นิวรณ์ 5 อาหารของวิชชา เป็นไฉน.docx
เนื้อหาในไฟล์
นิวรณ์ 5 อาหารของวิชชา เป็นไฉน พ่อครูว่า... เพราะฉะนั้น เมืองไทยมีชาวอโศกเข้าใจศาสนาพุทธแบบนี้ และก็นำพากันทำแบบนี้ อาตมาพาทำมาได้ไม่ถึง 100 ปีพึ่งทำมาได้ถึงแค่ 50 ปี ถ้าทำต่อไปถึง 100 ปี อาตมาทำงานไปให้ครบ 100 ปีเลยนะอาตมาทำงานศาสนาให้ 100 ปีก็อายุครบ 136 เพราะว่าอาตมาทำงานตั้งแต่อายุ 36 ปี ถ้าอายุ13@6 ปีจะเห็นได้เห็นหลังเลย ทำได้ถึง 100 ปี นี่ทำมา 50 ปี เพิ่งเห็นแค่หลังกับส้นๆ ยังไม่ได้เห็นหน้าเลย ยังไม่ได้ถึงขั้นเห็นหน้าเลย แต่ก็เห็นรูปร่างแล้ว เห็นรูปร่างของสิ่งที่สร้างชีวิตให้เกิด สิ่งที่เป็นตามคำสอนพระพุทธเจ้าที่อาตมาเข้าใจตามภูมิของอาตมา ว่าพระพุทธเจ้าสอนอย่างนี้แล้วเอามาพูดเอามาพัฒนา คิดว่ามันได้สูญหายไปของพระพุทธเจ้าเอาฟื้นคืนมาเท่าที่อาตมาจริงใจ ทำตามภูมิว่ามันควรจะฟื้นฟูมา เสร็จแล้วมันก็ฟื้นคืนมาได้เท่าที่มันได้ขนาดนี้ เราก็ได้อาศัยใช้สอยกินอยู่ใช่ไหม ได้อาศัยใช้สอยกินอยู่จนถึงขนาดนี้ หลายคนก็ไม่ดำเนินชีวิตอย่างนี้มา 30 ปี 40 ปีใครถึง 50 ปียกมือสิ มีแม่ชีกรุณาได้ 46 ปีย่าง 47 ปี ก็เห็นรูปร่าง เห็นองค์ประกอบของความเป็นไปแบบศาสนาพุทธพาทำ เครื่องอาศัยอาหาร อาหารก็แปลว่า เครื่องอาศัย ตั้งแต่หยาบ ตั้งแต่พืชพันธุ์ธัญญาหารเป็น กวฬิงการาหาร จนกระทั่งถึงขั้นวิญญาณอาหาร ได้อาศัยมา จนกระทั่งทุกวันนี้ อาตมาเอาอาหาร เกี่ยวข้องกับอาหาร อาหาร 10 ๑. การไม่คบสัปบุรุษ เป็นอาหารของ.. การไม่ได้ฟังสัทธรรมที่ถูกต้อง ๒. การไม่ได้ฟังสัทธรรม เป็นอาหารของ.. ความไม่มีศรัทธา (หรือศรัทธาผิดๆ) ๓. ความไม่มีศรัทธา (ศรัทธาไม่บริบูรณ์) เป็นอาหารของ.. การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย (กระทำใจไม่เป็น) ๔. การกระทำในใจโดยไม่แยบคาย (หรือทำใจไม่เป็น) เป็นอาหารของ.. ความไม่มีสติสัมปชัญญะ .
อ่านต่อ
๕. ความไม่มีสติสัมปชัญญะ (หรือทำสติไม่เป็น). . เป็นอาหารของ.. ความไม่สำรวมอินทรีย์ ๖. การไม่สำรวมอินทรีย์ เป็นอาหารของ.. ทุจริต ๓ (กาย,วาจา,ใจ ทุจริต) ๗. ทุจริต ๓ เป็นอาหารของ.. นิวรณ์ ๕ ๘. นิวรณ์ ๕ เป็นอาหารของ.. อวิชชา ๙. อวิชชา เป็นอาหารของ ภวตัณหา (พตปฎ. เล่ม ๒๔ ข้อ ๖๒) เขามีอวิชชาเขาก็มีนิวรณ์ 5 เป็นอาหาร เขาไม่เข้าใจหรอกว่าเขามีวิจิกิจฉา วิจิกิจฉาคือความงงงวยสับสน เขารู้ก็ไม่ครบหรอกวิจิกิจฉา ไม่ใช่รู้สมบูรณ์แบบเลย มีปัญญา 8 ไม่ง่าย ต่อให้จบเปรียญ 9 จบด็อกเตอร์ก็รู้ปัญญา 8 ไม่ได้ เข้าใจไม่ได้ละเอียดแล้วพอหรอกเป็นวิจิกิจฉา เเพราะฉะนั้นเขาจะฟุ้งซ่านอุทธัจจะ ถีนมิทธะ เขาจะหนีเขาจะหลอก ไม่เข้าใจหนีเข้าป่าไปสงบไปนั่งหลับตา นั่นแหละมันเป็น ถีนมิทธะทั้งนั้น เข้าป่าหลบจากสังคมเป็น ถีนมิทธะ ทั้งนั้น อุทธัจจะกุกกุจจะ ก็เป็นความฟุ้ง ฉันรู้มากฉันสอนธรรมะอยู่มากท่องจำได้ก็มาก โอ้โห สอนอยู่มาก มีคนยอมรับนับถือฟุ้งไปเรื่อย คนยกย่องสรรเสริญเป็นผู้รู้เป็นปราชญ์เอก ฟ่องลอย เหลิง เป็นพวกพญาครุฑ พวกพญานาคก็ดับๆ นี่แหละคำศัพท์ของพวกโง่สมบูรณ์แบบมี 2 ทิศทางคือพวกฟุ้งซ่านกับพวกจมบาดาล อาตมาเอามาอธิบายอย่างง่ายๆ เป็นประเด็น 9 เป็นด็อกเตอร์ก็ตามก็ยังโง่เป็นพญาครุฑอยู่อย่างนั้น ไม่ได้เข้ามาหาฐานที่ควรจะปฏิบัติอย่างแท้จริงเลยที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า พวก ปทปรมะ ฟังก็มากรู้มากสั่งสอนอยู่แต่ไม่ได้บรรลุธรรมในชาตินั้นเลย คำว่าบรรลุธรรมไม่ใช่ง่าย ถ้ารู้อย่างสัมมาทิฏฐิแล้ว ง่ายมาก แต่ไม่ได้รู้ได้ง่ายๆ … ยาก เช่น ฌานวิสัยเป็นต้น ความเป็นฌาน ทุกวันนี้ศาสนาพุทธก็ไม่มี ฌานพุทธศาสนา มีแต่ฌานฤาษี ไปนั่งหลับตาแล้วบอกว่า เป็นฌาน แค่นี้เป็นเบื้องต้น ฌานของพุทธไม่ได้หลับตา ฌานของพุทธต้องลืมตา ฌานของพุทธต้องประกอบไปด้วยศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับคนกับสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่คือคนนี่แหละ คุณต้องสัมผัสๆกับคน ตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสๆกับคนแล้วมีกิเลสหรือไม่ กิเลสนิวรณ์ 5 เรายังมีกาม ลดให้หมด อ้อ เรายังมี พยาบาทโกรธเคือง ลดให้หมด วิมุติ กามหมด พยาบาท ปฏิฆะหมด ไม่จมหลงหลบๆลี้ๆดับๆหรือฟุ้งซ่านกับความรู้ที่เป็นพญาครุฑอย่างที่ว่าก็อยู่กับสังคมที่เป็นปัจจุบัน อ้อ ตากับรูปอันนี้คือเรื่องจริง หูกระทบเสียงอันนี้คือเรื่องจริง จมูกกระทบกลิ่นอันนี้คือเรื่องจริง ลิ้นกระทบรสเรื่องนี้คือเรื่องจริง กิเลสไม่เกิดก็จบง่ายจะตายไปชีวิต นั่นแหละคุณมี ฌานมีวิมุติ ง่ายไหม แต่เข้าใจแค่นี้ไม่ค่อยถูกหรอก ฌาน จะต้องไปนั่งหลับตาแล้วก็เป็นฌาน พวกที่ติดยึดแล้วพูดไปเขาก็ไม่กระดิกหูหรอก ยืนยันว่าหลับตาไม่มีฌานของพุทธมีแต่ฌานของฤาษี อยู่นอกรีต ฌานของพุทธคือ 1. มีศีล 2. ปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทา 3 ต้องสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ตื่นทางตามลิ้นกายใจ ไม่ตื่นก็ต้องตื่น ชาคริยานุโยคะ ตื่นมารู้ ตาก็ต้องตื่น จมูกลิ้นกายก็ต้องตื่น ไม่ไปหรี่หลับ สัมผัส ตากระทบรูป หูกระทบเสียงอยู่นี่แหละแล้วกิเลสเกิดในขณะนี้คือเรื่องจริง ลิ้นกระทบรสอยู่ เกิดกิเลสไหมนี่แหละเรียนอันนี้ให้จบ ฌานคือเผากิเลสคือไฟ พลังงานทางจิต ฌานเป็นปัญญา ฌานอยู่ที่ไหนปัญญาอยู่ที่นั่น ปัญญาอยู่ที่ไหนฌานอยู่ที่นั่นไม่มีปัญญาไม่มีฌานไม่มีฌานไม่มีปัญญา เป็นภาษา 2 อัน อันหนึ่งคือพลังงาน อีกอันหนึ่งคือความรู้ปัญญา 2 อย่าง แต่ก็คืออันนี้แหละสภาวะอย่างนี้แหละ เกิดแล้วทำให้กิเลสมันลดได้ เพราะฉะนั้นจะเกิดสำคัญที่สุดอยู่ที่การโภชเนมัตตัญญุตาอยู่ที่การกินการใช้ เรียนรู้เรื่องการกินการใช้นี่แหละเท่านี้ก็เป็นพระอรหันต์ ไปนั่งหลับตานั้นปัดโธ่เอ๋ย ไม่มีสิทธิ์เลย ต้องมาปฏิบัติที่การกินการใช้ ไอ้ที่การกินมันจะไปแตะที่ลิ้น ถ้าไม่เข้าไปแตะลิ้น มันก็มีแต่ข้างนอกตาหูจมูกลิ้นกาย (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... พ่อครูว่ามันง่าย แต่ก็ยากสำหรับเขาเพราะเขาไม่ได้เจอสัตบุรุษ เขาก็ไม่รู้ว่าจะละกิเลสอย่างไร เพราะขนาดเขาหลับตายังเอาไม่อยู่เลย ถ้าลืมตาเขาก็เละเทะแน่เลย พวกพระสายหลับตาก็ยังชอบ ลาบ ชอบเนื้อสัตว์ของอร่อยๆกินทั้งวัน เขาไม่ได้คบสัตบุรุษ ก็เลยนั่งเอาเป็นเอาตายจะได้บรรลุ แต่เราคบสัตบุรุษแล้วทุกอย่างดูง่ายไปหมด พ่อครูว่า... ตกเย็นเขายังกินน้ำปานะเลย เอาอะไรต่ออะไร เอาสมอเอามะข้ามป้อม ใส่น้ำตาลใส่เกลือใส่พริก จนกระทั่งเขาเคี้ยวสมอ เคี้ยวมะขามป้อมก็ถือว่าเป็นปานะ อาตมาผ่านมาหมดแล้ว เขาติดยึดอยู่อย่างนั้นก็ไม่รู้ คือ ในทวาร 6 ทวาร 5 ภายนอก ตา มันก็ยังเห็นในรูป มันมีทวารเดียวที่ยากคือลิ้น แล้วมันจะเรียนรู้เยอะด้วย แล้วไม่เรียนรู้กิเลสจากลิ้น ไม่มีโงเงยเลย แล้วไปติดรสในอันนั้นอันนี้ รสลิ้น ในอาหารชนิดโน้นชนิดนี้ ติดในลาบ ติดในก้อย ติดในต้มยำ ติดในผัด ติดอะไรก็แล้วแต่ ติดพิซซ่า ติดแพนเค้ก ติดขี้หมูราขี้หมาแห้งอะไรก็แล้วแต่ที่เขาหลอกทำมาปรุงแต่งไป อะไรไม่อะไรไปติดหมากติดพลู ซึ่งมันไม่ใช่อาหาร มันไม่มีประโยชน์เลย อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นโทษหรือเปล่า แต่ก็ไปติดมัน มันมีรสเผ็ดมันมีรสฝาดมันมีรสเค็มขมขื่นอยู่ในนั้นหมด ใครเคยกินบ้าง พลูใครเคยกินพลูบ้าง โอ้โห ใบพลู แล้วก็ทาปูนเข้าไปอีก ปูนนี่มันกัดนะ แล้วหาของฝาดๆ สีเสียด แก่นคูน เป็นต้น ไม้ฝาดๆ ใส่เข้าไปอีก เก่งจริงๆเลยทนทายาดเลยนะ แต่ก็ไปติดมันเพราะมันมีรสจัด เคี้ยวไปก็ไม่รู้ไม่ชี้อย่างพวกสายหลับตานี้กินหมากกันจั๊บๆ อย่างมหาบัวนี้ไม่ขาดปากเลย แต่เขาไม่รู้ว่าอันนั้นคือสิ่งเสพติดแล้วก็ติดยึดกันอยู่อย่างนั้น แล้วจะไปเรียนรู้ธรรมะอะไร ในกามคุณ 5 รูปรสสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ในหมากพลูเต็มไปหมดเลย ทั้งรูปทั้งกลิ่นทั้งรสทั้งเสียงได้ด้วยนะ เคี้ยวจั๊บๆๆ หมากสดๆนี่กร๊อบ เสียงดีจังเลย น้ำหมาก หมากแห้งก็กรอบดีเนาะ สีเสียดก็กรอบ แก่นคูณก็มา อะไร แต่พวกคนสมัยใหม่ไม่ค่อยรู้เรื่อง อาตมาคนสมัยโบราณ คนสมัยเก่าเขากินกันเยอะ อาตมาพอรู้แต่ไม่เคยไปกินกับเขาหรอก เคยลองแล้วไม่ไหว กัดพลูทีนึงก็จะตายแล้ว เลิกทั้งนั้นแหละไม่เห็นน่ากินสักอย่างเลย ไม่เห็นน่ากินสักอย่าง แต่ไปติดไอ้สิ่งที่กินยากเหล่านี้แล้วนึกว่าเก่ง มันติดเข้าไปแล้ว มันก็เลยไปยาก มันก็เลยไปติดไปยึดอีก เลยกลายเป็นคนเลิกไม่ได้ อย่างมหาบัวพอรู้ว่าเขาพยายามจะเลิกแต่เลิกไม่ได้ ก็เลยปุโลปุเล บอกโลกไปว่าเป็นเรื่องของธาตุขันธ์ ไม่ใช่เรื่องของสิ่งเสพติด ตัวเองหลอกคนอื่นอีกว่าไม่ใช่สิ่งเสพติด มันก็เลยไม่ดีหนักเข้าไปอีก มันไม่เข้าท่า นั่นก็วิจัยวิจารณ์ไปอันหนึ่งแล้ว ที่นี้ก็มาดูคนต่อมา 660118 ผลงาน 50 ปี ตามอนุสาสนีปาฏิหาริย์ของพ่อครู พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก