สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สัมมาสมาธิของพระอาริยะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.08 KB
วันที่แก้ไข17 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สัมมาสมาธิของพระอาริยะ [256] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาทิฐิเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวสัมมาทิฐิเป็น 2 อย่าง คือ สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลแก่ขันธ์ อย่าง 1 สัมมาทิฐิของพระอริยะ ที่เป็นอนาสวะ เป็นโลกุตระเป็นองค์มรรค อย่าง 1 ฯ คำว่าชำระกิเลสออกจากจิต ทำทาน หรือปฏิบัติศีล ทางปฏิบัติของศาสนา ก็มีทานกับศีล ให้เกิดผล เป็นภาวนา แต่ท่านก็ไปแปลเลอะเทอะว่า ทานอย่างหนึ่ง ศีลอย่างหนึ่ง ภาวนาอย่างหนึ่ง ภาวนาคือไปนั่งหลับตาสมาธิ คือความเพี้ยน เข้าใจผิดทาง จากศาสนาพุทธไป ทานก็ดี ศีลก็ดี ท่านบอกว่า สัมมาทิฏฐินั้น เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลแก่ขันธ์

[257] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ เป็นไฉน คือ ความเห็นดังนี้ว่า ทานที่ให้แล้ว มีผล ยัญที่บูชาแล้ว มีผล สังเวยที่บวงสรวงแล้ว มีผล ผลวิบากของกรรมที่ทำดี ทำชั่วแล้วมีอยู่ โลกนี้มี โลกหน้ามี มารดามี บิดามี สัตว์ที่เป็นอุปปาติกะมี สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในโลก มีอยู่ นี้สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ ฯ ถ้ามิจฉาทิฏฐิคือคนนั้นทำทานแล้วไม่มีผล [255] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มิจฉาทิฐิเป็นไฉน คือ ความเห็นดังนี้ว่า ทานที่ให้แล้ว ไม่มีผล ยัญที่บูชาแล้ว ไม่มีผล สังเวยที่บวงสรวงแล้ว ไม่มีผล ผลวิบากของกรรม ที่ทำดีทำชั่วแล้วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี มารดาไม่มีบิดาไม่มี สัตว์ที่เป็นอุปปาติกะไม่มี สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้ โลกหน้าให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในโลกไม่มี นี้มิจฉาทิฐิ ฯ การปฏิบัติมิจฉานั้น ทำทานก็ไม่มีผล ยัญพิธี หรือผลก็ไม่เกิด

อาตมา

อ่านต่อ

อ่านตั้งแต่แรกๆ ก็ชัดเจนเลยว่า เยี่ยมยอด อาตมาจึงหยิบมาอธิบายขยายความอยู่นาน เป็นปี แล้วก็มีผู้เอาคำอธิบายธรรมะ มาถอดเทป เรียบเรียงเป็นหนังสือ สมาธิพุทธ (อ.อาภรณ์ พุกกะมาน) ได้เล่มหนึ่ง ส่วนเล่มสอง จนป่านนี้ยังไม่ได้ทำเลย กว่า 20 ปีแล้ว สมาธิที่ไปนั่งหลับตา โดยไม่คำนึงถึงมรรค 7องค์ก็ผิด พระพุทธเจ้าว่า..[253] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาสมาธิของพระอริยะ อันมีเหตุ มีองค์ประกอบ คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ประกอบแล้วด้วยองค์ 7 เหล่านี้แลเรียกว่า สัมมาสมาธิของพระอริยะ อันมีเหตุบ้าง มีองค์ประกอบบ้าง ฯ มีองค์ประกอบทั้ง 7 นี้เป็นเหตุ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตา เป็นเหตุให้เกิดสัมมาสมาธิ อยากนั่งหลับตาทำให้เกิดสมาธินั้น ไม่ใช่สัมมาสมาธิ แต่เป็นมิจฉาสมาธิไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า อย่างที่ธัมมชโยทำนี้ ทำให้คน กลายเป็นกลุ่มฝูงควายโง่ ถูกจูงทั้งหมด ครอบงำทางความคิด จนหลงเชื่อไปหมด คนที่ใจเป็นกลางมอง จะเห็นว่า พวกนี้โง่ยิ่งกว่าควาย จนตอนนี้ จะเกิดสงครามเสียแล้ว แต่ดีที่เมืองไทย เป็นเมืองที่ดี ถ้าเป็นเมืองอื่น อดใจไม่ได้แล้ว

591220_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ จากสังโยชน์ถึงวิโมกข์ 8

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน