บทคัดย่อภาษาไทย ทาริกาณ์.pdf
เนื้อหาในไฟล์
ทาริกาณ์ แขมโคกกรวด : คุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่พุทธศาสนิกชนนิยมน ามาถวายพระสงฆ์ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปีการศึกษา 2560 อาจารย์ที่ปรึกษา : อาจารย์ ดร.รัสรินทร์ ฉัตรทองพิศุทธิ์ และอาจารย์ ดร.สุธีรา อินทเจริญศานต์ 250 หน้า. บทคัดย่อ ในปัจจุบันพระสงฆ์มีปัญหาทางด้านสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากพบว่าพระสงฆ์ส่วนใหญ่ป่วย เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งคล้ายคลึงกับปัญหาสุขภาพของพุทธศาสนิกชน เช่น โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน เป็นต้น โดยอัตราการป่วยในกลุ่มโรคดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นทุกปี สาเหตุหลักของการป่วยด้วยโรคกลุ่มนี้ของพระสงฆ์เป็นผลเนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ซึ่งพุทธศาสนิกชนเป็นกลไกส าคัญที่น าอาหารมาถวายพระสงฆ์ โดยอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันสูง พระสงฆ์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพิจารณาฉันอาหารดังกล่าวได้ จึงส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพ จากที่มาของปัญหาทางสุขภาพของพระสงฆ์ การศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) ศึกษาชนิดของอาหารที่พุทธศาสนิกชนนิยมน ามาถวายพระสงฆ์ และ (2) เพื่อวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่พุทธศาสนิกชนนิยมน ามาถวายพระสงฆ์ พระสงฆ์ โดยมุ่งหวังให้ผลการวิจัยสร้างความตระหนักให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องอาหารของพระสงฆ์ ถวายอาหารที่ดีต่อสุขภาพแด่พระสงฆ์ และผลงานวิจัยสามารถให้ค าแนะน าการบริโภคอาหารที่ถูกต้องเหมาะสม ตามหลักโภชนาการให้กับพระสงฆ์ ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของพระสงฆ์ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงส ารวจแบบภาคตัดขวาง โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นพุทธศาสนิกชน จ านวน 320 คน ใช้วิธีการ สุ่มตัวอย่างแบบสุ่มแบบหลายขั้นตอน โดยใช้แบบบันทึกการถวายอาหารของพุทธศาสนิกชนที่พัฒนาให้สามารถบ
อ่านต่อ
ันทึกผ่านระบบออนไลน์บนมือถือ โดยใช้เทคโนโลยี Google Form หลังจากได้ผลการวิจัย ท าการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่พุทธศาสนิกชนนิยมน ามาถวายพระสงฆ์ 5 ล าดับแรก โดยท าการสุ่มเก็บตัวอย่างอาหารอย่างง่าย ชนิดละ 5 ตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 25 ตัวอย่าง จากพุทธศาสนิกชนที่ประกอบอาหารเอง หรือผู้ประกอบการขายอาหารที่พุทธศาสนิกชนนิยมซื้อไปถวายพระสงฆ์ ในพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา โดยแบบบันทึกการชั่งน้ าหนักอาหาร แล้วน าไปวิเคราะห์คุณค่าทางสารอาหาร ด้วยโปรแกรม INMUCAL ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และน ามาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า 1. พุทธศาสนิกชนนิยมถวายอาหารประเภทต้ม ทอด ผัด แกงกะทิ และอาหารที่มีรสชาติจัดคือ ย าหรือลาบ ตามล าดับ โดยมีการปรุงที่ใช้น้ ามัน และมีไขมัน คือการทอด ผัด และการใช้กะทิ ตามล าดับ และพบว่าชนิดของอาหารที่นิยมน ามาถวายพระสงฆ์ ได้แก่ ไข่พะโล้ ลาบหมู แกงส้ม ผักรวม ไข่เจียว และแกงกะทิหน่อไม้ดอง ตามล าดับ โดยแหล่งที่มาของอาหารส่วนใหญ่เป็นการ ซื้ออาหารปรุงส าเร็จจากร้านค้าในตลาด (5) 2. คุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่พุทธศาสนิกชนนิยมน ามาถวายพระสงฆ์ 5 ล าดับแรก มีการกระจายพลังงานจากเปอร์เซ็นต์ของไขมันมากที่สุด โดยเฉพาะอาหารประเภทไข่เจียว และแกงส้มผักรวมมีค่าพลังงาน และไขมันต่ า แต่พบว่ามีปริมาณโซเดียมสูง มีปริมาณสารอาหารเฉลี่ยเทียบในอาหาร 100 กรัม ดังนี้ อาหารที่มีปริมาณโซเดียม และน้ าตาลสูงที่สุด คือ ไข่พะโล้ (654.70 mg และ 5.53 g) ปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และให้พลังงานสูงที่สุด คือ ลาบหมู (23.98 g, 14.29 g, และ 231.65 kcal) ปริมาณไขมัน และคอเลสเตอรอลสูงสุด คือ ไข่เจียว (17.08 g และ 312.06 mg) ปริมาณวิตามินซี และน้ าสูงสุด คือแกงส้มผักรวม (14.04 mg และ 88.92 g) และปริมาณใยอาหารสูงสุด คือ แกงกะทิหน่อไม้ (1.17 g) เมื่อน ามาเปรียบเทียบสารอาหารเป็นร้อยละ (%) ต่อปริมาณสารอาหารที่แนะน าให้บริโภคประจ าวัน (Thai RDI) พบว่าปริมาณคอเลสเตอรอลในไข่เจียว และวิตามินเอใน ลาบหมูสูงเกินกว่าที่ก าหนด (ร้อยละ 169.10 และ ร้อยละ 113.25) แสดงให้เห็นว่า อาหารที่พุทธศาสนิกชนน ามาถวายพระสงฆ์นั้น มีปริมาณร้อยละของคาร์โบไฮเดรต ไขมัน คอเลสเตอรอล น้ าตาล และโซเดียม ค่อนข้างสูง ในขณะที่ปริมาณใยอาหารต่ า คือมีปริมาณร้อยละของใยอาหารของไม่ถึง ร้อยละ 5 ของปริมาณที่แนะน า จากข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้เป็นการเน้นย้ าให้ทราบถึงสาเหตุหลัก ที่เป็นภัยอันตราย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพพระสงฆ์โดยตรง คืออาหาร จึงได้เสนอแนวทางอาหารปรับสมดุลตามหลักแพทย์วิถีธรรมเพื่อใช้ในการพัฒนาปรับปรุงอาหารถวาย รวมการบริโภคอาหารส าหรับพระสงฆ์ โดยปรุงด้วยเกลือกับน้ าเป็นหลัก และการรับประทานอาหารตามล าดับการย่อย เป็นต้น ซึ่งจะน าไปสู่การพิจารณาทานอาหารออกจากความชอบ ความชัง ความยึดติดในความอร่อย โดยพิจารณาประโยชน์ โทษภัย และการไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ดังนั้นจึงควรแนะน าพุทธศาสนิกชน และผู้จ าหน่ายอาหารปรุงส าเร็จที่น ามาถวายพระสงฆ์ รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชาชน มาร่วมเรียนค่ายสุขภาพพึ่งตนเองตามหลักแพทย์วิถีธรรม เพื่อศึกษาเรียนรู้เรื่องคุณค่าทางโภชนาการ ปรุงประกอบอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และให้ค าแนะน าการบริโภคอาหารที่เหมาะสมให้กับพระสงฆ์ สู่ชุมชนเพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และเป็นการรักษาไว้ซึ่งพุทธศาสนาอย่างแท้จริงต่อไป