รูปธรรมของความเจริญแบบโลกียะต่างจากความเจริญแบบโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข19 มกราคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

รูปธรรมของความเจริญแบบโลกียะต่างจากความเจริญแบบโลกุตระ _หลวงปู่คะเรื่องดวงชะตาของคนอยู่ที่เราเลือกจะเป็นไปใช่ไหม พ่อครูว่า... ดีๆๆ เข้าใจถูกแล้ว ดวงชะตาของเรามันขึ้นอยู่กับเราเลือกจะเป็น ไม่ใช่มีดวงชะตาใครมากำหนดหรือพระเจ้ามากำหนดคนนั้นคนนี้มากำหนดไม่ใช่ เราเลือกจะเป็น เช่น เราจะเลือกมาเป็นคนแบบชาวอโศก เราเลือกจะเป็น เห็นดีว่ามาเป็นอย่างนี้ดีแล้วก็มา หากเรายังเป็นอย่างชาวอโศกไม่ได้เต็มตัว เราก็เรียนรู้ปฏิบัติ ทำอย่างไรมันจะเป็น ก็ระลึกรู้ว่าเราไปติดที่ทางโลกเขาเพราะเป็นทางโง่อย่างที่พูดผ่านมา ก็รู้ว่านี่ ชาวอโศกเขาเลิกกันแล้วเราก็มาเลิก เราเลิกได้เราก็รู้สึกว่าดีนะเลิกแล้วสบายดี แต่ก่อนขาดไม่ได้มันจะเป็นจะตาย แต่เมื่อปฏิบัติเลิกได้แล้ว มันเบาว่าง่ายสบายไม่หนักไม่หนาไม่เปลือง ไม่เสีย ต้องเสียเวลาทุนรอนแรงงาน เราก็เอาเวลาคืน มาได้จากที่เคยไปสูญเสียเปล่าๆ เอาทุนรอนที่เคยลงไปอย่างนั้นคืนมาได้ เอาแรงงานคืนมาได้ นี่มันคือเศรษฐศาสตร์บทยิ่งใหญ่เลยนะ กอบกู้คนขึ้นมาได้ พวกเราจึงเป็นเศรษฐีเงินถัง แต่สตางค์ไม่มี นี่เป็นเศรษฐีตัวจริง เสฏฐะ เสฏโฐ เศรษฐีแปลว่าความประเสริฐ แต่ว่าเขาไปแปลผิดว่าเป็นคนรวย ที่จริงคนรวยมาจากคำว่ากระฎุมพี แต่เศรษฐีจริงๆเป็นคนจน คนประเสริฐ พระพุทธเจ้าท่านเกิดในกองทรัพย์สิน ท่านออกมาเลย ทิ้งไม่เหลียวแลเลย แล้วมาเป็นคนจน อยู่กับคนจนตลอดพระชนม์ชีพเลย ไม่ต้องหันหน้าไปใช้เงินทองอีกเลย แต่พวกเราอย่างทุกวันนี้นักบวชพระพุทธเจ้า ทางเถรสมาคมอยู่กับกองทรัพย์สินลาภยศ เป็นพระมหาศาลเหมือนอย่างยุคที่มันเสื่อม พระพุทธเจ้าท่าน ตรัส แต่ก่อนเขาเรียกพราหมณ์มหาศาล พระพุทธเจ้าตรัสรู้ก็มาถูกเรียกเป็นพระ มาเรียกทีหลัง อย่างเมืองไทยใช้คำว่า พระ ที่อื่นก็ไม่ได้ใช้คำว่า พระ ตาม เป็

อ่านต่อ

นพราหมณ์มหาศาล อย่างไทยก็เลยกลายเป็นพระมหาศาล คือพระที่มีทรัพย์สินเงินทอง มีลาภมียศมีสรรเสริญ เสพสุข โลกียสุขสบาย แย่งชิงกันไป หาทุกข์ใส่ตัวเอง ถ้าไม่หาทุกข์ใส่ตัวเองกินสบาย มีวิธีการ มีพิธีการอันนั้นอันนี้ ซึ่งไปแปลงพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า มีพิธีทอดผ้าป่า มีพิธีทอดกฐิน มีพิธีทำทานบริจาคทำบุญ ปิดทองฝังลูกนิมิต มีงานไอ้โน่นไอ้นี่ ทำให้คนมาบริจาค ทาน เสื่อมเสียหมดเลย ศาสนาพระพุทธเจ้าเลยกลายเป็นศาสนาที่เละเทะ เห็นแก่ลาภเห็นแก่ยศ แล้วก็ตั้งยศตั้งศักดิ์ แล้วก็หลงติดยศติดศักดิ์กันอย่างนั้นแหละ แล้วก็มามีสรรเสริญ แล้วก็สรรเสริญผิดๆด้วย สรรเสริญคนที่หลงมีลาภยศโก้เก๋ แม้แต่ที่สุดมีความรู้ ความรู้ที่ไม่สัมมาขทิฐิแต่ก็ไปสรรเสริญกันยกย่องกันเป็นคนมีความรู้ รู้มากบางทีเป็นคนรู้มากเฉยๆแต่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ มิจฉาทิฏฐิ เช่น เข้าใจคำว่า กาย ก็ยังไม่สัมมาทิฏฐิ คำเริ่มต้นคือคำว่ากายมีสภาพ 2 ภายนอกภายใน มีรูปมีนาม จะต้องมีสภาพ 2 มีรูปมีนาม ถ้าไม่มีสภาพ 2 นี้ไม่ได้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าเลย จึงต้องมีสภาพ 2 นี้มีเท่านั้น มีรูปมีนาม ต้องปฏิบัติศึกษาจะต้องมีการกระทบภายนอก กระทบทางตาหูจมูกลิ้น โผฏฐัพพะ กายกระทบทั้งหมด แล้วจึงเกิดการเรียน เกิดการเรียนรูปนามแล้วก็เป็น อายตนะ คุณก็จัดการอายตนะของคุณ ตา อายตนะ คุณจะต้องมีผัสสะ มีเวทนาอยู่ในอายตนะ แล้วก็อ่าน อายตนะนี้ ทางตา จากอายตนะ ทางหูโสตายตนะ ก็เกิดการรู้รูปรู้นาม แล้วมันเกิดกิเลสไหม เป้าประเด็นที่จะปฏิบัติธรรมมันอยู่ตรงนี้ จะเรียนรู้อะไรไปได้เก่ง 108 ถึงปราชญ์รู้ภาษาบาลี รู้ภาษาความรู้ทางธรรมะก็ให้มาปฏิบัติทางนี้ อย่าไปหลงใหลในความเก่งรู้มากเกิน เอาให้เข้าเป้า ตรงนี้เป้าหมายชัดเจนไม่ใช่ไปนั่งหลับตาแล้วไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย นั่งมืดบื้อ ไอ้นั่นมันเป็นโมฆะเลย อาตมาไม่รู้จะพูดอย่างไรศาสนาพุทธกลายเป็นเดียรถีนั่งหลับตาเต็มตาเหมือนตอนพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา ก็เจอเดียรถีย์นั่งหลับตาเต็มป่า ท่านก็ต้องคอยฟื้นขึ้นมา อายุน้อยไม่มีอะไรต้องค่อยๆปฏิบัติเขาถึง แต่ในยุคนี้อาตมาเอามารื้อฟื้นยังไม่โงไม่เงยเลย ยังยึดมั่นถือมั่นบอกว่า โพธิรักษ์ว่าอะไรมาขวางโลกเขา ครูบาอาจารย์เขาสอนมาตั้ง 2, 3, 4, 5 รุ่นแล้ว เขาหลับตาเขาออกป่า เขาออกไปไม่รู้เห็นอะไรจริงไม่รู้ครบ เขายืนยันว่าอย่างนั้นเป็นความถูกต้องเป็นความดับความ มารู้ครบแล้วรู้หมด นี่คือจุดสำคัญ รู้ครบทุกอย่างแล้วกิเลสหมดจากที่รู้ครบนี่แหละ ฟังความให้ชัดขึ้นไหม ไม่ได้หมายความว่า เบลอๆ ไม่รู้รอบรู้ทั่วรู้ครบแต่รู้รอบรู้ถ้วนรู้ข้อแปล ถ้าคุณมีสติปัญญามีสติสัมปชัญญะ กว้างดีรู้ สัมผัสอะไรก็แวววัยรู้หมดกิเลสเกิดจากอะไรเมื่อไหร่ เรามีผลักมีดูด อยู่ในกิเลสอยู่ในสิ่งที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์อันนั้นอันนั้น แล้วเราก็ปฏิบัติได้ว่าเราไม่ได้ติดอะไร อะไรจะยิ่งใหญ่ในโลกเราก็รู้ว่า อันนี้มันก็สำคัญนะ ราคามันแพง มันมีค่าในสังคมหายาก เช่น มีทองคำ มีเพชร มีพลอย มีโลหะชนิดนี้ มีวัสดุชนิดนี้ หรือมี พืชพันธุ์ธัญญาหารชนิดที่มันมีประโยชน์ มีสิ่งที่ดีมีคุณค่า มีธาตุอาหาร สมตัวของมัน เช่นนี่ บีทรูท ไม่ใช่ของไทยด้วยหัวผักที่เรียกว่าบีทรูท มันมีวิตามินมีเนื้อหาสาระของธาตุอันนี้ ตามที่มันมี เจริญดีมากเลย คนนี้ปลูกได้ ได้สมส่วนของความเป็นธาตุบีทรูท ส่วนอันนี้คนนี้ปลูกกะหล่ำปลี แหม กะหล่ำปลีมันหัวแหลมๆชอบกล (โยมบอกว่า กะหล่ำหัวใจ ) เคยเห็นแต่กะหล่ำกลมๆแป้นๆโตๆ แต่อันนี้กะหล่ำปลีหัวใจ อาตมาก็เพิ่งเคยได้ยินวันนี้ แล้วมันก็รูปแบบนี้ด้วยนะ ก็เอาไว้ใช้กินใช้บริโภคเลี้ยงขันธ์ แล้วก็ด้วยความสำคัญ แทนที่เราจะไปทำแฟชั่นทำเดรัจฉานวิชา แทนที่จะไปเป็นสิ่งที่…ทำอะไรที่มันไร้คุณค่าของความยังชีพ คุณไปเป็นนักเลงคุมบ่อนคุมซ่อง คุณก็ได้เงินมาเลี้ยงชีพ ขู่เข็ญเขาได้ เขายอมเขากลัว มันก็มีสิ่งนั้นเลี้ยงชีพแล้วมันดีไหม เราฟังเราก็รู้ว่าอย่างนั้นมันชัดเจน หรือมันจะดีขึ้นมากว่านั้นหน่อย หรือมันอะไรดีแท้ อาตมาก็พูดมาหมดบรรยายมา จริงๆก็คือ เหตุปัจจัย ปัจจัย 4 ข้าว ผ้า ยา บ้าน เป็นเรื่องที่คนขาดไม่ได้หรอก เอาละ ผ้าอาจจะ แต่สังคมมันก็ต้องมีผ้านุ่งห่มบ้าง แต่มันก็ไม่อะไรมากจริงๆมีนุ่งห่มกันร้อนกันหนาว กันแมลงสัตว์กัดต่อย กันอุจาด ก็มีกันพอสมควรมี 4-5 ชุดใช้กันไปจนตายเลย มันไม่ได้ขาดง่ายๆ ยิ่งทุกวันนี้วิธีการสร้างผ้า สร้างวัตถุเครื่องอาศัยเป็นผ้านุ่งห่มเก่ง เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ลำบากยากเย็นอะไรเลย ยิ่งทุกวันนี้ มันจะสำคัญจำเป็นต้องกินต้องใช้ประจำกว่าก็คือข้าว ยารักษาโรค เมื่อเป็นโรคจึงจะต้องใช้ ไม่ได้เป็นโรคก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ ยาก็มีเอาไว้ไม่ประมาท แต่ข้าวต้องกินจึงเป็นหนึ่งในโลก หรือเอาละไม่กินข้าวกินเผือกกินมันก็แล้วแต่ ข้าวก็มีเยอะหลากหลายชนิดแต่ละถิ่นแต่ละที่ อย่างเมืองไทยเรากินข้าว rice เป็นหลัก ที่อื่นมีการกินข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ก็คืออาหารพวกแป้งมีคาร์โบไฮเดรต ก็มีความรู้กัน ไม่ได้เป็นความรู้ยากเย็นอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งจริงในชีวิตของคน รู้จักสาระที่จะอาศัย แล้วก็มีกิน ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ นอกนั้นมีเวลาเหลือทุนรอนเหลือ เราก็เอามาทำงาน ผลิตสิ่งที่จำเป็นนี่แหละ อาตมาเน้นให้ชาวอโศกที่อยู่หอคอยงาช้าง ไม่ค่อยจะชอบลงงานกสิกรรม อยากให้ไปเป็นนักกสิกรรม ไปเป็นกสิกรกันให้ดีๆ ทำให้มากๆขึ้นมาเลย ทำให้เหลือเฟือจนกระทั่ง ให้มันมีคุณค่า ทำให้ดีๆมีคุณภาพ คนข้างนอกเขาเชื่อถือนะว่า พืชพันธุ์ธัญญาหารของชาวอโศก ผลิตขึ้นมา ขณะนี้ในเมืองไทยก็คิดว่ารู้กันไปกว้างไม่ใช่น้อยแล้ว สำหรับชื่อเสียงในเรื่องการผลิตให้ได้พืชพันธุ์ธัญญาหารของชาวอโศก ตั้งแต่ไร้สารพิษและมีคุณภาพในเนื้อหาสาระของอาหารที่มีธาตุอาหารดี คืองาม กะหล่ำปลีก็งาม หัวไชเท้าก็งาม บีทรูทก็งาม คำว่า งาม พูดง่ายๆกินความว่า มันงาม แล้วมันเป็นจริงด้วย มันมีสารอาหารสาระเนื้อหาของมันวิตามิน แต่มันดีก็เป็นรู้กันทั่วไป ก็อยากให้ชาวอโศกมาเป็นกสิกรผลิตสิ่งเหล่านี้ให้มาก ชาติไหนเขาก็ต้องการในสิ่งนี้ ชาติไหนก็ต้องรับ ดีเหมือนกันว่า เราไม่มีอุตสาหกรรมเลวร้ายคือสร้างอาวุธไปฆ่าคน อาจจะมีบางที่ที่จำเป็น กองทัพอาจจะทำบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่ไม่ได้ทำกันยิ่งใหญ่จนกระทั่งมีชื่อเสียง มีความสามารถอะไรและก็ไม่ได้ไปทำแข่งเขาเลย จะต้องมีคุณภาพรุนแรงเป็นอาวุธร้ายร้ายแรง เราไม่ทำ อันนี้เป็นความเจริญความประเสริฐ เป็นความรู้ของมนุษย์ที่เจริญ พวกที่ยังโง่ๆเสื่อมๆอยู่ก็จะยังไม่สร้างอาวุธร้ายแรงอยู่ เขาไม่เข้าใจหรอก อาตมาพูดเขานึกว่าไปด่าเขา ซึ่งมันมีความจำเป็นจะต้อง ด่า เราก็อยู่ในโลกยุคเดียวกันจำเป็นหรือไม่จำเป็น พวกเราก็ไม่ต้องสร้าง ประเทศเราอยู่รอดไหมซึ่งไม่ได้สร้างเก่งอย่างเขาก็อยู่รอด อาจจะเผื่อต้องมีกองทัพอาศัยบ้าง แต่ไม่ได้เห็นจะมีเอาไว้ฆ่าแกง แสดงก็เก่าเก็บทิ้งไปเยอะสูญเสีย ปีหนึ่งไม่รู้เท่าไหร่ ทุกวันนี้ก็เข้าใจขึ้น แต่ที่ผู้ที่ไม่เข้าใจเป็นทหารก็ต้องบอกว่าต้องมีอาวุธที่ทันสมัยแต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ อาตมาอยากจะให้ผู้บริหารประเทศใช้คำว่าประเทศไทยเลย พยายามจะทำยังไงให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นกลาง ไม่ต้องไปคำนึงถึงสงครามเขาเลย เขาจะมาฆ่าแกงก็ฆ่าแกงเลย ประเทศไทย เขาจะมายึดมาริบ เพราะเราไม่มีความสามารถทางทหารในการยิงปืนสู้รบที่จะมาฆ่าเราก็ฆ่า แต่ให้มาสร้างอาหารและทำอาหารแพร่ไปให้ทั่วโลก ขายให้ถูก แจกได้แจก เมืองไหน ประเทศไหนที่เขายากจน เขาควรจะได้รับ เอานโยบายอย่างนี้จริงๆเลย ตั้งต้นตั้งแต่วันนี้ไปเลย ทำความเข้าใจในทิศทางที่อาตมาพูด นักบริหารประเทศทั้งหลาย จะเป็นนักการเมือง นักรัฐศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ใดๆเป็นอย่างนั้น ทำความเข้าใจให้ได้ ให้มาเป็นกสิกร เมืองไทยเป็นโซนที่ปลูกพืชปลูกผักพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ดีที่สุดแล้ว ในโลก เป็นเมืองที่ทำได้ หิมะไม่มี ความเย็นฝนมีพร้อม ทำได้ดี ความเย็นนี้พืชพันธุ์ธัญญาหารงามพอสมควรเลย แล้วก็มีความร้อน พืชพันธุ์ธัญญาหารนี่ชอบความร้อนมีเยอะ ปลูกได้ตลอดทั้งปี ทำให้มากให้เหลือเฟือและเป็นสินค้าหลัก ไม่ต้องขายแพงเลยและเราก็มาศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า ชีวิตไม่จำเป็นต้องรวย ชีวิตได้แจกจ่ายเกื้อกูลผู้อื่นได้มากๆมันก็ไม่รวยหรอก นั่นแหละไม่ต้องรวยแต่มีแจกผู้อื่นให้มากๆมีสะพัดให้แก่ผู้อื่นให้มากๆไม่ต้องรวย ดูซิว่ามันจะมีชีวิตรอดไหม ...รอด ยิ่งใหญ่ด้วย เป็นผู้ให้แก่โลกเป็นผู้ที่มีประโยชน์คุณค่าแก่โลก คนจะเข้าใจไหม ชาติประเทศอื่ที่ไม่มีลัทธิอย่างที่ไทยเราพูดนี้ เขาก็จะเข้าใจ ใครจะมาทำร้ายเมืองไทยจะเป็นเมืองที่มีเป็นเมืองพลาธิการ ถ้าเรายิ่งเก่งเรื่องสุขภาพอีก ก็เป็นทั้งพลาธิการ อาหารและกาชาดของโลก มีนโยบายสร้างประเทศให้เป็นอย่างนี้ได้ไหม มันสมควรทำนะ แม้แต่วิธีการรักษาแบบไทย ก็คือแพทย์แผนไทย แบบไทยนี่แหละทำให้มันเจริญจริงๆเลย ก็ใช้พืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นหลัก พัฒนาสิ่งนี้ให้เป็นหลักใหญ่เลย ประเทศชาติจะยิ่งใหญ่ ไม่ต้องไปแข่งกับเขาหรอกไอ้อย่างที่เขายังไม่เข้าใจถึงสิ่งสำคัญของประเทศ เอาอันนี้ให้ยิ่งใหญ่ เจริญอย่างนี้แหละไม่ใช่สำคัญไม่ต้องรวยไม่รวยนี่แหละ ชาติอื่นจะไม่ต้องริษยามาปล้นไม่อยากได้ ไม่อยากได้เพราะมันจน ประเทศจนๆเขาไม่อยากจะมาทำอะไรหรอก แต่ก็มันจะมีสิ่งที่เขาอยากได้เพราะ goodwin ของพวกเรามันมีทรัพยากร มันมีมากอยู่ที่คน ไม่ได้มากอยู่ที่ดินหรอก ดินมันก็มีขึ้นแต่แห้วหมูไม่มีอะไรให้กินได้มากหรอก มันก็ต้องอยู่ที่คนนี้แหละสำคัญ เพราะฉะนั้นเราก็เป็นคนที่สร้างสิ่งที่มันสำคัญให้แก่โลก ให้แก่ประเทศชาติ ที่นี้จะสมมุติเล่นๆในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แล้วนะ สมมุติว่า เมืองไทยสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารให้มากล้นเลย เสร็จแล้วก็ไม่ต้องขาย เลือกเอาไปแจกประเทศต่างๆแจกไปเฉยๆนี่ เพราะเราสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร เราก็มีกินเราอยู่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็แจกเพราะมันเหลือเฟือ เรามีชีวิตสร้างแล้วก็แจก แล้วก็กินสิ่งที่เราสร้างขึ้นมากินใช้ ขายบ้างนิดๆหน่อยๆพอจะมาซื้อของที่จำเป็นที่ขาดยังสร้างไม่เป็นยังสร้างไม่ได้ จะต้องใช้เช่นกัน สื่อสารจะต้องใช้ เทคโนโลยีที่เราไม่เก่งไม่เป็น บางทีรถราต่างๆนานามันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นทีเดียว ทุกวันนี้เมืองไทยเองในโรงงานสร้างรถ แต่เมืองไทยเองไม่มีเจ้าของคนไทยที่เป็นเจ้าของยี่ห้อของไทยเลยไม่มี (โยมว่ามีรถตุ๊กตุ๊ก) รถตุ๊กตุ๊กเราก็ไม่ได้สร้างเครื่องยนต์เองหรอก ไม่ได้หล่อเอง อาศัยอะหลั่ยของคนอื่นเข้ามาประกอบ ไม่ได้เป็นโรงงานเองเลยไม่ใช่ โรงงานหล่อตั้งแต่อุปกรณ์ต่างๆของตัวเองหมดเลย ไม่ได้เป็นโรงงานสมบูรณ์แบบ เมืองไทยไม่ได้เป็น ทางอุตสาหกรรมไม่ได้เป็น เรามาเอาดีทางกสิกรรมนี่ อาตมาไม่พาดพิงไปถึงปศุสัตว์และประมงเลยนะ แต่เขาก็ต้องทำไปตามประสา อาตมาไปห้ามเขาไม่ได้แต่อาตมาไม่ส่งเสริม เดี๋ยวมันเป็นวิบาก เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ไม่จำเป็นต้องไปกินเนื้อสัตว์ ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับสัตว์ ไม่ต้องไปกินปูกินปลาอะไร อย่างพวกเราก็กินแต่พืชพันธุ์ธัญญาหาร สบาย อายุยืนด้วย ขอยืนยันว่า อายุยืน 660118 ผลงาน 50 ปี ตามอนุสาสนีปาฏิหาริย์ของพ่อครู พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน