631216_พุทธศาสนาตามภูมิ เอื้อไออุ่น ปฐมอโศก _.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์786 KB
วันที่แก้ไข15 กุมภาพันธ์ 2568

เนื้อหาในไฟล์

631216_พุทธศาสนาตามภูมิ เอื้อไออุ่น ปฐมอโศก ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1N7aKEqYpdi06tRFRfRQToH1_s6HWTpXFq8cESH-HeHY/edit?usp=sharing

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1oep3dmc4ltQBAJulmOma12J0uJt7sVHu/view?usp=sharing

และยูทูปที่ https://youtu.be/l7KMsvNEAGk

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน เริ่มก่อตั้งชุมชนชาวอโศกอย่างไร พ่อครูว่า…วันนี้เป็นวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2563 ที่บวรปฐมอโศก ปฐมอโศกก็นานมาแล้วไม่ได้มาที่นี่ก็ปีกว่า ปฐมอโศกเป็นชุมชนที่เจตนาจะตั้งขึ้นโดยการ ทั้งซื้อสถานที่ ที่ดิน แล้วก็ทั้งมาปลูก พากันมารวมตัวกันเลย ผู้ที่เต็มใจจะมารวมกันอยู่ที่นี่ รวมตัวกันเป็นชุมชนหมู่บ้าน เกิดจากการที่เราไปรวมตัวกันที่สันติอโศก คนก็มากันแน่น แล้วก็ขยายไม่ออก ตอนนั้นสันติอโศกมีที่อยู่ประมาณไม่ถึง 5 ไร่ โดยที่มีคุณสันติยาเป็นคนบริจาคให้ มีที่กับเรือนไทยหลังหนึ่ง เกิดจากเรือนไทย 1หลัง กับพื้นที่ไม่ถึง 5 ไร่ ซึ่งเราก็ไม่เคยมีความคิดจะมาตั้งชุมชนอะไร อาตมาไม่เคยมีแผนความคิดตั้งแต่ทำงานมาตั้งแต่แรกๆ ไม่ได้วางแผนอะไรเลยจะต้องไปเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มีแต่การทำงานปัจจุบันเป็นหลัก ก็บอกกันมาช่วยกัน ก็มากันแน่นวันเสาร์-วันอาทิตย์จะมากันเยอะ วันธรรมดาก็ทำงานกันไป จนกระทั่งมันแน่นมากคุณจำลองก็เลยเห็นว่าน่าจะมีที่ที่จะเป็นหมู่บ้านที่จะต้องเกิดหมู่บ้านชุมชนแบบหมู่พวกเรานี่แหละขึ้น ก็พยายามแสวงหา ทั้งคุณสันติยาด้วย ไปถึงแดนเดียวกับที่ธรรมกายเขาอยู่ด้วย คลอง 3 หาที่ก็ไม่ได้มันแพงไปหรือไม่เหมาะสมก็แล้วแต่ก็ไม่ได้ที่ตรงนั้น ไปไปมาๆก็มีคนมาเสนอขายที่นี่คือที่ปฐมอโศก จริงๆแล้วเราก็มีที่ตรงนี้แล้วทางด้าน ท่านสีลวัณโร ทางแม่ท่านกับน้องๆ มีที่ตรงนี้ 6 ไร่ ที่ปฐม

อ่านต่อ

อโศกที่แปลงแรกนี่ 6 ไร่ มามอบให้ เราก็มาอยู่กัน แล้วก็เริ่มต้น เป็นปฐมอโศก ก็ซื้อที่ติดกันนี่อีก 42 ไร่ก็เลยมีที่เกือบ 50 ไร่ จากนั้นเราก็ซื้อเติมตอนนี้เกินร้อยไร่แล้ว เป็นชุมชนหมู่บ้านเต็มรูป จริงๆแล้วสันติอโศกนั้นก็เป็นหมู่บ้านแต่เหมือนคนเมือง แต่ที่นี่เหมือนกับคนสามัญที่ทุกหมู่บ้านเขาจะเป็นอย่างนี้ได้ เราก็ไปมีที่นาแรงรักแรงฝัน เราทำนาทำสวนทำไร่อยู่ด้วย มีเนินพอกิน ทางเมืองกาญจนบุรี แต่ก่อนที่นี่ปลูกพืชผักไม่ขึ้น ขี้หมูเค็มมาก ปลูกพืชผักไม่ได้เรื่องไม่ได้กิน มันเค็มมีขี้หมูจัด ทั้งกลิ่นทั้งดินไม่ได้เรื่องเลย ก็เลยไม่เอาพืชพันธุ์ธัญญาหารที่นี่มาเป็นหลัก เราทำบ้างเล็กน้อยแต่ทำกันที่โน่นที่นาแรงรักแรงฝันหรือที่เนินพอกิน ได้พืชพันธุ์ธัญญาหารมาเป็นหลัก ก็เป็นประวัติศาสตร์ของพวกเรา ที่จริงพวกเราไปจับจองเอาป่าช้าที่ศาลีอโศกและที่ศีรษะอโศก เป็นพระธุดงค์เป็นพระพวกเคร่ง ที่มีความคิดแนวคิดแบบเดิม เหมือนกับสมัยพระพุทธเจ้าตอนแรกๆเหมือนกับเชิงเดียรถีย์เชิงเจโตหนัก ในยุคพระพุทธเจ้าเหมือนกันพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาก็มีเต็มไปด้วยนักบวชที่มีพิธีการเป็นไปด้วยแบบฤาษีแบบเทวนิยม ออกป่า เขา ถ้ำ เคร่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับของพระพุทธเจ้า ทุกวันนี้อาตมาไม่ได้พูดอย่างประนีประนอมไว้หน้า แต่พูดกันอย่างแตกหักว่าศาสนาพุทธไม่ได้ออกป่าแต่เป็นพระเมืองเป็นความเจริญอย่างพร้อมเลย ส่วนใครจะไปป่าก็เข้าใจไปบ้างแต่ไม่ใช่เป็นหลักสำหรับผู้ที่มีจริตออกป่า อย่างเช่นสมัยพระพุทธเจ้าก็มีพระมหากัสสปะเป็นจริตที่ติดป่า ก็ให้ท่านทำไปท่านก็มีคณะมีมวลที่เป็นพระป่าบ้างแต่มีน้อยแต่ก็เป็นหลักแข็งดีนะ แม้แต่พระไตรปิฎกที่รวบรวมกันมาท่านก็เป็นผู้รวบรวม พระไตรปิฎกที่รวบรวมคำสอนพระพุทธเจ้าที่รวบรวมแท้ๆนั้นพระสารีบุตรที่เป็นพระเมืองเต็มรูปเป็นผู้รวบรวมไว้ตั้งแต่ธรรมะหมวด 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 เป็นหลักรวมไว้หมดแล้วพระสารีบุตรท่านเรียบเรียงรวบรวมไว้เป็นหลัก เมื่อมาทำการสังคายนาครั้งแรกพระมหากัสสปะ เป็นประธานรวบรวมโดยมีพระอานนท์เป็นคนกลางของ เจโต กับปัญญา จำพระไตรปิฎกได้หมด แต่ก็เหมือนเจโต จึงเป็นคนที่ หลายๆอย่างเป็นคนครึ่งเจโตและปัญญา จำเก่งๆนี่เจโต ปัญญาจำไม่ค่อยเก่ง แต่ปฏิภาณไว นัยสำคัญที่แตกต่างกัน

เข้าเรื่องพวกเราดีกว่า วันนี้วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2563 ขึ้น 2 ค่ำเดือนยี่ ปีชวด คือปีที่ 1 ฉลูวัว 2 ขาลเสือ 3

_ทิดโด่ง (เพื่อนสอน)… สาธารณโภคีที่เรามาอยู่ปฐมอโศกรู้สึกอบอุ่น ที่ปฐมอโศกนี้มีผู้สูงอายุมี สว.เยอะ คุณน้ำดินก็เอาภาระเยอะ (พ่อครูว่า น้ำดินเขาได้รางวัลนะ ทางจังหวัดให้ เขาเอาภาระเป็นคนมีน้ำใจ ) คนเอาภาระ อายุเยอะขึ้นทุกวันจะมีใครเป็นตัวตายตัวแทนดูแลไหม อยากจะให้พวกเราได้มองเห็นจุดนี้นะครับ แต่ละคนก็ต่างคนต่างทำงานซึ่งทำให้เหินห่างกันและกัน เวลาอายุมากเข้า อายุรวมกัน เราจะมีนโยบายสายสัมพันธ์อย่างไรให้พวกเรามีการเอื้อเฟื้อต่อกัน มีเมตตากรุณาต่อกัน สาราณียธรรม 6 ผมมองเห็นจุดที่พร่องอยู่คือ ความแตกต่างในการปฏิบัติไม่ว่าจะเป็น สมณะหรือญาติโยม หากขาดหลักที่ฟังธรรมร่วมกันหรือทำวัตรเช้า หรือมีการประชุมกันประจำ ตัวนี้จะประสานทำให้เกิดทิฏฐิสามัญญตาศีลสามัญญตา ตอนหลังผมว่าจุดนี้มีน้อยลง ทำให้สายสัมพันธ์น้อยลง ถามว่า ทำอย่างไรจะให้แต่ละคนมีจิตสาธารณโภคี

พ่อครูว่า…เจาะลงไปถึงหัวใจของสาธารณโภคี แล้วก็พูดถึงภาษาคำว่าสาธารณโภคี คำว่า สาธารณะ กับคำว่า โภคี โภคี หมายถึง การบริโภคทั้งอุปโภคและบริโภค บริโภคหมายความว่ารับมาใช้สังเคราะห์สังขาร ใช้ภาษาไทยๆคือ การกินประกอบไปด้วยเครื่องกิน การใช้ประกอบไปด้วย เครื่องใช้ รวมหมดเลยเรียกว่าบริโภค ในมนุษย์ร่วมกัน ก็คือกินใช้ร่วมกัน สรุปง่ายๆ มีของส่วนกลาง ทรัพย์สินเงินทองเข้าของเครื่องกินเครื่องใช้ก็ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ส่วนกลางเป็นเจ้าของแล้วแต่ละคนไม่ได้ยึดติดว่าเป็นของตัวคนเดียวหรือเป็นของพวกตนเองเท่านั้น ใครๆก็มีสิทธิ์ร่วมกินใช้ตามเหมาะสมควรในที่นี้ ไม่ใช่ว่า ใครจะเอาไปขายเป็นของส่วนตัว ใครจะเอากักเก็บเป็นของส่วนตัว อันนั้นผิด ไม่กักไม่เก็บเป็นของส่วนตัว ใครดูแลรักษาบูรณะเอาไว้ ให้ร่วมกินร่วมใช้กัน ยังชีพกันไปจนตาย ก็ช่วยกันเผาสลายสรีระร่างให้เป็นขี้เถ้าให้เป็นผุยผงไปอย่างนี้เป็นต้น นี่คือการซึ่งเกิดขึ้นแก่เพิ่งเจ็บเพิ่งตายกันได้ ก็ช่วยกันอยู่ในทุกสภาพมันเป็นคุณสมบัติของมนุษยชาติที่ยิ่งใหญ่ อยู่กันอย่างมีความเมตตา เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม หรือมีเมตตา กรุณา อุเบกขา เป็นพรหมวิหารหรือว่าเป็น อัปปมัญญา 4 คุณธรรมอันหาที่สุดมิได้ คุณธรรมของพระพรหม พระพรหมเป็นชื่อของเทพเจ้าโบราณศาสนาฮินดู เกิดก่อนศาสนาใดๆก่อนพุทธ คริสต์ อิสลาม เกิดก่อนศาสนาฮินดูเก่าแก่มาก ฮินดูหรือพราหมณ์อันเดียวกัน เมื่อมาเป็นสาธารณโภคีมีสถานที่สัปปายะ อย่างเช่นปฐมอโศกเป็นสถานที่ของพวกเราไม่ใช่ของใคร เป็นของทุกคนไม่มีใครแบ่งแยกเอาสถานที่นี้ไปได้ สถานที่นี้มีแต่จะอยู่เป็นหลักแหล่งสถิตเสถียรนาน มีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่ลดลงเพราะไม่มีใครสามารถแยกออกไปเป็นของส่วนตัว ไม่มีใครสามารถจะเป็นเจ้าของหรือสามารถที่จะเป็นใหญ่เป็นเจ้าของแล้วก็จะทำการแบ่งแยกเขียนพินัยกรรมไว้อย่างนั้นไม่ได้ เป็นของส่วนกลางไปอีกนานเท่านานจนกว่าจะมีคนขี้โกงทุจริตสามารถที่จะโกงเอาที่ของส่วนกลางนี้ไปได้ อันนี้ก็ไม่แนะนำ มันขี้โกงจนกระทั่งสามารถโกงได้จนจะต้องติดคุก หรือว่าเก่งจนโกงได้แล้วไม่ติดคุก แต่มันเป็นความชั่วเลวร้าย แต่เขาโกงสำเร็จมันมีได้เหมือนกัน อย่างนี้เป็นต้น แต่มันก็เป็นได้ยาก

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน เศรษฐกิจคืออะไร ในสาราณียธรรม 6 เศรษฐกิจ คือการแบ่งกินแบ่งใช้ในของกินของใช้จำนวนหนึ่ง อย่างดีในกลุ่มแบ่งกันกินใช้ได้อย่างถ้วนหน้า ที่นี้ความเห็นแก่ตัวมันจะเอาเปรียบ เราได้การเอาเปรียบนี่แหละมันคือกิเลสของมนุษย์ หลักประกันสังคมที่จะทำให้อยู่กันได้ต้องเสียเปรียบเสียสละได้ ผู้ที่แข็งแรงกว่าก็เสียสละให้ผู้อ่อนแอกว่าอุ้มชูผู้ที่อ่อนแอกว่าไม่เก่งเท่า คนที่เก่งกว่าก็เสียสละให้แก่คนที่ไม่เก่งอันนี้เป็นคุณสมบัติที่แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันก็มีมาเรื่อยๆเมื่อมาเป็นมนุษย์ที่เจริญสูงสุดก็จะเป็นเช่นนั้น กระทั่งเกื้อกูลกันไปเกื้อกูลกันมา ช่วยเหลือกันไปช่วยเหลือกันมา คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นได้มากในการทำงาน ทั้งแรงงานทางสมอง แรงงานทางกาย ทำได้มาก คนก็จะมาช่วย คนที่มีจิตใจที่ช่วยเหลือมนุษยชาติเป็นคนประเสริฐ คนนั้นก็จะได้รับการอุดหนุนจุนเจือจากคนที่เขามีความสามารถเท่าที่จะช่วยได้ ช่วยคนละนิดคนละหน่อยเท่าที่จะช่วยได้ เขาก็จะช่วยกันก็จะเกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน เรียกว่า สังคหะหรือการสังเคราะห์กันและกัน เกื้อกูลกันและกันไปอย่างดี ต่างคนต่างเกื้อกูลกันและกัน ผู้ที่ทำงานได้มากเสียสละได้มาก แต่ตัวเองอาศัยใช้สอยกินอยู่น้อยคนนี้ก็เป็นประโยชน์เพื่อผู้อื่น คนที่กินใช้สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยมากตัวเองมีผลผลิตได้น้อยคิดราคาได้น้อยคนนี้เป็นคนทำลาย คนพลาด เป็นคนบาป แม้ที่สุดไม่ได้พลัดพราก แต่โลภเอามากักตุนเป็นของตัวเอง โดยมีกฎหมายนิตินัยเอามาสะสมเป็นของตัวเองได้มากคนอื่นก็ขาดแคลนแย่งชิง ตนเองมีเหลือเฟือแต่ว่ากักเก็บเป็นของตัวเอง ตัวเองกินใช้เหลือเฟือให้ตัวเองรวยรวยๆแล้วมาแบ่งแจก จ้างคนที่ตัวเองได้ประโยชน์จากเขามาก ให้เขามาเป็นบริวาร ลักษณะนี้เป็นลักษณะของทุนนิยมสามานย์ ลักษณะของทุนนิยมเลว มีความซับซ้อนมาก นักเศรษฐศาสตร์ก็พอเข้าใจแต่มันเลวร้ายยิ่งกว่าแล้วซับซ้อนมากเกิน อาตมาตั้งใจจะมีอายุยาวยืนเพื่อขยายความจริงอันนี้ให้รู้กัน เศรษฐศาสตร์ทุนนิยมสามานย์ กับ เศรษฐศาสตร์บุญนิยมอันประเสริฐ บุญนิยมอันประเสริฐจะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ทุกวันนี้ทั่วโลกยังแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะยังมีความคิดใน Concept ของคน นักเศรษฐศาสตร์ชั้นเอกยังเอียงไปทางทุนนิยม ทุนนิยมเลวร้ายที่สุดคือเผด็จการ จ้างคนมาเป็นทาสรับใช้เก่ง ส่วนบุญนิยมนั้นตัวเองเสียสละเก่ง จนกระทั่งมีคนร่วมกันเสียสละเป็นพรรคพวกกันและกันก็เป็น 2 หมู่ใหญ่ ถ้าโลกเต็มไปด้วยทุนนิยมสามานย์โลกจะเดือดร้อนวุ่นวาย ถ้ามีแต่บุญนิยมอย่างประเสริฐจริงโลกก็สงบเรียบร้อย แต่ไม่ขาดทุนนิยม ไม่ขาดความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้หรอกมนุษยชาติ เพราะว่ามนุษย์จะหมดอวิชชา หมดอัตตา หมดความเห็นแก่ตัวนั้นยากมาก คนหมดกิเลสเห็นแก่ตัวแล้วก็มาเสียสละนั้น ได้ยากกว่าคนขี้โลภมาเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัวขี้โลภสร้างสมัครพรรคพวกสร้างเครือข่ายค่ายกลทำอำนาจบาตรใหญ่ สร้างสิ่งต่างๆมาประกอบเหมือนกับอเมริกาสร้างประเทศ สร้างวัฒนธรรม สร้างแนวคิดเป็นทุนนิยมสามานย์จนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ความล้มเหลวของอเมริกากำลังดำเนินขึ้นไปเรื่อยๆ สิ่งที่ชี้บ่งชัดเจนที่สุดก็คือ เป็นธรรมชาติของความจริง คือ โรคโควิด เป็นโรคที่พระผู้เป็นเจ้า ที่ศาสนาพระผู้เป็นเจ้ารู้ไม่ทันแล้วก็ไม่เชื่อ เช่น อเมริกาเบอร์ 1 ของประเทศเขาไม่เชื่อว่ามันจะทำร้ายทำลายมนุษยชาติได้ เพราะเขาไม่เชื่อ โควิดเป็นอำนาจพระเจ้า ก็เลยแสดงความเป็นอำนาจพระเจ้าให้เห็น แล้วเขาก็ไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นสหรัฐอเมริกาตายมากที่สุดป่วยมากที่สุด พยายามแก้ไขแต่เขาก็ทำไม่ขึ้นเพราะว่ามีปัญญาเป็นพญาครุฑ ปัญญาเป็นพญาครุฑคือ มีปัญญาฟรุ้งฟริ้งมากมาย รวบรวมความคิดที่มันเป็นความคิดเฟ้อๆเกิน เช่น คิดออกนอกโลกไปสร้างเมืองอยู่นอกโลก อย่างในหนัง Star Wars ในทุนนิยม คนที่คิดฟุ้งฝันเพ้อเจ้อได้เก่งคือ JK rowling เขียนเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์ รวยไม่เสร็จเลย ทั่วโลก คนรับความคิดนั้นไปมีฤทธิ์เดชไปกับโลก กึ่งๆของสตาร์วอร์ กับความคิดฝันเพ้อแบบ ผสมกัน คนก็เพ้อฝันอยากได้เมืองในฝันแบบนั้นๆกัน ซึ่งอาตมาขอยืนยันว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทั้งแบบสตาร์วอร์และ Harry Potter มันเป็นความเพ้อฝันทั้งสองสภาพ ความเป็นจริงที่ไม่เพ้อฝันในโลกปัจจุบันคือ สาธารณโภคีนั้นคนก็ยังเข้าใจไม่ได้เพราะจิตใจเขายังมี อัตตา ความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวเห็นแก่พวก แล้วก็ยังไม่รู้จักโลกียรส ไม่ได้ซาบซึ้งว่าโลกียรส ของหลอกไม่มีตัวจริงไม่รู้ว่ารสอร่อยเป็นเรื่องมายาเป็นเรื่องอุปาทานชนิดหนึ่ง นี่เป็นวิชาการของศาสนาพุทธซึ่งภาษาอังกฤษไม่มี ภาษาจีนมีใกล้บ้าง เพราะที่จีนนั้นมีแนวคิดทางศาสนาพุทธเข้าไปแม้กระทั่งว่าเป็นมหายานก็ตาม แต่ก็เข้ากับหีนยาน มหายานรวมกัน เรียกว่าสมบูรณ์แบบ

ทางเมืองไทยนี่ ก่อนอาตมาจะเกิด ศาสนาพุทธดำเนินมากกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี เสื่อมมาจนจะหมดแล้วไม่เหลือ พูดได้เลยว่าไม่เหลือเชื้อของโลกุตรธรรม เหลือแต่เปลือกปลอมๆเปลือกเก๊ๆ เก่าๆที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาณีสูตร เหมือนกลองอานกะ อาณิสูตร ล. 8 ข้อ [672] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ผู้มีพระนามว่าทสารหะได้มีแล้ว เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ตอกลิ่มอื่นลงไป สมัยต่อมาโครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไป ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุในอนาคตกาล เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ จักไม่ปรารถนาฟังจักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้ และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษาแต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตรอันนักปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตร มีพยัญชนะอันวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิต อยู่ จักปรารถนาฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเรียน ควรศึกษา ฯ [673] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น ที่ตถาคตกล่าวแล้วอันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธานฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่า ควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ พ่อครูว่า…ไปปฏิบัติมิจฉาทิฏฐิยึดถือแบบเทวนิยมไปหมดไม่เหลืออเทวนิยม อาตมาก็ต้องมาฟื้น เทวะ อเทวะ เป็นสภาพสอง ตอนนี้พยายามแยกแยะให้รู้สภาพเทว หรือ สภาพของ กายเป็นหลัก แยกเป็นรูปนาม ภายในภายนอก ภายนอกภายใน ต้องมีคู่กัน แต่แยกไม่ได้ แยกมาเพื่อรู้ว่า ตอนไหนจะใช้ตอนไหนไม่ใช้ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้อย่างเร็ว อย่างหนักอย่างเบา อย่างสูงอย่างต่ำ มีมุมเหลี่ยม อย่างนั้นที่พูดนี้ยังไม่ครบนะ ต้องอนุโลมปฏิโลมกับผู้อื่นอย่างสงบเรียบร้อยเป็นสุขไม่ทะเลาะวิวาทกันเกื้อกูลกันเต็มไปด้วยสารานยธรรมหรือพุทธพจน์ 7 อย่างคิดถึงกันไม่มีความร้ายจะไม่รังแกกัน ระลึกถึงกัน ปรารถนาดีต่อกัน ปิยกรณะ เคารพกัน ไม่ว่าจะด้วยศักดิ์ศรี ความรู้ ฐานะ ความจริง ที่ยอมรับกันต่างๆนานาอย่างจริงจัง นี่เป็นพฤติกรรมของมนุษย์ส่วนตัวและเป็นมนุษย์ส่วนรวม แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สามารถเข้าใจร่วมกันได้ เราเข้าใจแล้วแต่เรายังเป็นไม่ได้ทำไม่ได้หรือว่าเราประพฤติอยู่แล้วแต่เราไม่รู้ว่าเราได้เราไม่รู้ว่าเราเป็น

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ฐานภูมิธรรมของคุณลุงจำลอง ศรีเมือง อันนี้ ก็ขอเปิดเผยหน่อย เหตุเกิดวันนี้เอง คุณจำลอง ศรีเมือง ตัวเองเป็นอาริยะแต่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอาริยะ วันนี้ก็มาถามทำอย่างไรผมจะได้เป็นพระโสดาบัน อาตมาก็บอกโอ้นะ มันยาก คือ คุณจำลองเป็นสาย เจโต ต้องมาเพิ่มปัญญา ปัญญาคือ เรียนเก่งได้เป็นหัวหน้ามาตลอด แต่ก็ทำได้ขนาดนี้ ถ้าฉลาดกว่านั้นคุณจำลองจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีและหลายสมัยกว่านั้น แต่นี่บารมียังไม่ถึงขั้นนั้นเท่านั้น ไม่ใช่บารมีความดีไม่ถึงนะ บารมีความดีนั้นถึง แต่บารมีที่ครบพร้อมทั้ง เจโตและปัญญา ยังไม่พร้อม เท่านั้นเอง ชาตินี้มาสะสมบารมีกุศล ต่อไปชาติหน้าบารมีทางกุศลจะทำให้เกิดความเข้าใจแล้วยิ่งมาคบคุ้นกับพวกเรา พวกเราก็บอกว่าคุณไปอยู่ที่บ้านราชฯ คุณจะรู้ว่าคุณเป็นพระโสดาบันแล้วที่จริงคุณสูงกว่าพระโสดาบันแล้ว ก็ไม่อยากจะขยายความไป โสดาบัน ยังไม่ค่อยจะเข้าใจทั้งที่ตัวเองเป็นพระโสดาบันแล้วเป็นพระสกิทาคามีแล้ว ก็ไม่อยากขยายต่อ ก็ค่อยๆเป็นไป ก็ไม่ได้ไปบังคับให้เกิดปัญญา แต่ให้เกิดความเข้าใจเอง ซึ่งอันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อาตมาพบแล้วก็มี จะว่าเป็น คือก็ต้องเป็นผู้ที่ไปด้วยกัน คุณจำลองอายุน้อยกว่าประมาณ 1 ปี 1 เดือน คุณจำลองเกิดปีกุน อาตมาเกิดปีจอ คุณจำลองเกิดกรกฎาคมวันที่ 5 อาตมาเกิด 5 มิถุนายนอย่างนี้เป็นต้น ก็ลากจูงกันไปช่วยเหลือกันไป คุณจำลองนี่นะ ต้องชื่อจำลอง ไม่ใช่ชื่อตัวจริง ถ้าชื่อตัวจริงก็เป็นนายกฯไปแล้ว อาตมาพยายามตั้งแต่ช่วยกันมาตั้งแต่เป็นผู้ว่าฯ ตั้งแต่ตั้งคณะรวมพลังใช้ฝาเข่งทำป้ายเลือกตั้งจนกระทั่งได้เป็นผู้ว่าฝาเข่ง เป็นผู้ว่าฯหนึ่งสมัย เป็นผู้ว่าฯอีกสมัยที่ 2 อาตมาก็บอกว่าอาตมาใช้คำว่า Bangkok is Thailand , Thailand is Bangkok เขาปริญญาโทนะอาตมาปริญญาจัตวายังไม่ได้เลย บอกว่าถ้าคุณเข้าใจอันนี้ แต่ก่อนกฎหมายเขาก็ล้อเลียนไว้ กฎหมายของกรุงเทพฯก็เป็นกฎหมายเมืองรูปแบบอันหนึ่งก็อันเดียวกันขยายออกก็คือประเทศไทย คุณทำอันนี้ให้ครบ 3 สมัยแล้วคุณได้เป็นนายกฯทันที ไม่ต้องเลือกเลย ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ทันที แต่คุณจำลองไม่เชื่ออาตมา พอเป็นผู้ว่าฯสมัยที่ 2 ไปแอบตั้งพรรคพลังธรรมแล้วก็เอาโลโก้พรรคพลังธรรมชื่อพรรคตั้งเรียบร้อยมาให้อาตมา บอกอาตมาว่าผมตั้งพรรคแล้ว อาตมาว่าไม่ได้บอกให้ไปตั้งเลยตั้งมาแล้วก็ต้องช่วยกัน ดุนไปดันไป พรรคพลังธรรมก็ได้ไปได้จนกระทั่งทุกวันนี้พรรคพลังธรรมเป็นฐานสร้างให้เกิดนักการเมืองขึ้นมาตัวสำคัญคือสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ยังเป็นตัวปฏิกิริยาอยู่ในสังคมการเมืองขณะนี้ อาตมาก็ไม่พยากรณ์อะไรต่อ อาตมาไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวด้วยเพราะวิบากใครวิบากมัน สุดารัตน์ตอนเริ่มต้นก็มาร่วมกับพวกเราตั้งแต่นั้น อาตมาตั้งชื่อว่าแพรฟ้า แพรจริงๆ พริ้วน่าดูเลย แพรฟ้า ก็เอาว่าไป นี่ก็พูดพาดพิงถึง ถ้าจะถือสาก็ขออภัย ที่จริงก็ปรารถนาดี ก็ยังเป็นคนดีได้เจตนาก็เป็นคนเจตนาดีไม่มีความร้ายอะไรหรอกจะช่วยประเทศชาติได้แต่มีความแรงที่เป็นพลัง มันก็ต้องจัดการกันและกันในวิธีการต่อสู้นะ เอาล่ะพอ พูดไปแค่นี้ก็พอ ไม่อยากจะพูดต่อไป

มาเข้าเรื่องพฤตินัย พฤติกรรม ของสาธารณโภคีต่อ

_sms แมลงวันนครปฐม ส่งข่าวมาว่า พ่อครูว่า…มีหน้าปกของหนังสือแสงสูญ ฉบับขยะเอ๋ย มีภาพแมลงวันตอมจานข้าวเต็มไปหมด สีดำไปหมดไม่มีสีขาวเลย มีชาวชุมชนหญิง ให้ขุมทรัพย์ กรรมการชุมชน ที่มักตำหนิคนอื่นด้วยคำพูดแรงๆ เช่นบ้านนี้บ้ากันทั้งบ้าน , คนนี้ทำงานไม่ได้เรื่อง ... 1. คง เป็นเพราะ ลืมการปฏิบัติธรรม บางครั้งถึงกับ ตวาดในข้อผิดพลาดของ ผู้อื่น ต่อหน้าคนหมู่มาก จึงเป็นคนน่าสงสารเพราะบ้าอำนาจ. ถ้าใครอยู่ในอาณัติของเขาจะถูกตำหนิน้อยมาก และได้อภิสิทธิ์ง่ายกว่า ใครไม่ทำตามคำสั่งเขา ก็จะถูกตำหนิทั้งในที่ประชุมและที่อื่นๆ จนคนดูออก ว่า นี่ หรือประชาธิปไตย บุญนิยม พ่อครูว่า…ใคร รู้ตัวไว้ เราอาจมีบ้าง เข้าใจสัจธรรมสภาวะธรรมอย่าไปเอาถึงตัวบุคคล สิ่งเหล่านี้เป็นความลำเอียงที่มีความเป็นจริงเหมือนกัน ประชาธิปไตยบุญนิยมจะไม่มีลักษณะเลวร้ายอย่างที่กล่าวมาหรอก คุณคนที่เขียนมาและไปเข้าใจอย่างนั้นว่าประชาธิปไตยบุญนิยมเป็นอย่างนั้น

2. ปฐมอโศกเจริญจริงหรือไม่..... เพราะพึ่งตัวเองได้ ไม่มีหนี้ และถวายเงินพ่อท่าน ได้หลายล้าน ... มีญาติธรรมตั้งข้อสังเกตว่า ปฐม เจริญด้านวัตถุมาก ซึ่งอาจจะไปใกล้ทุนนิยมหรือเปล่า เพราะฐานที่ทำเงินได้มาก ก็ไปกินอาหารมังสวิรัติตามร้านที่แพงๆ ใช้ชีวิตแบบกินหรู อยู่แพง...มีเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิต แบบฐานใครฐานมัน ใครแตะไม่ได้ด้วยมีอำนาจเงินคุ้มครอง ไม่ขึ้นศาลา ไม่ทำวัตรเช้า มุ่งทำเม็ดเงิน...ชื่นใจที่ได้ถวายพ่อท่าน... พ่อครูว่า…เสียงนี้คงได้ยินไปถ้วนทั่วบรรยากาศปฐมอโศกแล้ว ถ้าไม่ได้ยินก็น่าสงสารน่าเวทนา ตอนนี้ได้เปิดเผยกันไปแล้วจะเป็นใครก็แล้วแต่จะมีจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ มันก็น่าจะมีจริงเพราะธรรมดาเขาบอกว่าถ้าไม่มีฝอยหมาไม่ขี้ เดี๋ยวนี้หมามันขี้โดยไม่มีฝอยนะ มันขี้เรี่ยราดไปบนพื้นทั่วไปเลย แต่ก่อนมันต้องมีฝอยมันถึงจะขี้

3. ศอศาลาเงียบเหงา : มีโยมที่ป่วยและชราภาพ แต่ตั้งใจ จะไปกินข้าวที่ศาลาทุกวันพระ พอไปถึง ไม่มีนักบวชอยู่บนศาลาเลย โยมก็ พูดเสียงดังว่า ปฐมอโศก ศ ศาลาเงียบเหงา.. . พ่อครูว่า…ไม่วิจัยวิจารณ์ต่อ เอาแค่นี้ พวกเรานี้มีปฏิภาณ มีความรู้ความเข้าใจ ใครที่รู้ตัวเองว่าบกพร่องมากหรือน้อยไม่ใช่ตัวจริง แต่มันอยู่ในเชิงเดียวกัน มีลักษณะเดียวกันกับที่เขาทำอย่างนี้ เขาตำหนิมากแต่เราก็มีส่วนน้อยหรือส่วนกลาง หรือเรามีมากหนักกว่านี้อีก ดีนะเขาไม่รู้ ก็ยิ่งดีแต่อย่าไปผิดนะ ตัวเองผิดน้อยนึกว่าตัวเองผิดมากตัวเองมีความเลวมาก นึกว่าตัวเองมีความเลวน้อย อันนี้ก็เข้าใจผิดต้องเข้าใจให้ถูก ประมาณให้ดีอย่างถูกต้อง อย่าไปประมาณผิดๆ อย่างนั้นมันเสียหาย

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน จะลดความติดในรสอาหารจัดจ้านได้อย่างไร _ช่วยบุญ จันทร์รักษา ...เมื่อวันที่ 14-15 ธ.ค.63 ไปอบรมเกี่ยวกับอาหารสุขภาพที่สระบุรี (คอร์สของหมอสันต์ ใจยอดศิลป์) อาหารของเขา 1.ไม่ใช้น้ำมันทำอาหารเลย 2.ไม่ใช้น้ำตาล 3.ไม่ใช้เกลือหรือใช้ความเค็มให้ลดน้อยลง พวกเราก็ไปอบรมแล้วได้ความรู้มามาก ก็เลยสรุปอีกครั้งหนึ่ง ว่าก็คืออาหารของพ่อครูนั่นเอง พ่อครูเคยกล่าวถึงแมคโครโพธิรักษ์ ช่วยบุญคิดว่าอาหารของพ่อครูไม่น่ากิน มันจืดสีชืด แล้วคนละรสกับของฆราวาส อย่างพ่อครูเองฉันอาหารอย่างนี้มาตั้งแต่ฆราวาส จนบวช 50 พรรษาแล้ว พ่อครูหน้าตาสดใส อ่อนเยาว์ พ่อครูฉันอาหารรสจืด ไม่มีน้ำมัน น้ำตาลน้อย ที่หมอสันต์ แนะนำให้พวกเราทำคือเอาอะไรมาทดแทนน้ำตาล เช่น ความหวานของผลไม้ ช่วย(บุญ) ก็เห็นความยากของตัวเองทั้งที่เราก็ป่วยอยู่ ทั้งที่พ่อครูทำให้ดูอยู่ทำไมตัวเองยากนัก แต่ช่วย(บุญ)ก็สงสาร (พ่อครูว่า ..อย่าสงสารกิเลส) ถามจริงๆพ่อครูไม่มีรสอร่อยเลยหรือ (พ่อครู ..ว่าไม่มี) พวกเราทำไมมีเยอะจัง (พ่อครูว่า ..จะให้ตอบไหม) อย่าเพิ่งตอบเลยค่ะ กลัวจะแรง เราจะทำวิธีไหน? ให้เราลดความจัดจ้านของเรื่องอาหารลงค่ะ พ่อครูว่า…ต้องพยายามเห็นความจริงให้ได้ ความจริงในภาษาพยัญชนะที่พูดพระพุทธเจ้าก็ดี ผู้รู้ต่างๆก็ดี ก็ต้องเข้าใจให้ได้ว่าพวกนี้มันเป็นของเก๊ ของปลอม ของหลอก รสอร่อยมันไม่มี มันรู้สึกอร่อย ความหมายคำว่าอร่อยก็คือ ชอบใจ อ่านอาการตรงนี้ อาการชอบใจ ชื่นใจนิดๆ ชื่นใจมากๆรู้ง่ายกว่า ชื่นใจนิดๆก็ไม่มี มีแต่ความรู้ความจริงตามความเป็นจริงว่า อันนี้มันรสหวาน อันนี้มันรสเค็ม อันนี้มันรสเปรี้ยว อันนี้มันรสเผ็ด อย่างนี้เป็นต้น ก็รู้ตามจริง ถ้าหวานมากเราไม่ชอบก็ไม่เอา เอาหวานพอสมควร เค็มมากก็ไม่ชอบ ชอบเค็มน้อย เปรี้ยวมากก็ไม่ชอบ คนที่ชอบรสจัดๆ ตายง่ายทั้งนั้น พวกโรคเอาไปกินทั้งนั้น พวกจัดๆจ้านๆ เป็นพวกเลยเถิดเป็นพวกสุดโต่ง ปรุงแต่งให้จัดจ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะสีสันรูปร่างรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรที่จัดจ้านมากยิ่งขึ้นอะไรใหญ่มากยิ่งขึ้นและก็จะยิ่งขึ้นจนกระทั่งกลายเป็นพญานาคก็จะดำดิ่งลงไปหายไปใน พญานาคหลงทางไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเลย คือลงบาดาลมืดเลย สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ามันเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่โง่ไม่เสร็จ ไม่มีทางรู้อะไรเลยอะไรหายเข้าไปในนั้น ตามหาไม่เจอเลย โง่หายไปเลย โง่หายอย่างช่วยไม่ได้เหมือนอย่างกับอาฬารดาบส อุทกดาบส พระพุทธเจ้าบอกว่าจะจมไปในนรก นิ่งนรกอยู่ช่วยไม่ได้อีกไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์ก็ยากที่จะฟื้นหรือจะตื่นขึ้นมารู้เลย ท่านถึงได้เปล่งคำว่า ชิบหายแล้วหนอ อาฬารดาบส อุทกดาบส จะมาช่วยก็ช่วยไม่ทัน..ตายก่อน

ขนาดพระพุทธเจ้าสมณโคดมเป็นผู้ที่จะช่วยคนได้น้อยที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายแล้ว พระพุทธเจ้าองค์ก่อนนั้น คนอายุถึง 80,000 ปีท่านก็ผ่านมาแล้ว คนเหลือ 40,000 หรือ 50,000 ปี ก็ช่วยมาแล้ว จนกระทั่งร้อยปีตายในยุคพระพุทธเจ้านั้น 120 ปีเท่ากับ 1 กัปป์ ก็เก่งแล้ว พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่เอาถึงขนาดนั้น 80 ปีท่านก็ปรินิพพานไปแล้วเพราะท่านช่วยมาหมดแล้วเป็นยุคที่ทำมาจนหมดแล้ว จนกระทั่งเกือบจะไม่ช่วยแล้วพระพุทธเจ้าสมณโคดมตรวจดูโลกแล้วตอนตรัสรู้ว่าคนไม่มีภูมิธรรมที่จะช่วยได้จะเสียของเปล่า โลกุตรธรรมเผยแพร่ไม่ออก พอท่านมีดำริเช่นนั้น สหัมบดีพรหมก็รวมหัวกันอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน