สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การหลับตาสมาธิไม่รู้โลกกับอัตตา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การหลับตาสมาธิไม่รู้โลกกับอัตตา ขอพูดย้ำยืนยันว่า การนั่งหลับตาสะกดจิตตาม ทิฏฐิ ความเห็นที่พากันทำในสังคมส่วนใหญ่ พุทธศาสนา ที่ทั่วโลกทำ เข้าใจว่า สมาธิคือการนั่งหลับตานั้นผิดหมด มิจฉาทิฏฐิหมด เพราะ ความจริงนั้น การปฏิบัติสมาธิของพระพุทธเจ้า คือสัมมาสมาธิต้องปฏิบัติ มรรค 7 องค์ ไม่ได้จะไปนั่งหลับตา แต่ลืมตามีการทำงานอาชีพมีการกระทำกายวาจาใจที่เป็นสัมมา พูดสัมมา คิดนึกสัมมา ทางมโนกรรมให้เป็นสัมมา แล้ว ล้างกิเลสออกจากจิต สั่งสม ลงเป็นฌานเป็นสมาธิ ในขณะลืมตามีชีวิตอยู่ปัจจุบันไม่ใช่นั่งหลับตา ขออธิบายสำหรับคนนั่งหลับตาปฏิบัติ ที่ได้ฌานสมาธิ เขาก็จะได้ฌานสมาธิของจิตสังขาร เขาไม่ได้วจีสังขาร หรือกายสังขาร ก็ไปนั่งหลับตาทำฌานสมาธิ ก็ได้แต่จิตสังขาร แต่ไม่ได้กายสังขาร วจีสังขาร ภพมีสามภพ กามภพ รูปภพ อรูปภพ แต่เขาไม่มีภายนอก ที่สำคัญคือไม่มีความจริงอันครบ มันเป็นแต่เพียงในภวังค์ในความคิดในภพ เท่านั้น จึงไม่ใช่กามจริง ไม่ใช่อัตตาสมบูรณ์ เพราะอัตตาต้องประกอบด้วยการรู้ภายนอกและภายใน จึงเข้าใจ อัตตา โลก ความเป็นโลกหมายถึงองค์รวมภายนอกรวมกัน เกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์กัน อยู่ร่วมกับโลกเขาโดยรู้ว่าอย่างนี้เป็นโลก เช่นโลกธรรม อย่างนี้เรียกว่า ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข และรู้จักอัตตา รู้จักภายในจิตของตน โลกภายนอกที่หยาบเรียกโอฬาริกอัตตา มันปรุงแต่งเป็นมโนมยอัตตา มโนมยอัตตาที่สำเร็จด้วยจิตเป็นอบาย เป็นกาม สำเร็จเป็นกามภพ รู้ว่าจิตเราไปหลงกิเลส ได้อัตตาที่สำเร็จด้วยจิตภายนอก และรู้มโนมยอัตตาภายใน เป็นรูป อรูปภายใน ถ้าปฏิบัติภายนอก เกี่ยวข้องกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เราเกิดกิเลสจริง เราก็เรียนรู้กิเลสในปัจจุบันนั้นเรียกว่า ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ คื
อ่านต่อ
อ นิพพานที่เกิดในธรรมะอันเป็นปัจจุบัน ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ แปลว่าความรู้ความเห็นที่มีปัจจุบันธรรม ชัดๆ ไม่ใช่อดีตและอนาคต นี่คือความยากที่คนเข้าใจไม่ได้ ผู้ที่ปฏิบัติโดยไม่มีปัจจุบันไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย และใจรับรู้ทวารนอกทั้ง 5 ครบ และเรียนรู้กิเลสที่เกิดจากการสัมผัส ทางทวารเปิด แล้วล้างกิเลสในกามภพ กามภพหมดเป็นอนาคามี กิเลสต่อไปก็ไม่ได้หลับตาปฏิบัติ กิเลสอนาคามีไม่มีในกามภพ เกี่ยวข้องกับรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส โลกธรรม ท่านล้างกิเลสได้หมด คืออนาคามี ไม่ติดยึดไม่ได้อยากได้ อยากมี อยากเป็น ถ้าอนาคามี ไปทำงานราชการ ทำงานบริหารบ้านเมืองให้แก่รัฐ รัฐจะเจริญมาก เพราะว่าจะไม่มีคอรัปชั่น ไม่มีโลภในลาภยศ อนาคามีมีภูมิธรรมอย่างแท้จริง ในโลกธรรมและลดได้จริงๆ ลาภ ยศ หยาบ สรรเสริญมีลึกบ้าง สุข ก็จะมีในอนาคามีบ้าง แต่ไม่หยาบ คนรู้สรรเสริญคือสรรเสริญเยินยอโด่งเด่นดังแบบโลกๆไม่มี แต่จะถือเป็นมานะ มีอุทธัจจะ เหลือเศษที่จะต้องทำต่อไปให้เป็นอรหันต์ ผู้ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าจะรู้จักขั้นตอน ฌานกับสมาธิ ที่เป็นสัมมาทิฏฐิจะต้องมีสัมผัสเป็นปัจจัย แล้วต้องเป็นปัจจุบันที่ตากระทบรูป หูกระทบเสียงลิ้น กายใจ กระทบสัมผัสแล้วเกิดกิเลส ล้างกิเลสได้ จนกระทั่งสัมผัสแล้วกิเลสไม่เกิดเลย อย่างนั้นคือสัจจะ วิธีปฏิบัติและเกิดมรรคผลแบบที่พระพุทธเจ้าสอน การนั่งหลับตาสมาธิได้รูปฌานและอรูปฌาน คือสมาธิโลกีย์แบบโลกๆ ไม่ใช่สมาธิของศาสนาพุทธเลย แต่ไม่เข้าใจไปหลงสมาธิแบบนั้น ในยุคของพระพุทธเจ้าเริ่มศึกษาออกบวช ก็ไปศึกษาอาจารย์ ไปเจออาจารย์ใหญ่ๆที่เขาปฏิบัติสมาธิ ก็พานั่งหลับตา เป็นฌาน 7 8 ไป แต่ท่านก็ทราบว่าไม่ใช่ทางถูก ที่อาฬารดาบส อุทกดาบส ปฏิบัติคือการนั่ งหลับตา เป็น Meditation ทั้งสิ้น 600524_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มรรคผลของพุทธพิสูจน์ด้วย บวร