ชาวอโศกจะเปิดหมู่บ้านจัดตลาดอาริยะ ปีใหม่ 2566.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชาวอโศกจะเปิดหมู่บ้านจัดตลาดอาริยะ ปีใหม่ 2566 _*สุรัตนา น้อยศรี* : ชอบไปช่วยงานตลาดอาริยะมากค่ะ คนที่มาซื้อของ เขามีความสุขเบิกบาน/คนขายก็มีความสุขแท้ ที่ได้แบ่งปันความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น/ไม่มีสังคมไหนเขาทำกันนอกจากชาวอโศกประทับใจจริง ๆ ค่ะ พ่อครูว่า... ปีใหม่ปีนี้ชาวอโศกตั้งใจอยู่นะว่าจะเปิด เปิดหมู่บ้าน เกรงใจ covid เขามาก ๆ แต่ก็ แหม ก็พอบ้าง เกรงใจก็ ถึงวาระก็ควรพอบ้าง เพราะที่อื่นเขาก็ปลดไปเยอะแล้ว เราก็กะ ปีใหม่จะเปิดชุมชน หมู่บ้าน แล้วก็จะจัดตลาดอาริยะ เราอยากจัดนะ อยากจัด เพราะตอนนี้ ดูเหมือนเงินคงคลังเราจะมีเพิ่มขึ้นอยู่ ถึงเวลานั้นก็ต้องขอมาทำตลาดอาริยะ แต่ก่อนนี้ทำ ครั้งหนึ่งครั้งหนึ่ง 4 ล้าน 5 ล้าน แต่ก่อนเงินมันก็แพงนะ เดี๋ยวนี้เงินมันลดลง เงินมันค่าตกลงไปเยอะ ก็น่ะ หลายๆล้านได้ก็ดี จัดตลาดอาริยะกันให้สนุกครื้นเครง โอ้โห! พรึ่บ เลยนะ คนมาตลาดอาริยะเต็มเลย ขายต่ำกว่าทุนกับแจกฟรี ต่ำกว่าทุนได้มากที่สุดเท่าไหร่ เราจะต้องแข่งกันขาย ไม่ว่าเจ้าไหน มาออกร้าน ต้องขายให้ต่ำกว่าทุน ให้มากที่สุด แข่งกันให้หมดเนื้อหมดตัว แจกได้แจก เพราะฉะนั้นคนก็มากันจริงๆ เพราะของของเรานี้ของดี ของจำเป็น ของสำคัญ ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย ไม่ใช่ของมอมเมาอะไรเลย มันก็เป็นของใช้ของกิน ของที่เป็นสาระของชีวิต ชาวบ้านสนุก แต่พวก ไฮโซเขาไม่สนุกเท่าไหร่ ของมันไม่เข้ากับเขาก็ไม่เป็นไร เราก็ไม่เอา เราก็ไม่มีปัญหาอะไร เราก็มีคนพื้นฐานอย่างพวกเราเยอะ เยอะกว่าพวกไฮโซด้วยไม่มีปัญหาอะไร แต่ไฮโซเขาก็มีมาบ้างมาแทรกแซง ดีไม่ดีมีพวกมาแอบเข้าคิว มาหลายคนมาเข้าแถวซื้อโกยๆไป เราก็มีจำกัดว่าคนหนึ่งซื้อได้กี่ชิ้น เขาก็มีวิธีเวียนเทียนมา โอ้โห.. มันตะกละไม่จบ แต่สนุก สนุกแล้วก็สนุก การได้แจกได้ทำเพื่อผู้อื่น
อ่านต่อ
ได้ให้คนอื่นเขานี่ มันเป็นเรื่องวิเศษ เพราะฉะนั้นคนที่มีจิตจริง มีจิตใจจริงๆเลยว่า การใช้ให้ผู้อื่นเป็นสุดยอดสุข การเอาของผู้อื่นมามันกิลตี้ มันไม่สบายใจ ไปเอาของคนอื่น ไปโลภของคนอื่นมา มันเป็นสัจจะของคนนะ คนที่มีภาวะจริงอย่างนี้คือคนเจริญ คนที่ได้เปรียบเขาเอาๆ แล้วดีอกดีใจยังเป็นพวกไม่เจริญ ยังเป็นพวกมิลักขะ ยังไม่ใข่อาริยกะ ก็จริง นี่ก็เข้าแถว บาทเดียวบาทเดียว จักรยานคันนึงบาทเดียว รำกันมาแล้ว เป๊ง บาทนึงมา สนุก มันสนุกจริงๆว่าไป ถึงเวลาวาระ ปี 66 เราจะได้จัดไหม มันจะลืมแล้วนะ โอ้โห.. เรา นานหลายปีแล้ว ไม่ได้จัดจนลืมแล้วนะ อาตมาก็ว่ายังไม่ได้ข่าวได้คราวที่ไหนเขาทำแบบเรา ปีนี้น่าจะมีสื่อสารมวลชนมา ถ้าเผื่อเราจัด น่าจะมีสื่อสารมวลชนมาทำข่าว เพราะว่ามันไม่เหมือนยุคก่อน ยุคก่อน พวกเราเป็น Untouchable ห้ามแตะต้อง คุณจะอยู่เหมือนคุณไม่มีอยู่ในสังคม คุณจะทำอะไรก็เหมือน จัณฑาล ห้ามแตะต้อง เป็นคนน่ารังเกียจ คล้ายๆอย่างนั้นอโศก แต่เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปบ้างแล้ว มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างเก่า ชาวอโศกไม่น่าจะเป็นจัณฑาลแล้ว อย่างน้อย ก็เป็นซักประมาณ แพศย์ หรือเป็นศูทรก็ได้ ไม่ถึงระดับกษัตริย์หรือระดับ พราหมณ์ คงไม่ใช่ จัณฑาลเหมือนเก่า ใช้ภาษาทางโลกมาเปรียบเทียบ เพราะทุกอย่างมันไม่เที่ยงหรอกคนเรายึดถือกัน แต่ของเราไม่ได้เป็นอย่างที่ว่าหรอกไม่ได้เป็นพราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร อย่างที่ว่าหรอก เราเป็นพราหมณ์เป็นนักบวช เราไม่ได้ไปติดยึดอะไรพวกนี้หรอก แต่เราเป็นความจริง เราเป็นวรรณะ 9 เราไม่ได้เป็นวรรณะ 4 ตามที่อินเดียเขายึดถือกันจัด แล้วก็มีวรรณะที่ 5 คือจัณฑาล เราไม่ได้เป็น เราไม่ได้ใช้วรรณะนั้นแบบนั้น วรรณะของเราเป็นวรรณะ 9 หรือ วรรณะที่เป็น สุพรรณะ ไม่ใช่ทุพรรณะ ที่ ต้องเข้าใจอย่างดี ในระดับอภิภู ระดับโพธิสัตว์ระดับ 8 อาตมาก็พยายามเริ่มอธิบายระดับ 8 ขึ้นไปบ้างค่อยๆสาธยายกันไป 650810 ทำไมสายศรัทธาจึงช้าและยากกว่าสายปัญญา พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ