สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน แก่นสารกับใบดอกผลของศาสนา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน แก่นสารกับใบดอกผลของศาสนา พ่อครูว่า…ให้จิบน้ำ แต่ก่อนไม่ค่อยดื่มน้ำเดี๋ยวนี้ยังถูกบังคับให้ดื่มน้ำบ้างแล้ว ก็จะขอพูดถึงองค์รวมที่ชีวิตเกิดมาทำงานนี้ได้ย่างเข้า 50 ปีแล้ว ได้มีชีวิตที่มีคุณค่า ถ้าหากอาตมาไปเสียเวลาอยู่ทางโน้น เสียเวลาไป 36 ปีพูดจริงๆแล้วรู้สึกเสียดาย แต่มันก็ต้องเป็นไปตาม ลิงลมอมข้าวพอง แม้แต่พระพุทธเจ้าก็เสียเวลาไป 35 ปี ของอาตมา 36 ปี แล้วอาตมาก็ค่อยรู้ตัว อาตมาก็ 36 ปีค่อยรู้ตัวมาใช้เวลากับทางนี้แล้วก็ไม่มีการย้อนกลับไปทางโน้นอีกแล้ว เพราะชีวิตมนุษย์นั้นมีค่าที่สุด คุณจะเกิดมากี่ชาติก็แล้วแต่ เป็นคน ชีวิตมาได้โลกุตระธรรมแล้วได้ทุกอย่าง คุณจะมาได้ทุกอย่างคือคุณจะได้ 0 0 นี่คือทุกอย่างเลย Infinity ทุกอย่างเลย Eternity และ Infinity ด้วย Forever จุดหมายชีวิตที่เกิดมาเป็นคนได้ไม่มีอะไรอย่างอื่น ที่พูดนี้พวกเราคงพอเข้าใจแต่คนที่ฟังเพลินไปก็จะไม่ซาบซึ้งว่าเขายังหลงติดยึดในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข จริงๆแล้วสำหรับผู้ที่รู้สาระแก่นสาร ในพระสูตร คนเราเกิดมารู้แล้วว่าแก่นสารชีวิตคืออะไร แก่นสารของชีวิตคือวิมุติ ปัญญาคือกระพี้ สมาธิคือเปลือก ศีลก็คือสะเก็ด ดอกใบผลอร่ามเหลืองเรืองรองงอกงาม เป็นเรื่องโลกธรรม ทุกวันนี้ศาสนาจมอยู่ในใบดอกผลในเรื่องโลกธรรม ศีลก็ยังไม่ได้เลย แม้แต่จะเป็นสะเก็ดของศาสนาก็ยังไม่ได้เลย ศาสนาพุทธทุกวันนี้ สะเก็ดของศาสนายังไม่ได้เลย จะบอกว่าเขาไม่พูดถึงศีลก็พูดแต่ไม่รู้เรื่องหรอก บอกว่าถือวินัย 227 บอกว่าเป็นศีล ไม่รู้เรื่อง จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล กระทั่ง การสวดทุกวันนี้คือเดรัจฉานกถา สวดได้อาบัติฉุดศาสนาลงต่ำมันมากเกิน พระพุทธเจ้าบอกว่าเราอนุญาตสรภัญญะ แค่นี้ก็เข้าใจไม่ได้แล้ว พยัญชนะยืนยันชัดเจนว่
อ่านต่อ
ามีแต่สระ กับ ภัญญะ สระ คือสระ ภัญญะคือคำกล่าว คำว่ากล่าวนั้นมีในตัวแล้วเป็นพยัญชนะ และมีสระเป็นเครื่องประกอบมีสระเสียงสั้นสระเสียงยาว รัสสระ และทีฆสระ ไม่ได้ให้ลากเสียงยาว ให้ออกเสียงให้ตรงกับสระเสียงสั้นก็ออกเสียงสั้นสระเสียงยาวก็ออกเสียงยาว มันยาวอยู่แล้วก็ออกเสียงให้ยาวออกไปอีก นะโม(ลากเสียง)...อย่างนี้ผิดแล้วยังไม่พอยังจะใส่ทำนองอีกอย่างนี้ก็ผิด สวดได้อาบัติ สวดเสียงตามพยัญชนะและสระ นะโม ก็อาจจะออกสำเนียงตามที่ต่างๆเช่น สำเนียงอีสาน สำเนียงไทย สำเนียงเหนือ ก็แล้วแต่สำเนียง ผู้ที่รู้จักสระ พยัญชนะและเปล่งกล่าวพยัญชนะและสระนั้นอย่างถูกต้องท่านได้อนุญาตอย่างนี้ ท่านห้ามลากเสียงอันยาวในพระวินัยข้อ 20 ห้ามใส่ทำนองเป็นข้อ 20 เราอนุญาตสรภัญญะ คือให้กล่าวออกเสียงคำถูกต้องตามสระและพยัญชนะ แต่เข้าใจไม่ได้และทำผิดกันอยู่ทั้งหมด เราชาวอโศกอาตมาได้พาทำกลับ การสวดมนต์เราก็มี เราไม่ได้เอาธรรมบทของพระพุทธเจ้ามาสวดเป็นหมู่ต่อหน้าธารกำนัลต่อหน้าฆราวาส เป็นเรื่องที่ผิดอาบัติ ในมุสาวาทวรรคของพระวินัย เขาไม่เข้าใจแล้ว สวดธรรมบทตั้งแต่ 2 คนต่อหน้าฆราวาสพร้อมกันอย่างนี้อาบัติ เพราะมันจะกลายเป็นเครื่องมือหากิน เป็นเรื่องอาบัติเป็นเรื่องบาป แต่เขารู้กันที่ไหน เขาไม่รู้ก็ทำบาปโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งถือว่า ได้บุญ มาสวดเป็นล้านจบ บาป 2 ตัวๆละ 100 ตัวไม่พอแต่เอามาเป็นล้าน ก็เป็นความโง่ที่เขาไม่รู้สัจธรรมไม่รู้ธรรมะพระพุทธเจ้า ทำออกนอกรีตนอกเรื่องนอกประเทศของพระพุทธเจ้า ตรงกันข้ามเอา 180 องศาเลย ไม่ได้ใส่ความไม่ได้หาเรื่อง กำลังสาธยายธรรมะพระพุทธเจ้าว่าถูกคืออย่างไรผิดคืออย่างไรควรทำให้ถูก แต่มันแก้ยากแล้วศาสนาพุทธทุกวันนี้ ถ้าไม่มีสวดมนต์ซะอย่างหนึ่งเลิกเลยศาสนาไม่มีอะไรเลย คนที่มาบวชเป็นพระ อุปัชฌาย์ก็ให้ท่อง 7 ตำนาน 12 ตำนานแล้วจะอยู่เป็นพระได้เพราะมีเครื่องมือหากิน นี่คือนักบวชศาสนาพุทธทุกวันนี้ แต่ว่าชาวอโศกก็สวดไม่ได้เพราะไม่ให้ท่อง เราสวดมนต์ประณามคาถา คือคำเชิญยกย่องบูชาพระพุทธเจ้า พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ แต่งขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ธรรมบท ก็ถือว่าไม่ผิดไม่บาป แต่เขาก็ยังเอาธรรมบทมาสวดเอาหัวใจของพระไตรปิฎกมาสวด เช่นกุสลาธัมมาอะกุสะลาธัมมา หรืออีกหลายพระสูตรที่เป็นธรรมบทคำสอนพระพุทธเจ้าบางคนสวดได้เก่งก็หากินได้เก่งไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดพระวินัยอยู่ก็ไม่รู้ อาตมาพูดอย่างนี้ก็เป็นการขัดแย้งกับเถระสมาคมที่เขาปฏิบัติ แต่อาตมาไม่กลัวเพราะได้พูดความจริง ถ้าหากเขาฟังเข้าใจแล้วได้เปลี่ยนแปลงเลิกไปเสียบ้าง คุณก็จะลดความเป็นอาบัติให้แก่ตัวเองไปบ้าง แต่ถ้าฟังแล้วไม่เข้าใจ แน่นอนคุณก็ต้องทำอาบัติให้แก่ตัวเองไป หรือว่ารู้แล้วแต่มันเลิกไม่ได้อยู่กับหมู่กลุ่ม มันเลิกทำไม่ได้คุณก็หลีกเลี่ยงได้ หลีกเลี่ยงได้มากขึ้นจนกระทั่งไม่ได้ไปทำร่วมเลยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแต่ก็อยู่ยากนะ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ตาดีๆก็ต้องไปทำตาหลิ่ว ก็แล้วแต่ อาตมาทำงานในยุคนี้มีความหนักมากยากมากเพราะคนเขาเข้าใจผิด และเขาก็เป็นคนที่ใหญ่โตมีคนนับถือกันมามาก มีครูบาอาจารย์มีสำนักถ่ายทอดกันมายาวนาน อาตมาโผล่ออกมาสำนักก็ไม่มีครูบาอาจารย์ก็ไม่มี ดันไปพูดตรงกันข้ามกับที่เขายึดถือเข้าใจกัน แล้วจะให้เขาทำอย่างไรมันก็น่าเห็นใจเขาเหมือนกันเพราะเขาไม่รู้ ตอนนี้จะรู้ขึ้นบ้างหรือยังก็ไม่รู้ แต่น่าจะมีคนที่รู้บ้าง อาตมาที่พูดนี้ถูกนะที่เขาทำกันนี้ผิด ศาสนาพุทธทุกวันนี้เหมือนกลองอานกะ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าต่อไปศาสนาพุทธจะเหมือนกับกลองอานกะ ที่มีแต่ชื่อว่ากลองนี้ แต่ว่า ส่วนประกอบของกลองนี้ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว องค์ประกอบชื่อว่าเป็นพุทธแต่เนื้อหาสาระนั้นไม่ได้มีความเป็นพุทธเหลืออยู่เลย ในอาณิสูตร เปรียบเทียบเหมือนตะโพนกลองอานกะ เนื้อแท้พุทธคือโลกุตรธรรม ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไปหลงอยู่กับดอกใบผลคือโลกธรรม แม้สะเก็ดคือศีลเขาก็ไม่ได้ เขาปฏิบัติแต่พระวินัย พระวินัยคือสิ่งที่ถ้าไปละเมิดแล้วก็จะมีอาบัติ เขาก็ระมัดระวังกลัวจะอาบัติ แต่ไม่ได้เข้าใจว่าเป็นเหมือนศีล ศีล หากคุณไม่ปฏิบัติตามก็ไม่อาบัติ แต่คุณก็ไม่เจริญ คุณก็ไม่ได้มรรคผล พระวินัยเป็นเหมือนรั้วกันสัตว์ร้ายเข้ามาในบ้านเรา แต่ศีลนั้นคือเนื้อแท้ของศาสนา เขาก็ไม่ได้เนื้อแท้ของศาสนาอยู่แต่แค่พระวินัยอยู่ในกรอบรั้วเท่านั้น เป็นรปภ. ศาสนาพุทธคือศาสนารปภ. หรือเป็นศาสนาจับกัง เป็นจับกังแบกลังทอง เป็นคนรับจ้างแบกลังทองแล้วก็ได้ค่าจ้าง ถ้าใครตาดีก็ได้ทอง จับกังแบกทองอยู่แท้ๆจนหลังจะด้านหมดแล้วก็ไม่ได้ทองสักนิดเดียว ได้แต่เป็นรปภ.เป็นรั้วกั้น ตัวเองไม่รู้จักศาสนาพุทธเลยแต่รับค่าจ้างเป็นรปภ. ค่าจ้างคืออะไร ดอกไม้ใบผล ค่าจ้างที่เป็นศีลก็ยังไม่ได้ ปฏิบัติศีลไม่เป็น ปฏิบัติทานไม่เป็น นัตถิทินนัง นัตถิยิฏฐัง นัตถิหุตัง ทานศีลภาวนาไม่ได้ผลสักอย่าง ตั้งแต่การทานก็เป็นมิจฉาทิฏฐิ ทานตั้งจิตไว้ผิดเหมือนกับโจรฆ่าโจร มันก็จะฆ่ากันชาติแล้วชาติเล่า อาฆาตมาดร้ายรุนแรงขึ้นตลอดกาล ไม่ได้เกิดการหยุดยั้งไม่ได้เกิดการระงับ มีแต่จะเป็นโจรฆ่าโจรเพราะปฏิบัติศีลผิด เช่น คุณทำทานก็จะสร้าง สาเปกโข ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว มี 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่าเห็นว่าเป็นความดี อันที่ 3 ยามา คือ ทำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้ อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทำทานเพราะว่า อยากได้ปลื้มใจ(อตฺตมนตาโสมนสฺสํ) สำทับที่ตนเองมีภพชาติเข้าไปอีก ปลื้มใจ เหมือนธัมมชโยมีแต่สะสมภพชาติได้แต่บาปเต็มไปหมด ไม่ได้ล้างภพชาติให้หมดภพชาติเลย ห่างไกล 180 องศาจากศาสนาพุทธเลยศาสนาที่มีภพชาติ เดี๋ยวนี้ไปเข้าใจผิดอย่างนั้น ทำทานก็ไม่รู้จัก 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ ไม่ได้เข้าใจว่าอย่าไปเกี่ยวเนื่องกับภพชาติ แล้วก็ปฏิพัทธ เชื่อมต่อ มีความผูกพันต่อแล้วก็สร้างเป็นคลังเก็บไปเลย สร้างเซฟใส่ตู้ใส่คลังสะสมภพชาติ ไม่พอ ก็สะสมไปกินชาติหน้า ฟังตรงนี้ก็ฟังธรรมะให้เข้าใจ เข้าใจแล้วเราก็ไม่สร้าง คุณจะให้อะไรแก่ใครคนให้แล้วก็จบตัดเลย อย่าไปนึกว่านี่เป็นบุญคุณของเรานี่เป็นกุศลเราทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ทำบุญตัด คือทำให้ แล้วคุณก็ตัดใจขาดจากกิเลสไม่ต่อภพชาติต่อ นี่คือบุญ ถ้าคุณไปต่ออีกคุณก็มีกุศล กุศลก็มีคู่มาด้วยคืออกุศลเป็นเทวดาแยกไม่ออก คุณมีกุศลคุณก็ได้อกุศลติดตามมาเป็นเทวธัมมา ธรรมะคู่ ศาสนาเทวนิยมตีแตกธรรมะคู่นี้ไม่ได้ ตีแตกสวรรค์นรกไม่ได้ ตีแตกสุขทุกข์ไม่ได้ ศาสนาเทวนิยมจึงไม่มีนิพพานเพราะตีแตกสุขทุกข์ไม่ได้ หมดความสุขความทุกข์ไม่ได้ สุขอยู่ที่ไหนบอกว่าอยู่กับพระเจ้า คุณตายก็ไปอยู่กับพระเจ้าเห็นไหม จมอยู่กับเทวะ ตี 2 ไม่แตก ทำ 2 ให้เป็น 1 ให้เป็น 0 ไม่ได้ พูดวนเวียนซ้ำอยู่ตรงนี้เข้าใจเพิ่มขึ้นกันนะ เป็นศาสนาที่มีนิพพาน เทวนิยมบอกว่าศาสนาพุทธเป็นปรัชญา ฟิโลโซฟี่ ไม่มีจริง เป็นศาสนาที่ไม่เข้าหาจิตวิญญาณ เทวนิยมจมอยู่ในจิตวิญญาณไม่รู้ เหมือนกับจมอยู่ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในภพความมืดไม่มีแสงสว่าง เทวนิยมเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเทวนิยมจึงมืดอยู่อย่างนั้นเป็นนิรันดร์ Forever ศาสนาเทวนิยมจึงนิรันดร์ มีพระเจ้านิรันดร์มีสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นนิรันดร แล้วคุณก็จมอยู่ในนั้นไม่ตื่นเสียทีหลุดออกมาไม่ได้ ตื่นออกมาไม่ได้ ใช้เป็นพยัญชนะอธิบายสภาวะธรรมลึกซึ้งฟังให้ดีจะเข้าใจว่าน่าสงสารนะ นิรันดรเลย เขาจมอยู่ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เสร็จแล้วก็บอกคน คนในโลกมีประมาณ 7 พันล้าน เป็นเทวนิยมอยู่ 7000 ล้านกว่าคน มาเป็นอเทวนิยมที่เป็นพุทธโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโลกุตระอย่างนี้ ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ใน 60 กว่าล้านคน และเป็นโลกุตระอยู่ 777 คน ก็คงจะมีเกินจะเป็น 70,000 ก็พอได้ นับหลวมๆไม่กล้าพูดว่า 7 แสน ว่าคนไทยจะมีคนมาเข้าใจอย่างชาวอโศกมาติดตามรู้ว่าธรรมะโลกุตระมีค่า มาใช้เวลากับทางนี้บ้างจะมีเป็นแสนไหม จะฝันเลย 777,777 มาดูเหมือนทำงานกับคนน้อย สัญชัยเวลัฏฐบุตรก็หนีไปนานแล้ว ดีนะพวกคุณเป็นสารีบุตรกัน มาเอาอย่างพระสมณโคดมดีกว่าไม่เอาอย่างสัญชัยเวลัฏฐบุตร พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาตรวจดูโลกแล้ว พบว่าคนที่มีธุลีในดวงตาน้อยที่จะพอสอนได้มีอยู่ ที่จะมาสืบทอดศาสนาต่อก็ยังโชคดี อาตมาก็เลยได้รับช่วงมาทำต่อ ก็ยังพอจะเก็บที่ตกหล่น ได้มาประมาณนี้เพื่อที่จะได้มาสืบสาน สืบทอดอำนาจ แต่ไม่ใช่อำนาจเผด็จการ เป็นอำนาจประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนา เป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้คนที่ตามืดบอดในรัฐศาสตร์ ในการเมือง อ่านไม่ออกว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ได้สืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่สืบทอดอำนาจประชาธิปไตยที่เป็นปฏิวัติได้จากทรราช ถึง 4 ทรราช แล้วพลเอกประยุทธ์ก็มารับไม้ผลัด เอาอำนาจจากประชาชนไป แต่ใช้ภาษาบอกว่าสืบทอดอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนที่ปฏิวัติรัฐประหารได้สำเร็จ จึงเป็นประชาธิปไตยที่บริบูรณ์เต็มใบ ไม่ใช่ประชาธิปไตยครึ่งใบอะไรเลย นี่คือของแท้ เขาพูดก็ผิดคนเข้าใจผิดก็พูดผิดตะโกนกันโวยวายว่าประยุทธ์มาสืบทอดอำนาจเผด็จการ ไอ้ตี๋น้อยเอ๋ย ไปไกลๆเถอะไม่รู้สาระ นี่มันเป็นประชาธิปไตยเต็มใบของไทย สรุป ประเทศไทยขณะนี้เป็นประชาธิปไตยที่สวยที่สุดในโลกดีที่สุดในโลก 620607_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานอโศกรำลึก ปี 2562