13. ภาคผนวก ค (180461).pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์281 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

ภาคผนวก ค คู่มือผู้ช่วยวิจัยบันทึกข้อมูลการรับประทานอาหารปรับสมดุล ประเมินพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ตัวอย่างข้อมูลประกอบการพูดคุยกับกลุ่มตัวอย่าง 93 ฤทธิ์เย็นปริมาณฤทธิ์ร้อนปริมาณฤทธิ์เย็นปริมาณฤทธิ์ร้อนปริมาณฤทธิ์เย็นปริมาณฤทธิ์ร้อนปริมาณผลไม้ผักข้าว+กับธัญพืชผลไม้ผักข้าว+กับธัญพืชผลไม้ผักข้าว+กับธัญพืชส าหรับจิตอาสาแบบบันทึกติดตามการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักแพทย์วิถีธรรมค าชี้แจง บันทึกรายการอาหารและปริมาณอาหารในแต่ละมื้อสัปดาห์ละ 3 วัน คือเลือกวันท าการ 2 วัน และวันเสาร์หรือวันอาทิตย์อีก 1 วันว/ด/ปชนิดอาหารมื้อเช้ามื้อเที่ยงมื้อเย็น 94 แบบประเมินการรับประทานอาหารปรับสมดุล (บันทึกโดยจิตอาสา) รูปแบบการรับประทาน วันที่.................................... วันที่.......................................... วันที่..................................... ปฏิบัติ บาง ครั้ง ไม่ปฏิบัติ ปฏิบัติ บาง ครั้ง ไม่ปฏิบัติ ปฏิบัติ บาง ครั้ง ไม่ปฏิบัติ 1. อาหารปลอดภัย (ปลอดสารพิษ , ไร้สารพิษ , ล้างด้วยถ่าน , น้้าซาวข้าว ฯลฯ 2. อาหารไม่มีเนื้อสัตว์ 3. อาหารปรุงรสเล็กน้อย เท่าที่พลังชีวิตเต็ม (ปรุงรส 30%) 4. จัดสัดส่วนของอาหารกลุ่มร้อนและเย็นเท่าที่พลังชีวิตเต็ม -อาการกลุ่มร้อน (เปอร์เซ็นต์) หมายเหตุ.......... -อาการกลุ่มเย็น (เปอร์เซ็นต์) หมายเหตุ.......... -ความเห็นเพิ่มเติม (ปริมาณอาหาร, 95 รูปแบบการรับประทาน วันที่.................................... วันที่.......................................... วันที่..................................... ปฏิบัติ บาง ครั้ง ไม่ปฏิบัติ ปฏิบัติ บาง ครั้ง ไม่ปฏิบัติ ปฏิบัติ บาง ครั้ง ไม่ปฏิบัติ 5. เคี้ยวอาหารละเอียดดีเท่าที่พลังชีวิตเต็ม (เคี้ยวประมาณ 30 ค

อ่านต่อ

รั้ง) 6. กินตามล้าดับการย่อยง่าย หมายเหตุ.......... 96 เอกสารส าหรับจิตอาสา วิปลาส 4 (ใช้พูดคุยเรื่องการค านึงถึงประโยชน์ของอาหารมากกว่าความอร่อย ธรรมะกับสุขภาพ เทศน์โดยสมนะท่านแสนดิน ธรรมะกับสุขภาพ ไม่ได้แยกกันสุขภาพมีแนววิถีต่างๆเช่นแพทย์แผนไทยชีวจิตแมคโครไบโอติกส์ฯลฯแต่แพทย์วิถีธรรมคือการพัฒนาลึกลงไปถึงจิตวิญญาณซึ่งเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง มันไม่ใช่เรื่องของวัตถุภายนอก แต่มันรวมถึงจิตวิญญาณ อารมณ์และความรู้สึกภายในของเราด้วยอันเป็นต้นตอของสุขภาพที่เลวหรือดี ต้นตอของเหตุที่เจ็บป่วย ในขณะที่แพทย์แผนปัจจุบันแยกกัน คือเน้นพัฒนาด้านวัตถุเป็นส่วนใหญ่ เช่น ยารักษาเบาหวานก็เน้นตัวเหตุที่เป็นวัตถุคืออินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนลดน้้าตาลในเลือด เวลาเรากินของหวานน้้าตาลเข้าไป เพื่อไม่ให้น้้าตาลในเลือดขึ้นสูงท้าร้ายเซลล์ ตับอ่อนจะหลั่งอินซูลินออกมาเพื่อช่วยลดระดับน้้าตาล เมื่อฮอร์โมนตัวนี้มันขาดไปซึ่งเกิดจากต้นตอคือตับอ่อน มันไม่ท้างาน ก็ไปเน้นค้นคว้าทดลอง หาสิ่งที่มาทดแทน อินซูลิน เช่น จากหมูหรือจากสัตว์อื่นๆซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของวัตถุที่เขาคิดว่าเป็นเหตุ หาอะไรมาแทนเพื่อให้ร่างกายเราดีในจุดที่เขาคิดว่าเป็นเหตุแต่จริงๆแล้วร่างกายไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเนื้อร่างไม่ใช่แค่เส้นผมไม่ใช่ตัวเราไม่ใช่เฉพาะรูปธรรมทั้งหลายแต่หมายถึงผลรวมของจิตวิญญาณเราด้วย คือหมายถึงจิตใจมีรากเหง้าจากจิตวิญญาณภายในการเจ็บป่วยมาจากพลังงานในร่างกายของเราที่เสียสมดุลและบกพร่อง เช่นในเรื่องของ รสชาติของอาหารที่เราติด เสพในรสชาติที่เราให้ค่าว่าอร่อย ต้องหวานระดับนี้ ถึงจะก้าลังดี เปรี้ยวขณะนี้ เหมาะสม หรือ เค็มประมาณนี้กลมกล่อมทั้งหมดมาจากวิปลาส 4 คือ 1 เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง 2 เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์ว่าสุข 3 เห็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนว่ามีตัวตน 4 เห็นสิ่งที่ไม่งามว่างาม ในความเป็นจริงลิ้นเราสามารถรับรสได้ 4 รส คือ ปลายลิ้นรสหวานข้างลิ้นรสเค็มกลางลิ้นรสเปรี้ยว และข้างในโคนลิ้นรสขมลิ้นไม่วิปลาสคือรับรู้ใน 4 รสชาตินี้แต่จิตใจเรามันถูกสอนถูกหลอกมาว่าหวานต้องระดับนี้ถึงจะอร่อย เค็มต้องประมาณนี้ถึงจะกลมกล่อม ขมขนาดนี้ก้าลังดี จิตที่เสพความสุขเป็นอุปทานมีการปรุงรสทั้งหมดอยู่ข้างในจิตใจ การกินอาหารปรับสมดุลท้าให้เราได้รู้จัก ถึงรสแท้หรือรสเทียมของอาหาร โดยการกินอาหารรสจืดในช่วงที่อยู่ค่ายจะท้าให้เราสามารถ เห็นถึงความโหยหารสที่เราเคยติดว่าอร่อย ไม่อร่อย (รสชาติเทียม)แต่จะสังเกตเห็นว่าพอกินไปเรื่อย ๆ ประมาณวันที่ 7 เราจะเริ่มรู้สึกถึงความอร่อยของอาหารในค่ายที่ปรุงแต่งเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะ ลิ้นของเราถูกล้างพิษจิตใจก็ถูกล้างจากความชอบใจในรสจัดมาสู่รสจืดซึ่งเป็นรสชาติแท้เป็นรสชาติที่ศุภะการมาปฏิบัติในค่ายเป็นการล้างเข้าไปถึงพลังงานในจิตใจเรา ล้างต้นตอของเหตุอย่างมีปัญญา ไม่ใช่กดข่ม รู้จักแยกแยะเวทนาเทียม แรกๆที่มาค่ายอาจจะไม่ชอบก่อน แต่เห็นประโยชน์จากสิ่งดีงามเหล่านี้ บวกกับการได้รับฟังสิ่งเหล่านี้จากผู้ที่บรรลุสิ่งเหล่านี้มาก่อน ซึ่งถ้าเราเข้าใจสิ่งเหล่านี้ก็จะสามารถพัฒนาถึงจิตวิญญาณถึงรากเหง้าว่าท้าอย่างไรจะไม่เวียนกลับในสิ่งเหล่านี้อีก ตัวอย่างข้อมูลที่ส่งในไลน์กลุ่ม งานวิจัยการรักษาเบาหวานโดยการรับประทานอาหารวีแกนไม่มีเนื้อนมไข่ของดอกเตอร์เบอร์นาร์ด (จากหนังสือ Dr. Neal Barnard’s program for reversing diabetes) การท้างานของอินซูลินในร่างกาย ตับอ่อนท้าหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินแล้วส่งเข้าสู่กระแสเลือดเมื่ออินซูลินเดินทางไปถึงเซลล์ต่างๆมันจะท้าหน้าที่เสมือนกุญแจที่ไขล็อคเซลล์ให้เปิดประตู เพื่อ 97 เปิดทางให้กลูโคสเข้าไปในเซลล์ได้ ส้าหรับผู้ป่วยเบาหวานประเภท 2 นั้น ระบบการท้างานจะไม่ปกติ ตับอ่อนจะท้าหน้าที่สร้างอินซูลิน (เปรียบเหมือนกุญแจ) ส่งไปยังเซลล์ต่าง ๆ แต่พออินซูลินเดินทางมาถึงเยื่อหุ้มเซลล์กลับเกิดปัญหา ไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้ เสมือนว่ามีอะไรติดขัดรูที่ล็อคของประตู ท้าให้กุญแจ (อินซูลิน) ไม่สามารถเปิดประตูเซลล์ได้ นั่นคือการต่อต้านอินซูลิน ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีกุญแจที่จะใช้เปิดประตูพาอินซูลินเข้าสู่เซลล์ แต่มันไม่ท้างาน น้้าตาลจึงไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้เหลือตกค้างสะสมอยู่ในกระแสเลือด ลองจินตนาการว่า ถ้าล็อคของประตูทั่วไป มีคนเอาหมากฝรั่งมาอุดที่รูล็อคจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่กุญแจและล็อคนั้นปกติ แต่ดันมีหมากฝรั่งอุดอยู่ที่รูล็อค ดังนั้นจะให้ขบวนการดูดซึมสารอาหารของร่างกายมันกลับมาท้างานอีกครั้งก็ต้องท้าความสะอาดเอาหมากฝรั่งออกไป ซึ่งสิ่งที่อาสาสมัครคืออา ๆ และพี่ ๆ จิตอาสาก้าลังช่วยกันท้าคือ การท้าความสะอาดรูล็อคทางชีวภาพที่มีหมากฝรั่งอุดอยู่ โดยใช้วิธีกินอาหารปรับสมดุล ฯ จุดมุ่งหมายที่ส้าคัญคือการท้าให้อินซูลินซึ่งเป็นกุญแจส้าคัญที่จะเปิดประตูน้าน้้าตาลเข้าสู่เซลล์ท้าหน้าที่ได้อย่างที่มันควรจะเป็น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน