สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน พุทธศาสตร์กับเทวศาสตร์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข15 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน พุทธศาสตร์กับเทวศาสตร์ ตอนนี้เหตุการณ์ ขอพูดถึงพวกเรา มีเศรษฐศาสตร์ที่เป็นประชาธิปไตยสุดยอด มีรัฐศาสตร์นี่แหละที่เป็นประชาธิปไตยสุดยอด ตำรารัฐศาสตร์ที่เขาเรียนกันมาจนจบด็อกเตอร์ มีตัวซาตาน อยู่ในประชาธิปไตย เป็นเทวปุตมาร แปลงตัวไปมาระหว่างซาตานกับพระเจ้า พระเจ้าไม่มีเจตนาทำร้าย พระเจ้าที่ใหญ่ก็ทำดีกว่าองค์ที่รองลงมาแต่ต่างคนต่างมีอัตตามานะ ข้านี่แหละเป็นพระเจ้าองค์ใหญ่ที่สุดไม่ว่าเป็นพระเจ้าศาสนาใด บริวารของศาสนาใดที่เริ่มมีปัญญา ก็จะพบว่า ทำไมพระเจ้ามีหลายองค์ ก็แยกออกไป พอมีพระเจ้าครบ 3 ก็จะเป็นตรีมูรติ มีฝ่ายรบฝ่ายช่วย ชื่อฝ่ายบวก ฝ่ายลบ แล้วก็มีกรรมการ มีตัวกลางเป็นกรรมการ แน่นอนก็เกิด ตรีมูรติ ผู้ใดที่เป็น 4 ชักรู้เรื่อง 3 นี้แล้ว cyclic order สามเส้าสมดุลกรรมการต้องเก่งคุมเกม ในนิวเคลียสหนึ่งมีบวกมีลบ แล้วก็มี protoplasm เป็นปลอกห่อหุ้ม นิวเคลียส เป็นอุตุนิยาม แต่เมื่ออธิบายอย่างพีชนิยามจิตนิยามก็มีตัวควบคุม ควบคุม protoplasm ที่ไม่เที่ยงนะ ส่วน cytoplasm เป็นตัวปฏิกิริยาภายใน แล้วจะทำลายสลายเปลือกก็อยู่ที่ cytoplasm มีประธานอยู่ จะทำลายเปลือกหรือไม่ สลายหรือไม่ก็แล้วแต่ เป็นจิตนิยามที่สามารถควบคุมได้ก็เป็นพระเจ้าเป็นจักรวาลน้อยจักรวาลใหญ่มีความซับซ้อนพิสดารมากขึ้น เป็นสัจจะที่มีอยู่ในจักรวาลตลอดเวลา สังขารร่วมกัน เป็นพิษภัยหรือเป็นประโยชน์ต่อกันอยู่อย่างนี้แหละ จะเกิดมาอีกกี่ชาติ อาตมาเรียนรู้เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็เอามาพูดให้ฟัง ใครศึกษาตามก็จะรู้ยิ่งรู้จริงอย่างที่อาตมารู้ใครไม่ฟังก็ไม่ได้ศึกษา หากพอศึกษาแล้วรู้ได้ ก็เอามาเลือกเฟ้นเอามาใช้ได้ ตอน สภาวะ 2 อธิบายด้วย นิวเคลียร์ฟิซชั่นและฟิวส์ชั่นอย่างไร ความซับซ้อนในพยัญชน

อ่านต่อ

ะกับสภาวะ 2 อย่างนี้อาตมาก็ยังไม่เก่ง มันมีตัวที่รวมกันและกระจาย กระจายทำลายกันอยู่อย่างนี้ ใครรู้เทวะแยกได้ รู้จักการจัดการได้ เป็นลักษณะ 2 อย่าง 1. เป็นลักษณะของ Fission กระจายออกไปไม่ต้องห่วงหาอาวรณ์ 2. รวมได้เป็น Nuclear Fussion Nuclear Fission ก็กระจายไปไม่ต้องห่วงหาอาวรณ์ ในโลกมันก็ต้องมีบ้าง ตัวเราก็มี 2 รวมได้กับใช้เป็น เป็นตัวเราแต่ไม่ใช่ตัวเรา ตัวเราที่รวมลงมาเอามาใช้ในขณะ กาละ หรือสมัย เราก็รวบรวมเอา ได้ แล้วคุณก็อาศัยเท่าที่ภูมิธรรมคุณมี อาตมามีภูมิธรรมเท่านี้ก็ทำเท่านี้ เราทำความเป็นจริงในความเป็นจริงที่มีมนุษย์มีสังคมมีหลักการ ทฤษฎี ซึ่งเรากำลังประกาศทฤษฎีประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า อาตมายืนยันในหลักการว่านี่เป็นของพระพุทธเจ้า อธิบายอย่างมีหลักฐานอ้างอิงมีพฤติกรรมจริงของบุคคลจริง มีผลสำเร็จจริงด้วย ในประเทศไทย นี่เป็นวิธีการองค์รวมของความเป็นประชาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอยืนยันอีกทีว่าเหนือชั้นกว่าประชาธิปไตยที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นประชาธิปไตยขาเดียว ผู้ที่ฟังแล้วคงจะมีคนเปรียบเทียบได้ว่า ประชาธิปไตยขาเดียว จะเป็นประชาธิปไตยที่เขาเป็นกันหรือเป็นคอมมิวนิสต์เป็นเผด็จการ ตัวแท้จริงๆขาเดียวก็คือเผด็จการ ระหว่างนโปเลียนกับฮิตเลอร์ ใครเป็นเผด็จการกว่ากัน เผด็จการจริงๆก็คือสิบโทฮิตเลอร์ แล้วเขาใช้คำว่าประชาธิปไตยด้วย ครอบงำประชาชน เขาเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งมานะ สิบโทฮิตเลอร์ ไม่ใช่เขาตั้งมาอีก ไม่ใช่เขาตั้งฐานะตัวเอง เมื่อมาเป็นนโปเลียน มีคนเขียนหนังสือ Animal Farm ใช้ตัวแทนเป็นหมูมีชื่อ นโปเลียน ใช้พยัญชนะ 2 อย่างเท่านั้นอธิบายความเป็นจริง คำว่าสอง คือความเป็นเทวะ จึงได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุด มีการรวมโดยรู้กับมีการรวมลงโดยไม่รู้ รวมโดยไม่รู้ก็คือเทวศาสตร์ตีไม่แตก ถ้าใครตีแตกก็จะรู้ว่าที่แตกให้มี 2 เป็น 3 4 5 ไปอีกเรื่อยๆ ในโลกที่เกิดมามีชีวะชีวิตอยู่ในโลก ตั้งแต่เป็นสัตว์เซลล์เดียวก็พัฒนามาต่างๆนานา สุดท้ายก็มาเป็น มนุสโส มีจิตนิยามเป็นวิญญาณ มโน ที่แยกกระจายเป็นเจตสิกต่างๆ เป็นความรู้ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ทั้งนั้นเลย อาตมาเรียนรู้ตามถึงปางนี้ได้นำมาสืบทอดให้แก่มวลมนุษย์โลกอยู่ จนกว่าจะครบปณิธานที่ได้ไปเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ก็เกิดมานับชาติไม่ถ้วน ไม่ใช่แบบลอยลมที่เขาปั้นเป็นวิมานในจิต สร้างมโนมยอัตตา นิรมานกาย สัญญายนิจจานิ แต่นี่มันเป็นจริงเอาไปปฏิบัติได้เป็นผลสำเร็จได้ ผลสำเร็จเป็นวิมุตติญาณทัสสนะแล้วมันก็หมดเรื่องของแต่ละคน ทบทวนเป็นวิมุตให้จบเป็นเนวสัญญานาสัญญายตนะกำหนดรู้ รู้อีกก็รู้อีก ผลของเนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นคู่สุดท้าย คู่กับอสัญญีสัตว์ ตอน สภาวะ 2 คู่สุดท้าย อสัญญีสัตว์กับเนวสัญญานาสัญญายตนะ อสัญญีสัตว์กับเนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นคู่สุดท้าย มันไม่รู้อะไรเลยก็เป็นอสัญญีสัตว์ เทวนิยมที่ไม่รู้อะไรเลย เช่นศาสนาเชน พวกนี้เป็นอสัญญีสัตว์ตัวแท้ วันคืนก็กินนอนอยู่ไปแล้วไม่ได้ตายง่ายๆเสียด้วยเพราะสะสมพลังงานไว้ ไม่ใช้พลังงานมากมันก็อยู่กับโลกไปเรื่อยๆ อาศัยความพอก็อยู่ได้นาน ใช้อาศัยน้อยๆ เอาฝังดินไปหลายวันก็ไม่ตาย คนเราก็ทำได้ขนาดหนึ่งใช้น้อยที่สุด อาศัยน้อยที่สุด กบจำศีลเป็นปีๆ จักจั่นจำศีลเป็นปีๆ บางตัวหลายปีกว่าจะขึ้นมา แล้วขึ้นมาทำไม ขึ้นมาร้องอย่างเดียวแล้วก็ตายทิ้งร่างมีเชื้อฝังดินต่อไป จนกว่าจะมีใครชุบตัว โคลนนิ่งตัวมันเองขึ้นมาอีก เป็นตัวอย่างชีวะของสัตว์โลกตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียว จนกระทั่งเป็นสัตว์ที่มีเป็นล้านเซลล์ซับซ้อนกลายเป็นอัจฉริยะทางโลกีย์ จนมาเป็นโลกุตระ จะเรียกว่าอัจฉริยะมันก็ซ้ำจึงเรียกว่าอารยะซึ่งก็ได้ผิดเพี้ยนไปแล้ว อารยะ หรืออริยะก็เพี้ยนไปแล้วก็เลยเรียก อาริยะ ตอน พุทธศาสตร์คู่กับเทวศาสตร์เป็นคู่สุดท้ายในโลก พุทธศาสตร์คู่กับเทวศาสตร์เป็นคู่สุดท้ายในโลก เทวศาสตร์กับพุทธศาสตร์ เทวศาสตร์มีนักเรียนในห้องมากกว่า เพราะพุทธศาสตร์เหมือนยอดปิรามิด เทวศาสตร์เหมือนฐานปิรามิด ไม่ใช่ยกตนข่มท่านแต่เป็นสัจจะ เราไม่ได้ดูถูก แต่สงสารก็ช่วยเหลือเกื้อกูล ผู้ที่สูงก็ลดตัวลดตน สูงไปอีกก็ลดตัวลดตน ก็ช่วยเขาได้อีก คนมีมากก็ช่วยคนมีน้อย คนมีแรงมากก็ช่วยคนแรงน้อย ต้องเกื้อกูล จึงจะชื่อว่ายังมียังอยู่ยังไม่สูญยังไม่สลายหายไป ตั้งแต่หายไปจากสภาวะของความเป็นมนุษย์สูงสุด เป็นมนุษย์สูงสุดแล้วเคยเป็นมาหมดแล้ว อุตุก็เคยเป็นมาแล้ว แม้แต่บัดนี้ก็ยังมีอุตุอยู่ในตัวเราซึ่งมันไม่รู้เรื่องหรอกมันอยู่ในตัวเรา ดินน้ำไฟลม พีชะก็อยู่ในตัวเราซ้อน ชีวะซ้อนในตัวเรา เรามีขั้นจิต จิตจัดการ ถ้าจิตเป็นธาตุรู้สูงสุดที่ลดตัวตนลงไปอีก ก็อาศัยอยู่กับ พีชะ มีประธาน หากก็เอาอย่างอื่นมาเป็นบริวารเป็นทาส แล้วมีอำนาจสั่งการด้วย ผู้ที่ตกเป็นทาสที่ปล่อยไม่ไปก็ให้นายบงการเป็นพระเจ้า พระเจ้าไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในคราบของซาตานเพื่อบำเรอตัวเอง แต่ถ้าไม่บำเรอตัวเองเมื่อไหร่พระเจ้าทำงานอย่างไม่บำเรออัตภาพตัวเอง แต่ทำงานเพื่อคนอื่นนั่นคือพระเจ้าแท้จริง ถ้าให้ทำงานเพื่อบำเรอตัวเองเมื่อไหร่ก็เป็นซาตาน

เรามีเกณฑ์ตัดสินหลักเศรษฐศาสตร์ของเราว่า ไม่เป็นหนี้พึ่งพาตัวเองก็รอดทำให้เหลือทำให้เกินกินเกินใช้มีเหลือก็เอาไปแจกจ่ายขายให้ถูก ช่วยเหลือสังคม 1. ไม่เป็นหนี้ เรามีแต่เงินเกื้อ ที่ต่างจากเงินกู้ เงินกู้มีดอก และมีชักดาบแต่เงินเกื้อไม่มีดอกและไม่ชักดาบ เราเอาของเขามาใช้ก่อนก็ใช้คืน ดีไม่ดีเอาเงินไปคืน เจ้าของเงินก็บอกว่าเอาไปใช้เถอะไม่ต้องคืนหรอกมีอย่างนี้ด้วย นี่เป็นจิตที่ไม่มีตัวตน เราอยู่อย่างบวร เป็นเศรษฐศาสตร์ที่มีจิตวิญาณประเสริฐสุดยอด มีสามศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ มีรูปและนาม อาตมาพูดไปแล้วคนฟังไม่เข้าใจก็จะเห็นว่าหลงตัวหลงตนยกตัวยกตน คนที่เข้าใจดีมีปฏิภาณรู้ก็จะเข้าใจเพราะมีของจริงตัวบุคคลจริง มีลักษณะของสาธารณโภคีมีคนมาทำงานฟรีจริงๆ มีคนใช้ชีวิตอยู่ในนี้ บางคนไม่มาเบิกกองกลางเลย พอกินพอใช้ ทุกวันนี้ก็สนุกกับงาน อายุ 60 70 แล้วไม่ไปเบิกเงินเลยไม่เห็นจะใส่อ่ะใครที่เขาไปเบิกเงินเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่น คนนั้นต้องเบิกค่ารักษาเจ็บป่วยเป็นล้านเลยก็ช่างเขาสิไม่เจ็บป่วยอะไร คุณจะเสียเงินล้าน นึกว่าดีเหรอไปเจ็บป่วยฉันไม่เจ็บป่วย คุณ ไปรู้สึกว่าเท่ ต้องใช้เงินล้านเพื่อรักษาตัวเองเชิญคุณจะคิดอย่างนี้ก็เชิญ

สรุปได้สองคำ เพลงอาริยะหมายเลข 1 ประโยชน์สูงประหยัดสุด พฤติกรรม 2 อย่างนี้สุดยอดเลย ผู้ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้คือผู้ที่เป็นพระอริยะ

จบ 620608_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานอโศกรำลึก ปี 2562

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน