02_8บทที่ 3.pdf

โฟลเดอร์61 ธนิดา อิงนิวัฒน์ ผลของการใช้โปรแกรมการออกกาลังกาย
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์494 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) ชนิดมีกลุ่มเปรียบเทียบแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม วัดก่อนและหลังการทดลอง (Pretest-Posttest Control Group Design) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการออกก าลังกายแบบมณีเวชต่อการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในเทศบาลต าบลตลาด อ าเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้วิจัยได้ก าหนดวิธีด าเนินการตามล าดับหัวข้อต่อไปนี้ 1. รูปแบบที่ใช้ในการวิจัย 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 4. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การจัดท ากับข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล รูปแบบที่ใช้ในกำรวิจัย การด าเนินการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ประยุกต์การบริหารกายแบบมณีเวชมาใช้ในการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ ในเทศบาลต าบลตลาด อ าเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีรูปแบบการวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการออกก าลังกายแบบมณีเวชต่อการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ ท าการวัดก่อนและหลังการทดลอง (Two Group Pretest-Posttest Design) เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนและหลังการทดลอง โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการออกก าลังกายแบบ มณีเวช ส่วนในกลุ่มเปรียบเทียบจะไม่ได้รับโปรแกรมการออกก าลังกายใด ๆ ใช้ระยะเวลาในการด าเนินการวิจัยทั้งหมด 8 สัปดาห์ (พรศิริ พฤกษะศรี. 2551 : 326 ; สโรชา สุทธิจิต. 2551 : 40) โดยออกก าลังกายที่เป็นไปตามหลัก FITT ท าต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ วันละ 1 ชม. สัปดาห์ล่ะอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างจะได้รับการแนะน าจากวิทยากร และทบทวนจากคู่มือการออกก าลังกาย จ านวน 4 ครั้ง ครั้งละ 20-60

อ่านต่อ

นาที 55 สรุปขั้นตอนในกำรด ำเนินกำรวิจัย ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนที่ 3 แผนภาพที่ 5 ขั้นตอนการด าเนินงานวิจัย ท าการทดสอบสมรรถภาพทางกายในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ครั้งที่ 1 ก่อนการทดลอง (สัปดาห์ที่ 1) ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการหกล้มและการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ หลักการออกก าลังกาย แบบมณีเวช หลักการฝึกด้านการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา สร้างเครื่องมือวิจัย คือ โปรแกรมออกก าลังกายแบบมณีเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกาย ด้านการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ทดลองเครื่องมือก่อนการทดลอง (Try Out) การทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมออกก าลังกายแบบมณีเวชเพื่อพัฒนาด้านการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มีคุณภาพจึงน าไปใช้ทดลองต่อไป กลุ่มทดลอง จ านวน 30 คน ฝึกด้วยโปรแกรมออกก าลังกายแบบมณีเวช กลุ่มควบคุม จ านวน 30 คน ด าเนินชีวิตตามปกติ ไม่ได้รับการออกก าลังกาย ท าการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ครั้งที่ 2 หลังการทดลอง 6 สัปดาห์ ท าการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ครั้งที่ 3 หลังการทดลอง 8 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล/อภิปรายผลการวิจัย เผยแพร่รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ 56 แผนภาพที่ 6 แบบจ าลองแผนการทดลองโปรแกรมการออกก าลังกายปรับสมดุลแบบมณีเวช สัญลักษณ์ที่ใช้ในกำรทดลอง กลุ่มทดลอง M1, M2 หมายถึง การประชุมทีมงาน คัดกรองกลุ่มเป้าหมายเข้าศึกษา และสรุป O1, O2, O3 หมายถึง การเก็บข้อมูลก่อนทดลองและหลังสัปดาห์ที่ 6 และ 8 E1, E2, E3 หมายถึง ประเมินวัดการทรงตัว ความอ่อนตัว ความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อขา ก่อนทดลองสัปดาห์ที่ 1 และหลังสัปดาห์ที่ 6 และ 8 S1-S8 หมายถึง ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ X1-X4 หมายถึง การให้โปรแกรมการออกก าลังกายปรับสมดุลแบบมณีเวช จ านวน 4 ครั้ง ๆ ละ 3 วัน กลุ่มควบคุม M3, M4 หมายถึง การประชุมทีมงาน คัดกรองกลุ่มเป้าหมายเข้าศึกษา และสรุป O4, O5, O6 หมายถึง การเก็บข้อมูลก่อนทดลองและหลังสัปดาห์ที่ 6 และ 8 E4, E5, E6 หมายถึง ประเมินวัดการทรงตัว ความอ่อนตัว ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขา ก่อนทดลองสัปดาห์ที่ 1 และหลังสัปดาห์ ที่ 6 และ 8 S1-S8 หมายถึง ระยะเวลาการควบคุม 8 สัปดาห์ 57 ตารางที่ 4 โปรแกรมกิจกรรมก่อนการออกก าลังกายแบบมณีเวช ก่อนสัปดาห์ที่ 1 เนื้อหำ/กิจกรรม ทดลอง ควบคุม หมำยเหตุ ครั้งที่ 1 ก่อนสัปดำห์ที่ 1 สร้ำงสัมพันธภำพ กำรให้ควำมรู้เรื่องกำรหกล้ม คัดกรอง และทดสอบ 1. สร้างสัมพันธภาพ และคัดกรองกลุ่มตัวอย่างตามคุณสมบัติที่ก าหนดไว้โดยการท าประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน และประเมินสุขภาพ เพื่อคัดเลือกตามเกณฑ์คุณสมบัติที่ก าหนดไว้จ านวน 30 คน 2. ผู้ที่ผ่านเกณฑ์แล้วจ านวน 30 คน จะไปรับการประเมินทดสอบวัดการทรงตัว ความอ่อน และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ก่อนที่จะเข้าโปรแกรมการทดลอง ระยะเวลา 8 สัปดาห์ 3. การให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการหกล้มและแนวทางการป้องกันการหกล้ม   ตารางที่ 5 โปรแกรมกิจกรรมก่อนการออกก าลังกายแบบมณีเวช ก่อนสัปดาห์ที่ 6 เนื้อหำ/กิจกรรม ทดลอง ควบคุม วิธีกำร ครั้งที่ 2 หลังสัปดำห์ที่ 6 ทดสอบสมรรถภำพทำงกำย (เวลำ 1 ชม.) 1. ให้แนวทางในการป้องกันการหกล้ม 2. ผู้ที่ผ่านเกณฑ์แล้วจ านวน 30 คน จะไปรับการประเมินทดสอบวัดการทรงตัว ความอ่อน และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา   หลังสัปดาห์ที่ 6 มีการวัดสมรรถภาพทางกาย ตารางที่ 6 โปรแกรมกิจกรรมหลังการออกก าลังกายแบบมณีเวช หลังสัปดาห์ที่ 8 เนื้อหำ/กิจกรรม ทดลอง ควบคุม วิธีกำร ครั้งที่ 3 หลังสัปดำห์ที่ 8 ทดสอบสมรรถภำพทำงกำย (เวลำ 1 ชม.) 1. ให้แนวทางในการป้องกันการหกล้ม 2. ผู้ที่ผ่านเกณฑ์แล้วจ านวน 30 คน จะไปรับการประเมินทดสอบวัดการทรงตัว ความอ่อน และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ระยะเวลา 6 สัปดาห์   หลังสัปดาห์ที่ 8 มีการวัดสมรรถภาพทางกาย 58 ตารางที่ 7 โปรแกรมการออกก าลังกายแบบมณีเวช ระยะเวลา 8 สัปดาห์ วัน ขั้นตอน รูปแบบการฝึก เวลา/นาที 10.00-11.00 1. อบอุ่นร่างกาย มี 5 ท่า (Warm Up) อบอุ่นร่างกายด้วยการดัดยืดข้อต่อต่างๆ ขยับข้อให้มีการเคลื่อนไหว ส่วนไหนที่บิดเบี้ยวไม่สมดุลจัดให้เข้าที่ท่าที่ท าได้ จัดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า 1. ท่าจัดข้อมือ 2. ท่าจัดข้อศอก 3. ท่าจัดข้อเข่า 4. ท่านั่งย่อเข่าและขา 5. ท่ายืดเอ็นหลังเท้าและน่อง และยืนเขย่งเท้า 10 นาที 2. ท่ากายบริหารปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายแบบ มณีเวช มี 8 ท่า กายบริหารปรับสมดุลโครงสร้างแบบมณีเวชมี 8 ท่า (แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ท่าตาชั่งบน และท่าตาชั่งล่าง) 1. ท่าไหว้สวัสดี 2. ท่าโม่แป้ง 3. ท่าถอดเสื้อ ท่าตาชั่งบน (ท่าที่ 1-5) 4. ท่ากรรเชียง 5. ท่าปล่อยพลัง 6. ท่าคลานกับท่างู 7. ท่าแมว ท่าตาชั่งล่าง (ท่าที่ 6-8) 8. ท่าเต่า 20 นาที (ทุกท่าท าซ้ า 3 รอบ ยกเว้นท่าถอดเสื้อและท่ากรรเชียง ท าข้างละ 3 รอบ) 3. ผ่อนคลายร่างกาย มี 5 ท่า (Cool Down) ผ่อนคลายกล้ามเนื้อโดยใช้การเคลื่อนไหวที่มีแรงกระแทกต่ า ใช้ท่าปฏิบัติเช่นเดียวกันกับอบอุ่นร่างกาย 10 นาที ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง 1. ประชากร ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 60 ปีขึ้นไป จ านวนผู้สูงอายุทั้งหมดมี 8 หมู่บ้าน เทศบาลต าบลตลาด อ าเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีจ านวนผู้สูงอายุ 999 คน เป็นชาย 429 คน หญิง 570 คน (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลกระฉอด และเทศบาลต าบาลตลาด. 2560 : ออนไลน์) 2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม อายุระหว่าง 60 ปีขึ้นไป ที่อยู่ในเทศบาลต าบลตลาด อ าเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างใช้วิธีการแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลอง (ฝึกด้วยโปรแกรมการฝึกแบบมณีเวช) จ านวน 30 คนและกลุ่มควบคุม (ไม่ได้รับการฝึกโดยด าเนินกิจกรรมตามปกติ) จ านวน 30 คน โดยน าผลคะแนนผ่านเกณฑ์แบบประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ และการประเมิน 59 ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน (ADL : Activity Daily Loss) มาเป็นเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่ม เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม มีค่าคะแนนที่ใกล้เคียงกัน ขนาดของกลุ่มตัวอย่างค านวณจากการวิเคราะห์อ านาจการทดสอบ (Power Analysis) Fโดยใช้โปรแกรม G*Power (Faul, F., Erdfelder , E., Buchner, A., & Lang, A.-G. (2009). ) ซึ่งก าหนดระดับนัยส าคัญ (Significant Level) ที่ .05 อ านาจการทดสอบ (Power) ที่ .80 ส าหรับการวิจัยทางการพยาบาล การคาดการณ์ขนาดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตามไม่ควรเกินระดับปานกลาง (.30-50) ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้จึงก าหนดอิทธิพลของขนาดตัวอย่าง (Effect Size) ที่ .50 ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 24ราย (ภาคผนวก ก) และจากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาเพื่อป้องกันการสูญหายของกลุ่มตัวอย่างระหว่างการวิจัย (Attrition Rate) ผู้วิจัยจึงเพิ่มขนาดของกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 20 ของการประมาณกลุ่มตัวอย่างที่ได้ ส าหรับการวิจัยครั้งนี้จึงก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมเป็นกลุ่มละ 30 ราย โดยมีเกณฑ์ในกำรคัดเข้ำของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. ผ่านเกณฑ์การประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน (ADL : Activity Daily Loss) และแบบประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 2. ไม่เป็นโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการออกก าลังกาย เช่น โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถ ควบคุมอาการได้ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน โรคลมชัก โรคข้อเข่าเสื่อม 3. สมัครใจเข้าร่วมการออกก าลังกายตามโปรแกรมส าหรับผู้สูงอายุ โดยในกลุ่มทดลอง สามารถเข้าร่วมการออกก าลังกายตามที่ก าหนด คือ อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ได้ เกณฑ์ในกำรคัดออกจำกกำรวิจัย คือ 1. กลุ่มตัวอย่างเป็นโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการออกก าลังกาย เช่น โรคความดันโลหิตโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคหัวใจ โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม 2. ไม่สมัครใจเข้าร่วมโครงการต่อ กำรค ำนวณขนำดกลุ่มตัวอย่ำงโดยโปรแกรม G*Power Version 3.1 ขนาดของกลุ่มตัวอย่างค านวณจากการวิเคราะห์อ านาจการทดสอบ (Power Analysis) Fโดยใช้โปรแกรม G*Power (Faul, F., Erdfelder, E., Buchner, A., & Lang, A.-G. (2009 : ออนไลน์) ซึ่งก าหนดระดับนัยส าคัญ (Significant Level) ที่ .05 อ านาจการทดสอบ (power) ที่ .80 ส าหรับการวิจัยทางการพยาบาล การคาดการณ์ขนาดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตามไม่ควรเกินระดับปานกลาง (.30-50) (Norwood. , 2000) ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้จึงก าหนดอิทธิพลของขนาดตัวอย่าง (Effect Size) ที่ .50 ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 24ราย (Burns & Grove. 2009) (ภาคผนวก ก) และจากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาเพื่อป้องกันการสูญหายของกลุ่มตัวอย่างระหว่างการวิจัย (Attrition Rate) ผู้วิจัยจึงเพิ่มขนาดของกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 20 ของการประมาณกลุ่มตัวอย่างที่ได้ (Polit & Beck. 2008) ส าหรับการวิจัยครั้งนี้จึงก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมเป็นกลุ่มละ 30 ราย (สโรชา สุทธิจิต. 2551 : 40) 60 แผนภาพที่ 7 โปรแกรม G*Power Version 3.1 ที่มา : (สโรชา สุทธิจิต. 2551 : 40) เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย 1. แบบประเมินสุขภำพผู้สูงอำยุ ในการคัดกรองเลือกกลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 การประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน (ADL : Activity Daily Loss) เป็นแบบประเมินความสามารถในกิจวัตรขั้นพื้นฐานของผู้สูงอายุซึ่งแปลเป็นภาษาไทยและปรับปรุงโดยสุทธิชัย จิตะพันธ์กุล (2544 : ก) จาก Barthel ADL Index ของ Mahoney และ Barhtel เป็นการประเมินความสามารถในการดูแลตนเอง ประกอบด้วยการประเมินกิจวัตรประจ าวัน 10 กิจกรรม ได้แก่ การรับประทานอาหาร การแต่งตัว การเคลื่อนย้าย การใช้ห้องสุขา การเคลื่อนไหว การสวมใส่เสื้อผ้า การขึ้น-ลงบันได การอาบน้ า การควบคุมการถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ โดยต้องผ่านเกณฑ์ 12 คะแนนขึ้นไปหมายถึง ไม่มีภาวะพึ่งพา (กลุ่มติดสังคม) 0-4 คะแนน หมายถึง มีภาวะพึ่งพาโดยสมบูรณ์ กลุ่ม 3 (ติดเตียง) 5-8 คะแนน หมายถึง มีภาวะพึ่งพารุนแรง กลุ่ม 2 (ติดบ้าน) 61 9-11 คะแนน หมายถึง มีภาวะพึ่งพาปานกลาง กลุ่ม 2 (ติดบ้าน ) 12+ คะแนน หมายถึง ไม่มีภาวะพึ่งพา กลุ่ม 1 (ติดสังคม ) ส่วนที่ 2 แบบประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (ประยุกต์มาจากแบบประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จัดท าโดย กองการพยาบาลสาธารณสุข ส านักอนามัย กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2 มกราคม 2553) 2. แบบทดสอบสมรรถภำพทำงกำย เป็นแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายส าหรับผู้สูงอายุ อายุ 60-89 ของส านักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา (สุพิตร สมาหิโต และคนอื่น ๆ. 2556 : 2-30) ได้แก่ 2.1 แบบทดสอบการทรงตัว คือ การเดินเร็วอ้อมหลัก (Agility Course) คือ การวัดความสามารถในการทรงตัวแบบเคลื่อนที่ โดยเดินเร็วอ้อมหลัก ไปกลับ 3 เมตร ท าการทดสอบ 2 ครั้ง บันทึกผลเป็นวินาที เอาครั้งที่ท าได้ดีที่สุด เป็นการประเมินความสามารถในการทรงตัวในท่าลุก และเดิน ความเร็วที่สุดและปลอดภัยแล้วหมุนตัวอ้อมเก้าอี้และเดินกลับไปนั่ง 2.2 แบบทดสอบความอ่อนตัว คือ การนั่งงอตัวไปข้างหน้า (Sit and Reach) โดยวัดระยะทางที่นั่งงอตัวไปข้างหน้า ท าการทดสอบ 2 ครั้ง บันทึกผลเป็นเซนติเมตร เอาครั้งที่ท าได้ดีที่สุด 2.3 แบบทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา คือ การยืน-นั่ง บนเก้าอี้ 30 วินาที (30 Seconds Chair Stand) ใช้วัดความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อขา นับจ านวนครั้งที่ท าได้ จับเวลา 30 วินาที บันทึกผลเป็นจ านวนครั้ง ทั้งนี้แบบทดสอบทั้ง 3 รายการได้ผ่านการพิจารณาจากท่านผู้เชี่ยวชาญแล้วสามารถน าไปทดสอบได้ ประเมินผลและทดสอบสมรรถภำพทำงกำย โดยเทียบเกณฑ์ (สุพิตร สมาหิโต และคนอื่น ๆ. 2556 : 2-30) ก่อนการทดลอง ทดสอบหลังสัปดาห์ที่ 6 และหลังสัปดาห์ที่ 8 ได้แก่ 1. แบบประเมินการทรงตัว โดยการเดินเร็วอ้อมหลักระยะทาง 3 เมตร เป็นแบบการประเมินวัดความเร็ว บันทึกผลเป็นวินาที จากนั้นน ามาเข้าเกณฑ์แปลผลในตาราง แบ่งเกณฑ์การวัดตามเพศชายและเพศหญิง และแบ่งเป็นช่วงอายุ 6 ระดับเป็นอันตรภาคชั้น โดยแบ่งเกณฑ์การให้คะแนน จากต่ ามากไปถึงดีมาก 2. แบบประเมินความอ่อนตัว โดยการนั่งงอตัวไปข้างหน้า เป็นแบบการประเมินวัด ระยะทาง ที่นั่งงอตัวไปข้างหน้า บันทึกผลเป็นเซนติเมตร จากนั้นน ามาเข้าเกณฑ์แปลผลในตาราง แบ่งเกณฑ์การวัดตามเพศชายและเพศหญิง แบ่งเป็นช่วงอายุ 6 ระดับเป็นอันตรภาคชั้น โดยแบ่งเกณฑ์การให้คะแนน จากต่ ามากไปถึงดีมาก 3. แบบประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา โดยการยืน-นั่ง บนเก้าอี้ จับเวลา 30 วินาที บันทึกผลเป็นจ านวนครั้ง จากนั้นน ามาเข้าเกณฑ์แปลผลในตาราง แบ่งเกณฑ์การวัดตามเพศชายและเพศหญิง แบ่งเป็นช่วงอายุ 6 ระดับเป็นอันตรภาคชั้น โดยแบ่งเกณฑ์การให้คะแนน จากต่ ามากไปถึงดีมาก 3. อุปกรณ์ที่ใช้ในงำนวิจัย 3.1 เครื่องชั่งน้ าหนัก 62 1.2 เครื่องวัดส่วนสูง 1.3 เครื่องวัดความดันโลหิต 1.4 นาฬิกาจับเวลา 1/100 วินาที (วัดการทรงตัว) 1.5 เทปวัดระยะทาง มีหน่วยเป็นฟุต (วัดการทรงตัว) 1.6 เสาหลักสูง 120 เซนติเมตร จ านวน 2 หลัก 1.7 เก้าอี้มีพนักพิงและมีที่พักแขน จ านวน 1 ตัว (วัดการทรงตัว) 1.8 กล่องเครื่องมือวัดความอ่อนตัว ขนาดสูง 30 เซนติเมตร (วัดความอ่อนตัว) มีสเกลของระยะทางตั้งแต่ค่าลบถึงค่าบวกเป็นเซนติเมตร (วัดความอ่อนตัว 1.9 เก้าอี้ที่มีพนักพิง สูง 17 นิ้ว (43.18 เซนติเมตร) (วัดความแข็งแรง) 1.10 พื้นปูรองที่ใช้ในการฝึกการออกก าลังกาย 4. แบบบันทึกผลกำรทดสอบสมรรถภำพทำงกำยผู้สูงอำยุ ประยุกต์มาจากแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายส าหรับผู้สูงอายุ อายุ 60-89 ปี (สุพิตร สมาหิโต และคนอื่น ๆ. 2556 : 2-30) เพื่อประเมินความสามารถในการป้องกันการหกล้ม โดยบันทึกก่อนและหลังการทดลองในการวัดความอ่อนตัวจะวัดระยะทางที่นั่งงอตัวไปข้างหน้า ท าการทดสอบ 2 ครั้ง บันทึกผลเป็นเซนติเมตร เอาครั้งที่ท าได้ดีที่สุด 5. โปรแกรมกำรออกก ำลังกำยแบบมณีเวชต่อกำรป้องกันกำรหกล้มของผู้สูงอำยุ คิดค้นโดยอาจารย์ประสิทธิ์ มณีจิระประการ มีท่าบริหารปรับสมดุลโครงสร้างที่บุคคลทั่วไปสามารถฝึกปฏิบัติด้วยตนเองด้วยท่าที่เป็นมาตรฐาน 5 ท่า (ท่าไหว้สวัสดิ์ ท่าโม่แป้ง ท่าถอดเสื้อ ท่ากรรเชียง ท่าปล่อยพลัง) และท่าปรับสมดุลช่วงล่าง 3 ท่า (ท่างู ท่าแมว ท่าเต่า) และและท่าอบอุ่นร่างกาย (Warm Up) และท่าผ่อนคลายร่างกาย (Cool Down) ด้วยการจัดมณีเวชดัดยืดข้อต่อ 5 ท่า (การจัดนิ้วมือข้อมือ การจัดข้อศอก การจัดข้อเข่า การยืดเอ็นหลังเท้าและน่อง) เป็นเวลา 8 สัปดาห์ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20-60 นาที เนื่องจากการออกก าลังกายเป็นแบบมณีเวชไม่ต้องใช้แรงกระแทกเหมาะส าหรับผู้สูงอายุ 6. คู่มือโปรแกรมกำรออกก ำลังกำยปรับสมดุลโครงสร้ำงแบบมณีเวชเพื่อกำรป้องกันกำรหกล้มของผู้สูงอำยุ ภำยใน 8 สัปดำห์ โดยมีแบบประเมินสุขภาพก่อนการฝึก การให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการหกล้มและแนวทางในการป้องกันการหกล้ม โปรแกรมการออกก าลังกาย ประกอบด้วย ท่ากายบริหารแบบมณีเวช ท่าการดัดยืดข้อต่อ และมีการจดบันทึกกิจกรรมประจ าวันในระยะเวลาการฝึก 8 สัปดาห์ และมีแบบการวัดสมรรถภาพทางกายก่อนและหลังการฝึกเพื่อวัดการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา กำรตรวจสอบคุณภำพเครื่องมือ 1. ขั้นออกแบบ 1.1 ศึกษาจากเอกสาร ต ารา และงานวิจัยที่เกี่ยวกับการออกก าลังกายของผู้สูงอายุต่อการป้องกันการหกล้มและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.2 น าข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาจัดสร้างโปรแกรมการออกก าลังกายแบบมณีเวชของผู้สูงอายุที่ช่วยการป้องกันการหกล้ม 63 S-CVI /Ave = (S-CVI)/P 2. ขั้นพัฒนำ 2.1 ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (Content Validity) โดยผู้วิจัยน าโปรแกรมการ ออกก าลังกายแบบมณีเวชต่อการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุที่สร้างเสร็จแล้ว เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบแก้ไขเนื้อหาและภาษาที่ใช้ เพื่อพิจารณาตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม เนื้อหา ภาษาที่ใช้ และภาพประกอบ และเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิจ านวน 3 ท่าน (ภาคผนวก ค) หลังจากนั้นน าแบบสัมภาษณ์มาปรับปรุงแก้ไขตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแล้วน าไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบอีกครั้งก่อนน าไปใช้การตรวจสอบค่าความตรงตามเนื้อหา (Content Validity Index [CVI]) ในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยเลือกใช้ดัชนีความตรงตามเนื้อหาทั้งฉบับ (Content Validity For Scale : S-CVI) มีขั้นตอนดังนี้ (1) ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณามาตรประเมินความสอดคล้องจะมี 4 ระดับ คือ 1 = ไม่สอดคล้อง, 2 = สอดคล้องบางส่วน, 3 = ค่อนข้างสอดคล้อง, 4 = มีความสอดคล้องมาก โดยการหาค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา ให้น าเฉพาะข้อที่ได้รับการประเมิน 3 หรือ 4 เท่านั้น (ถือว่ามีความสอดคล้อง) มาค านวณผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 3 คน ไม่เกิน 10 คน (Lynn, M. R. 1986 : 382-385 อ้างถึงใน ประจักษ์ ปฏิทัศน์. 2559 : 19) 2) ค านวณหาค่า S-CVI ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ออกแบบตารางไว้ (ภาคผนวก ซ) ส าหรับตรวจสอบเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญได้ ดังนี้ การหาค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหารายข้อ (Item Content Validity Index, I-CVI) จากสูตร I-CVI = Nc/N เมื่อ Nc หมายถึง จ านวนผู้เชี่ยวชาญที่ประเมินความสอดคล้องในระดับ 3 และ 4 N หมายถึง จ านวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด จากนั้นจึงน าข้อมูลสัดส่วนความสอดคล้องของ Item ของผู้เชี่ยวชาญมาค านวณหาความตรงตามเนื้อหาทั้งฉบับ S-CVI/Ave เป็นการหาค่าเฉลี่ยดัชนีวัดความสอดคล้องของเครื่องมือวัดโดยค่าที่น ามาค านวณได้มาจากค่า I-CVI แต่ละข้อ โดยคิดจากผลรวมของค่า I-CVI หารด้วยจ านวนข้อค าถามโดย (Waltz, C., Strickland, O. and Lanz, E. 2005 : 155 อ้างถึงในประจักษ์ ปฏิทัศน์. 2559 : 22) เขียนเป็นสมการได้ว่า เมื่อ P แทน จ านวนข้อค าถาม ซึ่งค่า CVI ควรมีค่าตั้งแต่ 0.8 ขึ้นไป (Davis, L. 1992 : 194-197 ; Waltz, C., Strickland, O. and Lanz, E. 2005 : 155 อ้างถึงในประจักษ์ ปฏิทัศน์. 2559 : 22) จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญจ านวน 3 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 1 2.2 ผู้วิจัยน าเครื่องมือมาปรับปรุงแก้ไขแล้วผลิตขึ้นเป็นต้นแบบ (Prototype) แล้วน าไปทดสอบประสิทธิภาพตามขั้นตอนที่ก าหนดไว้ 3. ขั้นทดลองใช้ น าโปรแกรมการออกก าลังกายแบบมณีเวชต่อการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุที่ผลิตขึ้นเป็นต้นแบบ (Prototype) ไปทดลองใช้กับกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่างที่ท าการศึกษา 64 (Try Out) คือ ผู้สูงอายุหญิงและชายที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จ านวน 15 คน ดูความชัดเจนของภาษาและความเข้าใจของกลุ่มตัวอย่าง จากนั้นน าโปรแกรมมาปรับปรุงแก้ไข แล้วน าไปใช้จริง วิธีกำรรวบรวมข้อมูล การวิจัยนี้ผู้วิจัยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพผู้สูงอายุ ข้อมูลการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน ข้อมูลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของกลุ่มตัวอย่าง คะแนนการทดสอบด้านการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาของผู้สูงอายุ ก่อนการทดลอง และหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 6 และหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 โดยน าผลข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อสรุปผลการวิจัย ซึ่งผู้วิจัยได้ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีตามล าดับขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ระยะเตรียมกำร 1.1 ผู้วิจัยเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์และเครื่องมือการวิจัยต่อคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรม 1.2 น าจดหมายการผ่านการพิจารณาจริยธรรม เสนอต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลกระฉอดและเทศบาลต าบาลตลาดเพื่อขออนุญาตเข้าด าเนินการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล 1.3 ผู้วิจัยประชุมเตรียมความพร้อมของผู้ช่วยผู้วิจัย นัดหมายเพื่อท าความเข้าใจรายละเอียดและแผนงาน ตลอดจนวิธีการปฏิบัติและการบันทึกผลการวิจัยให้เข้าใจและถูกต้องตรงกัน และมอบหมายให้ผู้ช่วยผู้วิจัยรับผิดชอบเป็นผู้ให้ความรู้ในฐานการเรียนรู้และการปฏิบัติกิจกรรม 1.4 จัดเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย สื่อการสอน วัสดุอุปกรณ์ และสถานที่ในการใช้ท ากิจกรรม 1.5 ท าการทดลองเครื่องมือก่อนการทดลอง (Try Out) โดยได้น าไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ที่ไม่ใช่กลุ่มทดลองที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ 2. ระยะกำรด ำเนินกำรทดลอง 2.1 ผู้วิจัย ผู้ช่วยวิจัยและกลุ่มทดลอง เข้าพื้นที่ในเทศบาลต าบลตลาด อ าเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา วันละ 1 ชั่วโมง โดยการท า 3 วัน/สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ 2.2 ผู้วิจัยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามคุณสมบัติที่ก าหนด และนัดหมายเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัย ขั้นตอนการด าเนินการวิจัย ระยะเวลาในการท าวิจัย และการพิทักษ์สิทธิ์ 2.4 เก็บข้อมูลก่อนการทดลองในสัปดาห์ที่ 1 (Pretest) โดยใช้แบบประเมินความสามารถในกิจวัตรขั้นพื้นฐานของผู้สูงอายุ แบบประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ และแบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย (ครั้งที่ 1) 2.5 ด าเนินการทดลองโดยผู้วิจัยจัดโปรแกรมการออกก าลังกายแบบมณีเวชให้แก่ กลุ่มตัวอย่าง ท าการทดลอง 3 วัน/สัปดาห์ วันละ 1 ชั่วโมง ท าการทดลองทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 10.00-11.00 น. ในเทศบาลต าบลตลาด อ าเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 2.6 ประเมินการทรงตัว ความอ่อนตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาหลังจากเข้าโปรแกรม 6 สัปดาห์ (ครั้งที่ 2) และ 8 สัปดาห์ (ครั้งที่ 3) และเก็บรวบรวมข้อมูลหลังการทดลอง (Posttest) ไปวิเคราะห์ผลทางสถิติ เพื่อทดสอบสมมติฐานของงานวิจัยต่อไป 65 กำรจัดท ำกับข้อมูลและกำรวิเครำะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลชองกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยใช้สถิติดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 คุณลักษณะทั่วไปของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม (Mean ± SD) ก่อนการทดลอง ได้แก่ อายุ น้ าหนัก ส่วนสูง อัตราชีพจร ความดันโลหิตบน-ล่าง ส่วนที่ 2 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการเดินเร็วอ้อมหลัก 3 เมตร (วินาที) การนั่งงอตัวไปข้างหน้า (ซม.) และการยืน-นั่งบนเก้าอี้ 30 วินาที (จ านวนครั้ง) กลุ่มทดลองก่อนการทดลอง หลังสัปดาห์ที่ 6 และ 8 ส่วนที่ 3 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการเดินเร็วอ้อมหลัก 3 เมตร (วินาที) การนั่งงอตัวไปข้างหน้า(ซม.) และการยืน-นั่งบนเก้าอี้ 30 วินาที(จ านวนครั้ง) ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนการทดลอง หลังสัปดาห์ที่ 6 และ 8 ส่วนที่ 4 เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยการเดินเร็วอ้อมหลัก 3 เมตร (วินาที) การนั่งงอตัวไปข้างหน้า (ซม.) และการยืน-นั่งบนเก้าอี้ 30 ว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน