สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน มรรคผลของพุทธพิสูจน์ด้วย บวร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน มรรคผลของพุทธพิสูจน์ด้วย บวร พ่อครูว่า...ท่านเดินดินขี้ตู่ว่าอาตมาเอาแต่พูดกับเขียนเท่านั้น พูดกับเขียนก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่จริงๆ อาตมาไม่ได้แค่พูดกับเขียน ที่สำคัญคืออาตมาพาทำ ที่เน้นหนัก แล้วก็สามารถ คิดว่าประสบความสำเร็จ ทำงานศาสนามาตั้งแต่ต้นจนจบ ประสบความสำเร็จสามารถพาคนมาทำได้ ทำธรรมะ หรือปฏิบัติธรรมได้ จนเกิดเป็นมรรคเป็นผล จนมารวมตัวกันเป็นสังคมชุมชนหมู่บ้าน เกิดความเป็นบวรจนถึงทุกวันนี้ นี่คือผลสำเร็จที่อาตมาพาทำ คนอื่นใครๆเขาก็พูดก็เขียนกันทั้งนั้น แต่อาตมาเห็นว่า(ขออภัยไม่ได้พูดข่ม) แต่พูดตามสภาวะปรากฏการณ์จริง คนอื่นๆไม่ว่าสำนักไหนก็ตาม ไม่เคยเห็นว่าสำนักไหนทำจนกระทั่งเกิดเป็นชุมชนหมู่บ้าน เท่าที่ดูแล้วมีบ้าง แต่ในประเทศไทยนี้ ยังไม่ปรากฏเป็นเช่นนั้น ที่เป็นชุมชนหมู่บ้าน ก็ไม่รู้นะว่าเขาจะเป็นหมู่บ้านขนาดไหน นึกถึงหมู่บ้านพลัม ของอาจารย์คนหนึ่ง อาจารย์ทางพุทธศาสนา หมู่บ้านของท่านติชนัทฮันห์ พระชาวเวียดนาม และใช้คำพูดว่า หมู่บ้านพลัม และคำว่าหมู่บ้านนี้จะเหมือนกับหมู่บ้านชาวอโศกไหม (ญาติธรรมบอกว่า ไม่เหมือน) พ่อครูไอ ตัดออกด้วย สมณะเดินดินว่า...ฟังว่าก็ไม่เหมือนชุมชนแบบพวกเรา พ่อครูว่า...ยิ่งอาตมาใช้ชุมชนหมู่บ้าน เขาก็เรียกหมู่บ้านพลัม แต่หมู่บ้านอื่นๆไม่เห็นมี หมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านของศาสนาพุทธ หมู่บ้านอื่นชุมชนอื่นก็ไม่ทราบ แต่ความหมายของอาตมาคือ มีบุคคลจริงๆ รวมกันอยู่เป็นหมู่บ้านจริงๆเลย มีบ้านของแต่ละคนๆ เป็นบ้านของเขา เขาเอาชีวิตของเขาเข้ามา แล้วก็มีบ้านอยู่ เหมือนบ้านข้างนอกที่คนทั้งหลายก็มีอยู่ เป็นบ้านของตนเอง แล้วก็อยู่บ้านนี้ มีอาชีพ มีการกระทำ มีการพูด มีการคิด ตามมรรคมีองค์ 8 แล้วก็นำพาให้เกิดสัมมา สัมมาชีพ สัมมาก
อ่านต่อ
ัมมันตะ สัมมาวาจาสัมมาสังกัปปะ เป็นหมู่บ้านที่อาตมาได้นำพาให้เกิด 4 อย่างนี้จริง เป็นหมู่บ้าน เจตนานำพาให้เป็นสัมมา ทั้งสอนพาทำ บรรยาย เขียน มีชีวิตไปทั้งชีวิต หลายคนเอาชีวิตมาตายในหมู่บ้านชาวอโศกมีมากแล้ว ตายก็มีเผาให้เสร็จเรียบร้อยมา มีการพาทำ ทำงานทำการให้เป็นสัมมา สัมมากัมมันตะ ข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ หมู่บ้านชาวอโศกไม่ฆ่าสัตว์กันทั้งหมู่บ้านสำเร็จ ข้อที่ 2 ไม่เอาเงินของใคร พยายามที่สุดไม่เอาเงินของใครในฐานะเป็นการขโมยทั้งหมู่บ้าน ทำกันทั้งหมู่บ้านไม่ใช่เป็นของแต่ละบ้าน ที่อื่นเขาก็ทำเป็นบ้าน ของเราพากันทำเป็นหมู่บ้านรวมเลย พ้นมิจฉากัมมันตะ 3 ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดผัวเขาเมียใคร สัมมาวาจา ไม่ให้ผิดมิจฉา 4 สัมมาสังกัปปะ ให้ลดกาม พยาบาท รู้จักสังกัปปะ 7 รู้จักตักกะ วิตักกะสังกัปปะ จิตมีอัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา ไม่มีวจีสังขารที่เป็นอาริยะ มีกายวิญญัติ วจีวิญญัติ ที่เป็นอาริยะ เป็นฌานเป็นสมาธิ ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า ซึ่งก็ไปติงไปติ ผู้ปฏิบัติผิด อาตมาไปติ วงการศาสนาพุทธที่เป็นที่รู้กันว่า การปฏิบัติฌานสมาธิต้องไปนั่งหลับตาสะกดจิตทั้งนั้น เชื่อกันอย่างนี้และทำกันอย่างนี้ ไม่ได้พาทำการปฏิบัติฌาน ด้วยการมีศีล สมาธิ และเกิดปัญญาตามบารมีแต่ละคน เริ่มตั้งแต่มีศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 อยู่ในชุมชนชาวอโศกทุกคน ปฏิบัติศีล 5 ทุกคนเป็นอย่างน้อย แล้วก็เน้นว่า ถ้าจะมาอยู่ในอารามต้องถือศีล 8 ตอนนี้หมู่บ้านเราลงตัวแล้วมีคนศีล 5 ศีล 8 รวมตัวกัน มีศีล 10 จนมากกว่าศีล 10 เป็นจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ส่วนภิกษุก็ถือวินัยด้วย มีจารีตประเพณีการทบทวนโอวาทปาฏิโมกข์ คำสอนพระพุทธเจ้า ไม่ได้มีแค่วินัย แต่คำสอนพระพุทธเจ้า มีทั้งธรรมะและวินัย คือปาติโมกข์ คือเพื่อให้เกิดการขัดเกลาเป็น Action reaction คือการกระทบสัมผัสแล้วขัดเกลาสู่วิโมกข์ สู่การหลุดพ้น นั่นคือโอวาทปาติโมกข์ อาตมาพาพวกเราทำจนเกิดเป็นหมู่บ้านทำกันทั้งหมู่บ้าน ปฏิบัติศีลสมาธิทั้งหมู่บ้าน แต่ไม่ใช่นั่งหลับตาสมาธิสะกด 600524_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มรรคผลของพุทธพิสูจน์ด้วย บวร