630208_พ่อครูเทศน์เปิดงานพุทธาภิเษก #44 บ้านราช ปัญญาพาพ้นมิจฉาชีพ 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
630208_พ่อครูเทศน์เปิดงานพุทธาภิเษก #44 บ้านราช ปัญญาพาพ้นมิจฉาชีพ 5 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1cPmmVqAdcqEZz2Bk-hGf4gdCul-riKhhHVZFefGahto/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1mDSu3lcdtqJze8_CebcB1QBL9kjPAMWu
สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน พ่อครูเปิดใจ ยังเฟรชชี่..ไม่มีแก่ ในวันมาฆะบูชา พ่อครูว่า…วันนี้วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ปีชวด ที่บวรราชธานีอโศก เริ่มงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ 44 ตรงกันกับมาตรา 44 ของประเทศที่ใช้กันมา แล้ววันนี้ก็เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เริ่มต้นงานขึ้นต้นก็เป็นวันมาฆบูชา 15 ค่ำเดือน 3 เราก็จะได้ฟังเทศน์งานพุทธาภิเษกฯงานมาฆบูชา ตามธรรมเนียมที่เราจะจัดงานในช่วงมีวันมาฆบูชาวันใดวันหนึ่ง วันนี้เป็นวันแรก วันนี้เป็นวันแรกวันเริ่มต้นงานเลย คนอายุ 44 ปีก็ไม่ใช่น้อยแล้วนะ แต่งานพุทธาภิเษกของเราอายุทำกันมาได้ 43 ปีแล้ว ก็ไม่ใช่น้อย ในชีวิตของอาตมาเริ่มมาทำงานศาสนาตั้งแต่อายุ 36 มาถึงปีนี้ก็ปาเข้าไปเลย 36 มาถึง อายุ 72 แล้ว เลย 72 มาอีก 12 ปีก็เป็น 84 ก็เลยมาอีก 2 ปี อาตมาก็อายุ ย่างเข้า 86 ปี เต็ม 85 ย่างเข้า86 มาได้ 8 เดือนแล้ว ถึงมิถุนาก็เต็มครบ 86 คนอายุ 86 ก็แก่นะแต่อาตมาไม่เห็นแก่ เอาความจริงมาพูด โดยเฉพาะจิตใจ ไม่มีแก่ จิตใจมันคะนองด้วยซ้ำไป เหมือนหนุ่มๆจิตมันเป็นอย่างนั้นเลย แต่กายจะให้ทรงสภาพอย่างนั้นเลยก็ไม่ใช่ เหี่ยวย่นบ้าง เราไม่ได้ไปเกาหลีมา ก็เหี่ยวๆย่นๆ อาตมายังทำงานได้เฟรชชี่สดชื่นเบิกบาน ร่าเริง ร่างกายลดไปตามวัยบ้าง แต่จิตใจมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา อิทธิบาท 100%
อ.เป็นต้น นาประโคน ตาบอดมา 24 ปีแล้ว ตอนนี้อายุ 8
อ่านต่อ
3 ปี ก็เลยไม่มีอะไรมาก ตาบอด อยู่ในตัวเองเยอะ เลยเกิดกวีการเยอะ ยุคเข็นเขาขึ้นครก ยุคเข็นเขาเพื่อขึ้น บนครก ตีนใหญ่เหยียบปากนก เฉกช้าง เมื่อดินหมดหญ้าปก พาโลก แล้วเฮย พุทธรกเหมือนไกลร้าง เพราะรื้อ แก่นธรรม
กองทัพธรรมรุดหน้า ฝ่าฟัน อุปสรรคกล้าประจัญ ห่อนท้อ พุทธหมู่มากโรมรัน ข่มขู่ เราฤา ชาวโลกหันมาล้อ เล่นลิ้นตลบหลัง
พุทธาภิเษกไซร้ สอนมนุษย์ มิใช่เสกตระกรุด อวดอ้าง ออกนอกมรรคแปดพุทธ ไกลลิบ ลับเฮย พุทธวกวนในอ่าง เช่นนี้ฤาพุทธ
เสียงเรียกหาพุทธบ้าง บางคราว อยู่ที่ไหนรีบมา ร่วมไซร้ เมื่อมีจิตอาสาเสียสละ ช่วยโลก เพื่อฝากความดีไว้ แด่ผู้อยู่หลัง
ความรวยใครก็รู้ อยากรวย สื่อศัพท์ภาษาสวย แน่แท้ อย่าเอื้อนเอ่ยเกินอวย คือพุทธท่านเอย ทุนนิยมบ่แก้ กอบกู้ฤามี
บุญนิยมยุคนี้ กล้าแสดง ฟันฝ่าสุดเรี่ยวแรง กอบกู้ กระแสหลักตะแบง หมู่มาก ลากไป บุญนิยมต้องสู้ ศึกนี้ หนักเหลือ
พ่อครูว่า...สมาธิของพุทธทำสมาธิอยู่ทุกลมหายใจลืมตา สร้างสมาธิจากจรณะ 15 วิชชา 8 แต่นั่งหลับตาไม่มี สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ไม่ตื่นไม่พากเพียร มีแต่นั่งหลับ เจ๊งกระบ๊งเลย อันนี้คือ ปัณกธรรม 3 หมายความว่าเป็นธรรมะที่ผิด ถ้าไม่มี 3 ข้อนี้ ผิด ต้องมี 3 ข้อนี้แล้วไปนั่งหลับตาไม่มี 3 ข้อนี้นั่นคือผิดศาสนาพุทธ แล้วเมื่อไหร่ผู้ที่ได้รับการยอมรับทางศาสนาว่าเป็นปราชญ์เป็นบัณฑิต เมื่อไหร่จะตื่นเสียที หากไม่มีจรณะ 15 วิชชา 8 ก็ไม่มีพุทธคุณของศาสนาพุทธ มีแต่เดียรถีย์คุณไม่ใช่พุทธคุณ
เป็นเรื่องที่ใช้พยัญชนะภาษาคำความมาใช้สื่อ คนนี่เก่งกว่าเดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานก็สื่อสารกันเพียงเสียงร้องไปมา แต่คนนี้ เอามาประดิษฐ์เป็นคำมากไม่รู้กี่ภาษาเป็นล้านภาษาเลย สร้าง ได้เก่ง ในโลกนี้มีที่ใช้อยู่กันอยู่ทุกวัน 100-200 ภาษา บางประเทศใช้หลายภาษา สื่อกันเก่งสื่อกันได้ ก็เลยเอามาพูดกันปากเปียกปากแฉะ อาตมาก็รู้แต่ภาษาไทย เอาภาษาอื่นมาประกอบบ้างภาษาบาลีภาษาอังกฤษก็ไส้เดือนกิ้งกือ ภาษาบาลีก็มีตำราพอถูไถ ใช้ภาษาทำงานศาสนามา สื่อให้พวกเราได้เกิดความเข้าใจชัดเจนเอาไปปฏิบัติ เมื่อไปปฏิบัติแล้ว เกิดคุณธรรมในตัวตน คุณวิเศษขึ้นมาในตัวจริงๆจึงเปลี่ยนแปลงชีวิตๆ เปลี่ยนแปลงชีวิตสำเร็จจากคนที่หลงหนักหนาสาหัสมุ่งหน้าตาที่จะเอาแต่รวย ก็หยุด พอ แล้วมาหากินอยู่ข้างนอกก็มี บางคนก็ลึกซึ้ง ซาบซึ้งใจ ไม่เอาแล้วทางโน้นไม่ทำมาหากินข้างนอกเข้ามาอยู่กับชาวอโศกเลย ไม่ใช่ว่ามาอยู่ในชุมชนชาวอโศกจะไม่ทำมาหากินนะแต่ทำมาหากินอย่างสาธารณโภคีนี่แหละคือสุดยอดเลย
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปัญญาพาพ้นมิจฉาชีพ 5 ทำมาหากินอย่างสาธารณโภคีคืออะไรคือผู้เป็นที่มีสัมมาอาชีพสูงสุด สัมมาอาชีพพ้นมิจฉา 5 มิจฉาชีพ 5 ข้อ ที่เป็นมิจฉาฯ ผู้ที่ยังมีอาชีพถ้าอย่างนี้ไม่พ้นมิจฉาชีพ อาชีพข้อแรก กุหนา อาชีพทุจริตเลวร้ายขี้โกง ทุจริตสารพัดทางกายวาจาใจครบเครื่อง เลวที่สุด มีไหมในประเทศไทย ...มีเยอะด้วย 2. ลปนา อาชีพที่ไม่ทำทางกายกรรมไม่ดีแต่ภาษาเล่ห์เหลี่ยมคดโกงหลอกล่อ ทุจริตด้วยทางภาษา กุหนาครบเครื่องกาย วาจา ใจ แต่ลปนาคือทุจริตทางวาจา 3. เนมิตกตา ก็เริ่มเลิกกุหนา ลปนา ปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาหลุดพ้นมาได้เรื่อยๆ แปลว่ามีโชค ผู้ที่บรรลุได้ก็เป็นโชคของเขา 4. นิปเปสิกตา หมดมิจฉาชีพแล้วสำหรับตัวเอง ในการประพฤติปฏิบัติกับคนอื่นไม่มีมิจฉาชีพแล้ว มิจฉาชีพเฉพาะตนเอง ยังมีลาภยศเงินทอง ไม่ได้โกง ไม่ได้ทุจริตอะไรแล้ว แต่ยังมอบตนในทางผิด ผู้ไม่รับใช้คนผิดก็เข้ามาอยู่ในอโศก หากยังรับใช้คนผิดอยู่ก็ไม่พ้น นิปเปสิกตา ยังใช้แรงงานยังใช้เครื่องมือ รับจ้างคนที่ทำผิดอยู่ ก็ยังไม่พ้นมิจฉาชีพ ข้อที่ 4 ข้อที่ 5 พ้นมิจฉาชีพ มารับใช้ชาวอโศกอยู่กับชาวอโศก แต่ยังรับรายได้อยู่ยังไม่พ้นมิจฉาชีพข้อที่ 5 ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา สุดยอดไหม โลกสมัยนี้ทำได้ สมัยพระพุทธเจ้าทำกับฆราวาสไม่ได้ เพราะเป็นยุคที่อยู่ในสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นยุคทาส เป็นยุคที่พระเจ้าแผ่นดินเป็นเจ้าของทรัพย์สินหมด ยังมีนายทาสยังมีเจ้าของ บุคคลที่จะใช้แรงงานอีก ไม่รู้เรื่องสิทธิมนุษยชน พระพุทธเจ้าจึงได้ประกาศสาธารณโภคีกับโลกกับสังคมฆราวาสไม่ได้ ได้แต่ผู้ที่มามอบตนเข้ารีต มาอยู่ในศาสนาพุทธคือมาบวช หรือไม่บวชเป็นพุทธศาสนิกชน ก็ต้องอยู่ในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ตัดไม่ขาด ยังเกี่ยวโยงอยู่กับวงการฆราวาสภายนอก แต่ยุคนี้ไม่ใช่ยุคทาส ทุกคนเข้าใจแล้วว่าตัวเองมีสิทธิ์อย่ามาละเมิดสิทธิ์กันและกัน ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เพราะฉะนั้นในยุคนี้จึงทำสาธารณโภคีกับฆราวาสได้อย่างสบายและสำเร็จ อาตมาถือว่า พาทำสาธารณโภคีกับประชาชนฆราวาส สมณะนักบวชไม่ต้องพูดถึงเลยอาตมารับรอง สาธารณโภคีบริสุทธิ์สะอาดกันดีมาก แม้แต่ฆราวาสก็ยังทำสาธารณโภคี ทำงานฟรีไม่มีรายได้ส่วนตัว จนตายเผาไปหลายคนแล้ว สบาย สบม ธมด ปกต หห มชยลล จจ สบายมากธรรมดาปกติหายห่วง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ จริงจ๊ะ จริงๆ เป็นมาได้เรียบร้อยสำเร็จและอยู่กันอย่างสบายจริง อาตมายังทำงานได้เฟรชชี่สดชื่นเบิกบาน ร่าเริง ร่างกายลดไปตามวัยบ้าง แต่จิตใจมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา อิทธิบาท 100% นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ..
สู่แดนธรรมว่า...พ่อครูมีอะไรเตรียมไว้สำหรับงานสำคัญไหมครับ พ่อครูว่า..วันนี้ปฐมนิเทศ ก็พูดสดๆ พูดเหมือนวนซ้ำซาก แต่ที่จริงที่มันวน เพราะว่าอาตมาไม่ออกนอกโลกุตระก็วนอยู่ในโลกุตระนี่แหละ ไม่ได้ไปหาโลกียะเลอะเทอะมากมาย โลกียะรกเลอะเยอะแยะ อาตมาไม่เชี่ยวชาญโลกียะ แม้ปางนี้ก็ไม่เชื่ยวชาญทางโลก อย่างโลกเขาทำอบายมุขเก่งอาตมาก็ไม่ได้ทำเหมือนเขา เคยอยากจะทำเหมือนเขาไปหัดอบายมุขเหมือนเขา ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ เขาหมั่นไส้เอา พวกอยู่ในอบายมุขเขาว่าดัดจริต ดัดอย่างไรก็ไม่ทุจริตดัดอย่างไรก็สุจริต ไปกับเขาไม่ได้ พูดเป็นสารสัจจะพูดที่หลุดพ้นแล้วจะเอาไปจุ้มแช่ต้มยำทุจริตอกุศลอย่างไรมันก็ไม่เข้าไม่ระคายเข้าไปเลย มันเต็มที่แล้วเป็นตัวเองที่เป็นโลกุตระเป็นอาริยะ สัมผัสโลกธรรมอย่างไรมันก็เข้าไม่ได้ มีช่วงลิงลมอมข้าวพอง เราก็ต้องเวียนหัว เหมือนลิงลม ก็หลงไปตามโลกเขาอยู่พักหนึ่ง อย่าว่าแต่อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์เลย พระพุทธเจ้าก็ยังมีช่วงเวลาเหล่านั้นเลยได้หลงโลกอยู่ตั้ง 35 ปี 29 ปีหลงอยู่ในโลกที่เป็น ที่พระราชบิดามอมเมาหนัก อยู่ในปราสาทสามฤดูไม่ได้เห็นคนแก่คนเจ็บคนตาย ไม่รู้เรื่องไตรลักษณ์ทั้งโลกเลย จนอายุได้ 29 ปี เสร็จแล้วท่านก็บอกไม่เอาแล้ว ไปเห็นเทวทูต 4 ไปเห็นความแก่ความเจ็บความตายแล้วไปเห็นสมณะ ทางออกคือทางเป็นสมณะ เราต้องหนีไปเป็นสมณะจึงออกจากความแก่เจ็บตายก็ถูกเขาหลอกอีกว่า สมณะต้องออกป่า บำเพ็ญทุกรกิริยาที่มันไม่ได้เรื่อง ทุกรกิริยา เป็นกิริยาที่ไม่เข้ามรรคมีองค์ 8 ท่านก็ทำได้อุกฤษฏ์ยิ่งกว่าเขาหมดก็ไม่ได้พาบรรลุไม่ได้เรื่องได้ราว จนกระทั่งนั่งทบทวน วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 วิสาขบูชา แล้วก็มาเทศน์กับพราหมณ์ 5 รูป พอเทศน์แล้วโกณฑัญญะก็เกิดอัญญธาตุ เป็นธาตุรู้ใหม่โลกุตระในจิต พระพุทธเจ้าก็อุทานว่า “ อัญญาสิ วตโภ โกณฑัญโญ” มีอัญญธาตุเกิดในจิตอัญญาโกณฑัญญะ เกิดได้เป็นคนแรก ญาณหยั่งรู้ของพระพุทธเจ้าก็หรือว่ามีตัวนี้ปรากฏ เป็นอัญญธาตุ ที่ไม่เคยมีปรากฏในมนุษย์โลก อัญญาโกณฑัญญะซึ่งเป็นมนุษย์คนแรกในยุค 2500 กว่าปีนี้ เมื่อมีคนรับได้ เทศน์ไปแล้วเป็นโลกุตรธรรม แม้จะเป็นธัมมจักกัปปวัตตนสูตรก็แยก กาม แยกอัตตา ก็เป็นโลกุตรธรรม เพราะธรรมะโลกีย์เทวนิยมแยกกามแยกอัตตาไม่เป็น ยิ่งอนัตตลักขณสูตร ก็ยิ่งชัดเจน อัตตามันไม่ใช่อัตตามันเป็นอนัตตา ถึงขั้นทำจิตวิญญาณให้เห็นจริงว่า แยกกามแยกอัตตาได้แล้วทำให้จิตเราไม่เป็นทาสกามทาสอัตตาอีกได้เลยได้ ผู้ใดทำได้ผู้นั้นก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ไม่ได้เป็นทาสกาม ทาสอัตตา ก็รู้จักรู้แจ้งว่าอาการเป็นอย่างไร จิตของเราก็ไม่มีเชื้ออาการอารมณ์ของกาม แล้วก็มีความรู้ที่ลึกซึ้งรู้จักความเป็นอัตตา แล้วก็รู้ว่าความเป็นอัตตาในตัวเรามีอยู่ เพียงแต่ยังไม่ตายก็อาศัยอัตตาอยู่บ้าง สักแต่ว่าอัตตา ใช้อัตตาให้จิตวิญญาณไม่มีอัตตาไม่มีกาม อาศัยสอนคนอื่นให้ไม่มีกามไม่มีอัตตาได้ด้วย ได้แล้วก็เผื่อแผ่ให้แก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่ายเลยไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันเล่นๆ เป็นเรื่องสุดยอด ศาสนาพุทธมีมา อาตมามาเกิดยุค 2500 กว่าปีนี้ มันได้เสื่อมไปแล้วสำหรับโลกุตระ จะว่าไม่มีก็ไม่มีแล้วแต่ยังมีอยู่ในตำราในหลักฐาน ยังมีอยู่ในบัญญัติภาษา อาตมามีมาข้ามชาติมายุคนี้ก็เลยติดตัวมา มีโลกุตระก็เอามาประกาศเอามาอธิบายยืนยัน ว่าที่ท่านพากันทำที่ท่านเทศน์มันผิด จึงได้มายืนยันอยู่อย่างนี้ ตั้งแต่มาบวชก็ยืนยันเรื่องนี้มา 50 ปี เขาก็ยังไม่เชื่อกันส่วนใหญ่ ก็มันเป็นธรรมดา คนที่จะมีภูมิปัญญารับได้ รับโลกตุระได้ เท่ากับเอามือจิ้มที่ไปแผ่นดิน ผู้ที่รับธรรมะของพระพุทธเจ้าได้เท่ากับดินที่ติดมาในเท่าขี้เล็บ นอกนั้นรับไม่ได้เท่ากับดินทั้งโลก ที่ไม่มีบารมีรับได้นั้นมีอยู่เต็มโลก ที่รับได้นั้นอยู่ในเมืองไทย อยู่ในเมืองนอกนั้นเขารับได้ฟังได้แต่จะรู้เรื่องหรือเพราะว่าเป็นภาษาไทยหรือแม้จะใส่ใจก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นสุดยอดธรรมะพระพุทธเจ้าสุดยอดจริงๆเลย อาตมาก็จะอยู่อีกกี่ปีๆ เท่าที่สังขารร่างกายอยู่ได้ แต่มันเมื่อยเหมือนกัน แต่ก็มีจิตฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เป็นอิทธิบาทมันมี มันเมื่อยก็พักมันไม่เมื่อยก็เพียร ไม่เมื่อยเท่าไหร่เขาก็ยังบังคับให้พักเลย ฝืนบ้างแต่ก็ไม่ฝืนมาก เขาหวังดีก็เอาที่กุศลเจตนา พักมากๆจะเป็นง่อยเอาก็รับผิดชอบนะ จะว่าไม่บอกไม่เตือน อ้าว!..เป็นได้นะ มันไม่สมดุล
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สายปัญญาพาแยกไม่สุขไม่ทุกข์กับอุเบกขา อาตมาได้นำเอาบุคคล 7 ซึ่งแยกแกนของความเป็นมนุษย์ เป็นสองแกน คือแกนศรัทธา กับแกนปัญญา เอามาบรรยายให้ฟัง ซึ่งสองแกนนี้เป็นเรื่องสัจจะที่แยกไม่ออก เช่นแกนเทวนิยมกับแกนอเทวนิยม สองอย่างนี้ แกนไหนเป็นศรัทธาแกนไหนเป็นปัญญา แกนเทวนิยมคือศรัทธา แกนอเทวนิยมคือแกนปัญญา เป็นธรรมดาธรรมชาติที่มีอยู่ครองโลก มาแต่ไหนๆ อาตมาสายปัญญา นี้จึงชัดเจนเรื่องพวกนี้ โดยเฉพาะเป็นพระโพธิสัตว์จะชัด จึงนำมาขยายความนำมาประกาศ มาแยกแยะ distinguish ตีแตกแยกให้กระจ่างให้พวกเรามาสู่สภาพที่มีปรินิพพาน ศาสนาเทวนิยมไม่มีปรินิพพาน จิตวิญญาณเป็นนิรันดร ตีแตกแยกแยะสุขทุกข์ไม่ได้หลงสุขนิยมติดสุข แต่ศาสนาพุทธนั้นรู้ว่าความสุขเป็นมายา ความทุกข์ความสุขเป็นอุปาทานเป็นมายาของมนุษย์ เพราะฉะนั้นมีพวกเรานี่แหละ อาตมามาทำรายละเอียดให้กระจ่าง รายละเอียดของสัจธรรมที่เป็นพุทธะทำให้กระจ่าง ว่าสุขทุกข์นั้นมายา สุขกับทุกข์จริงๆเป็นตัวเดียวกันเป็นสิริมหามายาแยกกันไม่ออก เหมือนกระดาษที่มี 2 หน้าแยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธชัดเจนในเรื่องสุขทุกข์ไม่ไปหลงความสุข สุดท้ายก็ดับทั้งความสุขความทุกข์เป็น อทุกขมสุข แล้วทำให้ไม่มีสุขไม่มีทุกข์เหนือชั้นไปถึงขั้นอุเบกขา อุเบกขา นั้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าไม่สุขไม่ทุกข์ จริงๆแล้วไม่สุขไม่ทุกข์ก็ใช้เป็น synonym กับอุเบกขาได้ แต่นัยที่ลึกซึ้งนั้นคำว่าไม่สุขไม่ทุกข์เป็นภาษาโลกีย์ คำว่าอุเบกขาเป็นภาษาของโลกุตระ เอาคำว่าไม่สุขไม่ทุกข์มาใช้ร่วมกันกับอุเบกขา เป็นตัวคล้ายๆกันแทนกันไป สำหรับผู้ที่ยังไม่ละเอียด เมื่อสุขไม่มีทุกข์ไม่มีแล้ว แล้วยิ่งทำจิตไม่สุขไม่ทุกข์ให้สะอาดและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น มีฝุ่นละอองอะไร ก็เอามาเช็ดเหมือนเอาชามัวร์มาเช็ดไม่ให้มีฝุ่นหมองมัวเลย ปริสุทธาปริโยทาตา แล้วก็มีคุณสมบัติวิเศษ มุทุ เร็วไว ทำให้ได้ static dynamic สมบูรณ์แบบสองฐาน ทาง Nuclear Fusion Nuclear Fission อาศัยรังสีแสดงออก เป็นพลังงานก็ใสสะอาดบริสุทธิ์ อย่างอาตมาแสดงพลังงานที่ออกไปกระทบแก่คนอื่นเป็นพลังงานบริสุทธิ์สะอาดเป็น fission แม้อยู่ในตัวเองที่แสดงออกเป็น nuclear fusion ก็สะอาดบริสุทธิ์ ปริสุทธาปริโยทาตา มีมุทุภูตธาตุ ปรับเร็วไว ทำงานอยู่ก็ยังบริสุทธิ์สะอาด กัมมัญญา ทำงานด้วยจิตที่มี มุทุคุมกำกับ สะอาดบริสุทธิ์อยู่ตลอด อาตมาแสดงเหมือนคนมีกิเลสเหมือนคนมีความโกรธเหมือนมีคนมีความดุดัน ที่จริงเมตตา ใครมองเมตตาอยู่ในภาษาแสดงออก นัจจะคีตะวาทิตะของอาตมาบ้าง...ยกมือ ไม่ง่าย ขนาดพวกเราเอง ข้างนอกไม่ประสีประสาหรอก เรียกว่าพวกลืมตายังมืดเลย เรียกว่าคนลืมตายังมืดเลย คือ สติของเขาไม่เต็มสตางค์ สตางค์คือ 100 คำว่าสตะ แปลว่า 100 เพราะฉะนั้นสติเขาไม่เต็มร้อยที่จริงบอกว่าไม่เต็มบาท บาทคือร้อยสตางค์ แต่จิตเขาไม่เต็มร้อยสตางค์ เศษหนึ่งส่วนสี่ของสตางค์คือสลึง ที่พูดภาษาสื่อสภาวะให้เข้าใจ คนตั้งใจฟังให้ดี ก็ได้รับสิ่งดี คนที่ถูกกระทบแล้วไม่ชอบใจก็คือคนโง่ คุณยังเข้าใจผิดอยู่ เป็นธรรมดา สู่แดนธรรมว่า...นิมนต์พ่อครูนำปฏิญาณ
คำกล่าวนำปฏิญาณอุโบสถศีล [พากล่าวคำ นโมตัสสะ ภควโต ฯ ๓ จบ ก่อน] ณ บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งจิตปฏิญาณ ในงานพุทธาภิเษกครั้งที่ 44 นี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย จะขอบำเพ็ญ ประพฤติตน อยู่ในศีล ๘ อันได้แก่ ปาณาติปาตา เวรมณี จะขอตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการฆ่าสัตว์ เว้นขาดความโหดร้ายรุนแรง เว้นขาดการเบียดเบียนใดๆ จะพยายามสร้างเมตตาธรรม อทินนาทานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการขโมย เว้นขาดการเอาของผู้อื่นด้วยเชิงเอาเปรียบ จะพยายามสร้างสัมมาอาชีพ ขยันสร้างสรร เสียสละ เลิกละความโลภ เลิกละความเห็นแก่ตัว อพรหมจริยา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดเรื่องเมถุนธรรม เว้นขาดเรื่องกามคุณ จะเป็นผู้ละเลิกราคะ จะเป็นผู้กำหนดรู้เท่าทันในกาม มุสาวาทา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการพูดปด เว้นขาดการพูดหยาบ เว้นขาดการพูดส่อเสียด เว้นขาดการพูดเพ้อเจ้อ จะพยายามพูดเป็นสารัตถะเป็นธรรม สุราเมรย มัชชะ ปมาทัฏฐานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการเสพติดมัวเมา มีอบายมุขทั้งหลายเป็นต้น มีกามต่อมา มีโลกธรรม ๘ อีก และจะเว้นขาดการยึดภวอัตตภาพทั้งปวง วิกาลโภชนา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดจากอาหารและเครื่องใช้ที่ควรเว้นควรเลิก จะกินจะใช้ ตามที่กำหนด จะเป็นผู้พยายาม เป็นผู้มักน้อยและสันโดษ นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะทัสนา มาลา คันธะ วิเลปนะ ธารณะ มัณฑนะ วิภูสนฐานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดจากท่าทางอันไม่สมควร คำพูดที่มีเสียง สำเนียงอันไม่สมควร เช่น ฟ้อนรำ ดนตรี เป็นต้น เว้นขาดจากดอกไม้และของหอม เครื่องตกแต่งพอกทา เครื่องประดับประดา ประดิดประดอย เว้นขาดจากฐานะแห่งการแต่งงามประดิษฐ์ประดอย อุจจาสยนะ มหาสยนา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติเว้นขาดจากที่นั่งที่นอนใหญ่ เว้นขาดจากการรับของใหญ่ เว้นขาดจากการสะสมของใหญ่ ที่สุด เว้นขาดการหลงติดความใหญ่ ศีลทั้งหลายเหล่านี้ หากข้าพเจ้าทั้งหลายไม่ตั้งใจประพฤติ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่ได้ผล ถ้าหากข้าพเจ้าทั้งหลายตั้งใจประพฤติ ก็ย่อมได้ ตามธรรมสมควรแก่ธรรม ดังนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายจักตั้งใจศึกษาฝึกฝน พากเพียรบำเพ็ญ ตามที่หมู่คณะ ได้นำพา ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันด้วยดี ให้สุดความสามารถ
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งใจ ปฏิญญาณไว้ ณ โอกาสนี้ ตามนี้.
สาธุ 3 time