เกษตรกรแข็งขันคือกระดูกสันหลังของชาติ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.41 KB
วันที่แก้ไข5 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

เกษตรกรแข็งขันคือกระดูกสันหลังของชาติ สมณะเดินดิน...เมื่อสักครู่พ่อครูบอกว่า “ลูกฟุตบอลเข้าเท้าแล้วจะเตะหรือเปล่าครับ” เขาบอกว่าควรยกย่องชาวนากสิกร พ่อครูว่า…กสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ หรือกสิกรแข็งขัน แต่อาตมาชอบแข็งขลัง ให้มันสัมผัสกับกระดูกสันหลังของชาติ เป็นกระดูกสันหลังของชาติจริงๆเป็นกระดูกสันหลังของโลกด้วย ไม่ใช่กระดูกสันหลังของชาติเท่านั้น เป็นกุศลที่สุด อาหารเป็นหนึ่งในโลก ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง ทำไมท่านใช้คำว่าข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง เพราะว่าข้าวเปลือกอยู่ได้นานกว่าข้าวสาร เพราะฉะนั้นเป็นทรัพย์ที่รักษาไว้ ตุนได้นาน ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง ถ้าเป็นข้าวสารมันก็ไม่นานกว่าข้าวเปลือก ข้าวเปลือกเอาไปปลูกได้เอาไปสีได้ อยู่รักษาได้นานกว่าข้าวสาร พระพุทธเจ้าถึงลึกซึ้ง เอาไปปลูกต่อพันธุ์ได้อีก เพราะฉะนั้นลึกซึ้งที่ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง อย่าว่าแต่ข้าวเลยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ทุกวันนี้เราเจริญก้าวหน้าในการพัฒนา breed ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆดี อย่างเช่นชาวอโศก ยกมาดูซิ! นี่ขนาดเฉลี่ยที่ปลูก อ.ข้าดินทำได้ดี มีมันพร้าว หัวมันใหญ่จริงๆ ธรรมดามันไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆเป็นอาหารของมนุษย์อื่นๆก็กินเพราะฉะนั้นถ้าเราจะส่งเสริมชาวไร่ชาวนาชาวสวน ทำพืชพันธุ์ธัญญาหาร อาตมาเคยพูดถึงขั้นว่าให้เหรียญตราเลย ถ้าเหรียญตราจากองค์กรก่อนก็ได้ ถ้าหากพระราชทานจากเบื้องบนด้วยยิ่งประเสริฐ ให้เหรียญตราแก่ชาวนาที่ควรได้รับเหรียญ (สมณะแก่นเกล้าว่า.. ปู่ผมได้เป็นชาวนาดีเด่นได้เหรียญทองคำจากอำเภอด้วย) ให้เป็นประเพณีเป็นฤดูกาลเลยอย่างเช่นฤดูพืชมงคล พระราชทานรางวัลเหรียญตราให้แก่ชาวไร่ชาวนาชาวสวน ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ตระกูลของเขา เขาจะภาคภูมิใจ เพราะว่า

อ่านต่อ

เป็นพลเมืองกระดูกสันหลังของชาติและก็เป็นสิ่งที่ชั้น 1 ของโลก ไม่ใช่แค่ชั้น 1 ของประเทศไทยเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเราพยายามสนับสนุนส่งเสริมการโดยวิธีการของคน ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร แต่เป็นวิธีการที่เข้าใจกันอยู่ทั่วโลกที่ให้กัน สู่แดนธรรม...คุณธงชนะ พรหมมิ เคยเห็นได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นของจังหวัด จากสมเด็จพระเทพฯ พ่อครูว่า…ให้เท่ากับข้าราชการเลยหรือให้เท่าที่ควรได้ควรมี ซึ่งไม่เหมือนข้าราชการก็เป็นพิเศษก็ได้จริงๆ ที่จริง คนไทยนี่ อาตมาว่า แต่อ้อนแต่ออกแต่เดิม อาตมานี่ ปู่ย่าตายายก็ทำนาทำสวนทำไร่ ตั้งแต่เด็กอาตมาก็อยู่กับสวนกับไร่กับนา อาตมาอยู่ที่พิบูลมังสาหารและก็มาอยู่ที่วาริน จบ ม.6 แล้วจึงเข้ากรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 14 ปีจากนั้น 50 ปีกว่าจะได้วกกลับมาตั้งหลักฐานที่วารินชำราบ อยู่ชีวิตทางฆราวาส 36 ปี แล้วก็บวชอยู่ที่กรุงเทพฯ บวชที่วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็ทำงานไปทางโน้น ตั้งนานกว่าจะออกมาจากที่โน่น ย้อนกลับมาที่นี่จนกว่าจะมาปลูกฝังอยู่ทางนี้ ก็มาอุบลนี่แหละ เพราะอาตมาเป็นเหลนท้าวคำผง หรือเจ้าพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง ณ อุบล) อาตมาเป็นทายาทลำดับ 7 ของเจ้าคำผง อาตมาเมื่อเรียนจบมาก็ไม่ได้รับราชการเลย ไปทำงานสถานีโทรทัศน์ จึงไม่ได้รับยศตำแหน่งทางราชการเลย พวกน้องๆเขาก็ยังได้รับตำแหน่งราชการบ้าง อาตมาก็ทำแต่งานส่วนเอกชนส่วนตัว มีส่วนตัวเป็นหลักจนกระทั่งเลิกแล้วงานทางโลก ก็มาทำงานทางธรรม 51 ปีย่างเข้าแล้ว แล้วก็จะทำต่อไปอีก

640104_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 22

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน