกิดมาเอาแต่หลับตาอย่างนั้นหรือ ไม่มีการเปิดตา หูจมูก ลิ้น กายเลยหรือ เป็นคนตาบอดก็ไม่มีทวารตา แต่ดับประสาท กลิ่น ลิ้น หู สัมผัสนอกไม่มี มีแต่สัมผัสภายใน ก็ไม่ใช่คนไม่ใช่สัตว์เลยนะ

ที่หลับตาปฏิบัติจะได้แต่อดีตกับอนาคต อดีต 18 อนาคต 44 และใน 44 นี้มีปัจจุบันอีก 5 อนาคตจริงๆ มี 39+5 ปัจจุบันเป็น 44 เท่านั้นเอง คุณจะไปยึดแต่หลับตาๆ ก็จมกับอดีตกับอนาคตเท่านี้ ก็ได้แต่เจโตสมาธิ ที่ทำเจโตสมาธิ ปัจจุบันก็เป็นปัจจุบันภายใน ไม่ออกมาสู่ ตาหูจมูกลิ้นกายภายนอก มีแต่ฌานภายใน ฌานของพระพุทธเจ้านี้ ฌานอยู่ที่ใดปัญญาอยู่ที่นั้น ปัญญานี้คือการเกิดของ พลังงานที่ต้องปฏิบัติด้วยองค์ 6 องค์ 6 นี้ ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ที่เจริญต้น กลาง ปลาย แต่จะเกิดได้ต้องมี ธรรมะวิจัย มัคคังคะ ต้องวิจัยทั้งนอกและใน โลกและอัตตา ถ้านั่งหลับตาก็หลับหูหลับตาไม่รู้โลก แค่ตาหูจมูกลิ้นกาย ก็ไม่เปิดรับ แล้วมันก็จะครบกระบวนการเมื่อไหร่ กระบวนการของปัญญา จะบอกว่า พระพุทธเจ้าบอกว่ามันเกิดจากการทำอาชีพ ทำกาย วจี มโน กัมมันตะ และก็พูดได้อยู่ ไม่ใช่นั่งหลับตาไม่ได้ทำ พูดหรือทำ ถ้าเอาแต่คิดไม่พูดหรือทำอะไร ขออภัย อาตมาพูดรุนแรง น้ำหนักแรง เหมือนพูดกับลูก แต่อาตมาก็ยึดเป็นลูกก็เข่นเอาๆ คนข้างนอกก็เลยได้รับประโยชน์น้อย เขาจะถือสา เพราะยึดติดว่าต้องสุภาพ นิ่มๆ แต่ยุคนี้หากนุ่มนิ่ม ตัวคุณเองไม่ได้รับประโยชน์หรอก สุภาพคือภาวะที่ดี ภาวะที่จะได้ประโยชน์ได้ผลที่ดี ไม่ขึ้นอยู่กับความนุ่มนิ่มหรือความเบา หรือความแรง ขึ้นอยู่กับหลักฐานความเหมาะควรตามมหาประเทศ และสัปปุริสธรรม 7 คุณไปกำหนดเอาว่าอย่างนี้แรงอย่างนี้เบา ก็สมมุติตามสเปคของคุณเอง ไม่ทั่วไปไม่เป็นสาธารณะไม่สมบูรณ์ นั่งหลับตาไม่ใช่ของพุทธในทิฏฐิ 62 เพราะการนั่งหลับตาไม่มีกายสังขาร ที่ต้องลดกิเลส กายสังขารก็ไม่ได้เรียน วจีสังขารก็ไม่มีการออกมาพูด มโนสังขารก็จะได้อย่างเก่งก็ได้สังกัปปะ 7 ในวจีสังขาร แต่คุณจะอ่านสภาวะวจีสังขารได้ไหม ถ้านึกไม่ออกก็ทำสังกัปปะ 7 ไม่ได้ กระบวนการ สังกัปปะ 7 จะต้องสร้างวจีสังขารที่ยังไม่ออกเป็นวจีกรรม ดีไม่ดียังไม่มีอธิวจนะ ยังไม่ตั้งชื่อเป็นแค่ปฏิฆสัมผัสโส เกิดจากการกระทบกัน แม้จิตว่าง นิ่งเฉยได้ แต่ไม่ได้ตั้งชื่อ ก็ไม่สามารถพูดออกมาให้คนภายนอกรู้ แสดงออกกายกรรม นัจจะ คีตะ วาทิตะไม่ได้ เพราะแค่ตั้งชื่อก็ไม่มี แม้อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา นั้น คุณเอาแต่นั่งหลับตาทำ มีแต่ static แต่ไม่มี dynamic คือ ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ ไม่มี ก็เพราะเรียนแต่อัตตาสะกดจิต จะไปคิดอย่างอื่น มีแต่หนึ่งไม่มีสภาวะสอง มีแต่สภาวะนิ่ง ไหวแวบมานิดหน่อยคุณไม่เอาเลย ปฏิบัติให้ตายก็ได้อุเบกขา ที่ static สถานเดียว อุเบกขาที่จะมี ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ไม่มีเพราะมุทุธาตุคุณ static อย่างเดียว แต่มุทุนี้จิตต้องไว เป็นตัวอ่อนไม่ใช่ตัวแข็ง ไวได้มีวิญญัติได้ ตัวมุทุภูตธาตุจิตต้องไวได้ แต่คุณไปเล่นกดข่มสะกดจิตให้นิ่งแข็งท่าเดียวจะไม่เกิดมุทุภูตธาตุเลย ที่อธิบายอยู่คือโยนิโสมนสิการ เพื่อให้ทำใจในใจให้เป็น ไม่เช่นนั้นคุณก็ทำใจในใจอย่างไม่เป็นพุทธ เป็นมิจฉาทิฐิใน 62 อย่างนี้ ย้ำหัวตะปูว่า สะกดจิตนั่งหลับตาถ่ายเดียวไม่ใช่ทางเอก แต่หลับตาเจโตสมาธิก็เป็นอุปการะมาก อาตมาก็ใช้ ถ้ามีแต่สมถะอย่างเดียวโดยปฏิบัติมรรคมีองค์ 8เลยไม่เรียน supraconcentration เลย มีแต่ meditationก็เลิกคุยกัน แต่อาตมาเรียนทั้งสองอย่าง แล้วก็เรียน concentration เป็นหลักด้วย meditation เป็นรอง อาตมาไม่ได้ตีทิ้งนั่งหลับตานะ เป็นอุปการะ เป็นประโยชน์มาก 1. ได้พักผ่อนแบบสงบจิต มีอุปการะมาก 2. ศึกษาเพิ่มทักษะในเจโตสมถะ และใช้ตรวจอ่าน ภาวะจิตต่างๆ ในภวังค์ 3. เอื้อให้ปฏิบัติเตวิชโช (ทบทวน) ได้อย่างดี . 4. สร้างพลังทางจิต ที่จะนำไปทำฤทธิ์ต่างๆ (แต่ฤทธิ์ในพุทธศาสนา หมายถึง ฤทธิ์ที่ระงับ ดับกิเลส เพื่อไปสู่นิโรธ-วิมุติ-วิโมกข์-นิพพาน)

อาตมาทุกวันนี้ใช้การระลึกสัญญาเก่า จิตที่สงบ เช่นอาตมานอนหลับไปพอสมควร ตีสามตีสี่ เทวดามาคุยธรรมะแล้ว นอกจากเพลียมาก ก็แล้วแต่วาระเวลา ตามธรรมชาติ แต่ก่อนตีสองก็ลุกมาทำงาน แต่เดี๋ยวนี้เขาหาว่าอาตมาอายุยาว ถ้า 100 ปีก็ต้องยอมรับแล้วว่าอายุยาว 600531_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ศีลข้อ 1 โดยละเอียด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน