630415 โควิด 19 เป็นตัวดีนุ่ม เป็น Coefficient ของมนุษยชาติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
630415 โควิด 19 เป็นตัวดีนุ่ม เป็น Coefficient ของมนุษยชาติ
พ่อครู : เหตุการณ์โควิตเป็นเหตุการณ์ที่วิเศษมาก เป็นเหตุการณ์ที่คิดไม่ออกคิดไม่ถึง เรียกว่ามันมาอย่างวิเศษ มันมาอย่างมีอำนาจทั่วโลก มันมายังเป็นตัวร้ายแรงไม่ได้นะ ต้องเรียกว่ามันเป็นตัว”ดีนุ่ม”ไม่เรียกว่าร้ายแรง โดยผลตัวดี คนรู้สึกว่ามันร้าย เพราะมันไปกำจัดสิ่งที่ร้าย แล้วคนที่ร้ายเองก็ไม่ชอบ เขาก็โวยวาย บอกว่า มันร้าย กำจัดสิ่งที่ร้าย ให้ร้ายหมดไป มันดีต่างหากเล่า แต่ตัวร้ายมันไม่ยอมเอง มันก็โวยวาย ว่าไม่ดี เท่านั้นเอง เพราะทุกวันนี้ตัวร้ายมันเสียงดังนะ ตัวดีไม่ค่อยมีเสียงกันเท่าไหร่หรอก ตัวร้ายน้อยตัวแต่เสียงดัง เพราะฉะนั้นเชื่อว่าเหตุการณ์ที่โควิตมาคราวนี้ มันจะเป็นเหตุการณ์ที่ดีของโลกทั้งโลกเลย เป็นการชำระล้างหรือเป็นการกำจัดสิ่งโสโครก ที่ควรจะต้องหมดไปจากโลกซะทีหนึ่ง แน่นอนที่สุดไม่ได้มากก็ได้น้อยในคราวนี้ แล้วมันมีอะไรสำคัญอันหนึ่งที่เกิดขึ้นในสำนึกของมนุษย์ ในไหวพริบของมนุษย์ มนุษย์นี่อย่ามารุนแรง อย่ามาโหดร้าย อย่ามาทำร้ายกัน ควรจะร่วมมือกัน ควรจะช่วยเหลือกันเกื้อกูลกัน ไม่น่าจะมีความคิดที่จะไปทำเลวทำร้ายอะไรกัน เพราะฉะนั้นความหมายอันนี้ ความสำคัญอันนี้ ยิ่งใหญ่มากเลย เพราะฉะนั้นคนที่จะคิดโหดร้าย การจะไปทำลายทำร้ายมนุษย์ด้วยกัน คิดได้แค่ความคิดก็ตาม เลวแล้ว ยิ่งสร้างอาวุธ อาวุธที่สร้างขึ้นมานี้ไม่ได้สร้างไปยิงช้างยิงม้าอะไรเท่าไหร่หรอก มันเจตนาสร้างขึ้นมายิงคน มันเจตนาสร้างขึ้นมาฆ่าคน เลวร้ายที่สุด เพราะฉะนั้นก็เชื่อว่าถ้าเผื่อว่า ประเทศที่สร้างอาวุธได้เก่งที่สุดสำนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ คิดเรื่องนี้ขึ้นมา นี่คือผลดีของโลก ประเทศที่สร้างอาวุธขึ้นมาเข่นฆ่าทำร้ายคนนี้สำนึกเราเลว เราทำไม่ถูกเราไม่ควรจะทำอย่างน
อ่านต่อ
ี้ ได้สำนึกเท่านี้ก็คุ้มแล้ว เหตุการณ์โควิตของโลก ซึ่งอาตมาเชื่อว่าคนที่มีไหวพริบจะมีความรู้สึกอันนี้ จะมีไหวพริบจะมีความเข้าใจจะฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้จริงๆ เพราะฉะนั้นก็สรุปรวมแล้วก็คือ ความเห็นความเข้าใจ ความรู้ของมนุษย์เนี่ย ผู้ที่โง่ดักดานเท่านั้นที่จะไม่รู้สึกรู้สา คนที่ไม่โง่ดักดาน คนที่มีไหวพริบ มีปฏิภาณพอรู้จะเข้าใจเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดความเข้าใจแล้วว่า อะไรคือร้าย คนที่รู้จุดร้าย สิ่งร้าย แล้วก็คงเป็นคนตั้งใจดีปรารถนาดี ตั้งใจที่จะสร้างสรรสิ่งที่ดี เขาก็หยุดทำ หยุดทำสิ่งร้าย ระงับสิ่งร้าย มันก็เกิดการเจริญของโลกมนุษย์ชาติ ก็เกิดเจริญขึ้นเจริญขึ้น สิ่งนี้เป็นเรื่องเปลี่ยนแปลงโลกเปลี่ยนแปลงมนุษย์ เปลี่ยนแปลงทางสังคมของมนุษย์ขึ้นไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ตามเหตุการณ์ของมนุษย์เอง ผู้รู้ก็พรากเพียรอยู่ พากเพียรกระทำแต่มันยาก ผู้รู้พรากเพียรอยู่แต่มันยาก ธรรมชาติที่มันเป็นสังขารโลก สังขารโลก โลกที่มันสำคัญร่วมกันเอง ตั้งแต่อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม มันปรุงแต่งกันอยู่เนี่ย อุตุมันเยอะมันมากมากกว่ามนุษย์ วัตถุอากาศดินน้ำไฟลม มันมากกว่ามากเลย มันเป็นพลังงานที่สังเคราะห์สังขารกันอยู่ ปรุงแต่งกันอยู่ มีพลังมากกว่าสิ่งที่มันเป็นในโลก แบ่งเป็นพลังงานอุตุ เป็นพลังงานของพีชะ เป็นพลังงานของจิตนิยาม หรือของ มนุษย์เนี่ย ที่นี่มนุษย์ก็ยังแบ่งเป็นจิตนิยาม แบ่งออกเป็นยังปรุงแต่งเลวร้ายกับยังปรุงแต่งที่ดี ปรุงแต่งที่เป็นไปเพื่อสิ่งดีของทุกอย่างในโลก มันมีส่วนน้อย ปรุงแต่งส่วนดียังมีส่วนใหญ่อยู่ มันก็ค่อยๆคืบคลานพัฒนาขึ้น อาตมาก็เชื่อว่าสำนึกของมนุษย์เนี่ยมันสูงขึ้น ตอนนี้จะเร็วขึ้นกว่าเก่าอยู่บ้าง เพราะมนุษย์มันเป็นสัตว์ในมหาจักรวาลนี้ เป็นธาตุรู้ เป็นจิตนิยาม ที่มันเป็นธาตุรู้ที่รู้นำหน้าอะไรต่ออะไรหมด นำหน้าสัตว์เรดรัจฉาน นำหน้าพืช ยิ่งวัตถุ หรือว่าอุตุนิยาม มันยิ่งไม่มีตัวบังคับตัวมันเอง มันไม่มีประธานในตัวมันเอง มันก็ถูกอำนาจที่อื่นๆเป็นตัวชักจูงไป ตัวชักจูงที่แรงที่สุดก็คือจิตนิยาม จิตนิยามก็กำลังคลี่คลายเป็นจิตนิยามดีกับจิตนิยามไม่ดี จิตนิยามไม่ดีก็มีสำนึก ค่อยๆมีสำนึกที่ดีเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น นิยามที่ไม่ดีเก่าๆ สำนึกที่เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น เพราะว่าโดยธาตุแท้ของความจริงโดยสามัญโดยปกติแล้ว ธาตุแท้ของความจริง มันไม่มีอะไรปรารถนาร้ายหรอก โดยเฉพาะมนุษย์ มนุษย์มันมี ไหวพริบ มีธาตุรู้อันนี้อยู่ มันไม่มีความปรารถนาร้ายเป็นตัวสำคัญ แต่ด้วยพลังงานกิเลส พลังงานที่มันสั่งสมกันมาจากธาตุจิตนิยามที่มันเริ่มต้นจากสัตว์เซลล์เดียวสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งมันยังไม่มีความรู้อะไร เป็นธาตุจิตที่มันมี แต่ตัวเอง เห็นแก่ตัวเอง มันมีมาก่อน มันก็เลยเยอะ มันก็เลยมาก ที่นี้มนุษย์นี่ ถึงแม้ว่าจะน้อยกว่าสัตว์เดรัจฉาน น้อยกว่าสัตว์เซลล์เดียว น้อยกว่าไวรัสอะไรก็ตาม ถ้ามนุษย์เป็นธาตุรู้ที่ยิ่งใหญ่ มันก็สามารถมีอำนาจมีพลัง ที่อยู่เหนือที่เรียกว่าอุตระ อยู่เหนืออุตระ อยู่เหนือโลก ก็โลกุตระ อยู่เหนือสัตว์ อยู่เหนือพืช อยู่เหนือดินน้ำไฟลม อยู่ไหนทั้งหมด มันเป็นอำนาจที่เหนือ ถ้าจะเป็นตัวจัดการ อย่างที่มันเกิดมาตลอดเวลาก็มนุษย์นี่แหละเป็นธาตุตัวที่นำ นำทุกสิ่งทุกอย่าง จัดการทุกสิ่งทุกอย่างกันไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เพราะงั้นพูดแล้วสรุปได้ว่า ความเจริญของมนุษย์ชาติ และความเจริญของสังคมโลก มนุษย์ชาติที่มีความเจริญเข้าข่ายโลกุตระ พูดไปแล้วมันก็เหมือนหลงตัวเอง ยกยอตัวเองอะไรต่างๆนานา ซึ่งพวกเราชาวอโศก พวกเราชาวพุทธ เป็นผู้มีโลกุตระธรรม พระพุทธเจ้าตรัสโลกุตระธรรม จึงนำ นี่พูดความจริงพูดสัจจะ ไม่ได้ยกตนข่มท่าน ไม่ได้อวดเบ่งอวดอ้างอะไรหรอก มันเป็นสัจจะมันก็เลยนำ นำไปโดยปราศจากความจริง ที่พูดไปคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พูดไปตามสัจจะความจริงก่อน มันก็จะนำสัจจะ อันนี้มันจะนำไปเรื่อยๆ เรื่อย ๆแล้วตัวโลกุตระ ตัวสัจจะแม้จะเล็ก แม้จะเริ่มด้วยแก่นที่น้อย ไม่ใหญ่ไม่โต แต่มันมีฤทธิ์มาก อะไรตีไม่แตก พลังงานอะไรอะไรก็ตีไม่แตก แม้จะเล็กมันก็ทนทาน แล้วมันก็จะพยายามเพิ่มตนเองขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มความเป็นโลกุตระยิ่งขึ้นยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นโลกยุคขณะนี้มีโควิตเป็นตัวแปร โควิตเป็นพลังงานตัวแปรที่ทำให้เกิดหนทางหรือเกิดแสงสว่างให้แก่ปฏิภาณของมนุษย์ที่เฉลียวฉลาด มนุษย์ที่เฉลียวฉลาดได้เกิดเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์หรือว่าเห็นแสงสว่างที่เขารับรู้ได้ โอ๋ไอ้นี้มีด้วยเหรอ มันเป็นเรื่องประหลาดโลกุตระเป็นเรื่องพิลึกพิลัน มันเป็นเรื่องที่พิเศษวิเศษที่มันเกินคาดคิด โอ่อย่างนี้มีด้วยเหรอ ในโลกในมหาจักรวาลนี้ อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ มันจะค่อยๆทึ่ง ค่อยๆอัศจรรย์ ค่อยๆยอมรับว่า อ๋อนี่เป็นความจริง ไม่ใช่สิ่งที่มันโกหก มันเป็นภาพลวงเป็นมายา มันเป็นสิ่งจริงหรือ เพราะว่าโลกุตรธรรมเป็นสิ่งจริง โลกุตรธรรมเป็นสัจจะจริง ที่มันเกิดจริงเป็นจริงแล้วเป็นประโยชน์คุณค่าอย่างยิ่งต่อมนุษย์ ต่อสัตว์โลก ต่อทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วมันกำลังอุบัติขึ้นมา มันกำลังพัฒนาขึ้นมา ยังไม่ถึงขั้นพัฒนาหรอก กำลังจะอุบัติขึ้นมา เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ จึงขอให้สัญญาณแก่พวกเราชาวอโศกที่เป็นต้นราก เป็นมูลราก ของสัจธรรมโลกุตระ มันจะเริ่มเกิด เริ่มเกิดเริ่มเกิดก่อนเพื่อน เกิดขึ้น เราก็อย่าหยุดยั้งเข้าใจให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตาม Momentum ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ปล่อยให้เป็นไปตามพลังงานที่มันเกิดแล้วไม่ใช่ เราจะต้องใช้ Coefficient เราจะต้องใช้พลังงานตัวแปร ตัวสำคัญนี่ ใช้สัมประสิทธิ์นี่ เพิ่มยังหนักอยู่ตอนนี้ จำเป็น เป็นความจำเป็นเป็นภาคบังคับ ที่ชาวอโศกจะต้องหนักต้องเหนื่อย
ถอดข้อความโดย อุทัย