21-18 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 2103-2130.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์811 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

กราบนมัสการพระคุณเจ้านะคะ ขอคารวะอาจารย์หมอเขียวค่ะ เจริญธรรมสำนึกดีนะคะผู้ใฝ่ในธรรมทุกท่าน ชื่อนางสาวรวิวรรณ ปุณณาาภิรมย์ อายุ 48 ปีค่ะ จังหวัดกรุงเทพและ นิวเจอร์ซี่ อาชีพแม่บ้านและก็อาชีพอิสระ วุต ิการศึกษาปริญญาตรี การบัญชีและก็กฎหมาย เพศหญิงค่ะ ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ก็ขอเกริ่นนำ ซัก นิด หนึ่ง นะคะ เ คยรับราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี 6 ของ ก รม ส รร พากรนะคะ แล้วก็ลาออกไปต่างประเทศ ไ ปแต่งงานสามีอยู่ต่างประเทศ เลยลาออกจากงาน แต่ว่าก่อนที่จะไป นี่ ก่อนแต่งงานสัญญาว่าเราจะขออยู่เมืองไทย 6 เดือน เราจะขอดูแล พ่อแม่ ค่ะ แล้วก็อีก 6 เดือน เราก็จะทำหน้าที่ภรรยาก็จะสัญญากัน พอลาออกจากงานแล้วไปอยู่ที ่โ น ่ น มั นได้เจอจริง ๆ เลยค่ะ มันเหมือนจิตที่โดนแส้ฟาดค่ะ พูดไม่ออกเหมือนเก้าอี้ที่เราจะนั่งมันก็ไม่มี คือ เราเคยมีตำแหน่งแล้วก็ไม่มีแล้ว เราไม่ได้อยู่ที่นี่นะ ไปอยู่ที่ โน่นเ ราหันซ้ายหันขวา นี่ มันไม่มี ตอนนั้นเจอเจอผัสสะมาก แล้วก็จะทำอะไรล่ะ ต้องอาศัยธรรมะและวัดเป็นที่พึ่ง จนวัน ห นึ ่ งบุญถึงรอบในปี 56 ได้บินกลับมาประเทศไทยแล้วก็ได้มีโอกาส จาก คุณน้า ได้ แนะนำบอกว่าให้มาเข้าค่ายหมอเขียว ก็งง ๆ ก็ตามใจคุณน้าไปแบบงง ๆ นะคะ แล้วก็ไปเข้าค่ายที่โพธารามพอได้ฟังธรรมะของคุณหมอ คือ ปลุกจิตสำนึกของเรามันเหมือนมันมีความสุขฟังไปน้ำตาไหลไป ก็ไม่เข้าใจว่าไหลทำไม คือ ชอบมากแล้วก ็พอจบจากค่ายนั้นก็ตามคุณหมอมาค่าย สุขภาพที่ดอนตาลอีก ยิ่งชอบใหญ่ คือ ชีวิตมันแตกต่างนะคะ จากเมืองนอกกับที่นี่มันหน้ามือกับหลังมือที่ โน่น มันศูนย์รวม กิเลส แต่ที่นี่สุดยอดมันดีอะไรขนาดที่ดอนตาลนี้อากาศก็ดี อะไรก็ดีหมด ติดใจก็ตามไปค่ายแฟนพันธ์แท้ที่นครพนมแล้วก็ได้เดินจาริกตามอาจารย์หมอเขียว พยายามเลยว่าอาจารย์หมอเขีย

อ่านต่อ

วเดินตรงไหนอยากจะเดินไปเหยียบย่ำตามก้าวของอาจารย์เพราะว่ามันคือจิตวิญญาณ มันบอกว่านี่คือทางของเรา นี่เราค้นพบแล้ว นี่คือสัตบุรุษที่เราจะควรเดินตามก็ความคิดก็เป็นอย่างนั้นนะคะ คิดจริง ๆ ในใจอยากกลับประเทศไทยจังเลยอยากกลับแล้ว ตอนนั้นก็ถึงวาระต้องบินไปอเมริกาแล้วนะคะ ไปอเมริกาก็ลดเนื้อสัตว์ได้เดือนสองเดือนค่ะ พลังหมู่มีพลังจริง ๆ ค่ะ เป็น ปี 57 เลยนะคะ ปี 57 ก็มาที่นี่มาเข้าค่ายพระไตรปิฎกก็ยิ่งเชื่อมั่นคุณหมอมากเลย วันนั้นรู้สึกมีบุญมากเลยคุณหมอจะไปเข้าค่ายที่ฟอรีดา ก็เลยบอกสามีว่าเธอต้องไปเข้าค่ายที่ฟอรีดานะ แล้วก็เลยเปลี่ยนตั๋วไปเข้าค่ายที่ฟอรีดาสามีไปด้วยแล้วก็มันเปลี่ยนชีวิตจริง ๆ เลยสามีไม่ทานเนื้อสัตว์เราจัดทานสมุนไพรฤทธิ์เย็นสดสมุนไพรฤทธิ์ เย็นสดหายากมากที่ โน่น ไม่เหมือนที่นี่แต่ล่ะใบมีค่ามากเลย เวลาที่เราขยี้มันต้องหลายน้ำมากมันไม่ เหมือนที่นี่ ที่นี่สมบูรณ์ มันไม่เหมือนที่ โน่น มันคนละภาพกัน วัน จันทร์ถึงเสาร์ เรา ไม่ทานเนื้อสัตว์แต่วันอาทิตย์เราขอเขี่ยเพราะว่าเราไปทำบุญที่วัดเราก็เลยไม่อยากจะเป็นคนที่เข้ากับสังคมไม่ได้เราก็สองสามีภรรยาจะรู้กันว่าเขี่ย ที่มหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตและก็ดีใจที่สุดในชีวิต ได้คุยกับสามีว่าเราถึงเวลาแล้วนะที่เราจะทำอะไรเพื่อประโยชน์สังคม แฟนบอกว่าเวลาเป็นนายของ เขา มานาน ล่ะ เขา อยากจะเป็นนายของเวลาบ้าง ก็ตัดสินใจลาออกแล้วก็จะบินกลับมาประเทศไทยส่วน เรื่องความดีก็อยู่ที่นู่นก็จะไปวัดตลอดไม่ได้ไปทำบุญไปตักบาต ร เฉย ๆ นะ เราก็ไปเตรียมการถูครัวถูอะไรทุกอย่างดังนั้น คือ ที่ โน่น ได้ฝึกมาดีทุกอย่างก็จบแล้วนะคะ ก็แค่นี้ ล่ะ ค่ะ ขอตั้งจิตเพื่อปัญหาต่าง ๆ จะหมดไปว่าจะขอทานอาหารหนึ่งมื้อหนึ่งครั้งในหนึ่งอาทิตย์ และจะชวนสามีจัดค่ายพระไตรปิฎกกัน 2 คน สนทนาธรรมกันแล้วข้อที่ 2 ค ือ จะเลิกกินเนื้อสัตว์จะกินมังสวิรั ติ ถ้าได้บินกลับมาเมืองไทยขอพลังบุญจากทุกคนให้ได้กลับมาเมืองไทยด้วยนะคะ ผีเสื้อ ตัวนี้ จะ ได้กระพือปีกได้แรงยิ่งขึ้นสวัสดีค่ะ 4400550 28575 กรณีศึกษาที่ 7.12 5 นายวรวัฒน์ ขำเจริญ อายุ 42 ปี เพศ ชาย กราบคารวะอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมพี่น้องผู้รักสุขภาพทุกท่านนะครับ ชื่อวรวัฒน์ ขำเจริญนะครับ อายุ 42 ปี มาจากราชบุรีครับ จบการศึกษา ป. ตรี เศรษฐศาสตร์ รามคำแหงครับ เป็นนักศึกษา พวธ . ปี 55 และก็เป็นจิตอาสา เริ่มเป็นจิตอาสาปี 55 ก็มาช่วยงานของแพทย์วิถีธรรม ทั่วไปจะหลัก ๆ ก็จะช่วยอยู่ในโซนภาคตะวันตกและภาคกลาง ส่วนมาที่สวนป่านาบุญ 1 ทุกครั้งก็ได้ฟังธรรมร่วมกับพี่น้องก็จะเกิด สภาวะธรรม คือ มีอิน ทรีย์พละ ที่แก่กล้าขึ้นต่อสู้ กิเลสได้มากขึ้น ก็ลดละกิเลสไปได้เรื่อย ๆ ตามลำดับ คือ เริ่มจาก ก่อนจะมาเข้าค่ายเป็นจ ิตอาสา ก็คือได้ฟังธรรมจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ก็ได้ลดกิเลส คือ ได้ลดอบายมุขต่าง ๆ ลดกาม ลดอัตตา เลิกเนื้อสัตว์ แต่เราฟังธรรมจากทีวียังไม่ได้เข้าไปร่วมในหมู่กลุ่ม พอมาครั้งนี้อาจารย์พูดเรื่องของมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ จึงเกิด สภาวะธรรม คือ เห็นความส ำคัญของเรื่องนี้มาก เมื่อก่อน เราฟังธรรมจากทีวี เราปฏิบัติก็จะได้ประมาณหนึ่ง เราก็คิดว่าเราดีแล้ว แต่เพียงแต่ว่าเราไม่มีกิเลส คือ พอเราปฏิบัติ กับเพื่อน คือ มีผู้สละเพิ่มขึ้น จึง เห็นกิเลสของเราอีกเยอะแยะเลยที่ ยังเหลืออยู่ ทั้ง กาม ทั้ง อัตตา มากมาย พออยู่บ้านนี่เราไม่เห็นเพราะไม่มีการขัดเกลา พอมาอยู่กับหมู่กลุ่มนี่โห ! เห็นกิเลสเราอีกตั้งเยอะตั้งแยะ เราก็เลยเห็นความสำคัญของสิ่งที่อาจารย์บอกตรงนี้ เรื่องของมิตรดี สหายดี พอปฏิบัติไปเรื่อย ๆ ก็จะมีการขัดเกลากัน ก็จะลดกิเลสไปได้เรื่อย ๆ ก็เพิ่มมาก็คือ ปัจจุบันนี้ก็คือกินมื้อเดียวก็ทำได้ ประมาณ 80-90 % แล้วก็ลดกาม ลดอัต ตาลงไป ส่วนข้อไม่ดี ความชั่วนี่ก็มีเหลืออยู่บ้าง ก็คือ เรื่องของการเพ่งโทษ เห็นเพื่อนทำไม่ดีแล้วรู้สึก เพ่งโทษเพื่อนในใจก็ยังมีอยู่บ้างแต่พอมาค่ายนี่ก็ชัดขึ้นอีก อาจ ารย์ก็ให้ธรรมะ อินทรีย์พละ เราแก่กล้าขึ้น สติ มีไวขึ้นมาเร็วขึ้น เรา ก็ยับยั้งได้ทันเวลา ตอน อาการที่จะเกิดเวลาเห็นเพื่อนท ำไม่ดี เราก็ยับยั้งในใจได้ทัน ส่วน ความดี นี่ หลัก ๆ เราก็ช่วยบำ เพ็ญในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม คือ ทั่วไปทุกภาคเน้นที่ภาคตะวันตก และภาคกลางเป็นหลักเพราะจะอยู่โซนที่เราอยู่ ส่วนภาคอื่น ๆ เราก็ไปบ้าง ตามโอกาส จริง ๆ ก็ยัง ไม่ได้ดีมากมายคิดว่า ตอนนี้สภาพ สภาวะตอนนี้ก็สุขกายสบายใจดีไม่มีทุกข์ใด ๆ แต่ก็คิดว่า จิตที่สุข จิตที่บริสุทธิ์กว่านี้ยังมีอยู่ ก็จะตั้งใจพากเพียร ป ฏิบัติต่อไป 4124325 39370 กรณีศึกษาที่ 7.1 2 6 นางวนิชชา จันทร์จรัสวัฒนา อายุ 58 ปี เพศ หญิง นมัสการพระคุณเจ้า เจริญธรรมคุณหมอเขียว และเจริญธรรมพี่น้องผู้รักสุขภาพทุกท่าน ชื่อวนิชชา จันทร์จรัสวัฒนา ในค่ายจะเรียกว่า เล็กมหาชัย อายุก็ย่าง 58 ปี แล้วก็จบปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต เป็นจิตอาสาของแพทย์วิถีธรรมมาประมาณ 5 - 6 ปี แล้วก็เป็นนักศึกษาแพทย์ วิถีธรรมปี 54 จริง ๆ แล้วก็ได้มา เข้ามาได ้รู้จักคุณหมอเขียวแพทย์วิถีธรรม ชีวิตนี้ก็เปลี่ยน แล้วเปลี่ยนทั้งอาชีพ เปลี่ยนทั้งตัวเอง บ้างในเรื่องการลด ละ กิเลส เรื่องของการเปลี่ยนอาชีพเดิมขายส่งพวกลีโอเบียร์สิงห์แต่เป็นสาขาตลาด ทำมาประมาณเกือบ 20 ปี ถือว่าเป็นอาชีพที่เลี้ยงครอบครัว พอได้เข้ามาในแพทย์วิถีธรรมด้วยโรคเบาหวาน ก็ปรากฎว่านอกจากเราจะหายจากโรคเบาหวานแล้วเราก็เปลี่ยนอาชีพของเราโดยไม่ทุกข์เลย ก็คือจากขายส่งลีโอเบียร์สิงห์ ก็มาเป็นขายของสุขภาพของคุณหมอเขียวและ ของ สุขภาพแถวสันติอโศก ถามว่ายากไหมกว่าจะเปลี่ยนได้ ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ด้วยการเอาตัวเองเข้ามาเป็นจิตอาสาบำเพ็ญบุญก็สามารถด้วยคำสั่งสอนของคุณหมอ ก็ทำให้เ ราได้เลิกอาชีพนี้โดยไม่ทุกข์ จากที่ทำอาชีพเคยได้รับเงินเยอะ ๆ มารับเดือนหนึ่ง สอง สามพันแรก ๆ มันก็เป็นอะไรที่ถ้าเราไม่มีธรรมเราก็จะทุกข์มาก เพราะว่าอาชีพรายได้มันก็เลี้ยงครอบครัว เพราะว่าเราทำมาเราไม่ได้ทำเก็บแต่เราทำใช้ สิ่งหนึ่งที่ได้จากตรงนี้ในเรื่องของอาชีพ ส่วนในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บแล้ว นี่ ก็หาย จากเบาหวาน น่าจะประมาณสอง สามปี ซึ่งถามว่าทำไมรู้ว่าหายสองสามปี จริง ๆ ก่อนหน้านั้นไม่เคยวัดเพราะกลัวว่าจะเจอ แต่พอได้ธรรมะจากคุณหมอว่าถ้าเราวัดทุกวันเราก็จะทุกข์ก็เลยไม่วัดเลย ให้ดูโรคภัยไข้เจ็บจากตัวเราว่ามันมีไหม แล้วเราก็ปฏิบัติธรรมมันก็จะทำให้เราหายจากโรคนี้ด้วย ปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้เป็นแล้ว ส่วนเรื่องของสาวะธรรมเราก็ได้ทำให้เราเป็นคนใจเย็นขึ้นจากคนที่ใจร้อน เป็นคนที่ในชีวิตครอบครัว คือ ตัวเองยังมีวิบาก คือ มันเป็นชีวิตครอบครัวเวลาที่มาค่ายหลัง ๆ ก็จะอยู่ไม่ค่อยครบ คือ ต้องดูว่าเรา มาแล้วมากไปหรือเปล่า ถ้ามากไป ก็กลับไปเติมเต็ม เขาเรียกว่า ต่อวีซ่า คือ ไปเติมเต็มหรือมัจ ชิ มาสายกลางบ้างว่าให้เรามา บำเพ็ญบุญบ้าง ทำที่บ้านบ้าง ในเรื่องของชีวิตครอบครัวบางครั้งผัสสะที่เราเจอกับคู่ครองของเรามันก็ต้องมี แต่ทำ อย่างไร ว่าผัสสะนั้นจะทำให้เราไม่มีทุกข์ได้ เราก็ต้องมาเรียนรู้เติมเต็มมา ฟังคำสั่งสอนหรือว่าฟังธรรมะจากค ุ ณหมอ มันก็ช่วยได้เยอะเลย จากเมื่อก่ อนก็จะเห็นว่ากลับบ้านไปก็จะเจอผ ั สสะเยอะแยะเ ลยเราก็จะทุกข์ แต่เดี๋ยวนี้เรา ใช้ธรรมะคำว่า เมตตา อุเบกขา เข้ามาได้แล้วชีวิตก็เป็นสุขขึ้น หลาย ๆ อย่างที่ เราเจอในชีวิตปรจำว ั นของเราไม่ว่ากิเลสหรืออะไร เราก็ ใช้หลักของคุณหมอเขียวว่า ไม่ใช่สิ่งที่บังเอิญมันยุติธรรมเสมอ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเจอนั้นเป็นสิ่งที่เราทำมาทั้งนั้น 4352925 33655 กรณีศึกษาที่ 7.1 2 7 นายวิจิตร ตันเดชานุรักษ์ เพศ ชาย กราบคารวะท่าน อาจารย์หมอเขียวที่เคารพครับเจริญธรรม สำนึกดีเพื่อนจิตอาสา และนักเรียน นักศึกษา พวธ . ทุกท่านครับ ผมชื่อวิจิตร ตันเดชานุรักษ์ ชื่อเล่นว่า วิจิตร นะครับ อยู่ กรุงเทพมหานคร อยู่แถวถนนพระราม 2 เป็นนักศึกษา พวธ ปีที่ 54 ลำดับที่ 74 ครับ วันนี้ก็มีโอกาส ธรรมะได้จัดสรรมาให้ได้มาร่วมสอบและได้มาเข้าค่ายพระไตรปิฎก ในวันนี้ก็ถือว่า ธรรมะจัดสรรมาจริง ๆ ปรกติหาโอกาสจะไปนอกบ้านนี่ค่อนข้างจะยากมากเลยนะครับ เพราะว่าที่ บ้านนี่มีงานต้องให้ช่วยเยอะเลย ครับ สภาวะธรรม ก็ หลังจากได้รับธรรมะจากท่านอาจารย์ไปแล้วนี่ ก็ได้นำมาปฏิบัติใช้ในครอบครัวนี้ได้ผลดีมากเลยโดยเฉพาะในกรณีที่ครอบครัวทุกครอบครัว จะมีปัญหาเรื่องความเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน และการไม่เข้าใจกัน นี่ ก็ส่วนใหญ่ครอบครัวผมก็ จะมีปัญหาเรื่องพวกนี้อยู่บ่อย ๆ แต่ว่าก็ไม่ได้เป็นเรื่องรุนแรง โดยเฉพาะกับลูก 2 คนกับภรรยา ก็จะเข้าใจผิดกันเกี่ยวกับเรื่องทั้งการค้า ทั้งการใช้ชิวิตที่บ้านอะ ไ ร อย่างนี้ ก่อนหน้านั้น ที่ไม่ได้รับธรรมะจากท่านอาจารย์ ก็จะมีผัสสะแรงมากเลยครับ ก็จะไม่ค่อยยอม พอเราไม่ยอมแล้ว นี่ สิ่งที่เกิดมันก็คือ จะไม่มีความสงบในบ้าน จะเกิ ดการไม่ยอมกันซึ่งกันและกันและก็ ต้ องมีถึงขนาดขั้นอาจจะทะเลาะวิวาท เล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นมาเลยครับ แต่พอหลังจากได้มาเรียนธรรมะกับท่านอาจารย์แล้ว และได้นำบท ทบทวนธรรมที่ท่านอาจารย์ได้สอนนี้ นำไปพิจารณาแล้วก็ทำให้เหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านก็ รู้สึกจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ทำให้เราเกิด ความที่เราวางใจได้และเราก็ไม่ถือสา ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเราก็พิจารณาว่า สิ่งที่เราได้ทำมาที่เขาไม่เข้าใจเราหรือเราไม่เข้าใจเขาน่ะ เป็นสิ่งที่เราทำมา ต้องยอมรับว่าเรา นี่ เคยทำมาก่อนหน้านั้นแล้ว และมันก็ยุติธรรมเสมอสำหรับชีวิตเรา ก็ทำให้การดำเนินชีวิตของครอบครัวก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ และเราก็ได้ทำดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่ท่านอาจารย์สอนว่า เรา อย่าถือสาและเราทำดีขึ้นเรื่อย ๆ สักวันหนึ่งเถิด สิ่งที่ไม่เข้าใจกันหรือสิ่งที่ไม่ดีมันก็ดีขึ้นมาเอง ก็จริงอย่างที่ท่านอาจารย์ได้สอนไว้นะครับ ส ่วนการทำความดีนั้น ก็ได้มีโอกาส จัดค่ายเล็ก ๆ ที่บ้านเป็นประจำอยู่ ก็ได้ช่วยเหลือคนที่มีอาการเจ็บป่วย ได้มาเรียนรู้วิชาแพทย์วิถีธรรม แล้วก็นำไปปฏิบัติ ก็บางครั้งบางคนก็ได้ผล บางครั้งก็ไม่ได้ผล แต่เราให้เขาแล้วเราก็ ได้เรียนธรรมะของท่าน อาจารย์แล้วก็สามารถวางใจได้ว่าถึงแม้จะเป็นยังไง เราก็ทำดีแล้วเราก็วางเลยนะครับ ส่วนสิ่งที่ทำไม่ ดีนั้นก็ตอนนี้ตั้งใจว่า จะไม่รับประทานอาหารมื้อเย็นนะ แต่บางวันบางทีต้องนอนดึก บางทีก็ต้องไปส่งลูก เกิดอาการหิวขึ้นมาบางทีก็เผลอโดนกิเลสมันหลอกให้กินเข้าไปก็ถือว่าเราได้ทำไม่ดีเข้าไปแล้ว แต่เราก็พยายามจะปรับปรุงแก้ไข พยา ยามให้มันน้อยที่สุด แต่ตอนนี้ก็วันที่มา ค่ายนี้นะ ขึ้นรถทัวร์มีอาหารให้กินเราก็สามารถไม่กินได้ ก็แสดงว่าเราสามารถสู้กิเลสมันได้อยู่ ส่วนกิเล ส ที่ผมได้ทำได้สำเร็จ คือ งดเนื้อสั ตว์ เรื่องนมเรื่องไข่ ได้ 100 % แล้วครับ แค่นี้ละครับ ขอบคุณครับ 4220845 49530 กรณีศึกษาที่ 7.1 28 วิภาพร ทองใหญ่ อายุ 39 ปี เพศ หญิง ชื่อวิภาพร ทองใหญ่ อายุ 39 ปี อยู่จังหวัดสมุทรสาคร อาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน แห่งหนึ่ง วุฒิการศึกษาปริญญา ตรีมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชน เพศ หญิง และเป็นนักศึกษา พวธ. ปี 57 จริง ๆ แล้วจะใช้คำนี้ก็ไม่สมควร ซัก เท่าไหร่ เพราะว่าตั้งแต่สมัครมาเป็นนักศึกษาที่ขาดคุณสมบัติมากเป็นคนที่ไม่เคยส่งการบ้านเลย มักจะคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เสมอด้วยความเมตตาของอาจารย์ เพราะ อาจารย์จะบอกว่าเรียนไปเ ถ อะเรียนไปเรื่อย ๆ ถ้าสอบได้ก็สอบ ถ้าส่งการบ้านได้ก็ส่งเพราะยังไงก็ต้องเรียนทั้งชีวิต ตรงนี้คะก็เลยทำให้เรามักจะหาข้ออ้างกับตัวเองว่า โอเคก็ทำตามวิธีของ พวธ. ไปแต่มีเวลาก็ค่อยส่งแล้วกันจนสุดท้าย ตั้งแต่สมัครจนถึงวันนี้ย ังก็ยังไม่ได้ส่งเลยเพราะฉะนั้น เลยรู้สึกว่าครั้งนี้เราจะม าสอบเลื่อนชั้นเราสมควรหรือเปล่า ที่จะมานะตรงนี้ แต่เหมือนฟ้าจัดสรรดังนั้นก็มีโอกาสสามารถได้ลางานได้เจ็ดวันถ้าสามารถมาได้เราก็ต้องมาต้องทำในสิ่งนั้น ประกอบกับที่ผ่านมาเราจะมี ไลน์ กลุ่ม พี่หลินจะเป็นคอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ จริง ๆ เชื่อว่าในกลุ่มจะมีหลากหลายมากเราก็เป็นคนที่มีความหลากหลายในกลุ่มนั้น เป็นอะไรที่เชื่อว่าพี่หลินก็คงรู้เป็นน้องที่ไม่เคยส่งการบ้าน แต่เวลาที่เรามีปัญหาเมื่อไหร่ไม่ว่าเรื่องสุขภาพเราสุขภาพเพื่อนหรือใครก็แล้วแต่ เราถามไปพี่ไม่เค ยบิดเบือนเลยที่จะตอบและคอยตามเช ็ คอยู่ตลอดว่าอาการเป็นอย่างไรบ้า ง หรือดีขึ้นหรือยัง ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกละอายใจ ถ้าเรารู้สึกว่าเราสำนึกตรงนี้แล้วการสำนึกจะสมบรูณ์ แน่นอนถ้าเราได้ลงมือแก้ไขเพราะฉะนั้นกลับไปต้อง จะตั้งใจไว้ว่าจะทยอยส่งการบ้านที่ติดค้างทั้งหมดกับมาให้เร็วที่สุด ในส่วนของ สภาวะธรรม ขอบอกตามตรงว่า จริง ๆ ยังไม่เข้าใจคำนี้ สัก เท่าไหร่มา เข้าใจ จริง ๆ ตอนที่มาเข้าค่ายพระไตรปิฎกรอบสอง ครั้งนี้ก่อ นหน้านั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราคิดแค่ เหมือนมีอะไรบางอย่าง บอกเราว่าสิ่งนี้ควรทำสิ่งนี้ไม่ควรทำ แต่พอเรามา นี้เป็นการตรวจสอบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นค ่ ะ เพราะเราฟังแล้วเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นดังนั้นหลาย ๆ ภาวะหลาย ๆ อาการเกิดขึ้นเราก็ได้คิดย้อนกลับไปเกิดขึ้นกับเราในตอนนั้น แล้วยิ่งมาอยู่ในค่ายจะมีโอกาสย้อนกลับมามองสภาวะตนของเราอยู่เรื่อย ๆ อย่างตอนที่เราได้ไปเข้าฐานช่วยงาน พอเข้าไปในครัว ครัวก็กว้ างแต่ปรากฏเราที่จะเลือกเข้าไป มุมหนึ่งและเราก็ไปนั่งร่วมท ำงานกับเขาสิ่งที่เราได้ยินก็คือ คำติฉินนินทาเพื่อนในกลุ่มห รือว่าในนี้ เราก็รู้สึกว่าอะไร นี้เขามาบำเพ็ญไม่ใช่หรือ ฉับพลันตรงนั้นหนูก็นึกได้ว่าจริง ๆ แล้วครัวก็กว้างทำไมเราต้องเลือกมาตรงนี้ บทพิจารณาใคร่ควร ญธรรมข องอาจารย์ ตอนเช้า คือ วิบากของเรานะ เรานั่งฟังไปต่อไม่เปลี่ยนที่เราก็ได้ยินปัญหาภายใน พวธ . นั้นโน้นนี้เราก็รู้สึกว่าจริง ๆ แล้วเป็นผู้ใหญ่แล้วน่าจะคิดได้ว่า ความในอย่านำออกความนอกอย่านำเข้า เขาจะพูดเพื่อ มันก็คิดกลับเขามาอีกว่านั้นเขากำลังสร้างวิบากเขาแล้ว เราจะไปเกี่ยวกับวิบากเขาทำไม เหมือนดึงกันไปดึงกันมาอยู่เรื่อย ๆ เราจึงชอบที่ได้เข้าใจใน สภาวะธรรม ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในส่วนขอความดีที่ได้ทำเป็นคนที่ชอบอ่านพระสูตรตั้งแต่เด็กเพราะฉะนั้นเจอพระสูตรหนึ่งติดใจมาก คัมภีร์ร้อยกตัญญู กล่าวไว้ว่า “ความดีร้อยอย่างความกตัญญูมาเป็นอันดับหนึ่ง” เพราะฉะนั้นเราก็ยึดหลักนี้ทำหลาย ๆ อย่างให้พ่อกับแม่ของเรา พ่อเป็นคนที่เปิดโอกาสให้เรารู้จัก พวธ . เพราะ พ่อป่วยปี 55 ก็เลยได้พาพ่อไปเข้าค่ายเมืองกาญหลังจากนั้น 2 ปีพ่อเป็นคนที่ทำให้เราอยากศึกษาต่อปี 57 เราก็เลยได้มาสมัครเพราะฉะนั้นหลายสิ่งหลายอย่างที่เราอยากทำให้เขาให้เขาดีขึ้นแต่เหรียญมันมีสองด้านในขณะนั้นที่เรารู้สึก คือ ความดี แท้จริงความบกพร่องมันก็จะมีอยู่ในนั้นด้วย ขอบอกว่าไม่ใช่ความชั่วแต่เป็นความที่ไม่สมบรูณ์มากกว่า เราก็มักที่จะไม่ชอบใจเวลาที่พ่อเราแอบกินขนมเวลาที่พ่อเราปฏิบัติอะไรที่ไม่ถูกต้องทำให ้สุขภาพเขาแบบทรุดโทรมเราจะบ่น พ่อเราเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เราบ่นจะรู้สึกแล้วจริง ๆ แล้วนี้เรากำลังทำอะไร เรียกว่า “ อกตัญญูก็ว่าได้ ” กล่าวว่าบุพการีของตนเพราะฉะนั้นก็ลดละเลิกกิเลสจริง ๆ เป็นคนชอบการกินมาก ในส่วนของกาแฟและเบเกอรี่ เพราะฉะนั้นตั้งแต่ตอนที่เข้าค่ายรอบที่แล้วอาจารย์บอกให้ตั้งใจในการลดละเลิกนะ เราตั้งใจว่าจบจากค่ายเราจะไม่กินกาแฟเราจะไม่กินเบเกอรี่อีก แล้วเราก็ทำมาต่อเนื่องในสามเดือน และสุดท้ายมันก็มีเหตุให้เราทดสอบจิตใจของตัวเองเราก็ได้ทานคำแรกอร่อยดีและทานต่อไปเรื่อย ทานแค่สองสามคำมันจะออกร้อนที่ปลายมือปลายเท้า แล้วทำไมมันร้อนก็ยังตามใจในกิเลสของตนเพราะว่ายังไม่ชัดเจนในการตรวจสอบ สภาวะธรรม จากนั้นก็ดื่มกาแฟเข้าไปอีก และก็แสบท้อง ว่าจริงสิ่งนี้เรา รับไม่ได้แล้วแต่เราก็ยังดื้อดึงแต่หลังจากนั้นมาน้อยมากน้อยมากมากเลยเพราะฉะนั้น ต้องขอบคุณค่ายนี้ขอบคุณทุก ๆ โอกาสที่ให้และขอบคุณทุก ๆ คน 4391025 61595 กรณีศึกษาที่ 7.1 29 นางวิภาวัลย์ ถนัดธรรมกุล อายุ 49 ปี เพศ หญิง กราบคารวะนักบวชทุกสถานะ กราบบูชาธรรมของท่านอาจารย์หมอเขียว เจริญธรรมสำนึกดีพี่น้องจิตอาสาทุกท่านและผู้รักสุขภาพทุกท่าน ชื่อวิภาวัลย์ ถนัดธรรมกุล หมวย นักศึกษา ปี 54 รหัส 060 สภาวะธรรม ที่อาจารย์สอนกับ สภาวะธรรม ซ ึ่ งหมวยได้เคยปฏิบัติมาตั้งแต่อายุ 16 ทุกอย่างมากระจ่างเมื่อได้มาพบกับอาจารย์หมอเขียว คำว่า “ ศีล ” หมวยเข้าใจว่าศีล 5 ข้อ ไม่ปาณา แต่ของอาจารย์ไม่ใช่ ของอาจารย์ลึกซื้งเกินกว่านั้น มาทั้งกายวาจาใจ แค่คิดก็ไปแล้ว แต่เดิมเข้าใจว่าปาณา คือ เราฆ่า เขา แล้วทำให้ทำลายชีวิต เขา าให้ตกล่วง มันแค่ผิวเผิน แต่ที่อาจารย์สอน ทำให้ละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น ทำให้ สภาวะธรรม ของจิตใจเปลี่ยนไป จากที่เคยคิดว่าทำให้ เขา ตาย ทำอะไรตายนิดหน่อย มันเป็นสัตว์เล็กน้อย แต่พอได้พบกับอาจารย์หมอเขียวทุกอย่างเปลี่ยน ถึงเป็นมดตัวน้อย เข าก็มีชีวิตของ เขา เขา ก็ดำเนินชีวิตของ เขา ไปตามวิบากกรรมดีกรรมชั่วของ เขา แต่เดิมไม่ใช่ค่ะ มดเยอะ ๆ ก็เอาน้ำราด เอายาฆ่าเเมลง แต่พอเจออาจารย์ทุกอย่างเปลี่ยน ไม่กล้ากระทำหรือทำลายให้ชีวิต เขา ตกล่วงไป เพราะว่าเกรงกลัวและละอายต่อบาป และความดีที่ได้ทำจากได้มาอย ู่กับอาจารย์หมอเขียวเป็นจิตอาสา ใจเปลี่ยนไป คิดแต่ว่าเราช่วยเหลือแนะนำคนอื่นได้หรือเราแนะนำช่วยเหลือคนอื่นได้เราควรช่วย เขา เมื่อมีโอกาสตามเวลาที่จะทำได้ ลูกก็สอนให้ลูกทำความดี อยากได้อะไรก ็ ทำความดี พอทำดีแ ล้วเมื่อความดีปรากฏสิ่งที่หวังก ็ จะเกิดอย่างลูกอยากเป็นแอร์โฮสเตส ลูกต้องบำเพ็ญเหมือนอาจารย์หมอเขียวสอนให้ช่วยคนให้สอนคนที่ศรัทธา ผลสุดท้ายก็ได้ติดเป็นแอร์โฮสเตส ในความคิดของหมวยเพราะว่า เขา ทำดีให้ได้ดี ความดี เลยส่งผลให้ เขา ได้ดังใจปาร ถ นา ส่วนความชั่ว ใน 7-8 เดือน ที่ผ่านมา ในความคิดของหมวยก็คือเมื่อตอนเรียนคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. ได้ประมาณปรากฏว่าแม่เฮียมาอยู่ด้ วยกับน้ องชายข้างบ้าน อาม่าทาน เ จ แต่ที่บ้านพี่น้องเฮียไม่มีใครทานเจ มีหมวยกะเฮียทานมังสวิรัต ิ ก็เลยขอให้อาม่าทานมังสวิรัต ิ แล้วเกิด ความทุกข์ ที่ว่าลูกพ้นอกแล้วมาเจออาม่าอีกที่ต้องทำแต่เมื่อได้คุยสภาพจิตใจกับท่านอาจารย์หมอเขียวแล้วอาจารย์แนะนำชี้แนะก็ได้เปลี่ยนพฤติกรรมเปลี่ยนล้างความคิด แต่สิ่งที่คิดว่าเป็นความชั่วของหมวย คือ อาม่าทานเจและก็ทานมังสวิรัต แต่ว่าสูตรของอาจารย์กินไม่ได้ วันหนึ่งหมวยตื่นทำอาหารตี 4 แล้ว อาหารเราเ ขา กินไม่ได้ เ ข ากินช้อนเดียวต่อหนึ่งมื้อ แล้วทำให้หมวยคิดว่าอายุ 90 เป็น การที่ห มวยทำบาปทรมานคนแก่ หมวยก ็ ทำอาหารเจที่มีรสอร่อยทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีภาวะร้อนเป็นอาหารพิษของพวกเรา แต่หมวยก็ต้องทำเพราะว่าถ้าหากไม่ทำอาม่าไม่กิน หมวยคิดว่ายอมทำชั่วตรงนั้นเพื่อให้อาม่าอายุ 90 มีสุขภาพลานามัยอยู่เป็นร่มโพธ์ร่มไทรของลูกหลานดีกว่า หมวยก็เลยติดสินใจทำอาหารพิษให้อาม่ากินมาจนถึงทุกวันนี้ลดละอะไรได้บ้าง หมวยลดความโกรธได้ อย่างไปเห็นอะไรข้างนอก หมวยรู้สึกว่าหมวยมีสติดีขึ้น ที่จะเตือนตัวเองว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ที่อาจารย์เคยสอนไม่มีอะไรฟล ุ๊ คไม่มีอะไรบังเอิญ เป็นสิ่งที่เราเคยทำมาในอดีตทั้งนั้น ตั้งแต่ในอดีตชาติโน้นและชาตินีัเรายังรับมันไม่หมด หมวยก็รับมันด้วยความเต็มใจและยินดียอมรับกับมันทุกสภาวะ เจริญธรรมสำนึกดี 4152900 56515 กรณีศึกษาที่ 7.130 นายวิริยะ ลิ่มมั่น อายุ 39 ปี เพศ ชาย ขอคารวะท่านอาจารย์ หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน นะครับ ขอเจริญธรรมพี่น้องทุกท่านครับ และกราบนมัสการพ ระคุณเจ้านะครับ ขออภัยครับ ชื่อ วิริยะ ลิ่มมั่น เป็น นศ. พวธ . ปีที่แล้ว ปีนี้ตั้งใจจะมาสอบเลื่อนชั้น อายุ 39 จะ 40 ปี แล้ว ตอนนี้อยู่สถานีอนามัยหรือ รพ . สต . ต . ท่านัท อ . ดำเนินสะดวก จ . ราชบุรี ก็เนื ่ องด้วยอาชีพนะครับ เราอยู่ในแวดวงสุขภาพนะครับ ทางด้านสาธารณสุขครับ เพราะ ฉะ นั้นก็จะขอนำเรียนในเรื่อง สภาวะธรรม ก่อนเนื่องจากว่าเรียนจบทางด้านสาธารณสุขนะครับ และก็จบปริญญาตรีเริ่มทำงานราชการมาตั้งแต่ 2539 เกือบ 20 ปี แล้วนะครับ ก็จะบอกว่าภาพรวมของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไม่แน่ใจจะเป็นตัวแทนหรือเปล่า แต่เท่าที่ผมเห็นนะครับ คือ ผมมองว่า เขาม ี อัตตานะครับ มีความรูสึกว่ามันไม่มีอะไรที่มากมายไปกว่า การที่คนไข้มาแล้วมียาไปใช้ที่ รพ . สต. หรือตามโรง พยา บาลทั่วไป เมื่อก่อนผมก็คิดเช่นนั้นนะครับ สิ่งแรกที่คิดและรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ นี่ เราก็คิดว่าเราพร้อมแล้ว ช่วงนั้นเป ็ นคนบ้างาน ก็อยู่ทั้ง สธ.อำเภอ เป็นหัวหน้างานหลาย ๆ ส่วนนะครับ งานส่งเสริมสุขภาพ งานควบคุมโรค งานภาคประชาชนนะครับ ใน 4 ปี เป็นหัวหน้างานสามงานเลยนะครับ ก็เรียกว่าเป็นคนบ้างาน ทำงานไม่รู้วันรู้เดือนนะครับ เคยตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองนอน บนโต๊ะทำงาน วันนั้นเป็นวันเสาร์ แล้วก็สะดุ้งขึ้นมาเพราะทำงานตั้งแต่เช้าถึงตี 1 ตี 2 ตลอด ตอนนั้นใช้ในเรื่องของสมาธิครับ เขาบอกนั่งสมาธิแล้ว หน้าจะอ่อนนะครับ หน้าจะเด็กขึ้น อันนั้นคือสิ่งที่เราทำนะครับ อันนั้นเป็นเรื่อง สภาวะธรรม ครับเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ข้อ 2 ข้อ 3 ทำความดีอะไรบ้าง ขอพูดถึงความชั่วก่อนนะครับ มาปีนี้จะมาสอบเลื่อนชั้น ขอสารภาพ กับอาจารย์ หมอเขียวและเพื่อน ๆ นะครับ ปี 1 ผมไม่ได้ขึ้นเวทีนะครับ นั้นคือความไม่ดีนะครับ วันนี้ขออนุญาตมาแก้ตัวนะครับ ทำทั้งปี 1 และปี 2 พร้อมกันไปเลยนะครับ อันนี้คือความไม่ดี อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะครับ เรื่องของการลดละกิเลส และเรื่องของการทำคุณงามความดีผมขอพูดถึง ภาพรวม เนื่องจากตัวเองไม่ได้เป็นหัวหน้าองค์กร คือ เป็นแค่นักวิชาการที่อยู่ประจำอนามัยหรือ รพ . สต. ตอนนี้ก็ได้ขับเคลื่อน เดินตามรอยอาจารย์ โดยการทำในพื้นที่ บางทีก็มาบ่นให้อาจารย์ฟังบ้าง อาจารย์ก็ให้กำลังใจดีมาก ๆ อาจารย์ พูดคำเดียวว่าเป็นโจทย์นักบำเพ็ญ ตอนนี้ก ็ทำในพื้นที่ โดยเอาต้นแบบมาจาก “ โรงพยาบาลโพธิธาราม ” สร้างกลุ่มขึ้นมาภายใต้แรงกดดันหลาย ๆ อย่าง ชื่อกลุ่มว่า “ กลุ่มผู้นิยมการดูแลสุขภา พแบบพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ” ต . ท่านัท อ . ดำเนินสะดวก ตอนนี้เราได้ของบใน ส่วน สป สช. ก็คงจะเล่าประมาณนี้ ส่วนในเรื่องของลดละกิเลส ตอนนี้ก็หันมากินมังสวิรั ติ นะครับ ล่าสุดมีนอกลู่เนื่องจากช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีการฉลองภายในครอบครัว คือช่วยกันทำอาหาร มีปลานึ่งด้วย เรากินกันแค่ภายใน ก็ชวนกันกิน จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปผมกินปลาไปหนึ่งคำ แล้วก็รู้สึกว่าปลานึ่งหวาน ๆ อร่อยดี ก็ได้รู้รสชาติของปลาว่าหวาน ๆ อร่อย ก็เลยรู้สึกว่า มันก็

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน