สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พลังจิตสงบของพุทธแท้จริงคืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข20 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พลังจิตสงบของพุทธแท้จริงคืออะไร หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ในมหาจัตตารีสกสูตร สามัญผลสูตร ให้ปฏิบัติศีลเป็นลำดับ แล้วสำรวมอินทรีย์ มีสติสัมปชัญญะ ปฏิบัติให้กิเลสลดลงจนจิตมันพอเพียง ตามในหลวงตรัส มันสันโดษ อสังสัคคะ คือไม่ไปหลงสวรรค์ แต่เขาแปลเป็นไม่คลุกคลีกับหมู่ เพี้ยนไปเลย ปวิเวกะคือสงบระงับ เป็นกถาวัตถุข้อ 3ในกถาวัตถุ 10 1. เรื่องที่ชักนำให้มักน้อย กล้าจน (อัปปิจฉกถา) 2. เรื่องที่ชักนำให้สันโดษ ใจพอ (สันตุฏฐิกถา) 3. เรื่องที่ชักนำให้สงัดจากกิเลส (ปวิเวกกถา) 4. เรื่องที่ชักนำไม่ให้คลุกคลีกับหมู่กิเลส (อสังสัคคกถา) 5. เรื่องที่ชักนำให้ปรารภความเพียร (วิริยารัมภกถา) 6. เรื่องที่ชักนำให้บริสุทธิ์ในศีล (สีลกถา) 7. เรื่องที่ชักนำให้จิตตั้งมั่นในสมาธิ (สมาธิกถา) . 8. เรื่องที่ชักนำให้เกิดปัญญา (ปัญญากถา) 9. เรื่องที่ชักนำให้หลุดพ้นจากกิเลส (วิมุติกถา) 10. เรื่องที่ชักนำให้เกิดความรู้แจ้ง เห็นจริงในความหลุดพ้นจากกิเลส (วิมุตติญาณทัสสนกถา) (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 69)

เขาปฏิบัติยึดถือกันอย่าง(ผิด)นี้เป็นร้อยปีแล้ว โพธิรักษ์เป็นมาอย่างไร ทำไมจะมาลบล้าง อาตมาก็ว่าไม่ได้ล้มล้างแต่ว่า ไปช่วยแก้ไขที่เขายึดถือยึดติดกัน อาตมาล้มล้างไม่ได้หรอก อาตมาจะทำงานไปจนอายุ 151 ปี คณะใหญ่ก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ แต่จะมีผู้ปฏิบัติตามแนวที่อาตมาได้พาทำเพิ่มขึ้นเท่านั้น และเป็นหมู่บ้านที่มี สัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ พาปฏิบัติกันไปจนกว่าจะตาย ไม่เลิกทำ ส่วนตัวที่ใครจะเผลอสติไม่ทำบ้างก็แน่นอน แต่ถ้าอยู่ในหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้าน บวร ที่ทั้งสังคมหมู่บ้าน วัด ปฏิบัติธรรมกันทั้งหมู่บ้าน พาทำแบบไม่ได้แบ่งแยก บ้าน วัด โรงเรียนเลย โรงเ

อ่านต่อ

รียนอยู่ตรงไหนก็คือการศึกษา ศึกษาอยู่ทั้งความรู้ทางโลก สัมมาอาชีพสัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ เป็นการศึกษาให้รู้ แม้จะบอกว่า ตั้งโรงเรียพูด หยุดคิด บอกว่าหยุดคิด ให้จิตว่างเปล่า โดยสะกดเข้าไป ไม่มีการวิจัย ธัมมวิจันสัมมาสิกขา ก็พามาเรียนให้มีศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา ไม่ได้ออกนอกแนวของพระพุทธเจ้าเลย สัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ แต่จะบอกว่าการนั่งหลับตาทำได้ไหม ก็ได้ ถ้าสัมมาทิฏฐิ การนั่งหลับตาสมาธิมีประโยชน์คือ 1. ได้พักผ่อนแบบสงบจิต มีอุปการะมาก 2. ศึกษาเพิ่มทักษะในเจโตสมถะ และใช้ตรวจอ่าน ภาวะจิตต่างๆ ในภวังค์ 3. เอื้อให้ปฏิบัติเตวิชโช (ทบทวน) ได้อย่างดี . 4. สร้างพลังทางจิต ที่จะนำไปทำฤทธิ์ต่างๆ (แต่ฤทธิ์ในพุทธศาสนา หมายถึง ฤทธิ์ที่ระงับ ดับกิเลส เพื่อไปสู่นิโรธ-วิมุติ-วิโมกข์-นิพพาน) แต่อย่าทำแบบตีขลุมว่าไม่ทำอะไรเลย ไม่ทำอาชีพ ไม่ทำการพูดการคิดเลย อย่างนั้นไม่ลึกซึ้งอะไร แค่ให้หยุด พัก ทำสมาธิคือสงบ อาชีพไม่ทำ กรรมกิริยาไม่ทำ ไม่ยสัมโพชฌงค์ไม่ได้เกิดเลย มันเพี้ยนไปไกลมากเลยศาสนาพุทธ อาตมาเน้นทั้งท่าทีลีลา น้ำเสียง ลีลา มือไม้ แสดงนัจจะคีตะวาทิตะเน้นให้มีรูปธรรมประกอบด้วยแล้วเขาหาว่าอาตมาไม่สุภาพ เขาเข้าใจสุดโต่งว่าความสงบคือไม่กระดุกกระดิก ไม่ทำอาชีพ ไม่มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม คือสงบ แต่ผิดหมดเลย ความสงบนั้นคือ กิเลสมันลดลง กิเลสมันดับไป ส่วนกายกรรมก็ยิ่งแคล่วคล่องว่องไว ปราดเปรียวทำงานได้ดี พูดมีเหตุมีผล มีคุณธรรม มีสิ่งที่ดีงาม คิดก็แคล่วคล่อง เป็นกัมมัญญตา เป็นกายกัมมัญญตา เป็นองค์รวมรูปนามที่มีจิต มุทุภูตธาตุ คิดได้แคล่วคล่อง ทำกรรมกิริยาเป็นสัมมา ทำงานอาชีพเป็นสัมมาอาชีพ อย่างนี้คือความสงบ ไม่ใช่ว่าความสงบคือจะหยุดคิด หยุดพูด หยุดทำ เหมือนที่พระพุทธเจ้าบอกองคุลิมาล ว่า ยังมีกายกรรม วจีกรรม ไม่สงบ มโนกรรมไม่สงบ เพราะต้องการฆ่า คนสุดท้ายที่ต้องฆ่าแล้วจะได้ไปรับวิชาจากอาจารย์ ตอนแรกจะไปฆ่าแม่เป็นคนสุดท้าย พระพุทธเจ้าก็เลยไปเป็นตัวล่อ ให้มาฆ่าพระพุทธเจ้า แล้วองคุลีมาลรอดตามมาฆ่า แต่พระพุทธเจ้ามีกำลังภายใน เดินไปเร็ว องคุลีมาลก็ตามไม่ทัน เพราะท่านมีกำลังภายในตัวเบา องคุลีมาล ตามไม่ทัน พระพุทธเจ้ามีตัวเบาอย่างหนังจีนเลย องคุลีมาลก็เลยบอกว่าหยุด ถ้าพระพุทธเจ้าไม่มีบารมี องคุลิมาลก็จะฆ่าได้สำเร็จ เมื่อองคุลีมาลบอกว่าหยุด สมณะหยุด พระพุทธเจ้าบอกว่าเราหยุดแล้วแต่เธอยังไม่หยุด นั่นต่างหากคือความสงบ ระงับ องคุลีมาลยังมีจิตที่จะฆ่า ยังไม่หยุด แต่พระพุทธเจ้าบอกว่าเราหยุดฆ่าแล้ว แต่พวกนักปฏิบัติธรรมก็เลยเข้าใจผิดว่าหยุดเดิน ไม่กระดุกกระดิก เข้าใจแค่รูปธรรม ไม่ได้มีปัญญารู้ว่าหยุดคืออะไรเลย นั่นคือ ผู้ปฏิบัติธรรมสมัยนี้เข้าใจคำว่าสงบได้ หยุดคือกายกรรมวจีกรรม หรือมโนหยุดไม่คิด พลังของพระพุทธเจ้านั้น มโนจะยิ่งคล่องแคล่ว เป็นมุทุภูตธาตุ แคล่วคล่องเป็นกายกัมมัญญตา มีสังขารได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะไม่มีพลังงานกิเลสมาทำให้จิตติดข้อง นั่นคือความสงบ เป็นกายปาคุญญตา เป็นความคล่องแคล่วของเวทนาสัญญาสังขาร ที่เป็นเจตสิกของวิญญาณ เวทนาสัญญาสังขาร มีความคล่องแคล่ว วิญญาณก็จะมีความคล่องแคล่ว เพราะว่า เวทนาสัญญาสังขาร รวมกันก็คือวิญญาณ ทำให้จิตสงบได้ แต่จิตยิ่งแคล่วคล่องว่องไว ทั้งเจโตทั้งปัญญา จิตเจโตสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้เร็วได้คล่อง ทั้งปัญญาที่มีความรอบรู้ ก็มีความแคล่วคล่องเร็วไว คือความสงบสูงสุด เพราะจิตกิเลส อกุศลมันหมดมันดับ สงบ หาย ตายจากชีวิต นี่คือสุดยอดสงบ การไปพาซื่อว่า ความสงบคือไม่กระดุกกระดิก อย่างนั้นมันผิด อาตมาถึงไม่แคร์ว่าใครจะบอกว่าอาตมาไม่นิ่ง กระดุกกระดิก พูดจาไม่สงบ กระแทกกระทั้น...พ่อครูลองพูดเสียงเนิบๆสงบๆ ...นักเรียนก็จะสงบ มันไม่ใช่เลย ซึ่งอาตมาแสดงธรรมอย่างไม่มีสาเฐยจิต จิตไม่มีกิเลสเลย นั่นคือแสดงธรรมอย่างสงบ อาตมาเปิดเผยอย่างไม่มังกุเลย เพราะได้เปิดเผยไปหมดแล้วว่าเป็นใครบรรลุอย่างไร แต่คนไม่เข้าใจเลยยากจริงๆ เพราะว่าไปหลงคำว่าสงบ บอกว่าโพธิรักษ์แสดงธรรมไม่สงบเลย แล้วจะเป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ได้อย่างไร จริงๆเลย เพราะเขาถูกครอบงำทางจิต ทางความฉลาดความรู้ไปหมดว่าจิตสงบคือจะต้องนิ่งๆ ต้องสำรวมในกายกรรม การสำรวมคืออะไร คือต้องอ่านกายกรรมว่ามีกิเลสเข้าไปปรุงไหม มีสสังขาริกังให้เกิดออกกายกรรม มีกิเลสร่วมพาทำไหม ถ้ามีกิเลสอยู่คือกายกรรมไม่สงบ วจีกรรมมีกิเลสร่วมไหม มีสสังขาริกัง ปรุงแต่งในวจีสังขาร ไม่มีก็คือจิตสงบ มโน นี่ ที่แสดงความเห็น แสดงความรู้ แสดงธรรมะออกมา มีกิเลสร่วมอยู่ในมโนไหม อาตมาก็ขอยืนยันว่าไม่มี ราคะ โทสะ โดยเฉพาะโมหะไม่ได้หลงเลอะเทอะไปด้วย นี่คืออวดอุตริมนุสธรรมอยู่นะ มั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปจากสัจธรรม อาจจะมีสัญญาวิปลาสบ้าง พยัญชนะอาจจะสลับกับสภาวะธรรมบ้าง อาจจะเป็นได้ ซึ่งอันนี้อาตมายังไม่สมบูรณ์ เป็นความไม่ลงตัวบัญญัติกับสภาวะไม่สมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง มันยังไม่เก่ง แต่ก็พยายามที่จะไม่ให้มันสลับซับซ้อน ดีไม่ดีเผลอๆก็บัญญัติวิปลาส พวกคุณก็จับได้ ก็ท้วงมาหลายที อย่างหยาบๆ แต่ละเอียดๆไม่ค่อยมี

600524_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มรรคผลของพุทธพิสูจน์ด้วย บวร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน