สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน จะอยู่กับธรรมะ2 ที่มีความต่างอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.79 KB
วันที่แก้ไข3 กุมภาพันธ์ 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน จะอยู่กับธรรมะ2 ที่มีความต่างอย่างไร _ผู้ปฏิบัติธรรมนั้นสามารถรักษาวัฒนธรรม เช่น ใส่เสื้อม่อฮ่อม กับการขยายตัว แล้วก็มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ การใช้รถแบคโฮ เรื่องการทำงานด้านอื่น ให้ผู้ปฏิบัติธรรมก้าวหน้า ก็ไม่ได้ใช้ควาย แต่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ แล้วภูมิปัญญาพื้นบ้านกับเทคโนโลยีปัจจุบัน ฉันอาจจะมีการใช้มือถือใช้รถแม็คโคร จะมีการบูรณาการเทคโนโลยีสองส่วนนี้ได้อย่างไร ระหว่างดั้งเดิมกับแบบสมัยใหม่ พ่อครูว่า..มันบอกไม่ได้เลยนะไม่มีอะไรเป็นตัวชี้วัดแต่มันเกิดโดยปฏิภาณ รู้ว่าสิ่งที่ควรสิ่งนี้ยังไม่ควร หรือบางทีสิ่งนี้ควรเอามาใช้แล้วควรได้แต่เราไม่มีทุนรอนบารมีเอามาใช้ได้ ก็เป็นหมาเห่าเครื่องบิน เราก็ใช้เท่าที่มี มันก็ได้เท่าที่เรามีบารมีมีสิ่งที่พอเป็นต่อไป ก็ได้ มันก็แหม อาตมาย่นย่อเข้าให้เห็นว่า คือคนเรานี่ อาตมาย่นย่อเป็นภาษาว่า คนเรามีเจตนา เข้าใจคำว่าเจตนาให้ได้ว่า เรามีขีดจิตที่มุ่งหมายเจตนา แต่อย่าอยาก อาตมามีmotto อันหนึ่งว่า มีเจตนาแต่ใหญ่ๆ เจตนาคือเรารู้ทางเดินจิตที่มุ่งไปจะให้ทำอะไรเป็นอะไรเรารู้เรามีเจตนา แต่อย่าผลักดันด้วยความตะกละตะกราม อยากได้ คุณเรียนรู้ว่า แล้วคุณจะทำอย่างไรมันถึงจะได้คุณก็ต้องศึกษาเหตุ ศึกษาต้นทางแห่งการได้ แล้วผสมส่วนจัดการเหตุนี้ให้สมบูรณ์ ถ้ามันถูกสัดส่วนก็ได้ผล ศึกษาเหตุให้ดี อย่าไปคำนึงถึงผล เราอาจจะพอมีอนาคตตังสญาณ มีความรู้นำหน้าว่า ผล มันควรจะเป็นอย่างนี้นะ แล้วเราก็มารู้ว่าคนมันเป็นอย่างนี้มันจะมาจากเหตุอะไร พระพุทธเจ้าสอนเรื่องเหตุเรื่องผลอิทัปปัจจยตาปัจจยาการ ถ้าหากว่าเราดับเหตุทุกอย่างก็จบ มันจะเจริญหรือเสื่อมก็อยู่ที่ 2 อย่างนี้คือเหตุและผลเท่านั้น เหตุและผลพระพุทธเจ้าย่นย่อที่อาริยสัจจะ อาตมาไม่ใช่อารยะ

อ่านต่อ

กับอริยะ ซึ่งเป็นคำที่เสียไปแล้ว ขณะนี้อาตมาจบได้สูงสุดแล้วอาจจะมีสูงสุดกว่านี้อีกว่า ความสุขความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ส่วนมากคนจะเรียนรู้เรื่องความดีความชั่วแต่ไม่มาเรียนรู้เรื่องเวทนาคือความสุขความทุกข์พระพุทธเจ้าจับจุดตรงนี้ได้ให้มาแก้ไขความสุขความทุกข์ คนบำบัดสุข บำบัดทุกข์นี้ เข้มข้นด้วยสัจจะยิ่งกว่าดีชั่ว คนทุกวันนี้ยึดถือแต่ดีชั่วเป็นสมมติสัจจะ แต่ความสุขความทุกข์เป็นเรื่องปรมัตถสัจจะ เป็นเรื่องที่จริงกว่า มาเรียนรู้อาการอารมณ์ตรงนี้ให้ได้ ซึ่งมันยากมากที่จะแยกความสุขความทุกข์ให้ได้ ความสุขความทุกข์เป็นเหรียญคู่แยกกันไม่ได้ ศาสนาพุทธจึงไม่ได้แยก ศาสนาพุทธจะเอาสุขมาทำลายจะเอาทุกข์มาทำลายก็ได้มันก็หายไป เพราะมันแยกกันไม่ได้ ความรู้กับความสุข ทำลายจะต้องทำลายมันทั้งคู่ ทำลายได้ก็คือหายไปทั้งสุขทั้งทุกข์ ศาสนาพุทธจึงไม่มีสุขไม่มีทุกข์ อทุกขมสุข หรืออุเบกขา คนจะมีความสุขความทุกข์อย่างไรก็เพราะอารมณ์ของคุณยึดเอง แค่ อย่างนี้ว่าสวย คนนี้บอกว่าสวยจัง อีกคนนึงบอกว่าไม่เอาไม่สวย แต่มันคืออันเดียวกันนะ แต่อารมณ์ของคนสองคนเขาทะเลาะกัน เราก็รู้ว่าคนทะเลาะกันแต่เราก็รู้ความจริงตามความจริงว่าอันนี้มันอันเดียวกัน แล้วคุณต่างคนที่ทะเลาะกันก็คือต่างคนต่างยึดถือ ต่างคนต่างเห็นว่าอันนี้ถึงจะใช่อันนี้ถึงไม่ใช่ คนก็เลยแยกเป็น 2 แต่ที่จริงอันนี้มันอันเดียวคุณกระทบสัมผัสอันนี้อันเดียวกัน คนร้อยคนสัมผัสก็อันนี้อันเดียวกันนั่นหนึ่งเดียวไม่มีสอง แต่คุณแยกไปได้เป็นอนันต์ เราก็ตามไปรู้ทันกับเขาไม่ได้หมดหรอก ที่เขาคิดกันมันหลายมุมเหลี่ยมเรียกว่าโลกจินตา เป็นความคิดแบบโลกอะไรก็คิดได้ไม่มีวันจบ คนที่เขาไปงมงายกับคำว่าศิลปะ เขาจะต้องมีแง่มุมที่แตกต่าง แล้วก็โปรโมท ความแตกต่างของเราว่าดีกว่าสูงกว่าแปลกกว่านี่คือศิลปินบ้าบอเลอะเทอะ คิดความแตกแยกอะไรออกเป็นอัตตาผู้เป็นเจ้าของ มีอัตตาในตัว มันแปลกไปจากความอื่น นี่คือความเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ศิลปะศิลปินทุกวันนี้เละเทะหมด หาสาระไม่ได้เลย จับจุดที่เป็นสาระไม่ได้ ศิลปะก็เลยกลายเป็น ศิลเปรอะเลย อะไรที่เอามาพอใช้งานได้เป็นครั้งคราวเหมาะสมกับอันนี้ กาละนี้ เหตุปัจจัยนี้ status quo ปัจจุบันธรรมอันนี้ ปัจจุบันธรรมอะไรที่เล็กที่สุดน้อยที่สุดได้ประโยชน์มากที่สุดสูงสุดก็จบ 620130_พบคณะผู้บริหารสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน