คนไม่ทำงานก็เดรัจฉานธรรมดา.docx
เนื้อหาในไฟล์
คนไม่ทำงานก็เดรัจฉานธรรมดา เราชาวอโศกได้จบงานเพื่อฟ้าดิน มีโศลกที่พ่อท่านให้ไว้ในงานว่า “คน ไม่ทำงาน ก็เดรัจฉานธรรมดา” กราบนิมนต์พ่อท่านให้ความหมายของโศลกนี้ครับ พ่อครูว่า…ก็อย่างที่คุณตั้งข้อสังเกตก็ได้ ก็อย่าไปคิดให้ลึกเกินไปเพราะว่า โศลกปีนี้มันตรง คุณไปมองให้ละเอียดว่า ที่จริงเดรัจฉานมันก็ทำงานของมันเป็นธรรมดา จริง! เดรัจฉานมันทำงานของมันเป็นธรรมดา แต่งานของเดรัจฉานนั้น มันไม่ได้เป็นงานที่ลึกซึ้งสูงส่ง มีประโยชน์คุณค่าต่อสัตว์อื่น ต่อมนุษย์อื่นได้มากเหมือนมนุษย์ผู้เจริญ ต้องใช้คำว่า “มนุษย์ผู้เจริญ” มนุษย์ผู้เจริญเป็นอาริยะ จะเป็นผู้ที่สร้างงานทำงาน ไม่ทำงานก็เป็นเดรัจฉานธรรมดา ก็คือทำ อย่างดีก็เพื่อกินเพื่ออยู่ของตนเอง ต่อสู้ดิ้นรน ฆ่าแกงคนอื่น ทรมานคนอื่น แย่งชิงกันไปเป็นธรรมดาๆ เหมือนสัตว์โลกียะสัตว์เดรัจฉานธรรมดา แต่ผู้ที่สูงกว่านั้นก็ไม่ต้องเตือนเขา เพราะว่าเขารู้ว่าจะต้องทำงานแน่นอน บางคนทำงานเกินไปด้วยซ้ำก็ต้องเตือนกัน แต่ผู้ที่ไม่ค่อยทำงาน มาอยู่ในสังคมชาวอโศก มันชวนให้ไม่ทำงาน เพราะว่ามันข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน เพราะฉะนั้นคนนี้ก็ไม่เจริญด้วยการลดกิเลส ไม่เจริญด้วยการเพิ่มอาริยธรรมให้แก่ตัวเองแน่นอน สำหรับคนแล้วพลังงานประสิทธิภาพความรู้ความสามารถของคนมันมีมากกว่าสัตว์ใดในโลก มากกว่าเดรัจฉานใดในโลก สัตว์มันอาจจะมีพลังแรงมากกว่าคน ไปปล้ำกับช้างก็สู้ช้างไม่ได้ ปล้ำกับควายก็สู้ควายไม่ได้เลยสำหรับคนนี่ แต่คนนี่ สำคัญที่ฉลาดเหนือ เพราะฉลาดซับซ้อนฉลาดลึกซึ้ง ยิ่งความฉลาดของพระพุทธเจ้าแล้วท่านบอกว่าคนนี้ ถ้าได้ศึกษาตามธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว จะฉลาดมี คัมภีรา (ลึกซึ้ง), ทุททัสสา
อ่านต่อ
(เห็นตามได้ยาก), ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก), สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่), ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น), อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้), นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน), ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ศึกษาตามธรรมะพระพุทธเจ้าจะได้เป็นบัณฑิตที่แท้จริง ไม่ใช่บัณฑิตที่สอนอยู่ตามมหาวิทยาลัยแต่เป็นบัณฑิตด้วยสัจธรรม ไม่ต้องมีใครมามอบปริญญาหรือใบประกาศใบรับรองให้หรอก จะเป็นบัณฑิตแท้ๆ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถยอดเยี่ยมจริงๆ คัมภีรา ลึกซึ้ง คนจะเห็นตามไม่ได้ง่ายๆ อย่างเช่นอาตมา เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ยังไม่ถึงพระพุทธเจ้าแต่ก็ยังมีโลกุตรธรรม แล้วก็เผยแพร่โลกุตรธรรม คนยุคนี้จึงเห็นตามไม่ได้ง่ายๆ ชาวอโศก 50 ปีก็ได้ประมาณนี้ ก็ไม่น้อย อาตมาว่าไม่ล้มเหลวแต่มันควรจะได้มากกว่านี้ เมืองไทยเป็นเมืองพุทธหากไปเผยแพร่ที่ชาวเทวนิยมคงจะยาก เพราะว่าจิตของเขาไม่มีพื้นฐานอะไรเลย มันจะได้รับ อัญญธาตุ เป็นธาตุที่เริ่มต้นโลกุตระ ไม่ง่าย เมืองไทยเป็นเมืองพุทธมา 800-900 ปี ตั้งแต่อ้อนแต่ออก จะมีศาสนาอื่นพยายามมาแทรกแซง ทุกวันนี้เมืองไทยก็ยังตรวจสอบแล้วก็ยังเป็นพุทธศาสนิกชนถึง 95% ดูเหมือนจะเป็น 94% แล้ว ก็ยังเป็นชาวพุทธกันอยู่เต็ม เผลอไม่ได้นะ อาตมาว่ามันไม่เผลอหรอก เพราะว่ามีคุณธรรมโลกุตระซ้อนไปในมนุษยชาติ และเป็นที่ตั้งของโลกุตรธรรมต่อไปอีก จนกว่าจะถึงพุทธกัปของพระสมณะโคดม 5,000 ปี ไปอีก 2,000 กว่าปี อาตมารับผิดชอบอันนี้อยู่ ไม่รู้ว่าจะต้องเวียนกลับมาเกิดอีกอาตมาฝืนอายุขัยมาจาก 72 ปี แล้วฝืนมาได้ 1 นักษัตร ตอนอายุ 84 ปี เกินที่จะต้องตายมา 1 นักษัตร เลยตอนนี้เป็น 87 ปี ก็ยังตั้งใจอยู่ว่าอย่างน้อยก็น่าจะสัก 108 ปี ก็จะเป็น 3 นักษัตร (84 ปี, 96 ปี, 108 ปี) สู่แดนธรรม...ขอต่อรองให้เป็น 144 ปี ได้ไหมครับ พ่อครูว่า…ก็มีสิทธิ์ต่อรองอาตมาก็มีสิทธิ์ที่จะลอง มีต้นทุนเท่าไหร่เต็มหน้าตักก็สู้ แต่ไม่รู้จะถึงไม่ถึงก็อีกเรื่อง ไม่เป็นไร Try and Try พยายามเท่านั้น ก็ขอสำทับเรื่องโควิด โดยเฉพาะในชุมชนอโศกทั้งหลาย แม้แต่ในบ้านราชฯนี่ก็เถอะ พยายามรักษา พยายามระมัดระวัง พยายามที่จะต้องอย่าการ์ดตก เข้มงวดขึ้นดีๆ อย่าประมาท ประมาทไม่ได้เลย เล่นกับมันไม่ได้เลย covid ตอนนี้เมืองไทยชักสถิติตกลง ตกลงแล้วนี่ สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน...วันนี้ 746 คนติดเชื้อเพิ่ม ทางไปรษณีย์บอกว่าให้ระวังของที่ส่งทางไปรษณีย์ก็มีสิทธิ์ติดเชื้อตามกล่องไปรษณีย์ได้ พ่อครูว่า…จะต้องฉีดแอลกอฮอล์กล่องละสัก 5 รอบ อย่าเสียดายแอลกอฮอล์ ค่อยเอามาเปิด สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน...กรรมการก็ได้ประชุมและคุยกันว่า(เฉพาะราชธานีอโศก) คนที่จะมาแบบเยี่ยมญาติอะไรแบบนี้เราของดหมดเลย ขอเพียงว่า ถ้าจะมาอยู่จริงก็ต้องมากักตัว แล้วก็ได้อยู่ต่อไป แต่ถ้าไปๆมาๆของดทั้งหมด แล้วผู้ที่สั่งของออนไลน์ก็ให้ลดลงให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ พ่อครูว่า…แล้วเราก็อย่าลืม! โศลก.. “คน ถ้าไม่ทำงานก็เดรัจฉานธรรมดา” ตอนนี้ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ อาตมาว่าวัฒนธรรมชาวอโศกประสบผลสำเร็จแล้วในระบบวิธี เรามีวัฒนธรรมมีระบบที่ พูดไปอธิบายไปธรรมะของพระพุทธเจ้า ใช้ชื่อมาผสมผสานให้สอดคล้องกับภาษาสมัยใหม่ ก็ใช้ เป็นสังคมที่ครบบวรเป็นสังคมที่มีเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบเป็นสังคมที่มีการเมืองบริหารกันอย่างทันสมัยนำสมัยด้วย เป็นการบริหารที่ไม่ต้องบริหารกันมากมาย ไม่ต้องจ้ำจี้จ้ำไช กฎหมายไม่ต้องมีอะไรมาก พวกเราก็มีกฎหมายเป็นหลักใหญ่คือศีล 5 เป็นหลัก กฎหมายย่อยก็มีส่วนปลีกย่อยบ้างนิดๆหน่อยๆ ก็อยู่กันได้อย่างสงบ เพราะว่าแก่นแท้ของคนมีปฏิภาณปัญญาเพียงพออันนี้เป็นเรื่องอจินไตย เป็นเรื่องขยายความยากมากเลย ที่จะมีปัญญาเป็นวิสัยของชาวพุทธศาสนาที่จะเป็นได้ แต่ข้างนอก ยากมากเลยจะมีปัญญาได้ ยากจะมีปัญญา มีแต่เฉโก เป็นโลกียะ แม้จะมีปัญญาถึงขั้นขนาดพวกเรามาเป็นอยู่ร่วมกันเป็นสังคม อาตมาว่าสังคมเราเรียกว่าเป็นสังคม ชุมชนอนาคามีภูมิได้ มีแกนของอนาคามีเยอะ เพราะทำงานฟรี มีศีล 10 เสียภาษี 100% อย่างนี้เป็นต้น ไม่ได้พูดเล่น เราทำอย่างไม่ได้ถูกบังคับไม่ได้ล่อหลอก แต่ใช้ธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศและพวกเราได้ปฏิบัติประพฤติ
640104_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 22