000 Thesis-ลักขณา-แซ่โซ้ว-Final-250665.pdf
เนื้อหาในไฟล์
วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ วิเคราะห์ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน AN ANALYSIS OF JAIPHET KLAJON’S CONCEPT IN BUDDHIST DHAMMA MEDICAL SCIENCE นางสาวลักขณา แซ่โซ้ว วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ (ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) วิเคราะห์ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน นางสาวลักขณา แซ่โซ้ว A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Master of Arts (Buddhist Studies) Graduate School Mahachulalongkornrajavidyalaya University C.E. 2022 (Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University) An Analysis of Jaiphet Klajon’s Concept in Buddhist Dhamma Medical Science Miss Lakkhana Saesow ก ชื่อวิทยานิพนธ์ : วิเคราะห์ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ผู้วิจัย : นางสาวลักขณา แซ่โซ้ว ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ : รศ. ดร.พูนชัย ปันธิยะ, พธ.บ. (ศาสนา), ศศ.ม. (ปรัชญา), Ph.D. (Buddhist Studies) : ดร.วิโรจน์ วิชัย, ป.ธ. ๓, พธ.บ. (ปรัชญา), พธ.ม. (พระพุทธศาสนา), พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) วันสำเร็จการศึกษา : ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อศึกษาหลักการดูแลสุขภาพในพระพุทธศาสนา (๒) เพื่อศึกษาศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน (๓) เพื่อวิเคราะห์ศาสตร์การแพท
อ่านต่อ
ย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า หลักการดูแลสุขภาพในพระพุทธศาสนา เป็นการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา โดยปฏิบัติอย่างสมดุลและเป็นองค์รวม ซึ่งคำตรัสของพระพุทธเจ้าทั้งหมดนั้น ทุกหลักธรรม/พระสูตร/พระพุทธพจน์ ล้วนเป็นสัจจะหรือความจริงแท้ซึ่งสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งหมด คือ เป็นไปเพื่อนิโรธ/วิมุตติ/นิพพาน ซึ่งสุขภาวะด้านปัญญา คือ การเข้าถึงโลกุตรปัญญา หรือปัญญาที่สามารถดับกิเลสตัณหาอุปาทานได้ (นิโรธ) เข้าถึงสภาวะของความพ้นทุกข์ (วิมุตติ) และความสุขอันยั่งยืนที่เป็นโลกุตรสุข (นิพพาน) ซึ่งสุขภาวะด้านปัญญา จะทำให้เกิดสุขภาวะด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ตามมาได้ ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน เป็นศาสตร์การแพทย์แผนใหม่ของโลก มีจุดกำเนิดในประเทศไทย มีแนวคิดหลัก คือ การฝึกฝนปฏิบัติเพื่อเข้าถึงสภาวะของความสุขอันสูงสุด คือ นิโรธ วิมุตติ นิพพาน ไปเป็นลำดับ มีแนวคิดย่อย คือ (๑) ใจเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง (๒) ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน (๓) ดับทุกข์ที่เหตุ (เหตุคือตัณหา) (๔) ประหยัดเรียบง่าย (๕) มีประโยชน์ไม่มีโทษ (๖) พิสูจน์ผลได้ด้วยตนเอง (๗) เป็นจริงตลอดกาล และ (๘) เกื้อกูลผองชน มีการอธิบายกลไกการเกิดการหายของโรคอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งเชิงนามธรรมและรูปธรรม มีวิธีปฏิบัติที่เรียกว่าหลัก ๙ ข้อสู่สุขภาวะแห่งพุทธะ หรือยา ๙ เม็ดของแพทย์วิถีธรรม มีสโลแกนคือ “หมอที่ดีที่สุดในโลกคือตัวเราเอง” “ลดกิเลสรักษาโรค” “ศูนย์บาทรักษาทุกโรค” โดยในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม จะมีการปฏิบัติเหตุแห่งวิมุตติ ๕ ประการ แทรกอยู่ในทุกกิจกรรมของค่าย ข วิเคราะห์ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม ดังนี้ (๑) หลัก ๙ ข้อสู่สุขภาวะแห่งพุทธะ หรือยา ๙ เม็ดของแพทย์วิถีธรรม มีเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกันกับหลักพุทธศาสตร์ คือ เป็นหลักปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ อย่างสมดุลเป็นองค์รวมครอบคลุมทั้ง ๔ ด้าน คือ ร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา (๒) ผลของการปฏิบัติ คือ รักษาโรคได้จริง (ผลขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของผู้นั้น) และก่อให้เกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ของชีวิตใน ๗ ด้าน คือ ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญาสู่ความพ้นทุกข์ เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตโดยรวม และ การพึ่งตนและช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ (ภาวะแห่งพุทธะ) (๓) สิ่งค้นพบใหม่จากงานวิจัยนี้ คือ คำอธิบายกลไกการเกิดการหายของโรคอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งวิทยาศาสตร์เชิงนามธรรมและรูปธรรม ค Thesis Title : An Analysis of Jaiphet Klajon’s Concept in Buddhist Dhamma Medical Science Researcher : Miss Lakkhana Saesow Degree : Master of Arts (Buddhist Studies) Thesis Supervisory Committee : Assoc. Prof. Dr. Phoonchai Punthiya, B.A. (Religions), M.A. (Philosophy), Ph.D. (Buddhist Studies) : Dr. Virot Vichai, Pali III, B.A. (Philosophy), M.A. (Buddhist Studies), Ph.D. (Buddhist Studies) Date of Graduation : June 22, 2022 Abstract This study has the following objectives: 1) to investigate the concept of Health Care in Buddhism, 2) to investigate the concept of Buddhist Dhamma Medical Science of Dr. Jaiphet Klajon, and 3) to analyze the Buddhist Dhamma Medical Science of Dr. Jaiphet Klajon. The qualitative research approach was used for this investigation. According to the findings, Buddhism Health Care is the practice of achieving a state of enjoyment, contentment, and fulfillment by addressing four components: physical, mental, social, and intellectual (spiritual) aspects in a balanced holistic manner. All of the Buddha’s statements are true, and they all go to the same place, Nirodha/ Vimutti/ Nibbana. Access to the universe of wisdom is defined as intellectual wellness. That can quench defilements/lust/preconception (Nirodha), achieve emancipation (Vimutti), and achieve lasting happiness in the ultimate happy realm (Nibbana). Physical, mental, and social health are all influenced by intellectual health. Dr. Jaiphet Klajon’s Buddhist Dhamma Medical Science is a new science of medicine that emerged in Thailand. The central idea is “the practice of attaining the state of supreme enjoyment, which is Nirodha, Vimutti, and Nibbana, respectively.” There are several sub-concepts, such as (1) mind in control, (2) self-reliance, ง (3) desire is the source of pain, (4) living simply, (5) no damage, (6) verifiable, (7) forever true, and (8) sustaining the world. The comprehensive component of the relativity of abstract science and physical science describes the illness mechanism. The 9 Principles of Buddhahood, or 9 tablets of medicine, are a practice. Dr. Jaiphet Klajon’s slogans for Buddhist Dhamma Medical Science include “becoming one’s own doctor,” “the elimination of wishes is the healing of ailments,” and “zero-baht treatment facilities.” The Buddhist Dhamma Medical Training camp incorporates the five liberation practices into all camp activities in a harmonic manner. The analysis of Buddhist Dhamma Medical Science are (1) the 9 Principles of Buddhahood or 9 tablets of medication have the same content with Buddhist principles, that are the practices to achieve a state of happiness, comfort, and completeness, which cover four aspects: physical, mental, social, and intellectual (spiritual) aspects in a wholistic balance, (2) The result of practice is that every disease can be treated (the outcome is dependent on the sick person’s ability to practice), the quality of life is improved in every dimension, such as physical, mind, society, intellect, economy, overall quality of life, self-reliance, and assisting people to overcome suffering (Buddhahood property), (3) A unique result from this study is a clear and comprehensive explanation of the illness process from a holistic perspective in the relativity of abstract and physical science. จ กิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ สำเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความกรุณาจาก รศ.ดร.พูนชัย ปันธิยะ และอาจารย์ ดร.วิโรจน์ วิชัย คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ ที่ได้ให้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพร่องมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จเรียบร้อย ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูง ขอกราบขอบพระคุณ รศ.ดร.ปรุตม์ บุญศรีตัน ประธานคณะกรรมการสอบ และ พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์, ดร. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ขอกราบขอบพระคุณ รศ.ดร.ปรุตม์ บุญศรีตัน, ผศ.ดร.สยาม ราชวัตร, ดร.พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ ที่กรุณาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัยในครั้งนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ดร.ใจเพชร กล้าจน ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ที่กรุณาให้สัมภาษณ์ในงานวิจัยนี้ ขอขอบพระคุณ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม เจ้าหน้าที่บุคลากรสาธารณสุข ผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมทุกท่าน ที่กรุณาให้ข้อมูลการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มแก่ผู้วิจัย ขอขอบพระคุณ ชาวชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ทุกท่าน ที่กรุณาให้ผู้วิจัยได้พักอาศัยภายในชุมชน เพื่อทำการเก็บข้อมูลโดยการสังเกตอย่างมีส่วนร่วม ในงานวิจัยนี้ ขอขอบพระคุณ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ทุกท่าน และกัลยาณมิตรเพื่อนร่วมรุ่นทุกรูป/คน ที่คอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ผู้วิจัยขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ คุณความดีอันเกิดจากวิทยานิพนธ์เล่มนี้ ผู้วิจัยขอถวายเป็นปฏิบัติบูชา เพื่อตอบแทนคุณพระพุทธศาสนา ตอบแทนคุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่าน หากงานวิจัยครั้งนี้มีข้อบกพร่องประการใด ผู้วิจัยต้องขออภัย และยินดีน้อมรับคำแนะนำด้วยความเต็มใจยิ่ง นางสาว ลักขณา แซ่โซ้ว ๒๒ มืถุนายน ๒๕๖๕ ฉ สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ค กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ ญ บทที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ๑ ๑.๒ คำถามการวิจัย ๗ ๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๘ ๑.๔ ขอบเขตการวิจัย ๘ ๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย ๙ ๑.๖ ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๙ ๑.๗ วิธีดำเนินการวิจัย ๒๗ ๑.๘ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย ๒๘ บทที่ ๒ หลักการดูแลสุขภาพในพระพุทธศาสนา ๒๙ ๒.๑ ความหมายของสุขภาพ สุขภาวะ และการแพทย์ ๒๙ ๒.๒ หลักการดูแลสุขภาพในพระพุทธศาสนา ๓๑ ๒.๒.๑ หลักพุทธศาสตร์ที่นำไปสู่ความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ทางด้านร่างกาย ๓๑ ๒.๒.๒ หลักพุทธศาสตร์ที่นำไปสู่ความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ทางด้านจิตใจ ๓๙ ๒.๒.๓ หลักพุทธศาสตร์ที่นำไปสู่ความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ทางด้านสังคม ๕๐ ๒.๒.๔ หลักพุทธศาสตร์ที่นำไปสู่ความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ทางด้านปัญญา ๕๕ ๒.๓ การดูแลสุขภาพของการแพทย์ทั่วไป ๖๔ ช ๒.๓.๑ การดูแลสุขภาพของการแพทย์แผนปัจจุบัน ๖๔ ๒.๓.๒ การดูแลสุขภาพของการแพทย์แผนไทย ๖๘ ๒.๓.๓ การดูแลสุขภาพของการแพทย์ทางเลือก ๗๐ ๒.๔ สรุปท้ายบท ๗๓ บทที่ ๓ ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๗๔ ๓.๑ ชีวประวัติและผลงานของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๗๖ ๓.๑.๑ ประวัติส่วนตัว ๗๖ ๓.๑.๒ ประวัติการศึกษา ๗๗ ๓.๑.๓ ประวัติการทำงาน ๗๘ ๓.๑.๔ ตำแหน่งและสถานที่ทำงานปัจจุบัน ๗๘ ๓.๑.๕ รางวัลเกียรติคุณ ๗๙ ๓.๑.๖ ผลงานของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๘๒ ๓.๒ ประวัติศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม ๘๔ ๓.๒.๑ ความเป็นมาของศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม ๘๔ ๓.๒.๒ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ๘๘ ๓.๓ หลักศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๙๐ ๓.๓.๑ แนวคิดทั่วไปของศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๙๑ ๓.๓.๒ กลไกการเกิดการหายของโรคตามหลักศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม ของดร.ใจเพชร กล้าจน ๙๓ ๓.๓.๓ กระบวนการที่เกี่ยวกับการรักษาโรคตามหลักศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม ของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๐๐ ๓.๓.๔ หลักปฏิบัติ ๙ ข้อสู่สุขภาวะแห่งพุทธะ (ยา ๙ เม็ดของแพทย์วิถีธรรม) ๑๐๘ ๓.๓.๕ หลักการสร้างบุคลากรจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม (วิถีพุทธ) เพื่อมวลมนุษยชาติ ๑๒๑ ๓.๓.๖ หลักการสร้างสังคมแห่งพุทธะ (สังคมอริยะ) ๑๔๕ ๓.๔ ค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ๑๕๓ ๓.๔.๑ รูปแบบของค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ๑๕๓ ๓.๔.๒ กิจกรรมภายในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ๑๕๔ ๓.๕ ตัวอย่างผู้ที่ดูแลสุขภาพตามหลักศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๕๖ ๓.๕.๑ กรณีศึกษาแพทย์วิถีธรรมกับการพลิกวิกฤตชีวิต ๑๕๖ ๓.๕.๒ กรณีศึกษา แพทย์วิถีธรรมกับการหายโรคฉับพลัน ๑๗๙ ซ ๓.๖ ตัวอย่างงานวิจัยที่นำศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยในหน่วยงานสาธารณสุข ๑๘๓ ๓.๗ สรุปท้ายบท ๑๘๖ บทที่ ๔ วิเคราะห์ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๘๗ ๔.๑ วิเคราะห์หลักพุทธศาสตร์ที่บูรณาการในศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม ของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๘๗ ๔.๑.๑ หลักพุทธศาสตร์ที่บูรณาการเพื่อให้เกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ด้านร่างกาย ในศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๘๘ ๔.๑.๒ หลักพุทธศาสตร์ที่บูรณาการเพื่อให้เกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ด้านจิตใจ ในศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๑๙๘ ๔.๑.๓ หลักพุทธศาสตร์ที่บูรณาการเพื่อให้เกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ด้านสังคม ในศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๐๖ ๔.๑.๔ หลักพุทธศาสตร์ที่บูรณาการเพื่อให้เกิดความสุข ความสบาย ความสมบูรณ์ ด้านปัญญา ในศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๑๗ ๔.๒ วิเคราะห์ผลของการดูแลสุขภาพตามหลักศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม ของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๓๖ ๔.๒.๑ ผลด้านร่างกาย ๒๓๖ ๔.๒.๒ ผลด้านจิตใจ ๒๓๗ ๔.๒.๓ ผลด้านสังคม ๒๓๘ ๔.๒.๔ ผลด้านปัญญาสู่ความพ้นทุกข์ ๒๓๘ ๔.๒.๕ ผลด้านเศรษฐกิจ ๒๓๙ ๔.๒.๖ ผลด้านคุณภาพชีวิตโดยรวม ๒๔๑ ๔.๒.๗ ผลด้านการพึ่งตนและช่วยเหลือผู้อื่น (ภาวะแห่งพุทธะ) ๒๔๒ ๔.๓ วิเคราะห์ด้านอื่นๆ ที่น่าสนใจในทัศนะของผู้วิจัย ๒๔๕ ๔.๓.๑ วิเคราะห์แนวคิดทั่วไปของศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๔๕ ๔.๓.๒ วิเคราะห์กระบวนการที่เกี่ยวกับการรักษาโรคของศาสตร์การแพทย์วิถีธรรม ของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๕๘ ๔.๓.๓ วิเคราะห์การอธิบายกลไกการเกิดการหายของโรคตามหลักศาสตร์ การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๖๒ ฌ บทที่ ๕ สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ ๒๖๔ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๒๖๔ ๕.๑.๑ การดูแลสุขภาพในพระพุทธศาสนา ๒๖๔ ๕.๑.๒ ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๖๗ ๕.๑.๓ วิเคราะห์ศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมของ ดร.ใจเพชร กล้าจน ๒๗๒ ๕.๒ ข้อเสนอแนะ ๒๗๘ ๕.๒.๑ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๒๗๘ ๕.๒.๒ ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้ ๒๗๙ ๕.๒.๓ ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป ๒๘๐ บรรณานุกรม ๒๘๑ ภาคผนวก ๒๙๖ ภาคผนวก ก หนังสือขอความอนุเคราะห์ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ๒๙๗ ภาคผนวก ข แบบสัมภาษณ์ และ แบบสนทนากลุ่ม ๓๐๓ ภาคผนวก ค หนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บข้อมูลวิจัย ๓๐๘ ภาคผนวก ง ภาพจากการเก็บข้อมูลภาคสนาม ๓๑๑ ภาคผนวก จ ภาพกิจกรรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ๓๒๑ ภาคผนวก ฉ ภาพการนำศาสตร์การแพทย์วิถีธรรมไปใช้ในหน่วยงานสาธารณสุข ๓๓๑ ภาคผนวก ช หนังสือที่แต่งโดย ดร.ใจเพชร กล้าจน ๓๓๒ ภาคผนวก ซ วารสารของมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ๓๓๖ ประวัติผู้วิจัย ๓๓๘ ญ คำอธิบายสัญลักษณ์และคำย่อ อักษรย่อในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ อ้างอิงจากคัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๓๙ และพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง พุทธศักราช ๒๕๑๔ ในการอ้างอิงใช้ระบบระบุ เล่ม/ข้อ/หน้า โดยใส่ตัวเลขไว้หลังคำย่อชื่อคัมภีร์ ดังตัวอย่าง เช่น วิ.ม. (ไทย) ๔/๓๒/๔๐ หมายถึง พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาษาไทย เล่มที่ ๔ ข้อที่ ๓๒ หน้าที่ ๔๐ เรียงตามคัมภีร์ ดังนี้ พระวินัยปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา วิ.มหา. (ไทย) วิ.ม. (ไทย) วิ.จู. (ไทย) = วินัยปิฎก = วินัยปิฎก = วินัยปิฎก มหาวิภังค์ มหาวรรค จูฬวรรค (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) พระสุตตันตปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา ที.สี. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค (ภาษาไทย) ที.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค (ภาษาไทย) ที.ปา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ภาษาไทย) ม.มู. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ภาษาไทย) ม.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ภาษาไทย) สํ.นิ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (ภาษาไทย) สํ.ข. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค (ภาษาไทย) สํ.สฬา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค (ภาษาไทย) สํ.ม. (ไทย) = สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (ภาษาไทย) องฺ.เอกก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทุก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ติก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.จตุกฺก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ปญฺจก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ฉกฺก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.สตฺตก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต (ภาษาไทย) ฎ คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา องฺ.อฏฺก.(ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.นวก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.ทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต (ภาษาไทย) องฺ.เอกาทสก. (ไทย) = สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ขุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ (ภาษาไทย) ขุ.ธ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท (ภาษาไทย) ขุ.อุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน (ภาษาไทย) ขุ.อิติ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ (ภาษาไทย) ขุ.สุ. (ไทย) = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ภาษาไทย) ขุ.ม. (ไทย) ขุ.จู. (ไทย) ขุ.ป. (ไทย) ขุ.จริยา. (ไทย) = สุตตันตปิฎก = สุตตันตปิฎก = สุตตันตปิฎก = สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกนิกาย ขุททกนิกาย ขุททกนิกาย มหานิทเทส จูฬนิทเทส ปฏิสัมภิทามรรค จริยาปิฎก (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) พระอภิธรรมปิฎก คำย่อ ชื่อคัมภีร์ ภาษา อภิ.วิ. (ไทย) อภิ.ธา. (ไทย) = อภิธรรมปิฎก = อภิธรรมปิฎก วิภังค์ ธาตุกถา (ภาษาไทย) (ภาษาไทย) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) มีวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยยึด “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีสำหรับคนไทย๑ สุขภาพ หรือ สุขภาวะ องค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) ได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นสภาวะอันสมบูรณ์ที่ครอบคลุม ๔ ด้านของชีวิต ได้แก่ ๑) สภาวะด้านร่างกาย ๒) สภาวะด้านจิตใจ ๓) สภาวะด้านสังคม ๔) สภาวะด้านจิตวิญญาณ๒ จากนิยามของคำว่าสุขภาพ ที่หมายถึง ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล ดังนั้น เมื่อพูดถึงระบบสุขภาพ เราจึงไม่สามารถมองแบบแยกส่วนได้ โดยจะต้องมองระบบสุขภาพเป็นระบบความสัมพันธ์ทั้งมวลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ กล่าวคือ ระบบสุขภาพจัดเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคมและระบบความมั่นคงของประเทศโดยมีระบบการบริการสาธารณสุขเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพเท่านั้น การมองปัจจัยที่จะมามีผลกระทบต่อระบบสุขภาพในปัจจุบันจึงต้องมองให้รอบด้าน๓ ๑ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสอง พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔, [ออนไลน์] แหล่งที่มา: https://www. nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6422 [๑๑ กันยายน ๒๕๖๓]. ๒ ความหมายของสุขภาพ, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: http://mh64012.blogspot.com/2015/11/4-who-world-health-organization.html [๑๑ กันยายน ๒๕๖๓]. ๓ สำนักพัฒนาวิชาการและการจัดการความรู้, สรุปสถานการณ์ระบบสุขภาพไทยในปัจจุบัน, (สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, ๒๕๕๘), (อัดสำเนา). ๒ นพ.แพทย์พงษ์ วรพงศ์พิเชษฐ กล่าวว่า ระบบการแพทย์ในอเมริกากำลังมีการปฏิรูปแนวคิดใหม่ หลังจากที่ระบบสุขภาพของเขากำลังจะล้มละลาย เนื่องจากระบบการรักษาของเขาเป็นระบบรักษาโรคด้วยการใช้ยา (ill to the pill) เวลาเราไปหาหมอด้วยโรคความดันโลหิตสูง หมอจะให้ยาลดความดัน เราเป็นเบาหวาน ก็ให้ยาลดน้ำตาล ไขมันในเลือดสูง ก็ให้ยาลดไขมันในเลือด การรักษาแบบนี้เป็นการรักษาตามอาการ รักษาที่ปลายเหตุ ผลคือไม่หาย จะต้องกินยาประคับประคองไปตลอดชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายทั้งหมอและคนไข้ ทำให้รัฐต้องเสียงบประมาณอย่างมากในการซื้อยามารักษา โดยความจริงแล้ว การรักษาที่ถูกต้อง คือ รักษาที่ต้นเหตุ เราต้องดูว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คนไข้เป็นโรคเหล่านี้ การปรับเปลี่ยนอาหาร การออกกำลังกาย การฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย ช่วยให้โรคเหล่านี้ดีขึ้นได้ เราจะเห็นว่า วิธีการเหล่านี้เป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Integrative and Holistic Medicine) นี่เป็นกระบวนทัศน์ใหม่ (New Paradigm) ซึ่งเป็นการปฏิรูประบบสุขภาพที่เขากำลังทำอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะล้มละลายในระบบการเงินที่ใช้ดูแลสุขภาพ๔ นพ.สุภัค ปิติภากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโพธาราม กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพที่หนักหน่วงและยาวนาน โรงพยาบาลมีผู้มารับบริการมากขึ้นทุกวัน ไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาเบาลงแม้แต่น้อย สมัยก่อนอาจถือเป็นผลงานดีเด่นของสถานพยาบาล แต่ปัจจุบัน คือ ความล้มเหลวของหลายภาคส่วน สูญเสียทรัพยากรมากมาย รวมทั้งเวลา และขวัญ กำลังใจ เคยถูกสอนมาว่าแท้จริงแล้ว ร้อยละ ๘๐ ของผู้ป่วย ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล และกว่าร้อยละ ๙๐ เป็นโรคที่ป้องกันได้ มันเกิดอะไรขึ้นและเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ยอมรับสภาพ แต่ไม่เคยยอมแพ้ ความเป็นจริงเราได้พัฒนาศักยภาพการดูแลรักษาก้าวไกลไปมากในหลายโรค แต่ต้องยอมรับว่ามีหลายโรคเช่นกันที่เรารักษาไม่หาย ได้แต่ประคับประคองให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน จนยอมรับสภาพในที่สุด โดยเฉพาะโรคเรื้อรังทั้งหลาย มันบั่นทอนทุกฝ่ายทั้งผู้ป่วยและญาติพี่น้อง รวมทั้งผู้ให้การรักษาดูแล และที่สำคัญ มันบั่นทอนประเทศของเราในหลายด้าน โรคเรื้อรังที่รุงรัง หลายปีมานี้ โรคที่เป็นปัญหาเริ่มซ้ำซากจำเจ และคงจะเป็นอย่างนี้อีกยาวนาน ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ กล่าวกันว่า โรคเหล่านี้กว่าร้อยละ ๙๐ เกิดจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม๕ ๔ แพทย์พงษ์ วรพงศ์พิเชษฐ, “ธรรมะกับสุขภาพ : สัญญาณเตือนวิกฤติทางจิตวิญญาณ” [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://m.mgronline.com/dhamma/detail/9590000011217., [๓ กันยายน ๒๕๖๓]. ๕ สุภัค ปิติภากร, "สารจากคณะกรรมการแพทย์วิถีธรรม", เอกสารการแพทย์วิถีธรรมโรงพยาบาลโพธาราม, ๒๕๕๖. (อัดสำเนา). ๓ ระบบสุขภาพของประเทศโดยรวมจะมีความเข้มแข็งไม่ได้ หากระบบสุขภาพภาคประชาชนไม่เข้มแข็ง การสร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า (Health for All) ไม่ได้มีแต่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทุกคน ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกัน เป็นการระดมพลังทั้งสังคมเพื่อสร้างสุขภาพ (All for Health)๖ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี (ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาแพทยศาสตร์, ประธานสถาบันวิจัยสาธารณสุขไทย) ได้ให้ทัศนะในเรื่องของระบบสุขภาพของไทยไว้ว่า สุขภาพ หมายถึง วิถีชีวิตทั้งหมด เป็นเรื่องของความถูกต้องทั้งหมดทีเดียว ซึ่งมีองค์ประกอบอย่างกว้างขวาง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ จิตใจ ครอบครัว ชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม การเมือง การศึกษา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบในระบบสุขภาพทั้งสิ้น ทุกส่วนต้องเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว และมีความถูกต้อง คติแต่โบราณเกี่ยวกับสุขภาพนั้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive