สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_สัมมาทิฏฐิ 10) ตอน ความสำเร็จในการทำงานศาสนาของพ่อครู.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_สัมมาทิฏฐิ 10) ตอน ความสำเร็จในการทำงานศาสนาของพ่อครู อาตมาพูดจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่รู้จะทำอย่างไร ขนาดนั้นคนเขาก็ยืนยันว่า ผู้บรรลุธรรมจะอวดไม่ได้ อวดตัวว่าบรรลุธรรมไม่ได้ อาบัติเลย ดีไม่ดีปาราชิก นอกนั้นก็อาบัติปาจิตตีย์ตลอดเวลา อาตมาก็ขอยืนยันว่า ไม่ได้อาบัติปาจิตตีย์ และปาราชิก อาบัติปาจิตตีย์คือ ตนเองมีคุณธรรมในตัวเอง แล้วแสดงว่าตนเองมีคุณธรรมนั้น กับอนุปสัมบัน เอาอุตริมนุสธรรมที่มีในตนนั้นก็ปาจิตตีย์ อนุปสัมบันนั้นเขาแปลว่าฆราวาส แต่ที่จริงอาตมาว่าคือผู้มีภูมิไม่ถึงจะรับได้ แต่อาตมาแสดงออกทางโทรทัศน์ มีอนุปสัมบัน เขาภูมิไม่ถึง เปิดฟังก็จะรับไม่ได้ก็ไม่ฟังหรอก แต่ถ้าคนมีภูมิ ฟังได้เขาก็จะฟังอย่างตั้งใจ แต่คนฟังอย่างเพ่งโทษ จับผิด ก็ไม่ได้ประโยชน์หรอก อาตมาแสดงธรรม เรื่องที่ต่างจากโลกเขาแสดง เขาจะแสดงทาน ส่วน ศีล เขาไม่ค่อยแสดงบรรยายเท่าไหร่ มีแต่รับศีลที่วัดแล้วเท่านั้น นอกนั้นเขาไปเรื่องสมาธิ ปัญญา กันไปโน่น ไม่ค่อยบรรยายศีลกัน นอกนั้นมิจฉาอาชีวะ 5 เขาไม่ค่อยบรรยายกัน กุหนา ลปนาคืออบายมุขที่ต้องหยุด ศีลข้อ 5 คือยอดอบายมุข กุหนา ลปนา คือยอดอบายมุข ต้องเลิกก่อนเลย คนฟังอาตมาอยู่ทุกวันจะรู้เลยว่า อาตมาบรรยายธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่เหมือนใครที่เขาบรรยายกัน แม้แต่ผู้ที่ถือว่าเป็นผู้ที่เป็นยอดในทางธรรมะพระพุทธเจ้า มีธรรมะเก่ง เป็นพระไตรปิฎกเคลื่อนที่ หรือผู้รู้ยอดธรรมเป็น Knowledgeman อาตมาก็ถือว่าท่านเก่ง แต่ไม่ได้ปฏิบัติได้จนเป็นอาริยบุคคล ผู้ที่จะเป็นอริยบุคคลจะต้องรู้จักเวทนา 108 และเอาเวทนา 108 มาเน้น เพราะว่ากรรมฐานของศาสนาพุทธคือเวทนาอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่กรรมฐาน 40 ที่อรรถกถาจารย์รวบรวมไว้ อันนั้นเป็นสมถะไม่ใช่วิปัสสนา ศาสนาพระพุทธ
อ่านต่อ
เจ้าเป็นวิปัสสนาไม่ใช่การสะกดจิต ไม่ใช่มีวัตถุให้จิตไปจดจ่อ เป็นกสิณ แต่ให้มีสติมีธัมมวิจัย พิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรมเป็นสติปัฏฐาน 4 ไม่ใช่ไปนั่งสะกดจิตอย่างนั้น ที่อาตมาพูดนี้มันแรงนะ เพราะว่าเขาทำผิดกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทั้งกระบวน ในเรื่องของศาสนาพุทธ อาตมาพูดเหมือนยกตัวว่า เป็นผู้ที่ถูกต้อง ก็ต้องเห็นใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วกระแสหลักเขาก็ ยิ่ง ไม่มีดวงตา ไม่รู้ว่าโพธิรักษ์คือผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นผู้มาพูดสัมมาวาจา มาพาทำสัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ เขาไม่เชื่อ ทั้งที่อาตมาพาทำแล้วมีมรรคผล ให้พวกเรามาทำสัมมาอาชีพ เลี้ยงชีพทุกวันนี้อย่างพ้น กุหนา ลปนา ไม่โกงไม่เอาเปรียบ มีแต่เสียสละๆ สร้างสรร ค้าขาย ปฏิบัติธรรมอยู่ในชีวิต นอกจากส่วนตัวไปละเมิด โลภอยู่ข้างนอก ก็เป็นตัวใครตัวมัน แต่ที่ทำกันในหมู่บ้านชาวอโศกก็สังวรกันตลอด พาทำกันตลอด อาตมาว่าอาตมามาชาตินี้พาทำงาน อาตมาประสบผลสำเร็จอย่างชัดเจน แต่คนก็มองไม่ออก แล้วพวกคุณก็มีสมาธิ มีความแข็งแรง สร้างฌานของจิต มีอัปปนา พยัปปนา เจตโนอภินิโรปนา มีฌาน 1 2 3 4 ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากในฌาน 4 เช่น คุณไม่ฆ่าสัตว์ สัมผัสสัตว์ ไม่มีจิตอยากจะฆ่าอยากเอามากิน จิตมันบรรเทา สัมผัสกับสัตว์ใดๆ ก็ไม่อยากจะฆ่าเลย แม้มันจะกลับมาทำร้ายเรา เราก็ไม่คิดจะฆ่า แม้จะเจ็บก็ตาม ถามนิดหนึ่ง ถ้าคุณเจอสัตว์ ตัวใดตัวหนึ่งมันกัดหนักๆ คุณจะฆ่ามันไหม หรือจะไล่มันไป….คนตอบว่าไล่ นี่คือการบรรลุธรรม มีมรรคผล คุณจะไม่ฆ่าสัตว์ คุณจะไล่มันไป นี่คือ สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์จริงในชาวอโศก มีสติ มีปัญญา รู้ว่า พฤติกรรมอย่างนี้ ศีลข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ สองคุณไม่เอาของคนอื่น คุณสังวรระวังจริงไหม ของคนอื่น ถ้าผู้ใดไม่ขโมยก็จริง แต่เจอของที่ไม่ใช่ของๆเราก็หาทางเอาเปรียบ นี่คือการละเมิดศีล พระพุทธเจ้าตรัสว่า ศีลข้อ 2 พระสมณโคดม ละการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ รับแต่ของที่เขาให้ ต้องการแต่ของที่เขาให้ ไม่ประพฤติตนเป็นขโมย เป็นคนสะอาดอยู่ ก็หมายความว่า จิตคุณจะรู้ว่าของนี้ไม่ใช่ของคุณ เขาไม่ได้ให้ คุณจะละเมิดอยากได้ จะมีมากน้อยขนาดไหน มันลดไหมจิตคุณ แต่ก่อน อยากได้อย่างแรงถึงขโมย แต่ต่อมาลด ไม่ขโมย แต่หาเจ้าของ ถ้าเขาให้ก็เอาเลย ไม่ให้ก็ไม่เอา ไม่ให้ก็ซื้อหาได้ สุจริตแล้ว สมณะเดินดินว่า...ถ้าไม่ถึงขโมย แต่ว่าอยากได้เปรียบ เช่น พวกขายตรงผิดไหมครับ พ่อครูว่า...ผิดสิ จิตคิดเอาเปรียบ พูดหลายทีแล้วว่าพวกคนที่ขายตรงนั้นออกไปจากชาวอโศกเลย คือขี้โลภจัด เห็นแก่ได้จัด ตกเป็นทาสของนายทุน ให้นายทุนไสหัวใช้ สมณะเดินดินว่า...พวกญาติธรรมมักมองว่า เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ พ่อครูว่า...ให้เลิกเลยการขายตรงนี้ ให้มันตายไปเลยดีกว่า จริงมันต้องพยายามทำของให้ดี มีประสิทธิภาพสูง จะได้ขายแพงเกินกว่าเหตุ แล้วเขาก็มีคณะมีทีมวิจัย ทำสิ่งแปลกใหม่ แต่มันเวอร์ไม่พอดีหรอก ของพวกนี้ มันมากไป ถ้ายิ่งสิ่งเป็นสุขภาพ ยิ่งเวอร์ทั้งนั้น เราไม่รู้รายละเอียดหรอก อาตมาพยายามพาศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าให้เกิดประโยชน์เกิดผล พาทำมาจนทุกวันนี้ ประสบผลสำเร็จแล้ว โดยดูจากสิ่งที่ปรากฏเกิดผลจริงมีจริง เป็นเอกีภาวะ เป็นปึกแผ่น เกิดมวลหมู่ชาวอโศก และเป็นสิ่งยั่งยืนถาวร หลายคนอสังกุปปัง ไม่มีกิเลสนั้นเกิดอีกแล้ว ไม่มีอะไรมาทำลายคุณธรรมคุณวิเศษของเราแล้ว ยกตัวอย่าง คนมาปฏิบัติไม่ฆ่าสัตว์จนกระทั่งไม่กินเนื้อสัตว์ ใครจะมาล้มล้าง มาให้เราเปลี่ยนไปกินเนื้อสัตว์อีก ไม่มีทาง ไม่แปรเป็นอื่น อวินิปาตธรรม เป็นอย่างนี้ไปได้จริงๆ นิจจัง ธุวัง สัสสตัง ไปได้ตลอด หลายคนยกตัวอย่างเรื่องเนื้อสัตว์ตั้งแต่เข้าใจในวันนั้นจนมาถึงวันนี้ไม่มีล้ม เรียกว่า สัสสตัง ตลอดกาล จิตใจไม่มีอยากไปกินเนื้อสัตว์เลย จึงเรียกว่าเที่ยงแท้ นิจจัง คือมรรคผลจริง ศีลข้อที่ 2 ของที่ไม่ใช่ของเราไม่ได้อยากเอาเลย จะให้ไปลักขโมยก็เลิกขาด แต่ยังอยากได้เปรียบบ้าง ก็ต้องศึกษาว่าตนเองไม่แข็งแรง จนกระทั่งเราไม่เอาของเขาแต่เราสร้างขึ้นมา แล้วยังให้คนอื่นอีก อย่างนี้ต่างหากชาวอโศกทำได้ ไม่ได้หวงแหนเลย ไล่แจกอีกต่างหาก กินใช้ไม่ทัน ขายราคาถูกๆอีก สังคมเราแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคมประเทศได้อย่างตรงเป้า และทำได้สำเร็จตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าด้วย เป็นคนไม่ได้ตกอยู่ในกระแสของทุนนิยมเขา พวกตกในกระแสทุนนิยมไม่งอกเงย คือผู้ที่เศรษฐกิจ เป็นผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเศรษฐกิจอย่างที่ผู้บริหารประเทศต้องการ พวกเราคือผู้ที่อยู่ในการปฏิบัติประเภทเศรษฐกิจตามเศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้า ที่ตรงตามผู้บริหารต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสังคมหรือชาติไหน เราไม่ได้ขัดแย้ง ทำให้เสียเศรษฐกิจของสังคมประเทศ ไม่ว่าจะในลัทธิไหน เป็นเผด็จการ เป็นสังคมนิยม รู้จักเป็นประชาธิปไตยก็ไม่ขัดแย้งเลย พวกเราเป็นนักเศรษฐกิจที่เยี่ยมยอด เศรษฐกิจของสังคมคอมมิวนิสต์ ต้องการของส่วนกลางมาก ทุกคนต้องพยายามเอามาให้แก่ส่วนกลางมากด้วยการบังคับ กดขี่ภาษี ประชาธิปไตยไม่กดขี่ภาษี แต่คอมมิวนิสต์ทำ ยิ่งเผด็จการ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็บังคับเอาเลย ดีไม่ดีสั่งล้มละลายได้เลย แม้แต่ประชาธิปไตยเขาต้องการทำเศรษฐกิจ ให้คนทำงานแล้วเอามาเข้าส่วนกลางคือของรัฐให้ได้มากคือภาษี ภาษีของรัฐมีมากมาย คือเอาจากประชาชนเข้าสู่ส่วนกลาง อาตมาพาพวกเราปฏิบัติเสียภาษี 100% ให้ส่วนกลาง ที่อาตมาพูดแล้วพูดเล่า พวกนักเศรษฐศาสตร์ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจและไม่เชื่อ ว่าอาตมาให้พวกเราทำงานฟรีได้ ไม่ต้องเอารายได้เป็นของตัวเองเลย เท่ากับเสียภาษี 100% จะมีคณะบริหารเงินทองนั้น ยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์ แล้วกินอยู่อย่างนี้ เป็นสังคมยอดของคอมมิวนิสต์ ยอดของประชาธิปไตยเพราะเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามีส่วนกลาง ต้องการให้ส่วนกลางมีมากพอ ยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์ ดูที่จิตใจไม่ได้ถูกบังคับ คุณมาอยู่กับสังคมอโศก ยิ่งกว่าสังคมคิปบุช ยิ่งกว่าสังคมคอมมิวนิสต์ ให้ได้100% เลย ส่วนตัวนั้นมีน้อย บางคนบอกว่า มาอยู่ที่นี่ไม่มีส่วนตัวหรอก แต่บางคนก็มีของใครของมันส่วนตัวก็แล้วแต่ ไม่ได้ไปตรวจสอบหรอก อิสระ แต่ก็ส่วนใหญ่ชาวอโศกทำงานให้ส่วนกลาง ไม่ได้มาทำส่วนตัว เข้าใจแล้ว หมู่บ้านนี้อยู่สบาย นั่นแหละคือการบรรลุมรรคผล ผู้ที่อยู่ในชุมชนชาวอโศกไม่ได้มีอาชีพส่วนตัวข้างนอกเลย มีอาชีพในนี้ แล้วแบ่งกินใช้กันในนี้ นั่นคือผู้บรรลุมรรคผล ยืนยันได้พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ขั้นต่ำ แต่เป็นธรรมะพระพุทธเจ้าขั้นสูงเลย อาตมาประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่มาก แต่พูดไปแล้วคนไม่ค่อยเข้าใจ ศีลข้อ 1 ไม่ทำร้ายสัตว์เข้าใจความเป็นชีวะ อาตมาพาทำให้ชาวอโศกบรรลุมรรคผลมีจิตใจไม่โหดร้ายทำลายสัตว์ นอกจากเผลอสติ ถ้าไม่เผลอสติ ก็สังวรสำรวม ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เอาของที่ไม่ใช่ของๆตน มีใจเสียสละอีก มีหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติประพฤติ มีปัญญารู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ให้ ตัวหมดตน ลดละกิเลสก็เข้าใจกัน ราคะ กามก็ลดกัน มาอยู่ในหมู่หากผิดพลาดก็ชำระกัน ชุมชนชาวอโศกไม่มีอบายมุขเลยตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้ นี่คือมรรคผล คือความสำเร็จของศาสนาที่อาตมาภาคภูมิใจ ว่า เอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาสอนให้พวกเราสุขสงบด้วยดี ไม่ได้ดิ้นรนทำอย่างฝืน ศีลแม้แต่ข้อ 6 เรื่องกินเรื่องอยู่อาหารการกิน กินเป็นมื้อเป็นคราว ตามที่เรากำหนด ยกตัวอย่างที่นี่ไม่มีอาหารเนื้อสัตว์ ปรุงแต่งอย่างเต็มที่ไม่มีนะ หรือแม้แต่กินหนึ่งมื้อสองมื้อบ้างแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเคร่งกันเท่าไหร่ มีส่วนกลางตักกินกันเละเทะเลย ต้องสังวรระวังในศีลข้อที่ 6 หรือโภชเนมัตตัญญุตาในจรณะ 15 ต้องสังวรระวังให้ชัดเจน เป็นการปฏิบัติที่ไม่ผิดของศาสนาพุทธในเรื่องการกินการอยู่ หากกินจุบจิบ ไม่มีมื้อไม่มีคราวเพราะเขาทำไว้ให้กินแล้ว มันก็จะหลวมไปเยอะ วันนี้ขอติงเตือน พวกเราอยู่นานเข้าก็แก่วัด ระวังจะเสื่อม ศีลข้อ 7 นัจจะคีตะวาทิตะ แต่ก่อนพวกเราสำรวมกันมาก จนเวอร์ เดินสำรวม ไม่เชิดหน้าไม่กระดี๊กระด๊า นั่นคือสำรวมกาย แต่ที่จริงคือให้กิเลสไม่ไปร่วมในการแสดงนัจจะคีตะวาทิตะ ไม่ให้ออกไป มาลาคันธวิเลปนะ พวกเราไม่วุ่นวายเลย ดอกไม้ของหอม ธารณะ สิ่งที่มันมากมายที่โลกเขา สรรเสริญเยินยอยกย่อง ประเทืองกัน มัณฑนะ คือการตกแต่งอย่างเรามีการประดับฉาก ไม่มีโทรทัศน์ช่องไหน ประดับฉากอย่างนี้ อะไรมันเอาบักอึ๊ น้ำเต้า กล้วย มังคุด เอามาประดับฉาก ดีไม่เอากระเพราแมงลักหอมเป มาประดับฉากบ้าง มีอะไรที่เป็นจุดแปลกแสดงให้เห็นว่าพวกเราไม่ได้เหมือนทางโลกเขา มาลาคันธวิเลปนธาณมัณฑน เราไม่มี แม้แต่ศีลข้อที่ 8 อุจจาสยนมหาสยนา มีคนท้วงติงว่าจะมาสร้างสิ่งที่ใหญ่ทั้งพระใหญ่ ทั้งศาลาหลังใหญ่ อาตมานั้นทำมีสิ่งที่ต่างจาก สำนักธรรมกายสร้าง สำนักธรรมกายสร้างแบบออกนอกโลกเป็นสตาร์วอร์ แต่อโศกเราสร้างดินน้ำไฟลม สร้างธรรมชาติ สร้างสิ่งที่ติดดิน แต่ทางธรรมกายหรือธัมมชโยสร้างสิ่งที่ล่องลอยฟ่องฟุ้งฟ้า มันไม่ได้ติดดิน ไม่ได้รู้จักว่าศาสนาพุทธพาไปทางไหนเลย ไม่มีภูมิปัญญา มีแต่ตกแต่งวิภูสนัฏฐานา แล้วออกแบบเขียนภาพหรือสร้างปรุงแต่ง เช่น ฆ้อน ให้คนซื้อไปบูชาไป แล้วเถรสมาคม ไม่รู้ว่านี่คือตัวยอดความงมงายของศาสนา บ้าๆบอๆบวมๆ สร้างดาวเทียมลูกโลก ดวงดาวเป็นวิมานฟ่องฟ้าฟรุ้งฟริ้ง ขออภัยที่แสดงท่าทางสีหน้าเพื่อให้รู้ว่าเขาทำอย่างนั้นจริงๆ แต่จิตใจอาตมาไม่ได้ชิงชังรังเกียจ แต่สังเวช สงสารเขา ให้เขาได้หยุด แล้วศึกษาให้ดีว่าศาสนาไม่ได้สอนให้ไปทำบ้าเพราะอย่างนั้นเลย ธัมมชโยเป็นตัวอย่างที่บ้าดีเดือดในการทำลายศาสนาพุทธ แล้วศาสนาตรงอื่นก็ทำตามอีก เป็นการทำเป็นรูปคางคกใหญ่ เป็นต้น(พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า...ทุกวันนี้มีการสร้างอนุสาวรีย์ชูชก พ่อครูว่า...ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไม่รู้จักบุญเลย รู้จักแต่ทาน แล้วเป็นการทานที่เป็นบาป ทานแล้วไม่รู้ว่า สัมมาทิฏฐิหรือไม่ อัตถิทินนังคืออย่างไรไม่เข้าใจ มีแต่นัตถิทินนังคือทำกันอย่างกว้างขวาง เช่นการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย เป็นปัจจัยให้ได้สวรรค์วิมาน แล้วให้ได้นิพพานด้วย แต่เขาไม่รู้ว่านิพพานคืออย่างไร สวรรค์อยู่ก็ไม่ได้นิพพานหรอก ในทานสูตรบอกว่าทานแล้วอย่าสาเปกโข มีจิตหวังต่อ ไม่ถูก ยิ่งมีจิตผูกพันให้รวยเพิ่ม ยิ่งเป็นจิตที่สั่งสมสันนิธิเปกโข ยิ่งแย่ แล้วก็เอาต่อในชาติหน้าอีก แล้วเขาก็ปลื้มใจในความมิจฉาทิฏฐิของตัวเอง ตกซ้ำนรกอเวจีของตนเองที่ได้อย่างเต็มๆแล้วก็ปลื้มใจอีก ปลื้มเป็นตัวที่ 6 ของทานในทานสูตร คือปรนิมมิตวสวัตดี เขาทำมากจนรัฐบาลก็เกรงใจ เพราะเขามีมวลมาก มหาเถรสมาคมก็เกรงใจ ผู้ที่จะขึ้นเป็นสังฆราชก็เกรงใจ นี่คือภูมิปัญญาของศาสนาพุทธที่ตกต่ำ นึกว่าเปรตนรกอเวจีเป็นผู้ที่จะนำพาศาสนาให้เจริญไปทั่วโลก มีสาขามากมายกว่าสำนักใดเลย ไปภูมิใจในการสร้างนรกอเวจีไว้ทั่วโลก เป็นการทำลายศาสนาอย่างมหาศาล เป็นการกลับตาลปัตเลย เอ็งเก่งเพราะว่าสร้างนรกอเวจีแก่คนทั่วโลก คนโง่ไม่รู้ก็นึกว่าเป็นการไปแพร่ศาสนา เอามิจฉาทิฏฐิ มิจฉาปฏิบัติมาเผยแพร่กระจายให้คนเคารพนับถือ หลงผิดยินดี มันยิ่งซ้ำซ้อนไปทำลายศาสนาอย่างจมปฐพี จะไปดีใจอีกว่ามีศาสนานี้มีสาขาทั่วโลก ทั้งที่เป็นอวิชชามิจฉาทิฏฐิทั้งนั้นเลย แล้วไม่รู้ทั้งในสำนักใหญ่ในส่วนกลางว่านี้คือมิจฉา ส่งเสริมยกย่องเชิดชูบูชา แล้วมีต่างประเทศมาให้รางวัลอีก เป็นความรู้ที่ตื้นเขินไม่ได้เป็นปรมัตถ์ ไม่เป็นสมาธิที่ของศาสนาพุทธ มันเป็นโลกีย์ สร้างรูปแบบมาหลอกชาวโลก เหมือนเป็นผู้ที่มีความรู้ศาสนามาก แต่มันออกนอกรีตศาสนาพระพุทธเจ้าไปไกลลิบ ถึงวินาทีนี้ อาตมาทำงานศาสนามา สรุปว่า อาตมาทำงานประสบผลสำเร็จ ตั้งแต่เกิดสภาพเป็น บวร เกิดสภาพชุมชน ที่มีบ้านวัดโรงเรียนพร้อมพรั่ง ยืนยันมรรคผล อ้างอิงไปแล้ว เป็นความภาคภูมิใจของอาตมา ที่ได้รู้ตัวว่าอาตมามาทำงานศาสนา ก็ทิ้งทางโลกมาอย่างเด็ดขาด ออกบวชตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน 2513 จนถึงทุกวันนี้ ยังยืนยันมั่นคงแข็งแรง ภาคภูมิใจที่ได้ทำงานศาสนามา อายุปูนนี้เหนื่อยไหมเหนื่อย เหนื่อยก็พัก ไม่เหนื่อยก็เพียร เห็นผลไม่สูญเปล่า คนที่ตาไม่ดีก็ไม่รู้ว่าอาตมาพาทำนั้นมีภูมิปัญญา มีมรรคผลบรรลุธรรมอย่างแท้จริง ไม่ได้อวดดี แต่พูดสัจจะจริงๆ ใครกล้าพูดอย่างอาสภิวาจา อย่างอาตมานี้ได้บ้างสำนักไหนกล้าพูดอย่างนี้ ไม่ได้พาทำอย่างสำนักอื่นบวชกันมากมาย แต่ที่นี่บวชยากด้วย แต่ไม่ต้องบวชแม้จะเป็นฆราวาสก็มีภูมิธรรมเป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ได้
600524_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มรรคผลของพุทธพิสูจน์ด้วย บวร