S 08 รวมเพลงปี 2494-2513.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์652 KB
วันที่แก้ไข16 สิงหาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

๑  ๑   บุปผาพนาวัน คําร้อง-ทํานอง รัก รักพงษ์ บุปผาในพนามาลาสุคนธ์ หอมล้นหลายพันธุ์สุดสรรได้ ดอกแดงขาวพราวเรืองเหลืองเต็มไพร กลิ่นยวนใจในพนามาลาวัน แสนงามยามเมื่อมีแมลงร่อนลงชม ดูดดอมดมดื่มรสสุคนธ์นั้น แล้วต่างโผแหวกว่ายร่ายพัลวัน ช่างสุขสันต์เจ้าแมลงแห่งพนา  แต่งเสร็จเมื่อ ๔ พ.ย. ๒๔๙๔ พิไรรัก คําร้อง-ทํานอง รัก รักพงษ์ แว่วยินนางนกร้องคราง ดุจดังเสียงนางครวญครํ่า ในใจฉันให้ระกํา สุดชอกสุดชํ้าระกําเหลือทน โอ้ยามพระพายพริ้วมา ดุจดวงวิญญาณ์นางหม่น ยิ่งตรมหมองไหม้กมล เฝ้าก่นโศกศัลย์ทุกวันเวลา ดาวเดือนเยือนหล้าคราใด เตือนใจดังภาพขวัญตา นางเอ๋ยอย่าหมองรอข้า อีกไม่ช้าจะมาชื่นใจ โอ้ดวงจันทร์เอ๋ยฉันวาน โปรดเป็นพยานช่วยให้ ส่งคํารักข้าฝากไป อย่าให้นางหมองจงครองรักท่า แต่งเสร็จเมื่อ ๒๔ พ.ย. ๒๔๙๔ อัดแผ่นเสียง DCJ เมื่อ ๑๓ ม.ค. ๒๔๙๙ ปรีชา บุณยเกียรติ ขับร้องอัดเสียงเป็นคนแรก ๒  ๒   ดวงใจครวญ คําร้อง-ทํานอง รัก รักพงษ์ โอ้เราอกเอ๋ยรักเคยมาชื่นชู……ห่าง เปลี่ยวจริงมิ่งนางร้างไป (เปลี่ยวจริงนางร้างไป) สุดระทมฤทัย (…หมู่ฮัม…) อาลัยรักมลาย (…หมู่ฮัม…) กุหลาบบุหงาลัดดาเคยอิ่มเอมอ้อย ขาดเธอดอกพลอยเฉาตาย (ขาดเธอพลอยเฉาตาย) กลิ่นหล่นโรยร่วงราย วอดวาย ทิ้งเกลื่อนกระจายพื้นดิน (…หมู่ฮัม…) ครวญหาขวัญตาข้าเอย ก่อนเคยชื่นเชยนวลกลิ่น พี่ห่วงสุดหวง…ประทิน ร้างไกลคงสิ้น กลิ่นนวล แก้วตาพี่เอยร้างเชยแรมพี่ไปห่าง แว่วลมดั่งนางร้องครวญ (แว่วดั่งนางร้องครวญ) ครุ่นความหลังแล้วชวน ล้วนชวน พี่ป่วนโศกครวญถึงนาง (…หมู่ฮัม…)  เริ่มแต่งทํานองเมื่อ ๑๕ ก.พ. ๒๔๙๕ แต่งคําร้องเสร็จเมื่อ ๑ เม.ย. ๒๔๙๕ ซากรัก คําร้อง–ทํานอง .รัก รักพงษ์ แว่วลมครวญโกรกกราวหนาวสั่น เหมือนอดีตกลับผันมุ่งมาเยือนเร้าใจ มองไม้ดอกผลิบานคร

อ่านต่อ

ั้งใด เตือนหัวใจไหวหวั่น โอ้ครานั้นช่างสุขใจจริง แว่วเรไรจําเรียงเสียงลั่น เหมือนอดีตกลับผันสุขดวงใจรักยิ่ง มองไม้โอนอ่อนไกวไหวติง ดังสองเราอ้อยอิ่งช่วยชวนชี้กันชมภาพงาม โอ้บาปสาปสรรให้เราพรากจากกัน รักพลันสลายไปตาม โถ ! ความรักช่างเลวทราม แปรผันดังโมงยามง่ายดายกระไรหนอ พรากคนรักข้าไปไหนเล่า เหลืออดีตให้เผาไหม้ดวงใจผู้รอ มองภาพใดสุดจําชํ้าพอ ชวนนํ้าตาไหลคลอซากความรักยังคอยบาดใจ  ทํานองแต่งไว้ตั้งแต่ ๘ มิ.ย. ๒๔๙๖ แต่งคําร้องเสร็จเมื่อ ๑๙ มิ.ย. ๒๔๙๖ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ขับร้องอัดแผ่นเสียงตราอัศวินเป็นคนแรก ๓  ๓   ÁѨ¨ØÃÒªÃÑ¡ คําร้อง – ทํานอง รัก รักพงษ์ ปลูกปรนนิบัติถนอม ออมชอมประคองความรักมา ด้วยจิตใจน้อมบูชา ดังชีวาโถรักมาพรากไปพลัน ก่อกรรมไว้แต่ปางไหน ดวงใจจึงมาราร้างกัน มัจจุราชรักรอนบั่น ราญฟาดฟันรักชื่นพลันทะลาย ดูเถิดองค์มัจจุราชทํา รักระกําวอดวาย ขอพรหมเจ้าพระนายโปรดจงรับวิญญาณ แห่งความรัก ที่พ่ายอย่าได้กลายมาใหม่ ดับพลันทั้งซากความรัก จงพลอยจมปรักเลือนลับไป ขอสวดตรวจนํ้าไปให้ ไปเถิดไปรักจงไปดีเทอญ  แต่งเสร็จเมื่อ ๓ ก.ค. ๒๔๙๖ ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “หนามใจใครหรือ” … ๒๕ เม.ย. ๒๕๓๒ ๔  ๔   à¶×è͹¶Ôè¹áÅдԹ´Í¹ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ แอ่วดงเขินเพลิดเพลินเหลือเอ่ย อู้บ่อสมที่เชยเอ่ยบ่เถิงที่ชม งามเหลือถิ่นใดไหนข่ม ช่างสุขสมภิรมย์รื่นใจเราแสน ป่าโขดเขาลําเนาห้วยแห่ง ล่องธารนํ้าและแก่งแอ่งธารนํ้าทั่วแดน พงค้ออ้อเอนไม้แก่น ซาดยางแคนทั้งยูงและบากสักงาม หวิวหวิวโอ้โอลมพริ้ว ริ้วระหมู่มวลไม้ไกวโอนอ่อนตาม แว่วครวญหวีดดังจักหวาม ร้องกลัวเมื่อยามพระพายโบกเทียว หมู่มวลไม้ปกไปทุกแห่ง ร่มเย็นลํ้าทุกแหล่งนั่งเอนแล้วหลับเชียว มวลนกคู่คลอพ้อเดี่ยว ช่วยไพรเขียวให้เริงรื่นดังเมืองแมน  แต่งเสร็จ ๓ พ.ย. ๒๔๙๖ ๕  ๕   ¡ÃзèÍÁ¹éÍ¡ÅÒ§¾¹Ò คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ หวิวหวีดลมโชยพริ้วพา ผองผกาหอมระเริงทั่ว มวลภมรลงมั่วพันธุ์ไม้งามยั่ว บ้างมัวโผบินชื่น ทั้งห้วยธารแลเหลียวไป สวยจับใจงามพิศระรื่น มองความงามใดอื่นงามล้วนชวนชื่น ตื่นตาแลเพลินไพร เปรียบในกรุงนั้น ล้วนสวยสรรเสริมใส่ พรางลวงกันจนไม่มีแท้จริงได้ ส่วนในไพรมิมีสิ่งปลอม สันโดษไกลกลางพนา คุ้มสุขพาคือทับกระท่อม กลางแดนไพรคอยกล่อมไพรพริ้วเพลงกล่อม เปี่ยมสุขย้อมดวงใจ  เริ่มแต่งทํานองเมื่อ ๓๐ มิ.ย. ๒๔๙๕ เริ่มแต่งเนื้อเมื่อ ๒ พ.ย. ๒๔๙๗ และแก้ไขจนเสร็จเมื่อ ๑๒ เม.ย. ๒๔๙๘ อัดแผ่นเสียง ๑๓ ม.ค. ๒๔๙๙ ลัดดา ศรีวรนันท์ ขับร้องอัดแผ่นเสียง DCJ เป็นคนแรก ๖  ๖   ¼Ùéá¾é ¼Ùéá¾é……..เพลง “ฮิต” ที่สุด “………พอปี ๒๔๙๘ ก็ได้อัดแผ่นเสียงเพิ่มขึ้น เพลงที่เด่นตอนนั้นก็มีเพลงผู้แพ้ นริศ อารีย์ ขับร้อง เพลงนี้เรียกว่าฮิตกันมาก…..ต่อมาเพลงผู้ครองรัก นริศ อารีย์ เป็นคนร้องอีก วงการเพลงตอนนั้นก็ฮิตไม่น้อย… เพลงผู้แพ้ ตอนที่ฮิตขึ้นมานั้น ดูเหมือนอายุ ๒๐ พอดี สาเหตุที่แต่งเพลงผู้แพ้ก็ไม่ได้อกหักหรือมีปัญหาอะไรหรอก……..มันก็คล้ายๆ กับรัก แต่ก็ไม่ใช่ อย่างต้นร่างเพลงผู้แพ้นี้ อาตมาจําได้ว่าอาตมาแต่งตอนอยู่หอพัก จะเดินออกไปเที่ยวตามประสาเด็กนักเรียน…พอออกนอกหอเดินไปตามถนน เพลงนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจ นึกขึ้นได้ก็รีบจดลงบนเศษกระดาษ ก็อาศัยต้นเสาไฟฟ้าข้างทาง กลัวลืม เขียนแล้วรีบกลับมาเขียนต่อ มาแต่งต่อ ไม่ไปเที่ยวแล้ว…….. มันดังจริงๆ นะ เพลงผู้แพ้ วิทยุก็เปิดติดต่อกันไป ใครๆ ก็ร้อง เวลาไปส่งหนังสือพิมพ์ เจ้าของบ้านก็ออกมารับหนังสือพิมพ์ ก็ร้องเพลงนี้ คนแต่งเพลงก็ยังถีบจักรยานส่งหนังสือพิมพ์อยู่ ยังระลึกถึงภาพนั้นได้เลย คนที่อยู่บ้านหลังเบ้อเร่อเลยนะ เดินร้องเพลงผู้แพ้ ……….ระกําดวงใจกระไรหนอบาป……. ออกมารับหนังสือพิมพ์จากเราแท้ๆ ………… นึกๆ ก็รู้สึกอาภัพ……..ทําไมชะตาชีวิตมนุษย์เป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งเป็นดาว ส่วนหนึ่งเป็นดิน มันออกมาจากคนเดียวกัน……..มันเรื่องอะไรกันหนอ?……พอคิดขึ้นมาอย่างนี้ ถีบรถจักรยานผ่านที่มืดๆ ที่ลับตาคนหน่อย ก็ร้องไห้เลย…….ทําไม ‘ผลงาน’ กับ ‘ตัวผู้ทํา’ จึงไม่อยู่ในฐานะที่คนจะเชื่อได้ จะยอมรับได้ แต่งเพลงนี้ก็ได้เงินมา ๓๐๐ บาท………… แต่ถึงอย่างไรอาตมาก็ไม่เคยรู้สึกท้อแท้ในชีวิตเลยนะ ออกจะรู้สึกสนุกด้วย แต่ว่าก็มีเศร้าบ้างบางครั้ง…….. แต่ไม่เคยท้อหรอก ออกจะเค็มๆ มันๆ ดีเสียอีก ซึ่งความจริง เราหลงจริงๆ ในตอนั้นว่า นั่นเป็นเกียรติ นั่นเป็นของเรา………” (จากหนังสือ สัจจะแห่งชีวิตฯ หน้า ๙๔–๙๗) คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ ระกําดวงใจกระไรหนอบาป แสร้งสาปวนเวียนเจียนจนชํ้าป่นฤทัยร้าวในอกเรา เบียนเบียดจนสุดทนบรรเทา ทุกสิ่งไซร้ดูซมเซา กระเซ็นมลายพ่ายไป ฉันทนทานใจกระไรเหลือข่ม ยิ่งตรมระทมทวีลี้หลบชะตาระอาอกใจ อยู่ก็อยู่อย่างผู้ปราชัย ชํ้าสุดชํ้าในทรวงใน ทรงกายทรงใจอยู่เอย แพ้จนสูญสิ้นสลาย ทําลายเราป่นสุดทนเปรียบเปรย แพ้ไปทุกสิ่งอกเอ๋ย ไม่เหลืออันใดเลย ชะตาเอ๋ยช่างเลวทราม แพ้เกมชีวีสิ้นดีทุกอย่าง แต่ก็ภูมิใจไม่จางที่จิตของเรามิเลวพ่ายตาม ยังยิ่งยงเป็นใจดวงงาม  เริ่มแต่งเมื่อ ๒๘ ก.ย. ๒๔๙๗ แก้และแต่งเสร็จเมื่อ ๑๒ เม.ย. ๒๔๙๘ อัดแผ่นเสียงเมื่อ ๑๓ ม.ค. ๒๔๙๙ นริศ อารีย์ ขับร้องอัดเสียงเป็นคนแรก ออกวางตลาดในเดือนต่อมา………. ปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างมาก ๗  ๗   แพ้ก็แพ้ชะตาทราม ดวงใจทรงความมั่นคง. à·¾âË´ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ จะนึกจะคิดจะชิดชม กลับตรอมกลับตรมกลับขื่นกลับขมเศร้าดวงมาน จะหวังจะฝันเทพก็ประหาร เทพเอ๋ยใจพาลเที่ยวราญร้างไปทุกที คนรักอยู่ไหนยังไม่เคย ได้เจอบ้างเลยโอ้อกเราเอ๋ยเปลี่ยวชีวี จะขอมีรักเคียงชื่นฤดี เทพไม่ปรานีชาตินี้อ้างว้างดวงใจ ไยเทพทารุณ นักนะ บาปบุญนําหนุนแต่ปางก่อนใด จึ่งทวยเทพทําใจ ไร้การุณย์ขุ่นเคืองแกล้งทรมาน จะนึกจะคิดจะชิดชม ต้องตรอมต้องตรมต้องขื่นต้องขมต้องซมซาน จะรักจะหวงเทพก็คอยผลาญ เทพเอ๋ยใจมารประหารสิ้นทุกทางเอย  แต่งเสร็จเมื่อ ๑๒ ธ.ค. ๒๔๙๘ ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “ป่ากาม” … ๒ ก.พ. ๒๕๒๘ ๘  ๘   ¼¡Ò´ÒÇ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ (ชาย) …….. ผ่องพรรณสกาวเด่นดาวขับแสงรุ้งแรงส่อง โอ้ดาวยิ่งมองยิ่งตรองยิ่งเห็นตัวเราตํ่า เพ้อใจชมผกายดาวดํ่า อยู่ไกลลํ้าได้เพียงมองเหม่อ (หญิง) …….. เมื่อดาวอยู่ไกลก็ไยไม่คิดชิดไปเล่า ใช่มองแต่เงาเฝ้าคอยไม่สอยคงคอยเก้อ แม้นปองเอาแต่คอยมองเหม่อ ก็คงเพ้อละเมอรํ่าไป (ชาย)…….. โอ้ดาวสูงสุดสอย (หญิง) ก็ส่งใจคอยเอื้อมไป (ชาย)…….. เพื่อให้ดวงใจผูกใจ (หญิง) แน่ะ! ไม่ทันไรรู้ทัน (ชาย)…….. ก็ดวงดาวบอกทาง (หญิง) ฮึ! แกล้งอําพรางเย้ยกัน (ชาย)…….. อย่าโกรธเลยมิ่งขวัญเหมือนบั่นชีวีพี่มรณ์ (หญิง) ……อวดดีไม่วายปล่อยให้ก่นเพ้อเสียดีกว่า (ชาย) ……. ก็ดาวเมตตาถ้อยคําพี่เพ้อเพียรออดอ้อน (หญิง) …… งั้นชมเพียงผกายดาวก่อน (ชาย) …….. โธ่ ! เคืองค้อนเง้างอนพี่ไย  แต่งเสร็จเมื่อ ๓๐ พ.ค. ๒๔๙๙ ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “อิสรเสรีภาพ” …. ๒๙ ม.ค. ๒๕๒๙ ๙  ๙   ¼Ùé¤ÃͧÃÑ¡ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ ขอรักเขาชั่วฟ้าดินสลาย ยั่งยืนคล้ายดังเมฆลอยฟ่องอยู่ครองคู่ฟ้า ครองมั่นประทับอุรา ครองดั่งจันทรา ครองฟ้าราตรี ขอรักเขาเช่นผู้เป็นทาษแพ้ ซื่อตรงแม้จะถูก นายหวดโบยไม่หลีกลี้ ยอมมอบใจและร่างพลี นายไม่ปรานีแม้ชีพจะป่นก็ทนเอา ปวดในดวงใจเพราะบาป สาปใจข้าไว้เพียงเจ้า ข้ารู้ว่าตนเพ้อใจไปเปล่า ซื่อตรงภักดีคอยเฝ้าก็เศร้าระกําชํ้าใจ แม้รู้เขาไม่รักเราอีกแล้ว ซึ่งไม่แคล้วครองเศร้าก็จักชูรักเทิดไว้ คุณค่าความรักจากใจ เลอเลิศเพียงไรเสียดายอุตส่าห์ครองมานาน  แต่งเสร็จเมื่อ ๒๕ มิ.ย. ๒๔๙๙ นริศ อารีย์ ขับร้องอัดแผ่นเสียงตราอัศวิน เป็นคนแรก ๑๐  ๑๐   ¤ÇÒÁËÇѧ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ ก่อเกิดกายมาชาตินี้หนอเรา ช่างอาภัพอับเฉาไม่สร่างเซาเหงาใจ มุ่งหวังสิ่งใด พลาดทุกสิ่งไปพาให้ตรอมตรม ชีพอยู่สู้ทนทนควานคว้าไป สร้างความหวังแก่ใจโอ้กระไรเหมือนลม พลาดซํ้าชวดชม เจ็บร้าวอกตรมแทบหมดแรงใจ อุปมา……. ความหวังดั่งดวงตะวัน มืดพลันเหมือนพลาดหวังพาหมองไหม้ แสงทองเริ่มอีกก็เวียนหวังใหม่ หมุนไปคืนแล้ววันเล่าวนผ่านเวียนพ้น อยู่ตราบเรายังมีลมหายใจ จะเพียงหวังเรื่อยไปจนตราบวายชีพชนม์ มั่นหมายดิ้นรน ไม่พ้นสักวันคงสมใจหวัง  ๑๓ ก.ย. ๒๔๙๙ เอาทํานองไปแปลเล็กน้อยใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “อีกหนึ่งฟากฟ้า” เมื่อ ๓ ก.พ. ๒๕๓๑ ๑๑  ๑๑   ¼ÙéÃͤÍ คําร้อง-ทํานอง รัก รักพงษ์ ทนเฝ้าแต่รอคอย ฝันเพ้อจนเลือนลอยลอยคอยหลงครํ่าครวญหวัง เปลี่ยวเหงาเผาใจประดัง สู้ทนเหนี่ยวรั้งยั้งใจคอยข่ม หมองหม่นทนซมซาน แสนทุกข์ทรมานคอยหวังไม่ได้สม โอ้ฟ้าทั้งอินทร์สิ้นพรหม แกล้งราญร้างชมชี้เราให้เฝ้าหลงคอย มั่นหมายคอยบุญหนุนพา ยกชีพชูชะตาเลิศลอย มั่นหมายคอยคู่ครองปองสอย คอยเถิดคอยไม่เคยสมดังปอง ฟันฝ่ามั่นดวงใจ แม้มิเลวเกินไปบุญนั้นอาจสนอง ได้พร้อมสมดังที่ปอง เกียรติ, เงิน , รัก ครองสมใจที่ใฝ่หมายคอย  แต่งเสร็จเมื่อ ๑๒ มีนาคม ๒๕๐๐ เอาไปใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “ฟ้าฝัน” … ๒๕ ก.ค. ๒๕๓๐ ๑๒  ๑๒   ¼Ùé·Ãй§ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ ขอเทิดทูนธรรมนําศักดิ์ศรี แม้เราชาตินี้จะยากไร้อับเฉา ก็ยอมจําทุกข์ใจเหงา ซบเซาซมซาน แม้จะเป็นเพียงคนอย่างฉัน ไร้ซึ่งเกียรติ ยศอันส่งสูงเหิ่มหาญ แต่เราคงมิสะท้าน ยืนกรานมั่นในใจ จะหยิ่งยกใจฉัน เทิดอยู่เหนืออันใด จะไม่ขอก้มหัวแด่เขาไหน ไม่ยอมให้ใครเหนือใจคนอย่างฉัน ขอหยิ่งทะนงคงศักดิ์ศรี แม้จนไม่มียศเกียรติสูงเฉิดฉัน แต่เราจะยิ้มหยัดหยัน มั่นคงด้วยศรัทธา เทิดทูนธรรม  แต่งเสร็จเมื่อ ๒๘ มีนาคม ๒๕๐๐ เอาไปใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “สันติภาพประกาศิต” เมื่อ ๖ มี.ค. ๒๕๒๙ ¨µØÃÁԵà (ÈÃÕ¡ÕÌÒ) คําร้อง-ทํานง รัก รักพงษ์ การกีฬาเราสู้เชิดชูตัวเราเป็นศรี สามัคคีปรองดองดังพี่ดังน้องผองเราทั่วไป สร้างแรงกายให้ดี หัดให้มีพลังนํ้าใจ รู้จักอภัยเสียสละชนะและแพ้ เมื่อลงสนามนั้นเราก็คือนักสู้ พ้นลานพ้นลู่เราเพื่อนร่วมใจแน่แท้ จาก เอ.ซี. บี.ซี.ซี. เทพฯ สวนฯ รวมแด เหมือนดั่งเรือแพ นั้นย่อมเกิดจากไม้หลายต้น ร่วมรวมดวงใจเป็นมัดเดียวกัน เสริมสร้างสัมพันธ์เพื่อวันหน้าพาเพริศผล ในโลกนี้ไม่มีวันอันอับจน เพราะเราทุกคนล้วนเตรียมช่วยกัน  แต่งเสร็จ ๒๔ พ.ย. ๒๕๐๐ เฉพาะ “ศรีกีฬา” แก้ไขดัดแปลงต่อเติมเป็น “จตุรมิตร” เมื่อ ๓๐ ก.ค. ๒๕๑๐ ๑๓  ๑๓   ÃÔÁáÁèÁÙÅ คําร้อง-ทํานอง รัก รักพงษ์ (ชาย)… โอ้นางเจ้าสําอางรูปสวย ข้อยเจอจนหลงงงงวยสํารวยรูปร่างนางเอ๋ย สวยแท้แม่นางเดินย่างดังเย้ย เดือนแพ่อ้ายบ่เคยพานพบเลยโอ้นางจ๋า… (หญิง)… โอ้ชายเว้าบ่อายแท่นอ เห็นหน้าก็มาเว่ายอเคยพ่อกะเว่าเถิดหนา (แคนรับ) เปรียบสูงเป็นจันทร์จังซั่นกะว่า เกินโพดหรอกนั่นหนาช่างมาว่าให้อายหลาย (แคนรับ) (ชาย)… โอ้นางเว่าอีหลีเจ้าเอย แม่นว่าตั๋วกั่นจังซั่นบ่เคยนางเอยจงเชื่อใจชาย บอกอ้ายแนเจ้าอย่าสู่อาย เจ้าอยู่หนองคายหรือขอนแก่นหรือว่าอุบลฯ…(แคนรับ) (หญิง)… อยากอายบอกผูชายบ้านซอง (ชาย)… บ่อเป็นอีหยังดอกน้องเนื้อนวลอย่าสุกังวล (หญิง)… บอกแล้ว อย่าเอาไปเว่าสับสน (ชาย)… เชื่ออ้ายเถิดหน้ามน อ้ายสนใจเจ้าแท้แหลว…(แคนรับ) (หญิง)… บ้านซองของน้องอยู่ฮิมมูล (ชาย)… โอ้ซั่นกะหวังบ่สูญบ้านอ้ายกะอยู่ฮั่นแหลว (หญิง)… แม่มูลไหลล่องผ่านบ้านเป็นแนว (ชาย)… โอ้เจ้ากะอยู่แกวเดียวนํากันนั่นแหละหนา…(แคนรับ) (ชาย)… อ้ายขอฝากกายใจได้บ่ (หญิง)… อุ๊ย! ตัวน้องย่านแต่อ้ายสิขอแล้วบ่จริงจั่งเว่าว่า (ชาย)… อ้ายสิขอซื่อดั่งวาจา (พร้อม)… ขอให้แม่มูลจงพบพาซ่อยเป็นพยาน  เริ่มแต่งทํานองตั้งแต่ ๔ มี.ค. ๒๔๙๔ ถึง ๑๘ มิ.ย. ๒๔๙๔ เสร็จ ๑๔ ก.ค.-๒๙ ก.ค. ๒๔๙๔ เคยใส่เนื้อแล้วทํานองแก้ใหม่ แต่งเสร็จเมื่อ ๖ พ.ค. ๒๕๐๑ ๑๔  ๑๔   ÊØ¢ÊѹµìÇѹà¡Ô´ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ ฤกษ์ดีศรีวัน ร่วมกันพร้อมอวยพร ขอวิงวอนพระคุ้มครอง แด่วันเกิดสุขศรีอย่ามีสิ่งมัวหมอง คิดใดสมใจปองผองบุญชู (ช.) เหมือนอาทิตย์แจ่มส่องจรัสแสง (ญ.) แรงเรืองรุ้งฟุ้งเฟื่องฟู (ช.) ยศเกียรติสูงผลงานเลิศหรู (ญ.) ทุกวันอย่ารู้ลบเลือนห่างหายสุขกายใจเชิดไชโย  แต่งเสร็จเมื่อ ๖ มิ.ย. ๒๕๐๑ ๑๕  ๑๕   ÁÒÃ쪻ÃÐà·È¤×ͪÕÇÔµ คําร้อง – ทํานอง รัก รักพงษ์ แม้นลองคิดชีวิตคนกลไกในร่างดังหนึ่งประเทศไซร้ ทั้งชีวิตร่างกายเทียบคล้ายดังแดนประเทศ จากเขตดินผองชนหน่วยงานทั้งสิ้นจนถิ่นเนาเทิดองค์กษัตริย์ไซร้ ดั่งดวงใจของเรา ถนอมและเฝ้าเชิดชูสุดชีวีจวบจีรกาล ยกเอามันสมองเป็นเหมือนรัฐบาลป้อง ซึ่งคอยตรองคิดคุมช่วยอุ้มชูมิให้ชีพแหลกราญเฝ้าคอยบริหารสั่งบงการผลงาน เสริมพัฒนาการให้ชีวีดีดังหวังปอง ประชาชนนั้นเป็นเช่นดังสายเลือด ไม่แห้งเหือดหายไปจากกายพี่น้อง กระทรวงทะบวงหรือรวมทั้งกรมและกอง เปรียบระบบของประสาทในร่างกายของเรา หากส่วนใดเสียไปเหมือนกายพบโรค ต้องทุกข์โศกทรุดโทรมเสื่อมทรามโฉดเฉา หากแม้นแรงร้ายถึงตายคล้ายดังชาติเรา หากเมามัวเขลาใครบ่อนในชาติไทยสูญสิ้น รัก – แดนถิ่นดินไทยต้องสามัคคีเหมือนดังอวัยวะ ไม่ปล่อยปละหน้าที่ทําทุกอย่าง ทั้งคิดทั้งจิตถางทางก้าวเดินชูช่วยชีวี หากต่างดี – จิตดี – เลือดเดินดี – ประสาทดี สมองดี – ชีวิตมั่นขวัญยืน ชีพเช่นไรประเทศคงคล้ายกัน มาเถิดมาเสกสรรสร้างเมืองไทยให้แน่นเป็นแผ่นผืน เชิดชูไทยในทุกทางให้ยิ่งยงยืน ไทยทุกคนตื่นเถิด – ประเทศคือชีวิตเรา รัก – แดนถิ่นดินไทย ต้องสามัคคีเหมือนดังอวัยวะ ไม่ปล่อยปละหน้าที่ทําทุกอย่าง ทั้งคิดทั้งจิตถางทางก้าวเดินชูช่วยชีวี หากต่างดี – จิตดี – เลือดเดินดี – ประสาทดี สมองดี – ชีวิตมั่นขวัญยืน ชีพเช่นไรประเทศคงคล้ายกัน มาเถิดมาเสกสรรสร้างเมืองไทยให้แน่นเป็นแผ่นผืน เชิดชูไทยในทุกทางให้ยิ่งยงยืน ไทยทุกคนตื่นเถิด – ประเทศคือชีวิตเรา  เริ่มแต่งทํานอง ๘ มี.ค. ๒๕๐๒ แต่งเรียบร้อย ๒๓ มี.ค. ๒๕๐๒ เอาไปใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “กองทัพพุทธธรรม” …. ๑๐ ธ.ค. ๒๕๓๐ ๑๖  ๑๖   á´è¤ÇÒÁÃÑ¡ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ พี่เตรียมดวงใจไว้นานเพราะเพื่อจะรัก เฝ้าค้นคอยคนที่จักต้องใจมานานหลายปี จวบจนได้พบน้องนางสมใจบัดนี้ ความรักของพี่จึงขอนํามอบเทิดทูนแต่เธอหมดใจ พี่เตรียมดวงใจไว้คอยพบกับความชํ้า พี่รู้ตัวดีพี่ตํ่าเปรียบคนอื่นเขามิได้ จึงได้เตรียมพร้อมน้อมรับชํ้าตรมบ่มใจ หากรักเราไสร้เป็นพิษมาบ่อนบาดใจอย่างไรก็ทน เธอมิได้สวยไปทุกสิ่งทุกอย่าง ทว่าน้องนางจิตใจเลิศเลอเหนือชน ด้วยนางนั้นดีเสียจน ไม่อาจเทียบคนอื่นใดใครเขา พี่ภูมิใจแล้วสมใจที่พี่ได้รัก ได้พบและได้รู้จักได้บอกเธอว่ารักเจ้า พี่พอเพียงนี้ถึงใจพี่จะถูกเผา ครองรักครองเศร้าความรักของพี่ก็ขอเทิดทูนแด่เธอ  แต่งเสร็จเมื่อ ๖ กันยายน ๒๕๐๒ ดัดแปลงทํานองเล็กน้อย แล้วใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “นํ้าฟ้า” เมื่อ ๒๒ ก.พ. ๒๕๓๑ à¨çº คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ เจ็บปวดจริงยิ่งกระไรเหมือนใจขาดรอนรอน กลัดในทรวงซ่านสะท้อนเหลือเทียมแรงเคยรวดร้าว เคยยินแต่คนครวญหวนไห้ใจเอยเพิ่งเคยถึงคราว แรงเกินกล่าวคําครางเหมือนร่าง ใจโดนร้อยอาวุธเข่น เจ็บแสบจริงยิ่งอะไรร้าวใจเจียนแหลกราญแล้ว สู้ตั้งใจแน่แน่วพิษมันยังแรงสุดเร้น รมระอุกลางใจกัดกร่อนไซร้กลางทรวงกรีดทะลวงไม่เว้น เจียนใจแหลกกระเซ็นเป็นปุยผงธุลีโดนรักนี้ขยี้เอา แต่งเสร็จเมื่อ ๓ กุมพาพันธ์ ๒๕๐๔ เพลิน พุฒิวรรณ (ประไพ กองพุฒิ) ร้องอัดแผ่นเสียงเป็นคนแรก ๑๗  ๑๗   àÃ×͹¡ÃÃÁ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ เสียงลมครํ่าครางหวีดหวิว ดั่งสายชีพปลิดปลิวตามลม บาปเก่าประหนึ่งซํ้าให้ชํ้าใจตรม ต้องโศกซมข่มใจฝืน เหมือนฟองฟ่องลอยน่านนํ้า สู้ชํ้าชูร่างหวังยงยืน ฝ่าแดดที่แผดเผาคลื่นเคล้าโลมกลืน ชีพประคองขืนแข่งแรงกรรม เกิดมาชีวิตหนึ่งซึ้งกรรมโถมใจ จนอกเจียนไหม้ใครเขาเห็นเราต้อยตํ่า สู้ทนข่มใจรับประคับประคองคํา- หนึ่งไม่เคยคิดทําให้ใครชํ้าฤทัย หลงวนว่ายเวียนไม่พ้น ห้วงชํ้ากรรมแห่งตนปางใด ตกอยู่ประดุจขังจุดหวังรําไร ร่างและใจไซร้ดั่งเรือนกรรม  แต่งเสร็จเมื่อ ๑๐ ส.ค. ๒๕๐๔ ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “ขี้เหร่จริงหนอความจริง” เมื่อ ๒๔ ก.ค. ๒๕๓๐ ๑๘  ๑๘   ¢Íº¿éÒÊշͧ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ ใกล้ตะวันจะลับขอบฟ้า นกกาต่างบินคืนรังคืนเหย้า ฟากนภาสาดสีทองยิ่งมองยิ่งเร้า ฉุดใจฝันเฝ้าห่วงใย ใกล้ตะวันจะลับจากแล้ว ทิ้งแววแห่งวันให้เราฝันใฝ่ ขอบฟ้างามอาบสีทองผ่องพรรณอําไพ ลูบใจไล้ให้เพลิน ขอบฟ้าสีทอง ผุดผ่องงามใดที่ไหนมาเกิน ยิ่งมองยิ่งหลงพะวงชวนเชิญยิ่งเพลินยิ่งหวงดวงตะวัน อยู่กับเราอย่างนี้เถิดหนอ ขอชมขอบฟ้าสีทองปองปั้น ใส่หัวใจให้ซึ้งพอจึ่งค่อยจากกัน ภาพงามนั้นจึงเลือน  แต่งเสร็จเมื่อ ๒ ม.ค. ๒๕๐๖ ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “ฝ่าฟ้าสังคมฝัน” เมื่อ ๑๐ มี.ค. ๒๕๓๑ ¨Ñ¹·ÃìËÁè¹ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ เพ่งมองผ่านเมฆเฉกคนคลั่งไคล้ หนใดหนอเดือนคล้อยเคลื่อนลับร่าง แลเห็นเงาของเดือนแต่เพียงเลือนลาง โถ เดือนยิ่งแรมเจือนจาง และยังหลบพลางบดบังหลังม่าน เปรียบจันทร์เช่นใจกระไรช่างเหมือน ร้างเดือนเหมือนเราร้างแดแพ้ผ่าน เราร้างกันนับวันดั่งเดือนเลือนกาล เหงาในอกใจใดปานแสนทรมานยิ่งแล้วอกเรา นับวันนับคืนฝืนคอย แลล่องลอยโอ้เดือนเพื่อนใจไยเหงา ซํ้าเติมประหนึ่งเหมือนเดือนแหละเรา ต้องเฉาชีวีวางวาย เสี้ยวจันทร์ส่องใจกระไรยิ่งชํ้า หรือกรรมโถมทําซํ้าแซงแหนงหน่าย ชีวิตมัวหมองตรมโศกซมเดียวดาย เห็นเงาเสี้ยวเดือนเลือนกลายเหมือนเราสลายสิ้นแสงแห่งใจ  แต่งเสร็จเมื่อ ๓ ม.ค. ๒๕๐๖ ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “แสงธรรมต้องทอบวร” (ขันติต้องไม่จาง) …. ๑ พ.ย. ๒๕๒๗ ๑๙  ๑๙   ¢ÇÑ-´ÒÇ ¢ÇÑ-´ÒÇ……รายการเพลงที่ได้สปอนเซอร์แพงที่สุด “……..ทํางานโทรทัศน์ ก็ดังในหน้าที่การงานทางจัดรายการ แต่ก็เป็นรายการสารคดี สารัตถะ วิชาการ และพาเด็กเล่นแกมเรียน มาก็เกือบจะตลอดถ้าไม่มีรายการบันเทิงทางเพลงการมาแทรกในชีวิต……… ตอนหลังได้มาจัดรายการดนตรี “แมวมอง” ……….ก็เลยได้นักร้องดีๆ ขึ้นมาหลายคน ก็คิดสงสารเด็กพวกนี้ จึงขอคุณจํานง รังสิกุล จัดรายการ “ขวัญดาว” ซึ่งเป็นรายการเพลงที่ได้สปอนเซอร์แพงที่สุด ซึ่งตอนนั้นก็เป็นรายการฮิตเอาเรื่องอยู่………พยายามออกหนังสือพิมพ์เป็นวารสารขวัญดาว ลงทุนพิมพ์สีทั้งหน้าปก หลัง และภาพสีแทรกกลาง ซึ่งยังไม่มีหนังสือพิมพ์เล่มไหนเขากล้าทุ่ม……… ลงทุนคนเดียว ตั้งใจเพื่อส่งเสริมเด็ก ทําทั้งหนังสือ ทั้งจับเด็กมาอัดแผ่นเสียง แต่แล้วก็หมดแรง ทําไม่ไหว ไม่มีเวลา…………” (จาก หนังสือสัจจะแห่งชีวิตฯ หน้า ๑๓๒) ขวัญดาว (เพลงประจํารายการ “ขวัญดาว”) คําร้อง-ทํานอง…….รัก รักพงษ์ “ขวัญ” คือมิ่งสิ่งรักลํ้าประจําร่าง ขวัญจักสร้างพลังใจให้คงมั่น ขวัญสิ่งนี้ที่ทุกผู้รู้สําคัญ คิดจักปัน “ขวัญ” ฝากให้ใครสักคน จักฝากใดไว้ดี “ ขวัญ ” ที่รัก ถ้าใฝ่ฝักรักเป็น “ ดาว ” อยู่หาวหน ต้องใฝ่ฝาก “ ขวัญ ” ใส่ให้ “ ดาว ” บน เผื่อรักตนจักสมฝันเป็นขวัญดาว (เร็ว) – จักฝากใดไว้ดี “ขวัญ” ที่รัก เขาใฝ่ฝักรักเป็น “ ดาว ” อยู่หาวหน ต้องใฝ่ฝาก “ ขวัญ ” ใส่ให้ “ ดาว ” บน เผื่อรักตนจักสมฝันเป็น “ ขวัญดาว ”  แต่งเนื้อร้องเพลงเสร็จ ๒๘ ก.ย. ๒๕๐๘ ทํานองแต่งเสร็จเมื่อ ๒๙ ก.ย. ๒๕๐๘ ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “ขวัญ” เมื่อ ๒๙ ก.ย. ๒๕๒๘ ๒๐  ๒๐   ¾º¡Ñ¹ÇѹÇԨԵà คําร้อง–ทํานอง…….รัก รักพงษ์ เรามาพบกันในวันวิจิตร หมู่สนิทมิตรสหาย สุขสมอารมณ์คลาย ต่างแยกย้าย ต่างคนต่างไป เมื่อมาพบมาปะหน้ากัน มีทุกข์สุขสันต์เล่ากันจากใจ โลกนี้โลกไหนถ้าไร้ความรัก สมานสมัครร่วมใจร่วมกาย โลกนั้นแคบลํ้ามืดคลํ้ามัวหม่น เหมือนเดินอยู่บนเส้นทางเดียวดาย เรามาเถิดหนอกอดคอกันกว่าจะตาย ไม่มีวันสายถ้าเราช่วยกัน  ๑๐ มี.ค. ๒๕๐๘ ๒๑  ๒๑   ¤¹àÍ뤹 คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ โอ้คนเอ๋ย …… เอ๋ยคน ……. โอ้คน ………(ฮัม) …… พลาดรักหรือไม่สมใจแห่งตน ก็เศร้าโถ…คนแล้วเก็บไปให้ทรมาน แต่พอสมรักหรือสมที่ตนต้องการ หวานลํ้าหัวใจเบิกบานแสนเอมเปรมชื่นสุขี แม้นโกรธเคียดแค้นก็ให้ดุร้าย เรื่องตายก็เป็นเรื่องเล็กทันที แต่พอชอบใจหัวใจก็ช่างดี เลิศลํ้าปรานี โถคนช่างเปลี่ยนแปร พลาดรักหรือไม่สมใจแห่งตน ก็เศร้าโถ…คนแล้วเก็บไปให้ทรมาน แต่พอสมรักหรือสมที่ตนต้องการ หวานลํ้าหัวใจเบิกบานแสนเอมเปรมสุขี แม้นโกรธเคียดแค้นก็ให้ดุร้าย เรื่องตายก็เป็นเรื่องเล็กทันที แต่พอชอบใจหัวใจก็ช่างดี เลิศลํ้าปรานี โถ…คนช่างเปลี่ยนแปร…….. เปลี่ยนแปลง……….. โธ่ คนเอ๋ย . ……… เอ๋ยคน ….โอ้คน  ๑๔ ก.พ. ๒๕๐๙ ´Í¡á¡éÇ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ หอมกลิ่นโชยชวนไกลชื่นใจเชย ดอกแก้วเอ๋ยหอมกรุ่นครุ่นอารมณ์ เปรียบกลิ่นใดในแหล่งหล้ากล้าเทียบฉม แม้นได้ดมจักชมชื่นอื่นใดเมิน กลีบดอกขาววาวตาน่ารักจริง หากเปรียบหญิงสง่ากายชายสรรเสริญ บริสุทธิ์ดุจดั่งแก้วแววเชิดเชิญ ดอกแก้วเกินกว่าจักกล่าวเกลาคําชม  ๒๑ ก.ค. ๒๕๐๙ แก้ทํานองเล็กน้อย ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “ดอกฟ้าที่หมาวัดต้องเอื้อม” เมื่อ ๑๓ ก.ย. ๒๕๓๑ ๒๒  ๒๒   ¢ÇÑ-¤×¹ã¨ คําร้อง–ทํานอง รัก รักพงษ์ แทบตื่นตะลึงถึงตาย โอ้คงพระพายแสร้งลวงล้อเรา โอ้อกใจเอ๋ยเหลือเดา นั่นเธอหรือเงาแทรกลมเห็นร่าง ขวัญเอ๋ยอย่าเลยล้อใจ รักหายจากไกลหนีหน้า จนแทบชีวาวายวาง เฝ้าฝันไม่จางเพ้อพลางเพียรซอกซอนหา จวบได้มาเจอโถเธอยังไม่คลาดคลา ฟ้าส่งคืนมาขวัญพาเธอคืนสู่ใจ จะเปรียบสุขใดไหนมา เทียบเทียมรักข้าสู่ดวงฤทัย โลกผ่องแพรวพรรณฝันไกล โอ้ดวงขวัญใจสุขใดไหนเท่า  เพลงแต่งให้ละครโทรทัศน์ : รอง เค้ามูลคดี กับ ศิริพร วงศ์สวัสดิ์ ขับร้อง แต่งทํานอง ๒๘ มกราคม……เนื้อเสร็จ ๓๐ มกราคม……… อัดเพื่อทําแผ่นเสียง ๔ ส.ค. ๒๕๑๒ สวลี ผกาพันธ์ ขับร้องอัดแผ่นเสียงคนแรก ชอุ่ม สาณะเสน แยกเสียงประสาน ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “คนโลกใหม่” เมื่อ ๑๒ ก.ค. ๒๕๒๘ ๒๓  ๒๓   ¤Ð¹Ö§ÍÒÅÑ คําร้อง ทํานอง รัก รักพงษ์ โอ้ดาวเดือนเอ๋ยเจ้าไยมิรองผ่องสี หริ่งหรีดเรไรไม่มีเสียงเลยไยเล่า ลมครางดังเคยโธ่เอยโถลมเยาะเรา ให้หวนให้เศร้าให้มันเผาใจแปรบปร่า สุดแลสุดเหลียวสุดเหนี่ยวโน้มใจใฝ่ฝืน สุดข่มสุดขืนขื่นในฤทัยเจียนบ้า เราเคยชมดาวท่ามกลางสายลมพัดพา แต่นี้ดาราพรากตามิมาให้ชม ไร้ภาพกําซาบความหลังสั่งใจ มีไว้แต่เสียงและรอยเตือนตรม เคยแอบแนบเคียงเอียงชม กลับเหลือแต่ลมสาดซํ้าครํ่าคราง โอ้ความรักเอ๋ยจากเลยร้างไกลให้หมอง ขาดเดือนเตือนตรองยิ่งปองถึงคนเคียงข้าง ใจใครไม่เห็นเช่นเราเฉาเพียงวายวาง ปวดร้าวครวญครางท่ามกลางฟ้าลมบ่มทรวง  เริ่มแต่ง ๓ มี.ค. ๒๕๑๐ ๔ มี.ค. ๒๕๑๐ เสร็จท่อนกลางและพร้อมๆ ไปทั้งเนื้อและทํานอง ใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง “ตะวันทอฟ้า” เมื่อ ๒๙ พ.ย. ๒๕๒๗ ๒๔  ๒๔   áÁèÁÙÅ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเพลง“áÁè¨ëÒ” เนื่องจากเนื้อหาสาระกล่าวถึง “พระคุณแม่” มิใช่ “แม่นํ้า”) ค

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน