6.CHAP 4 editแล้ว.pdf

โฟลเดอร์65 นางสาวอรุณรัตน์ ไกรลาศศิริ เรื่อง โมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ในภาคกลาง
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์1.81 MB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

95 บทที่ 4 ผลการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่องโมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ในภาคกลาง ผู้วิจัยได้น าเสนอผลการวิเคราะห์และแปรผลข้อมูลออกเป็น 6 ตอนตามล าดับดังนี้ ตอนที่ 1 ผลศึกษาสภาพพื้นฐานทั่วไป ของผู้ปลูกพืชในภาคกลาง ตอนที่ 2 ผลศึกษาการได้รับการจัดการความรู้ การได้รับความรู้ ความต้องการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารและสภาพความมั่นคงทางอาหาร ของผู้ปลูกพืชในภาคกลาง ตอนที่ 3 ผลศึกษาการปฏิบัติของผู้จัดการความรู้ในการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารในภาคกลาง ตอนที่ 4 ผลการทดสอบสมมติฐาน ตอนที่ 5 ผลศึกษาการจัดการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารของตัวแทนจากหน่วยงานและองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตอนที่ 6 ผลการสร้างและพัฒนาโมเดลการจัดการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหารในภาคกลาง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 96 ตอนที่ 1 สภาพส่วนบุคคล สังคม เศรษฐกิจ ของผู้ปลูกพืชในภาคกลาง ผลการวิเคราะห์สภาพส่วนบุคคล สังคม เศรษฐกิจ ของผู้ปลูกพืช ในภาคกลาง ปรากฏตามตารางที่ 4.1 ถึง 4.3 ดังนี้ 1.1 สภาพส่วนบุคคลของผู้ปลูกพืช จากการศึกษาสภาพพื้นฐานส่วนบุคคลของผู้ปลูกพืชได้แก่ เพศ อายุ อาชีพหลัก ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการปลูกพืช จ านวนครั้งที่มาเข้ารับการอบรม เหตุผลในการปลูกพืช แหล่งรับข่าวสารการอบรมปรากฏผลดังนี้ ตารางที่ 4.1 สภาพส่วนบุคคลของผู้ปลูกพืช n = 354 ข้อมูล จ านวน (คน) ร้อยละ 1. เพศ ชาย 77 21.8 หญิง 277 78.2 2. อายุ (ปี) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40 24 6.8 41-50 83 23.4 51-60 169 47.7 61-70 69 19.5 71-75 9 2.5 ต ่าสุด 28 ปี สูงสุด 75 ปี ค่าเฉลี่ย 53.79 ปี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 8.839 3. อาชีพหลัก (ตอบเพียง 1 ข้อ) แม่บ้าน 53

อ่านต่อ

15.0 ค้าขาย/กิจการส่วนตัว 94 26.6 รับจ้าง/พนักงานบริษัท 107 30.2 รับราชการ 36 10.2 รัฐวิสาหกิจ 5 1.4 97 ตารางที่ 4.1 (ต่อ) n = 354 ข้อมูล จ านวน (คน) ร้อยละ เกษียณ 38 10.7 เกษตรกร 13 3.7 ว่างงาน 8 2.3 4. ระดับการศึกษา ประถมศึกษา 30 8.5 มัธยมศึกษาตอนต้น 11 3.1 มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. 52 14.7 อนุปริญญา/ปวส. 30 8.5 ปริญญาตรี 215 60.7 ปริญญาโท 13 3.7 ปริญญาเอก 3 0.8 5. ประสบการณ์ปลูกพืชก่อนเข้าค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ (ปี) ไม่เคยมีประสบการณ์ปลูกพืช 211 59.6 มีประสบการณ์ปลูกพืช 143 40.4 มีประสบการณ์น้อยกว่า 5 ปี 51 14.4 5 – 10 60 16.9 11 - 15 4 1.1 16 - 20 17 4.8 21 - 25 3 0.9 26 - 30 6 1.7 31 ปีขึ้นไป ค่าต ่าสุด 1 ปี ค่าสูงสุด 35 ปี ค่าเฉลี่ย 3.72 ปี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 6.904 2 0.6 98 ตารางที่ 4.1 (ต่อ) n = 354 ข้อมูล จ านวน (คน) ร้อยละ 6. จ านวนครั้งที่มารับการอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ (ครั้ง) 1 – 3 205 57.9 4 – 6 98 27.7 7 – 9 40 11.3 10 ครั้งขึ้นไป ค่าต ่าสุด 1 ครั้ง ค่าสูงสุด 12 ครั้ง ค่าเฉลี่ย 3.62 ครั้ง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.509 46 13.0 7. เหตุผลในการปลูกพืช ด้านเศรษฐกิจ 28 7.9 ด้านสุขภาพ 296 83.6 ด้านสังคม 7 2.0 ด้านสิ่งแวดล้อม 23 6.5 8. แหล่งรับข่าวสารการอบรม (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม 201 56.8 เฟสบุ๊ค 131 37 หนังสือ/วารสาร 42 11.9 ยูทูบ 153 43.2 เว็บไซต์หมอเขียวดอทเน็ต 77 21.8 ไลน์ 182 51.4 เพื่อน/ญาติ 218 61.6 จากตารางที่ 4.1 สภาพพื้นฐานส่วนบุคคลของผู้ปลูกพืชในภาคกลาง ปรากฏผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ เพศ พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 78.2 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 21.8 เป็นเพศชาย อายุ พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 47.7 มีอายุระหว่าง 51 – 60 ปี รองลงมาร้อยละ 23.4 มีอายุระหว่าง 41 - 50 ปี ร้อยละ 19.5 มีอายุระหว่าง 61- 70 ปี ร้อยละ 6.8 มีอายุน้อยกว่า 41 ปี และร้อยละ 2.5 มีอายุระหว่าง 71 – 75 ปี ตามล าดับ โดยมีอายุเฉลี่ย 53.79 ปี 99 อาชีพ พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 30.2 เป็นพนักงานบริษัท/รับจ้าง ร้อยละ 26.6 ค้าขาย/กิจการส่วนตัว มีร้อยละ 15 เป็นแม่บ้าน ร้อยละ 10.7 เป็นผู้เกษียณ ร้อยละ 10.2 รับราชการ ร้อยละ 3.7 เป็นเกษตรกร มีร้อยละ 2.3 ที่ว่างงาน และร้อยละ 1.4 ท ารัฐวิสาหกิจ ระดับการศึกษา พบว่า ผู้ปลูกพืช ร้อยละ 60.7 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี รองลงมาร้อยละ 14.7 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช ร้อยละ 8.5 จบการศึกษาระดับอนุปริญญา/ ปวส. และประถมศึกษา ร้อยละ 3.7 จบการศึกษาระดับปริญญาโท และร้อยละ 3.1 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และร้อยละ 0.8 จบการศึกษาระดับปริญญาเอกตามล าดับ ประสบการณ์ปลูกพืชก่อนเข้าค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ พบว่า ผู้ปลูกพืช ร้อยละ 59.6 ไม่เคยมีประสบการณ์ปลูกพืชมาก่อน ร้อยละ 16.9 มีประสบการณ์ปลูกพืชระหว่าง 5-10 ปี ร้อยละ 14.4 มีประสบการณ์น้อยกว่า 5 ปี ร้อยละ 4.8 มีประสบการณ์ปลูกพืชระหว่าง 16-20 ปี ร้อยละ 1.7 มีประสบการณ์ปลูกพืชระหว่าง 26-30 ปี ร้อยละ 1.1 มีประสบการณ์ปลูกพืชระหว่าง 11-15 ปี ร้อยละ 0.9 มีประสบการณ์ปลูกพืชระหว่าง 21-25 ปี และร้อยละ 0.6 มีประสบการณ์ปลูกพืชมากกว่า 31 ปี โดยเคยมีประสบการณ์ปลูกพืชมาก่อนเฉลี่ย 3.72 ปี จ านวนครั้งที่มารับการอบรมค่ายกสิกรรมไร้สารพิษ พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 57.9 มารับการอบรมค่ายฯจ านวนระหว่าง 1-3 ครั้ง รองลงมาร้อยละ 27.7 มารับการอบรมค่ายฯจ านวนระหว่าง 4-6 ครั้ง ร้อยละ 11.3 มารับการอบรมค่ายฯจ านวนระหว่าง 7-9 ครั้ง และร้อยละ 3.1 มารับการอบรมค่ายฯมากกว่า 10 ครั้งขึ้นไปโดยมีจ านวนครั้งที่มาเข้ารับการอบรมเฉลี่ย 3.62 ครั้ง เหตุผลในการปลูกพืช พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 83.6 ปลูกพืชด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ รองลงมาร้อยละ 7.9 ปลูกพืชด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.5 ปลูกพืชด้วยเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม และร้อยละ 2.0 ปลูกพืชด้วยเหตุผลด้านสังคม แหล่งรับข่าวสารการอบรม พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 61.6 รับทราบข่าวสารการอบรมจากเพื่อน/ญาติ รองลงมาร้อยละ 56.8 รับทราบข่าวสารจากค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ร้อยละ 51.4 จากทางไลน์ ร้อยละ 43.2 จากทางยูทูบ ร้อยละ 37 จากทางเฟสบุ๊ค ร้อยละ 21.8 จากทางเว็บไซต์ หมอเขียวดอทเน็ต และร้อยละ 11.9 ผ่านทางหนังสือ/วารสารตามล าดับ 1.2 สภาพทางสังคมของผู้ปลูกพืช จากการศึกษาสภาพสังคมของผู้ปลูกพืช ได้แก่ การเป็นอาสาสมัครและผู้น าชุมชน การเป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคม และสมาชิกสื่อสังคมออนไลน์ปรากฏผลดังนี้ 100 ตารางที่ 4.2 สภาพทางสังคมของผู้ปลูกพืช n = 354 สภาพทางสังคม จ านวน (คน) ร้อยละ 1. การเป็นอาสาสมัครและผู้น าชุมชน ไม่เป็น 286 80.8 เป็น (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) 68 19.2 สมาชิกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 14 4.0 ปราชญ์ชาวบ้าน 1 0.3 อาสาสมัครเกษตร 2 0.6 คณะกรรมการหมู่บ้าน 24 6.8 อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) 31 8.8 2. การเป็นสมาชิกกลุ่ม ไม่เป็น 93 26.3 เป็น (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) 261 73.7 กลุ่มมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม 260 73.4 กลุ่มธกส. 4 1.1 กลุ่มเกษตรกรธรรมชาติ 1 0.3 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร 4 1.1 กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 4 1.1 กลุ่มกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย 13 3.7 กลุ่มแปลงใหญ่ 2 0.6 3. การเป็นสมาชิกสื่อสังคมออนไลน์ ไม่เป็น 19 5.4 เป็น (ตอบได้มากกว่า 1 กลุ่ม) 335 94.6 ไลน์ (LINE) 322 91.0 เฟสบุ๊ค 265 74.9 ซูม (ZOOM) 222 62.7 ยูทูบ 234 66.1 TIK TOK 21 5.9 Twitter 13 3.7 101 จากตารางที่ 4.2 สภาพสังคมของผู้ปลูกพืชปรากฏผลการการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ การเป็นอาสาสมัครและผู้น าชุมชน พบว่าผู้ปลูกพืชร้อยละ 80.8 ไม่เป็นอาสาสมัคร และผู้น าชุมชน มีร้อยละ 19.2 ที่เป็นอาสาสมัครและผู้น าชุมชน โดยร้อยละ 8.8 เป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ร้อยละ 6.8 เป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน ร้อยละ 4.0 เป็นสมาชิกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 0.6 เป็นอาสาสมัครเกษตรและร้อยละ 0.3 เป็นปราชญ์ชาวบ้าน การเป็นสมาชิกกลุ่ม พบว่าผู้ปลูกพืชร้อยละ 73.7 เป็นสมาชิกกลุ่ม โดยร้อยละ 73.4 เป็นสมาชิกของกลุ่มมูลนิธิแพทย์วิถีธรรม ได้แก่ไลน์กสิกรรมไร้สารพิษ ไลน์อาหารพืช จืด สบายห่างไกลโรค ไลน์พึ่งตนเรียบง่ายสไตล์พวธ.ร้อยละ 3.7 เป็นสมาชิกกลุ่มกสิกรรมไร้สารพิษ แห่งประเทศไทย ร้อยละ 1.1 เป็นสมาชิกของกลุ่มธกส. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ร้อยละ 0.6 เป็นสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ และร้อยละ 0.3 เป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรธรรมชาติ การเป็นสมาชิกสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าผู้ปลูกพืชร้อยละ 94.6 เป็นสมาชิกสื่อสังคมออนไลน์ โดยร้อยละ 91.0 เป็นสมาชิกไลน์ รองลงมาร้อยละ 74.9 เป็นสมาชิกเฟสบุ๊ค ร้อยละ 66.1 เป็นสมาชิกยูทูบ ร้อยละ 62.7 เป็นสมาชิกซูม ร้อยละ5.9 เป็นสมาชิก Tik Tok และ ร้อยละ 3.7 เป็นสมาชิก Twitter ตามล าดับ 1.3 สภาพเศรษฐกิจ จากการศึกษาสภาพเศรษฐกิจของผู้ปลูกพืช ได้แก่ จ านวนสมาชิกในครัวเรือน จ านวนแรงงานในการปลูกพืช ความพอเพียงของรายได้ ลักษณะการใช้พื้นที่ ขนาดพื้นที่ ประเภทของพืชที่ปลูก ปริมาณพืชอาหารที่ซื้อบริโภคต่อเดือนหลังได้รับการอบรมปรากฏผลดังนี้ ตารางที่ 4.3 สภาพเศรษฐกิจของผู้ปลูกพืช n = 354 สภาพเศรษฐกิจ จ านวน (คน) ร้อยละ 1. จ านวนสมาชิกในครัวเรือน (คน) 1.1 ไม่มีสมาชิกชาย (คน) 33 9.3 มีสมาชิกชาย (คน) 321 90.6 1 180 50.8 2 113 32 3 27 7.6 4 1 0.3 ค่าต ่าสุด 1 คน ค่าสูงสุด 4 คน ค่าเฉลี่ย 1.39 คน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน .771 102 ตารางที่ 4.3 (ต่อ) n = 354 สภาพเศรษฐกิจ จ านวน (คน) ร้อยละ 1.2 ไม่มีสมาชิกหญิง (คน) 23 6.5 มีสมาชิกหญิง (คน) 331 93.5 1 159 44.9 2 116 32.8 3 38 10.7 4 13 3.7 5 5 1.4 ค่าต ่าสุด 1 คน ค่าสูงสุด 5 คน ค่าเฉลี่ย 1.64 คน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน .983 2. จ านวนแรงงานในการปลูกพืช (คน) 1 187 52.8 2 138 39.0 3 19 5.4 4 7 2 5 3 0.8 ค่าต ่าสุด 1 คน ค่าสูงสุด 5 คน ค่าเฉลี่ย 1.59 คน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน .756 3. ความพอเพียงของรายได้ ไม่พอใช้ มีหนี้สิน 49 13.8 พอใช้ มีหนี้สิน 69 19.5 พอใช้ ไม่มีหนี้สิน 131 37 พอใช้ เหลือเก็บออม 105 29.7 4. ลักษณะการใช้พื้นที่ บริเวณรอบๆบ้านที่อาศัย 253 71.5 หัวไร่ปลายนา 8 2.3 พื้นที่สวน 34 9.6 บริเวณที่รกร้างว่างเปล่า 23 6.5 103 ตารางที่ 4.3 (ต่อ) n = 354 สภาพเศรษฐกิจ จ านวน (คน) ร้อยละ พื้นที่ดาดฟ้า 36 10.2 5. ขนาดพื้นที่ในการปลูกพืช (ตารางเมตร) น้อยกว่า 10 ตารางเมตร 109 30.8 11 – 20 126 35.6 21 – 30 11 3.1 31 – 40 13 3.7 41 – 50 27 7.6 มากกว่า 50 ตารางเมตร 68 19.2 ค่าต ่าสุด 3 ตารางเมตร ค่าสูงสุด 3200 ตารางเมตร ค่าฐานนิยม 10 ตารางเมตร ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 482.482 ค่าเฉลี่ย 161.72 ตารางเมตร 6. ประเภทของพืชที่ปลูก (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) พืชผักตามฤดูกาล 224 63.3 พืชพื้นบ้าน 301 85.0 พืชสมุนไพร 337 95.2 พืชเครื่องเทศ 213 60.2 พืชผักการค้า 88 24.9 พืชถั่วหลากหลาย 8 2.3 7. ปริมาณพืชอาหารที่ซื้อบริโภคต่อเดือนหลังได้รับการอบรม น้อยลง 302 85.3 เท่าเดิม 44 12.4 มากขึ้น 8 2.3 จากตารางที่ 4.3 จ านวนสมาชิกในครัวเรือน จ านวนแรงงานในการปลูกพืช ความพอเพียง ของรายได้และลักษณะการใช้พื้นที่ปลูกพืชปรากฏผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ จ านวนสมาชิกครัวเรือนของผู้ปลูกพืช แบ่งเป็นจ านวนสมาชิกครัวเรือนที่มีสมาชิกชาย พบว่า ครัวเรือนของผู้ปลูกพืช ร้อยละ 90.6 มีสมาชิกชายโดย ร้อยละ 50.8 มีสมาชิกชายจ านวน 1 104 คน ร้อยละ 32 มีจ านวน 2 คนร้อยละ 7.6 มีจ านวน 3 คนและร้อยละ 0.3 มีจ านวนสมาชิกชาย 4 คน ตามล าดับ โดยครัวเรือนของผู้ปลูกพืชมีจ านวนสมาชิกที่เป็นเพศชายเฉลี่ย 1.39 คน ส่วนจ านวน สมาชิกครัวเรือนของผู้ปลูกพืชที่มีสมาชิกหญิง พบว่าร้อยละ 93.5 มีสมาชิกหญิง โดยร้อยละ 44.9 มีสมาชิกหญิงจ านวน 1 คน ร้อยละ 32.8 มีสมาชิกหญิงจ านวน 2 คน ร้อยละ 10.7 มีสมาชิกหญิงจ านวน 3 คน ร้อยละ 3.7 มีจ านวนสมาชิกหญิง 4 คนและร้อยละ 1.4 มีจ านวนสมาชิกหญิง 5 คน ตามล าดับ โดยครัวเรือนของผู้ปลูกพืชมีจ านวนสมาชิกที่เป็นเพศหญิงเฉลี่ย 1.64 คน จ านวนแรงงานในการปลูกพืช พบว่าครัวเรือนผู้ปลูกพืชร้อยละ 52.8 มีจ านวนแรงงานในการปลูกพืชจ านวน 1 คน รองลงมาร้อยละ 39.0 มีจ านวนแรงงาน 2 คน ร้อยละ 5.4 มีจ านวนแรงงานจ านวน 3 คน ร้อยละ 2.0 มีจ านวนแรงงาน 4 คน ร้อยละ 0.8 มีจ านวนแรงงาน 5 คนตามล าดับ โดยจ านวนแรงงานในการปลูกพืชมีจ านวนเฉลี่ย 1.59 คน ความพอเพียงของรายได้ พบว่า ผู้ปลูกพืชมีความพอเพียงของรายได้ร้อยละ 37 อยู่ในสถานะพอใช้ไม่มีหนี้สิน ร้อยละ 29.7 อยู่ในสถานะพอใช้เหลือเก็บออม ร้อยละ 19.5 อยู่ในสถานะพอใช้มีหนี้สินและร้อยละ 13.8 อยู่ในสถานะไม่พอใช้มีหนี้สินตามล าดับ ลักษณะการใช้พื้นที่ในการปลูกพืช พบว่าผู้ปลูกพืชร้อยละ 71.5 มีลักษณะการใช้พื้นที่ในการปลูกพืชบริเวณรอบๆบ้านที่อาศัย รองลงมาร้อยละ 10.2 มีลักษณะการใช้พื้นที่ปลูกพืชบริเวณดาดฟ้า ร้อยละ 9.6 มีลักษณะการใช้พื้นปลูกพืชที่สวน ร้อยละ 6.5 มีลักษณะการใช้พื้นที่ปลูกพืชบริเวณที่รกร้างว่างเปล่าและร้อยละ 2.3 มีลักษณะการใช้พื้นที่ปลูกพืชบริเวณหัวไร่ปลายนาตามล าดับ ขนาดพื้นที่ในการปลูกพืช พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 35.6 มีขนาดพื้นที่ในการปลูกพืชระหว่าง 11 ถึง 20 ตารางเมตร ร้อยละ 30.8 มีขนาดพื้นที่ในการปลูกพืชน้อยกว่า 10 ตารางเมตร ร้อยละ 19.2 มีขนาดพื้นที่ในการปลูกพืชมากกว่า 50 ตารางเมตร ร้อยละ 7.6 มีขนาดพื้นที่ในการปลูกพืชระหว่าง 41-50 ตารางเมตร ร้อยละ 3.7 มีขนาดพื้นที่ในการปลูกพืชระหว่าง 31-40 ตารางเมตรและร้อยละ 3.1 มีขนาดพื้นที่ในการปลูกพืชระหว่าง 21-30 ตารางเมตรโดยผู้ปลูกพืชมีค่าฐานนิยมขนาดพื้นที่ในการปลูกพืชเท่ากับ 10 ตารางเมตร ประเภทของพืชที่ปลูก พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 95.2 ปลูกพืชสมุนไพร รองลงมาร้อยละ 85.0ปลูกพืชพื้นบ้าน ร้อยละ 63.3ปลูกพืชผักตามฤดูกาล ร้อยละ 60.2ปลูกพืชเครื่องเทศ ร้อยละ 24.9ปลูกพืชผักการค้าและร้อยละ 2.3 ปลูกพืชถั่วหลากหลายตามล าดับ ปริมาณพืชอาหารที่ซื้อบริโภคต่อเดือนหลังได้รับการอบรม พบว่า ผู้ปลูกพืชร้อยละ 85.3 มีปริมาณพืชอาหารที่ซื้อบริโภคต่อเดือนหลังได้รับการอบรมน้อยลง ร้อยละ 12.4 มีปริมาณพืช 105 อาหารที่ซื้อบริโภคต่อเดือนหลังได้รับการอบรมเท่าเดิมและร้อยละ 2.3 มีปริมาณพืชอาหารที่ซื้อบริโภคต่อเดือนหลังได้รับการอบรมมากขึ้น ตอนที่ 2 การได้รับการจัดการความรู้ การได้รับและความต้องการความรู้การปลูกพืชเพื่อความมั่นคงทางอาหาร และสภาพความมั่นคงทางอาหาร ของผู้ปลูกพืชในภาคกลาง ผลการวิเคราะห์การได้รับการจัดการความรู้ การได้รับและความต้องการความรู้ สภาพความมั่นคงทางอาหาร ของผู้ปลูกพืชปรากฏตามตารางที่ 4.4 ถึงตารางที่ 4.21 ดังนี้ 2.1 การได้รับการจัดการความรู้ของผู้ปลูกพืช จากการศึกษาความคิดเห็นจากผู้ปลูกพืชต่อข้อควรปฏิบัติในการจัดการความรู้ของผจ.ความรู้ทั้ง 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ปัจจัยด้านคน ด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอนและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ปรากฏผลดังนี้ ตารางที่ 4.4 ความคิดเห็นของผู้ปลูกพืชต่อปัจจัยด้านคน n = 354 ประเด็น ระดับความคิดเห็น (จ านวน/ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย (SD) ความหมาย อันดับ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด 1. มีบทบาทหน้าที่ตาม 1 3 59 115 176 4.31 มากที่สุด 3 โครงสร้างบุคลากรขององค์กร (.3) (.8) (16.7) (32.5) (49.7) (0.795) 2. มีเกณฑ์คุณสมบัติ 0 9 22 134 189 4.42 มากที่สุด 1 บุคลากร (0.0) (2.5) (6.2) (37.9) (53.40) (0.723) 3. มีการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากร 4.37 มากที่สุด 2 (0.499) 3.1 มีการด าเนินชีวิตที่ 0 0 20 161 173 4.43 มากที่สุด 2 เป็นต้นแบบ(ปลูกสิ่งที่กิน /กินสิ่งที่ปลูก) (0.0) (0.0) (5.6) (45.5) (48.9) (0.600) 3.2 มีการเข้าศึกษา 0 2 43 177 132 4.24 มากที่สุด 3 อบรมเพิ่มเติม (0.0) (0.6) (12.1) (50.0) (37.3) (0.679) 106 ตารางที่ 4.4 (ต่อ) n = 354 ประเด็น ระดับความคิดเห็น (จ านวน/ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย (SD) ความหมาย อันดับ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด 3.3 พัฒนาทักษะ/เรียนรู้ 0 0 12 174 168 4.44 มากที่สุด 1 จากการท างานร่วมกันเป็นทีม (0.0) (0.0) (3.4) (49.2) (47.5) (0.561) เฉลี่ยรวม 4.37 (0.450) มากที่สุด จากตารางที่ 4.4 พบว่า ความคิดเห็นของผู้ปลูกพืชส าหรับข้อควรปฏิบัติในการจัดการความรู้ของผจ.ความรู้ ต่อปัจจัยด้านคนในภาพรวมทั้ง 3 ประเด็นอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของปัจจัยด้านคน พบว่าผู้ปลูกพืชมีความคิดเห็นต่อข้อควรปฏิบัติในการจัดการความรู้ของผจ.ความรู้ในระดับมากที่สุดทุกประเด็น ได้แก่ประเด็นเกณฑ์คุณสมบัติบุคลากร (ค่าเฉลี่ย 4.42) รองลงมากระบวนการเสริมสร้างศักยภาพ (ค่าเฉลี่ย 4.37) และควรปฏิบัติบทบาทหน้าที่ตามโครงสร้างบุคลากรองค์กร (ค่าเฉลี่ย 4.31) ตามล าดับ ตารางที่ 4.5 ความคิดเห็นของผู้ปลูกพืชต่อปัจจัยด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอน n = 354 ประเด็น ระดับความคิดเห็น (จ านวน/ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย (SD) ความหมาย อันดับ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด 1. การระบุเป้าหมายการ จัดการความรู้ 4.37 มากที่สุด 5 (0.603) 1.1 ระบุสถานการณ์วิกฤติ ด้านอาหาร 0 0 55 132 167 4.32 มากที่สุด 2 (0.0) (0.0) (15.5) (37.3) (47.2) (0.727) 1.2 ระบุคุณค่า/ประโยชน์ ของการจัดการอบรม 0 3 13 132 206 4.53 มากที่สุด 1 (0.0) (0.8) (3.7) (37.3) (58.2) (0.612) 1.3 ระบุเป้าหมายรองที่ปรับ 0 6 60 165 123 4.14 มาก 3 ตามสถานการณ์ (0.0) (1.7) (16.9) (46.6) (34.7) (0.752) 107 ตารางที่ 4.5 (ต่อ) n = 354 ประเด็น ระดับความคิดเห็น (จ านวน/ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย (SD) ความหมาย อันดับ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด 2. ก าหนดหัวข้อความรู้ 4.45 มากที่สุด 3 (0.612) ด้านวิธีการ 4.37 มากที่สุด 3 (0.716) 2.1 วิธีBrainstorming 0 7 65 81 201 4.34 มากที่สุด 2 (0.0) (2.0) (18.4) (22.9) (56.8) (0.845) 2.2 ประชุมผ่านการ 0 0 43 125 186 4.40 มากที่สุด 1 พบปะและออนไลน์ (0.0) (0.0) (12.2) (35.3) (52.5) (0.696) ด้านหัวข้อความรู้ 4.38 มากที่สุด 2 (0.582) 2.3 ความรู้เกี่ยวกับ การผลิตพืช 0 0 35 127 192 4.44 มากที่สุด 2 2.4 ความรู้ที่เกี่ยวกับ การบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี 0 0 37 99 218 4.51 มากที่สุด 1 (0.0) (0.0) (10.5) (28.0) (61.5) (0.678) 2.5 ความรู้ที่เกี่ยวกับ การเพิ่มรายได้/ลดรายจ่ายผลผลิตจากพืช 0 0 77 132 145 4.19 มาก 3 ด้านกิจกรรม 4.48 มากที่สุด 1 2.6 จัดกิจกรรมหลักเกี่ยวกับ การผลิตและการจัดการผลผลิตจากพืช 0 0 29 110 215 4.53 มากที่สุด 1 (0.0) (0.0) (8.2) (31.1) (60.7) (0.644) 2.7 จัดกิจกรรมเสริมที่เน้น สร้างบรรยากาศที่ดีในการอบรม 0 6 45 93 210 4.43 มากที่สุด 2 (0.0) (1.7) (12.7) (26.3) (59.3) (0.777) 108 ตารางที่ 4.5 (ต่อ) n = 354 ประเด็น ระดับความคิดเห็น (จ านวน/ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย (SD) ความหมาย อันดับ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด 3. การสร้างและแสวงหา ความรู้ 4.46 มากที่สุด 2 (0.647) 3.1 จากการได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริงจนสรุปเป็นผลส าเร็จ 0 (0.0) 0 (0.0) 35 (9.9) 119 (33.6) 200 (56.5) 4.47 (0.669) มากที่สุด 1 3.2 จากการแสวงหา ความรู้ชัดแจ้งใน/ นอกองค์กร 3 (0.8) 0 (0.0) 32 (9.0) 123 (34.7) 196 (55.4) 4.44 (0.728) มากที่สุด 3 3.3 จากการแสวงหา ความรู้ฝังลึกใน/ นอกองค์กร 3 (0.8) 3 (0.8) 27 (7.6) 111 (31.4) 210 (59.3) 4.47 (0.746) มากที่สุด 1 4.การประมวลและกลั่นกรอง ความรู้ 4.24 (0.733) มากที่สุด 7 4.1 มีเนื้อหาสอดคล้อง กับเป้าหมายหลัก 0 (0.0) 5 (1.4) 52 (14.7) 149 (42.1) 148 (41.8) 4.24 (0.751) มากที่สุด 1 4.2 มีเนื้อหาเหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย 5 (1.4) 4 (1.1) 46 (13.0) 148 (41.8) 151 (42.7) 4.23 (0.823) มากที่สุด 2 5. ระบบคลังความรู้ 4.33 มากที่สุด 6 (0.699) 5.1 จัดเก็บเป็นหมวดหมู่ ตามเนื้อหา 0 9 43 110 192 4.37 มากที่สุด 3 (0.0) (2.5) (12.1) (31.1) (54.2) (0.794) 5.2 จัดเก็บความรู้ลักษณะสิ่งตีพิมพ์ 5 0 79 116 154 4.17 มาก 4 (1.4) (0.0) (22.3) (32.8) (43.5) (0.871) 5.3 จัดเก็บความรู้ลักษณะสิ่งไม่ตีพิมพ์ 1 5 36 120 192 4.40 มากที่สุด 2 (0.3) (1.4) (10.2) (33.9) (54.2) (0.751) 5.4 จัดเก็บความรู้ลักษณะ อิเล็กทรอนิกส์ 0 6 50 85 213 4.43 มากที่สุด 1 (0.0) (1.7) (14.1) (24.0) (60.2) (0.794) 109 ตารางที่ 4.5 (ต่อ) n = 354 ประเด็น ระดับความคิดเห็น (จ านวน/ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย (SD) ความหมาย อันดับ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด 6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยน เรียนรู้ 4.50 มากที่สุด 1 (0.617) 6.1 รูปแบบในการอบรมที่หลากหลาย 0 1 29 99 225 4.55 มากที่สุด 1 (0.0) (0.3) (8.2) (28.0) (63.5) (0.656) 6.2 จัดเป็นฐานงานต่างๆโดยมีแม่ฐานเป็นผู้มีความส าเร็จจริง 0 (0.0) 1 (0.3) 34 (9.6) 108 (30.5) 211 (59.6) 4.49 (0.678) มากที่สุด 4 6.3 สร้างบรรยากาศเสริม หนุนในการอบรม 0 7 20 110 217 4.52 มากที่สุด 2 (0.0) (2.0) (5.6) (31.1) (61.3) (0.695) 6.4 การประเมินผลการเรียนรู้ 0 (0.0) 8 (2.3) 32 (9.0) 101 (29.4) 210 (59.3) 4.46 (0.752) มากที่สุด 5 6.5 ระบบติดตามผลหลัง 1 9 29 86 229 4.51 มากที่สุด 3 การอบรม (0.3) (2.5) (8.2) (24.3) (64.7) (0.776) 7. การประเมินผลการจัดการความรู้ 4.38 (0.710) มากที่สุด 4 7.1 ทบทวนหลังกิจกรรมโดยสรุปงานสรุปใจ 0 5 41 131 177 4.36 มากที่สุด 2 (0.0) (1.4) (11.6) (37.0) (50.0) (0.740) 7.2 บันทึกองค์ความรู้ ที่เพิ่มใหม่ 1 6 33 131 183 4.38 มากที่สุด 1 (0.3) (1.7) (9.3) (37.0) (51.7) (0.748) 8. การเผยแพร่ขยายผล การจัดการความรู้ 4.21 มากที่สุด 8 (0.665) 8.1 ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ 0 5 110 106 133 4.04 มาก 4 (0.0) (1.4) (31.1) (29.9) (37.6) (0.862) 8.2 ผ่านบุคคลท าเป็น 0 1 35 98 220 4.52 มากที่สุด 1 ต้นแบบ (0.0) (0.3) (9.9) (27.7) (62.1) (0.682) 8.3 ผ่านองค์กรภาคีพันธมิตร 4 (1.1) 10 (2.8) 108 (30.5) 100 (28.2) 132 (37.3) 3.98 (0.946) มาก 5 110 ตารางที่ 4.5 (ต่อ) n = 354 ประเด็น ระดับความคิดเห็น (จ านวน/ร้อยละ) ค่าเฉลี่ย (SD) ความหมาย อันดับ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด 8.4 ผ่านการจัดกิจกรรม 0 5 56 139 154 4.25 มากที่สุด 3 (0.0) (1.4) (10.2) (46.6) (41.8) (0.768) 8.5 ผ่านสื่อเทคโนโลยีต่างๆ 0 5 36 165 148 4.29 มากที่สุด 2 (0.0) (1.4) (10.2) (46.6) (41.8) (0.703) เฉลี่ยรวม 4.37 มากที่สุด (0.512) จากตารางที่ 4.5 พบว่า พบว่าความคิดเห็นของผู้ปลูกพืชต่อข้อควรปฏิบัติในการจัดการความรู้ของผจ.ความรู้ ต่อปัจจัยด้านกระบวนการ 8 ขั้นตอนในการจัดการความรู้อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.37) เมื่อพิจารณาข้อมูลแต่ละขั้นตอนปรากฏผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การระบุเป้าหมายการจัดการความรู้ พบว่า โดยภาพรวมความคิดเห็นของ ผู้ปลูกพืชส าหรับข้อควรปฏิบัติต่อประเด็นการระบุเป้าหมายการจัดการความรู้อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.37) เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่าควรมีการปฏิบัติในการระบุเป้าหมายระดับมากที่สุดใน 2 เรื่องได้แก่ควรระบุถึงเรื่องคุณค่าและประโยชน์ของการจัดการอบรมค่ายกสิกรรม ไร้สารพิษ (ค่าเฉลี่ย 4.53) ควรระบุถึงสถานการณ์วิกฤตด้านอาหาร (ค่าเฉลี่ย 4.32) และควรมีการระบุเป้าหมายรองที่ปรับตามสถานการณ์อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.14) ตามล าดับ ขั้นตอนที่ 2 การก าหนดหัวข้อความรู้ พบว่า โดยภาพรวมความคิดเห็นของผู้ปลูกพืชส าหรับข้อควรปฏิบัติต่อการก าหนดหัวข้อความรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ทั้ง 3 ประเด็น (ค่าเฉลี่ย 4.45) เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่าควรมีการปฏิบัติในการก าหนดหัวข้อความรู้ ระดับมากที่สุดในด้านกิจกรรมค่าย (ค่าเฉลี่ย 4.48) โดยแยกเป็น 2 ข้อย่อยได้แก่ กิจกรรมหลักที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพืชและการจัดการผลผลิตจากพืช (ค่าเฉลี่ย 4.53) และกิจกรรมเสริมที่เน้นสร้างบรรยากาศที่ดีในการอบรม (ค่าเฉลี่ย 4.43) รองลงมาด้านหัวข้อความรู้(ค่าเฉลี่ย 4.38) โดยแยกเป็น 3 ข้อย่อยได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (ค่าเฉลี่ย 4.51) ความรู้เกี่ยวกับการผลิตพืช (ค่าเฉลี่ย 4.44) และความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มรายได้/ลดรายจ่ายผลผลิตจากพืช (ค่าเฉลี่ย 4.19) ส่วนด้านวิธีการในการก าหนดหัวข้อความรู้ (ค่าเฉลี่ย 4.37) โดยแยกเป็น 2 ข้อย่อยได้แก่การประชุม 111 ผ่านการพบปะและออนไลน์ (ค่าเฉลี่ย 4.40) และวิธีระดมความคิด (brainstorming) (ค่าเฉลี่ย 4.34) ตามล าดับ ขั้นตอนที่ 3 การสร้างและแสวงหาความรู้ พบว่า โดยภาพรวมความคิดเห็นของผู้ป

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน