สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน นั่งเพ่งลมหายใจไม่ใช่ของศาสนาพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.46 KB
วันที่แก้ไข31 มกราคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน นั่งเพ่งลมหายใจไม่ใช่ของศาสนาพุทธ _วาส ทองจันทร์ · กราบนมัสการพ่อครูครับ เนื่องจากผมได้ฟังธรรมจากยูทูปของท่านคึกฤทธิ์ ท่านบอกว่ามรรคมีองค์ 8 แบ่งเป็นสามหมวด 2 หมวดแรกคือศีล 3 หมวดกลางคือสมาธิ 3 หมวดหลังคือปัญญา ถ้าจะปฎิบัติต้องย่นย่อให้เหลือ1 คืออานาปานสติ ให้นั่งเพ่งลมหายใจเข้าออก ไม่ให้สิ่งไม่ดีเข้ามาในจิตใจ ใครทำได้ในขณะนั้นแสดงว่าปฎิบัติมรรค 8 ได้สมบูรณ์ทุกข้อ เพราะการนั่งทำต้องใช้ความเพียรเป็นอันมากเป็นสัมมาวายามะ ครับ ผมข้องใจมากๆเพราะท่านว่าเป็นพุทธวจนะ ผมจึงกราบรบกวนเวลาพ่อครูช่วยตอบให้ผมกระจ่างด้วยครับ กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงครับ พ่อครูว่า...ถ้าเป็นดังที่ว่านี้ ท่านคึกฤทธิ์ก็คือเข้าป่าลงนรกแล้ว ผิดทั้งหมดทั้งมวลเลย แค่จะบอกว่ามรรคมีองค์ 8 นี้คือนั่งลง กำหนดลมหายใจเข้าออกนั่งสมาธิก็ผิด เพราะสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกเล่ม 14 ข้อ 252 ถึง 281 พระพุทธเจ้าตรัสว่าสัมมาสมาธินั้นเกิดจากการปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ นี่คือความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ของชาวพุทธทั้งหมด นั่งสะกดจิตดูลมหายใจเข้าออกก็เป็นวิธีของเดียรถีย์ที่ทำกันในยุคโน้น ในยุคพระพุทธเจ้าท่านก็ต้องอนุโลม ที่บอกว่านั่งตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่นก็เป็นการกระทำของผู้ที่ทำผิดทั้งหลาย สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีใครทำถูกเลย การนั่งสมาธิของเขาคือการสะกดจิต นั่งหลับตาสมาธิไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธต้องลืมตาปฏิบัติทั้งหมด จักขุมาปรินิพโพติ ต้องมีปัญญาอย่างลืมตาไม่ใช่นั่งหลับตาปฏิบัติ ไม่ใช่เลยคนยึดมั่นถือมั่น แต่อาตมาก็ประกาศไปเขาก็ว่าอาตมาทำผิด มรรคองค์ 8 ไม่ได้หลงผิดไปนั่งหลับตาแล้วสรุปว่าให้นั่งเพ่งลมหายใจเข้าออกไม่ให้มีจิตใจเข้ามาให้ดูแต่ใจ แต่ศาสนาพุทธนั้น

อ่านต่อ

ให้จิตใจเรารับรู้ทางทวารภายนอกและภายใน ไม่ใช่ไปปิดประตูให้ไม่ให้อะไรเข้าเลยไม่ใช่ ในพระไตรปิฎกบอกว่าเหมือนปิดประตูรูเหี้ย 5 ประตู แล้วไปดูที่ทวารใจประตูเดียว อธิบายไปดูเหมือนจะดีนะ แต่ว่า อาตมาก็ยกหลักฐานที่ในพระไตรปิฎกมีอีกมากมายหลายสูตร ท่านบอกว่าให้ปฏิบัติแบบลืมตาแล้วจะเกิดวิมุต วิมุตติญาณทัสสนะไปตามลำดับ ให้สัมผัสแล้วจิตใจคนก็ไม่เกิดกิเลสกามพยาบาทจนกระทั่งไม่เกิดวิหิงสา สัมผัสข้าวของเงินทองสัมผัสรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส สัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกาย และกิเลสมันจะเกิดเป็นเวทนา คุณก็ไปหลงเวทนาเก๊ ที่ได้เสพรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส 3 ข้อใหญ่ของศีลนี้แหละปฏิบัติให้ถูกเป็นโลกุตระ มันครบแล้ว อย่างลืมตาปฏิบัติ อาตมาพูดมาจะ 50 ปีแล้ว ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านคึกฤทธิ์ก็ยึดถือศรัทธาปิฎก แต่การปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ต้องลืมตาปฏิบัติยังมีโพธิปักขิยธรรม 37 จนสามารถจับตัวเป็นธรรมะ 2 พิจารณาจัดการกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรมให้กิเลสลดลงไป ไม่ใช่ไปทำมั่ว แต่ให้ทำทีละคู่ ปฏิบัติลืมตา ตั้งแต่ข้าวของทรัพย์สินเงินทองสัมผัสกับสัตว์สัมผัสกับคน สัมผัสกับวัตถุหรือสัมผัสกับพืช จะเกิดกิเลสเอาเปรียบเอารัดอยากได้ ก็ลดกิเลสไป และสัมผัสในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสก็ไม่เกิดสุขกับทุกข์ ส่วนศีลข้อ 4 ข้อ 5 ข้อยืนยันในศีลข้อที่ 1 2 3 จะปฏิบัติกายกับวาจาได้จะต้องมีใจปฏิบัติด้วย คนปฏิบัติแบบศาสนาพุทธลืมตาปฏิบัติ ใจก็ต้องลืม ให้พ้นจากความเมาหลง สุราเมระยะมัชชะ เมาอย่างหยาบกลางละเอียด 620130_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนจริงจึงทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน