3. CHAP 1 editแล้ว.pdf

โฟลเดอร์65 นางสาวอรุณรัตน์ ไกรลาศศิริ เรื่อง โมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ในภาคกลาง
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์259 KB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

1 บทที่ 1 บทน ำ 1. ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่ายที่มีสมรรถนะสูงส่งผลให้การพัฒนาของประเทศทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการศึกษาค้นคว้าข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ต่าง ๆขยายเพิ่มขึ้นเป็นจ านวนมาก เกิดการเปลี่ยนแปลงจากสังคมอุตสาหกรรมเป็นสังคมฐานความรู้ (Knowledge-based society) การจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือส าคัญที่จะช่วยน าเอาความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) ที่อยู่ในรูปของทักษะ ประสบการณ์ พรสวรรค์ที่เป็นความรู้ที่ยังไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร และความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ที่ถ่ายทอดออกมาในรูปของคู่มือ ทฤษฎี หนังสือ การบันทึกต่างๆที่มีอยู่กระจัดกระจายจ านวนมากในสังคมฐานความรู้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเกิดเป็นคลังความรู้เพื่อให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มีการสร้าง เผยแพร่ ถ่ายโอนความรู้ที่เป็นประโยชน์เพื่อน าไปปรับใช้ในสถานการณ์ต่างๆได้ทันเวลาและทันเหตุการณ์ เกิดความพร้อมในการด าเนินงานส่งผลให้การปฏิบัติงานของบุคลากรในทุกภาคส่วนขององค์กรมีคุณภาพ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการท างานเป็นทีมและพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของบุคลากรจนน าไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (ภรณี ต่างวิวัฒน์, 2561, น.1-29-31. นารีรัตน์ สีระสาร, 2561, น.10-5) โดยในการพัฒนาทางการเกษตรมีการน าการจัดการความรู้เข้ามาเป็นกลไกและเครื่องมือช่วยในการสร้างการเรียนรู้และพัฒนาเกษตรกร กลุ่มและชุมชนที่จะส่งผลไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพึ่งพากันเองได้ ความมั่นคงทางอาหารเป็นประเด็นปัญหาซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ความเสื่อมโทรมของทรัพยาก

อ่านต่อ

รธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเกิดวิกฤตด้านพลังงาน และการให้ความส าคัญของการผลิตพืชอาหารลดลง เน้นการผลิตพืชพลังงานมากขึ้น ท าให้ราคาพืชอาหารสูงขึ้นมีผลกระทบต่อการเข้าถึงอาหารของประชาชนที่มีรายได้น้อย (นนทกานต์ จันทร์อ่อน. 2557) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า เดือน มี.ค. 2565 ดัชนีราคาอาหารโลกพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 30 ปี เฉพาะในประเทศเอเชียแปซิฟิก มีผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอาหารแพงและการขาด 2 แคลนอาหารมากถึง 1,800 ล้านคน โดยเป็นภาวะโรคขาดโภชนาการมากถึง 40 ล้านคนเพิ่มจาก 31 ล้านคนเมื่อปีพ.ศ. 2564 ปัญหาราคาอาหารที่แพงขึ้นแต่ที่มาของรายได้ยังคงเท่าเดิมหรือน้อยลง ส่งผลโดยตรงต่อการเข้าถึงอาหารและขาดโภชนาการมากขึ้นของประชาชนไทยเช่นกัน โดยความชุกของภาวะขาดสารอาหาร (Prevalence of Undernourishment) ในปี 2561 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 9.3 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.6 ในปี 2559 (ปางอุบล อ านวยสิทธ์, 2021) รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงมีการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงทางอาหารทั้งระบบ ผ่านคณะกรรมการอาหารแห่งชาติในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน คือด้านความมั่นคงอาหาร ด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ด้านอาหารศึกษาและด้านการบริหารจัดการ โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบดูแลด้านการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นต้นทางของระบบการผลิตอาหาร ที่เป็นแหล่งเสบียงอาหารหลักของประชาชนคนไทย ภาคกลางเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ส าคัญของประเทศเมื่อรวมกับกรุงเทพมหานคร มีมูลค่าผลิตภัณฑ์ภาค ณ ราคาประจ าปี 2560 มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 55.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2562, น. 5-6) มีรูปแบบการผลิตของเกษตรเชิงพาณิชย์ที่ยังคงใช้สารเคมีจ านวนมาก ส่งผลให้พื้นที่เกษตรที่อุดมสมบูรณ์ลดลง ประกอบกับการขยายตัวของเมืองและอุตสาหกรรมท าให้เส้นทางการขนส่งอาหารเดินทางไกลขึ้น เนื่องจากพื้นที่ผลิตอาหารถูกเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหาร สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นฐานแหล่งการผลิตอาหารที่ส าคัญ รวมถึงส่งผลกระทบต่อทั้งความเพียงพอ และความปลอดภัยของอาหารที่ลดน้อยลง (สุภา ใยเมือง, 2564, น.1-3) ข้อมูลจากส านักงานกลางทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครองระบุว่า จ านวนบ้านในพื้นที่ภาคกลางรวมกรุงเทพฯและปริมณฑล ปี 2565 เท่ากับ 11,876,508 หลัง จากจ านวนบ้านทั่วประเทศ 28,188470 หลัง คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 42.13 ของจ านวนบ้านทั้งประเทศ (การเคหะแห่งชาติ, 2566, น. 7) ดังนั้นหากส่งเสริมให้แต่ละครัวเรือนในภาคกลางเกิดความตื่นตัวในวงกว้างว่า การสร้างอาหารโดยการปลูกพืชเป็นเรื่องส าคัญ ท าเองได้ ไม่ต้องรอและไม่ใช่เป็นหน้าที่เฉพาะของรัฐบาลและเกษตรกรเท่านั้น อีกทั้งไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่ยุ่งยากในการเรียนรู้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงที่ขยายได้มากขึ้น ประชาชนภาคกลางจะสามารถพึ่งพาตนเองทางอาหารและน าสู่ความมั่นคงทางอาหารได้ ทั้งเป็นการสนับสนุนการด าเนินการตามยุทธศาสตร์การจัดการด้านอาหารของชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 คือ “ประเทศไทย มีความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ เป็นแหล่งอาหารที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อชาวไทยและชาวโลกอย่างยั่งยืน” 3 อย่างไรก็ตามความหมายของความมั่นคงทางอาหารตามนิยามของ FAO มีลักษณะความเป็นพลวัต ไม่ใช่เพียงการมีปริมาณอาหารกินเพียงแค่พอประทังชีวิตเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้ง 4 มิติคือการมีอาหารเพียงพอ การเข้าถึงอาหาร การใช้ประโยชน์ด้านอาหารและการมีเสถียรภาพทางอาหาร ดังนั้นจึงต้องน าการจัดการความรู้มาใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัยเพื่อจะศึกษาให้ได้ความชัดเจนทั้งเนื้อหาความรู้ที่เหมาะสมและแนวทางปฏิบัติที่เป็นกระบวนการในการส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความตระหนักถึงความส าคัญของการเป็นผู้สร้างอาหารเองโดยการปลูกพืชเพื่อน าสู่ความมั่นคงทางอาหารจึงจ าเป็นต้องวิจัยเพื่อหาโมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อสร้างหรือเสริมหนุนให้เกิดความมั่นคงทางอาหารที่สามารถครอบคลุมทั้ง 4 มิติดังกล่าว 2. วัตถุประสงค์กำรวิจัย 2.1 เพื่อศึกษาสภาพพื้นฐานทั่วไป การได้รับการจัดการความรู้ การได้รับความรู้ ความต้องการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร สภาพความมั่นคงทางอาหาร ของผู้ปลูกพืชในภาคกลาง 2.2 เพื่อศึกษาการปฏิบัติและปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติในการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารของผู้จัดการความรู้ในภาคกลาง 2.3 เพื่อศึกษาการจัดการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารของตัวแทนจากหน่วยงานและองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 2.4 เพื่อสร้างและพัฒนาโมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารในภาคกลาง 3. กรอบแนวคิดกำรวิจัย ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สามารถน ามาก าหนดประเด็นในการศึกษาวิจัย เรื่องโมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารโดยได้ก าหนดกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ดังนี้ 3.1 ศึกษำสภำพพื้นฐำนทั่วไป กำรได้รับกำรจัดกำรควำมรู้ กำรได้รับและควำมต้องกำรควำมรู้กำรปลูกพืชเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำร สภำพควำมมั่นคงทำงอำหำร ของผู้ปลูกพืชในภำคกลำง ประกอบด้วย 4 3.1.1 สภาพพื้นฐานส่วนบุคคล ประกอบด้วย 3 ประเด็น 1) สภาพส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพหลัก ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการปลูกพืช จ านวนครั้งที่มาเข้ารับการอบรม เหตุผลในการปลูกพืช แหล่งข้อมูลการอบรม 2) สภาพสังคม ได้แก่ ต าแหน่งทางสังคม การเป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคม สมาชิกสื่อสังคมออนไลน์ 3) สภาพเศรษฐกิจ ได้แก่ จ านวนสมาชิกในครัวเรือน จ านวนแรงงาน ความพอเพียงของรายได้ ลักษณะการใช้พื้นที่ จ านวนพื้นที่ ประเภทของพืชที่ปลูก ปริมาณพืชอาหารที่ซื้อบริโภคต่อเดือนหลังได้รับการอบรม 3.1.2 การได้รับการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ศึกษาความคิดเห็นของผู้ปลูกพืชต่อการปฏิบัติใน 3 องค์ประกอบของผจ.ความรู้ ดังนี้ 1) ปัจจัยด้านคน คือ บทบาทหน้าที่ตามโครงสร้างของบุคลากร เกณฑ์คุณสมบัติบุคลากร และการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากร 2) ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน คือ 1. การระบุเป้าหมายการจัดการความรู้ 2. การก าหนดหัวข้อความรู้ 3.การสร้างและแสวงหาความรู้ 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ 5. การจัดระบบคลังความรู้ 6.การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 7.การประเมินผลการจัดการความรู้ 8.การเผยแพร่ขยายผลการจัดการความรู้ 3) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พิจารณาใน 4 ประเภท คือ เทคโนโลยีในการสื่อสาร เทคโนโลยีสนับสนุนการท างานร่วมกัน เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล และสังคมเครือข่าย 3.1.3 การได้รับและความต้องการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ได้แก่การได้รับความรู้และความต้องการความรู้เรื่องหลักการผลิตพืชและเรื่องการจัดการผลผลิตจากพืช 3.1.4 สภาพความมั่นคงทางอาหาร ได้แก่ความคิดเห็นต่อระดับความมั่นคงทางอาหารของผู้ปลูกพืชเองใน 4 มิติคือ มิติอาหารที่เพียงพอ มิติการเข้าถึงอาหาร มิติการใช้ประโยชน์ มิติการมีเสถียรภาพด้านอาหาร 3.1.5 ปัญหาและข้อเสนอแนะ ต่อการได้รับการจัดการความรู้ใน 3 องค์ประกอบ คือปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 5 3.2 ศึกษำกำรปฏิบัติและปัจจัยที่มีผลต่อกำรปฏิบัติในกำรจัดกำรควำมรู้กำรปลูกพืชเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำรของผจ.ควำมรู้ในภำคกลำง ประกอบด้วย 3.2.1 ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพเดิม อาชีพปัจจุบัน ระดับการศึกษา ประสบการณ์ปลูกพืช เหตุผลในการปลูกพืช 3.2.2 การปฏิบัติในการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ศึกษาการปฏิบัติใน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.2.3 ปัญหาและข้อเสนอแนะต่อการปฏิบัติในการจัดการความรู้ใน 3 องค์ประกอบ ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.3 ศึกษำกำรจัดกำรควำมรู้ที่เกี่ยวข้องกับกำรปลูกพืชเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำรของตัวแทนจำกหน่วยงำนและองค์กรภำครัฐ ภำคเอกชน และภำคประชำชน ประกอบด้วย 3.3.1 องค์ประกอบการจัดการความรู้ ได้แก่ ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน และ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.3.2 ปัจจัยสู่ความส าเร็จในการจัดการความรู้ ได้แก่ ปัจจัยภายใน คือ ผู้น ามีวิสัยทัศน์ การมีหมู่มิตรดี/ภาคีเครือข่าย การท างานเป็นทีม (กลุ่ม) การมีต้นแบบเป็นตัวอย่างความส าเร็จที่เป็นรูปธรรมจริง องค์กรมีวัฒนธรรมของการแบ่งปัน ปัจจัยภายนอก การมีแหล่งทุนสบับสนุนการด าเนินงาน ภาวะโรคระบาด ราคาอาหารแพง ปัญหาสุขภาพ กระแสใส่ใจเรื่องสุขภาพของสังคม 3.4 กำรสร้ำงและพัฒนำโมเดลกำรจัดกำรควำมรู้กำรปลูกพืชเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำรของผู้ปลูกพืชภำคกลำง ประกอบด้วย 3.4.1 องค์ประกอบของโมเดล ได้แก่ ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และปัจจัยสู่ความส าเร็จ 3.4.2 การประเมินโมเดล โดยการใช้แบบประเมินความคิดเห็น 5 ระดับ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินตามเกณฑ์มาตราฐานการตรวจสอบโมเดลได้แก่ ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ความเหมาะสมและความถูกต้องครอบคลุม ดังแสดงภาพ1.1 กรอบแนวคิดในการวิจัยต่อไปนี้ 6 ภาพที่ 1.1 กรอบแนวคิดในการวิจัย สภาพพื้นฐานทั่วไป การได้รับการจัดการความรู้ การได้รับและ ความต้องการความรู้ สภาพความมั่นคงทางอาหาร ของผู้ปลูกพืชในภาคกลาง 1.สภาพพื้นฐานทั่วไปของผู้ปลูกพืช 1.1 สภาพส่วนบุคคล เพศ อายุ อาชีพหลัก ระดับการศึกษา ประสบการณ์ปลูกพืช ความถี่ในการเข้าอบรม เหตุผลในการปลูกพืช แหล่งข้อมูล 1.2 สภาพทางสังคม ต าแหน่งทางสังคม สมาชิกกลุ่ม สมาชิกสื่อสังคมออนไลน์ 1.3 สภาพทางเศรษฐกิจ จ านวนสมาชิกในครัวเรือน จ านวนแรงงาน ความพอเพียงของรายได้ ลักษณะการใช้พื้นที่ ขนาดพื้นที่ ประเภทของพืชที่ปลูก ปริมาณพืชอาหารที่ซื้อบริโภคต่อเดือนหลังได้รับการอบรม 2.การได้รับการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร 1)ด้านคน 2)ด้านกระบวนการจัดการความรู้ 8ขั้นตอน 3)ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.การได้รับและความต้องการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร 1) ความรู้หลักการผลิตพืช 2) ความรู้การจัดการผลผลิตจากพืช 4.สภาพความมั่นคงทางอาหาร 4 มิติ มิติอาหารที่เพียงพอ มิติการเข้าถึงอาหาร มิติการใช้ประโยชน์ มิติการมีเสถียรภาพ 5.ปัญหาและข้อเสนอแนะ ต่อการจัดการความความรู้ การจัดการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารของตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน 1. การจัดการความรู้ ด้านคน ด้านกระบวนการ8ขั้นตอน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ปัจจัยสู่ความส าเร็จ ปัจจัยภายใน ผู้น ามีวิสัยทัศน์ การมีหมู่มิตรดี การท างานเป็นทีม การมีต้นแบบเป็นตัวอย่างความส าเร็จ องค์กรมีวัฒนธรรมของการแบ่งปัน ปัจจัยภายนอก แหล่งทุนสบับสนุน ภาวะโรคระบาด ราคาอาหารแพง ปัญหาสุขภาพ กระแสใส่ใจเรื่องสุขภาพของสังคม สร้างและพัฒนาโมเดลฯ 1. องค์ประกอบโมเดล 1.1 ด้านคน บทบาทตามโครงสร้างบุคลากร เกณฑ์คุณสมบัติ การเสริมสร้างศักยภาพ 1.2ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน 1) ระบุเป้าหมายการจัดการความรู้ 2) ก าหนดหัวข้อความรู้ 3) สร้างและแสวงหาความรู้ 4) ประมวลและกลั่นกรองความรู้ 5) จัดระบบคลังความรู้ 6) แบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 7) ประเมินผลการจัดการความรู้ 8) เผยแพร่ขยายผลการจัดการความรู้ 1.3ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 1) เทคโนโลยีในการสื่อสาร 2) เทคโนโลยีสนับสนุนการท างานร่วม 3) เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล 4) สังคมเครือข่าย 1.4 ปัจจัยสู่ความส าเร็จ 1) ปัจจัยภายใน 2) ปัจจัยภายนอก 2. ประเมินโมเดลฯ - ความเป็นไปได้ - ความเป็นประโยชน์ - ความเหมาะสม - ความถูกต้องครอบคลุม โมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืช เพื่อความมั่นคงทางอาหารในภาคกลาง การปฏิบัติ ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติ ในการจัดการความรู้ของผจ.ความรู้ 1.ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป เพศ อายุ อาชีพเดิม อาชีพปัจจุบัน ระดับการศึกษา ระยะเวลาที่เข้าร่วมเป็นทีมงานจิตอาสา ประสบการณ์ปลูกพืช เหตุผลในการปลูกพืช 2.การปฏิบัติและปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติในการจัดการความรู้การปลูกพืชความมั่นคงทางอาหาร 1) ด้านคน 2) ด้านกระบวนการ 8ขั้นตอน 3) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.ปัญหาและข้อเสนอแนะต่อการปฏิบัติในการจัดการความความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร 1.มิติอาหารที่เพียงพอ 2.มิติการเข้าถึงอาหาร 3.มิติการใช้ประโยชน์ 4.มิติการมีเสถียรภาพ 7 4. สมมุติฐำนกำรวิจัย 4.1 ความต้องการความรู้การปลูกพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารของผู้ปลูกพืชมีผลต่อความมั่นคงทางอาหาร 4.2 ปัจจัยด้านคน และปัจจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมีผลต่อการปฏิบัติตามกระบวนการจัดการความรู้ของผู้จัดการความรู้ 5. ขอบเขตของกำรวิจัย การศึกษาเรื่องโมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารในภาคกลาง มีขอบเขตของงานวิจัยดังนี้ 5.1 ขอบเขตเชิงพื้นที่ การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดสถานที่ใช้ศึกษาคือ ศูนย์เรียนรู้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 3 มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย อ าเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สถานที่จัดค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ 5.2 ขอบเขตเชิงเนื้อหำ ผู้วิจัยก าหนดขอบเขตเนื้อหาในการศึกษาตามวัตถุประสงค์การวิจัยดังนี้ 1) ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ ผู้วิจัยใช้กรอบแนวคิดและทฤษฎีการจัดการความรู้ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตร 2) ประเด็นความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ผู้วิจัยบูรณาการแนวคิด BCG Model แนวคิดกสิกรรมไร้สารพิษ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวคิดการดูแลสุขภาพพึ่งตนตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 3) ประเด็นสภาพความมั่นคงทางอาหารของผู้ปลูกพืช ผู้วิจัยใช้กรอบแนวคิดความหมายของความมั่นคงทางอาหารตามองค์การอาหารและการเกษตรสหประชาชาติมีองค์ประกอบ 4 มิติคือ มิติอาหารที่เพียงพอ มิติการเข้าถึงอาหาร มิติการใช้ประโยชน์ และมิติการมีเสถียรภาพ 4) การสร้างโมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารในภาคกลาง 5) การพัฒนาโมเดล เพื่อให้ได้ข้อสรุปของโมเดลที่สมบูรณ์ 5.3 ขอบเขตเชิงเวลำ ระยะด าเนินการวิจัย ระยะสรุปและรายงานผลการวิจัย รวมระยะเวลา 18 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2565 ถึง เดือนตุลาคม ปี 2566 ช่วงเวลาเก็บข้อมูลเดือนธันวาคม 2565 ถึงเดือน มีนาคม 2566 8 6. นิยำมศัพท์เฉพำะ การวิจัยในครั้งนี้ได้ก าหนดนิยามศัพท์เฉพาะเพื่อให้มีความเข้าใจ ความหมายของศัพท์เฉพาะดังต่อไปนี้ 6.1 โมเดลกำรจัดกำรควำมรู้กำรปลูกพืชเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำร หมายถึงภาพรวมที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างองค์ประกอบหลักของการจัดการความรู้เรื่องการปลูกพืชที่สามารถสร้างหรือเสริมหนุนให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร 6.2 กำรจัดกำรควำมรู้กำรปลูกพืชเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำร หมายถึงการจัดการใน3 องค์ประกอบ ได้แก่ ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 6.3 ผู้ปลูกพืช หมายถึง ผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย สังกัดภาคกลางสวนป่านาบุญ 3 จังหวัดปทุมธานีในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 ที่อาศัยอยู่ใน 7 จังหวัดคือกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สุพรรณบุรีและก าแพงเพชร 6.4 ผู้จัดกำรควำมรู้ (ผจ.ความรู้) หมายถึงจิตอาสาของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทยสังกัดภาคกลางสวนป่านาบุญ 3 จังหวัดปทุมธานีที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้จัดการความรู้ในค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ 6.5 กำรได้รับกำรจัดกำรควำมรู้ของผู้ปลูกพืช หมายถึง ความคิดเห็นต่อข้อควรปฏิบัติของผู้จัดการความรู้ใน3 องค์ประกอบของการจัดการความรู้ ได้แก่ ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอนและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศรวมถึงปัญหาและข้อเสนอแนะของผู้ปลูกพืชต่อการได้รับการจัดการความรู้ 6.6 กำรปฏิบัติในกำรจัดกำรควำมรู้ของผจ.ควำมรู้ หมายถึงการปฏิบัติของผจ.ความรู้ใน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอนและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศรวมถึงปัญหาและข้อเสนอแนะ 6.7 ปัจจัยสู่ควำมส ำเร็จ หมายถึงปัจจัยที่ช่วยเสริมหนุนให้การจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารประสบความส าเร็จ แบ่งเป็นปัจจัยภายใน ได้แก่ ผู้น ามีวิสัยทัศน์ การมีหมู่มิตรดี/ภาคีเครือข่าย การท างานเป็นทีม (กลุ่ม) การมีต้นแบบเป็นตัวอย่างความส าเร็จที่เป็นรูปธรรมจริง องค์กรมีวัฒนธรรมของการแบ่งปัน ปัจจัยภายนอก ได้แก่ การมีแหล่งทุนสบับสนุนการด าเนินงาน ภาวะโรคระบาด ราคาอาหารแพง ปัญหาสุขภาพ กระแสใส่ใจเรื่องสุขภาพของสังคม 9 6.8 กำรระบุเป้ำหมำยกำรจัดกำรควำมรู้ หมายถึง การที่ผู้น าองค์กรสื่อสารกับผจ.ความรู้ถึงสถานการณ์ปัญหาวิกฤติความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงคุณค่าและประโยชน์ในการจัดการอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ ว่าสามารถช่วยให้ประชาชนเกิดความตระหนักและเห็นความส าคัญของการเป็นผู้สร้างอาหารเองโดยการปลูกพืชเพื่อน าสู่ความมั่นคงทางอาหาร 4 มิติ 6.9 กำรก ำหนดหัวข้อควำมรู้ หมายถึงการด าเนินการได้แก่1)วิธีการก าหนดหัวข้อ ความรู้ 2) ก าหนดกรอบหัวข้อความรู้ 3) ก าหนดกิจกรรม ส าหรับการอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ 6.10 กำรสร้ำงและแสวงหำควำมรู้ หมายถึงการสืบค้นหาผู้เชี่ยวชาญในกรอบหัวข้อความรู้ที่ก าหนด รวมถึงการแสวงหาทั้งประเภทความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)และความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) จากภายในองค์กรและภาคีเครือข่าย 6.11 กำรประมวลและกลั่นกรองควำมรู้ หมายถึงการตรวจทานเรียบเรียง เนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับมิติการปลูกพืช มิติการใช้ประโยชน์จากพืชให้สอดคล้องกับเป้าหมายคือความมั่นคงทางอาหาร 4 มิติและเหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มผู้เข้ารับการอบรม 6.12 กำรจัดระบบคลังควำมรู้ หมายถึงการท าระบบจัดเก็บและระบบสืบค้นความรู้ที่ได้หลังจากผ่านการกลั่นกรองแล้ว 6.13 กำรแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หมายถึงการน าความรู้ที่ได้จากคลังความรู้ มาใช้โดยการจัดค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการกสิกรรมไร้สารพิษ ให้กับผู้ที่สนใจทั่วไป มีรายละเอียดได้แก่รูปแบบในการอบรมที่หลากหลาย เตรียมทีมวิทยากรจากผู้รู้ที่มีประสบการณ์ความส าเร็จจริงเป็นแม่ฐานต่างๆ สร้างบรรยากาศเสริมหนุนในการอบรม (บรรยากาศทางกายภาพและบรรยากาศทางจิตภาพ) การประเมินผลการเรียนรู้ และมีระบบติดตามผลหลังการอบรม 6.14 กำรประเมินผลกำรจัดกำรควำมรู้ หมายถึงการประชุมพูดคุยแสดงความเห็นของทีมผจ.ความรู้ ได้แก่ 1) ทบทวนเพื่อประเมินผลการด าเนินงานหลังจบการอบรม 2) จัดเก็บความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการจัดการความรู้ในการอบรมแต่ละครั้ง 6.15 กำรเผยแพร่ขยำยผลกำรจัดกำรควำมรู้ หมายถึงการท าให้องค์ความรู้ที่จัดเก็บในคลังข้อมูลขององค์กร และกิจกรรมการจัดอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษกระจายแพร่หลายมากขึ้น โดยผ่านช่องทางคือ 1) สื่อสิ่งพิมพ์ 2) สื่อบุคคลท าเป็นต้นแบบ 3) สื่อองค์กรภาคีพันธมิตร 4) ผ่านการจัดกิจกรรมและ 5) สื่อเทคโนโลยีต่างๆ 6.16 ควำมมั่นคงทำงอำหำร หมายถึงการมีพืชอาหารทั้งปริมาณ และคุณภาพเท่าที่ร่างกายจ าเป็นต้องบริโภคตามหลักการพึ่งตนเองของเศรษฐกิจพอเพียงใน 4 มิติคือ มิติการมีอาหารที่เพียงพอ มิติการเข้าถึงอาหาร มิติการใช้ประโยชน์จากอาหาร และมิติการมีเสถียรภาพ 10 6.17 สภำพควำมมั่นคงทำงอำหำร หมายถึงความคิดเห็นต่อระดับความมั่นคงทางอาหารของผู้ปลูกพืชเองใน 4 มิติคือ มิติอาหารที่เพียงพอ มิติการเข้าถึงอาหาร มิติการใช้ประโยชน์ มิติการมีเสถียรภาพด้านอาหาร 6.18 พืช หมายถึงพืชผักอาหารซึ่งปลูกไว้ส าหรับการกินใช้ในครัวเรือน รวมถึงเพื่อจ าหน่ายเพื่อเป็นแหล่งรายได้ประกอบด้วยพืช 5 ประเภทได้แก่พืชผักพื้นบ้านเช่น ขี้เหล็ก ก้านตรง ไชยา ผักน ้า ผักโขม ผักปลัง พืชผักตามฤดูกาลเช่นผักบุ้ง กวางตุ้ง บวบ มะเขือเปราะ แตงกวา พืชสมุนไพรเช่นย่านาง ใบเตย ขมิ้นชัน สะเดา ขิง พืชเครื่องเทศ เช่น ใบมะกรูด ตะไคร้ ข่า หอมแดง กระเทียม พริก พืชตระกูลถั่ว เช่นถั่วเขียว ถั่วลันเตา ถั่วลิสง ถั่วแขก ถั่วฝักยาว 6.19 กำรปลูกพืชเพื่อควำมมั่นคงทำงอำหำร หมำยถึง การปลูกพืชของครัวเรือนใน 7 จังหวัดภาคกลางโดยมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารใน 4 มิติ ได้แก่ความรู้เรื่องหลักการผลิตพืช และการจัดการผลผลิตจากพืช 6.19.1 หลักการผลิตพืช ได้แก่หลักแนวทางการผลิตพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารขั้นพื้นฐานและหลักการผลิตพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารขั้นก้าวหน้า/เทคโนโลยีทันสมัย 6.19.2 การจัดการผลผลิตจากพืช ได้แก่การจัดการผลผลิตจากพืชด้านการบริโภคและการจัดการผลผลิตจากพืชด้านเศรษฐกิจ 6.20 ภำคกลำง หมายถึงจังหวัดในภาคกลาง 7 จังหวัดที่มีจ านวนผู้ปลูกพืชมาเข้ารับการอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษสูงสุดได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สุพรรณบุรีและก าแพงเพชร 7. ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ ในวิจัยครั้งนี้ คาดว่าจะได้ประโยชน์ด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ 7.1 ประโยชน์ต่อผู้ปลูกพืช ผลการวิจัยจะส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับความรู้และกระบวนการที่จะน าสู่ความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือนและชุมชน 7.2 ประโยชน์ต่อหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรต้นแบบ 7.2.1 มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย สามารถน าโมเดลไปใช้เป็นแนวทางในการอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อทั้งองค์กรและจิตอาสาน าสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Organization) 11 7.2.2 โมเดลนี้สามารถใช้เป็นแนวทางให้ศูนย์การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน น าไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนและชุมชนและเติมเต็มศักยภาพขององค์กรทั้งการพัฒาคนและเพิ่มองค์ความรู้ 7.2.3 สถาบันการศึกษาสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ครัวเรือนนักเรียน 7.2.4 ชุมชนสามารถน าไปประยุกต์ใช้เป็นกิจกรรมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อความมั่นคงทางอาหาร 7.3 ประโยชน์ในด้ำนวิชำกำรส่งเสริมและพัฒนำกำรเกษตร 7.3.1 ได้แนวทางการจัดการความรู้ที่เกิดจากการบูรณาการศาสตร์ด้านต่างๆในลักษณะองค์รวมที่เป็นรูปธรรม 7.3.2 ได้แนวทางการประยุกต์ใช้กระบวนการจัดการความรู้เพื่อขยายผล พัฒนาและต่อยอดงานวิชาการทางการเกษตรแนวอื่น ๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน