สื่อธรรมะพ่อครู(สาธารณโภคี) ตอน สังคมสาธารณโภคีอเทวนิยม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.12 KB
วันที่แก้ไข15 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สาธารณโภคี) ตอน สังคมสาธารณโภคีอเทวนิยม _1614 ผู้ใดมีความสัตย์ มีธรรม มีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม และมีความข่มใจ ผู้นั้นแลชื่อว่าผู้มีปัญญา หมดมลทิน เขาเรียกท่านว่า เถระ ขอทราบความคิดพ่อครู พ่อครูว่า..ผู้ใดมีความสัตย์ เป็นความจริงอาตมาเคยพูดยืนยัน เกิดมาในชาตินี้ทำงานด้วยความจริง ใครจะว่ายังไงมาตู่ท้วงอย่างนั้นอย่างนี้ จนจะต้องเกิดการชำระกัน ขัดแย้งกัน หรือจะเรียกว่าสู้กัน อาตมาก็บอกว่าอาตมาสู้ด้วยความจริงไม่มีอันอื่นสู้ อาตมามีความจริงเท่านั้นอย่างเดียวสู้หมดความจริงอาตมาก็จบ ความสัตย์ ผู้ใดที่มีความจริงมีธรรมะ ก็แน่นอน ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเป็นโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า โลกุตรธรรมเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ศาสนาพุทธจึงจะมีสมณะ 4 เหล่า เริ่มตั้งแต่ จิตมีอัญญธาตุ จิตใจเข้ากระแสโสดาปันนะ อวินิปาตธรรม นิยต สัมโพธิปรายนะ จิตเข้ากระแสมากเท่าไหร่ ถ้าเข้ากระแสมากก็สัมโพธิปรายนะ เข้ากระแสระดับหนึ่งก็เรียกโสตาปันนะ ใครจะมีสภาวะธรรมเหล่านั้นจริงอย่างไร อาตมานำธรรมะพระพุทธเจ้าที่เป็นโลกุตระธรรมดังกล่าวมาอธิบายความให้พวกเราเข้าใจ แล้วก็เอามาปฏิบัติ ก็ยืนยันได้ว่ามีมรรคผลจนเกิดหมู่กลุ่มคนชุมชน รวมกันอยู่เป็นหมู่บ้านเป็นชุมชนหมู่บ้าน มีหมู่บ้านที่เป็นนิตินัยอย่างเช่นราชธานีอโศกมี 2 หมู่บ้านที่ทางการเขายอมรับ คือมีราชธานีอโศกกับศีรษะอโศก นอกนั้นก็เป็นหมู่บ้านเช่น สันติอโศก ปฐมอโศกก็ใช่จะมี แต่ก็ไม่มีทางนิตินัย ก็ไม่เป็นไรก็เป็นชุมชนจริงยืนยาวมาจนกระทั่ง 35 ปีผ่านมาแล้ว เกิดเป็นกลุ่มชุมชนมา กระจายอยู่ทั่วประเทศ แล้วคนเรานั้นอยู่ในระบบสาธารณโภคี พวกเราเข้าใจแล้วมาปฏิบัติสาธารณโภคีเป็นชุมชนหมู่กลุ่มมนุษย์ที่ผู้ที่มาเป็นสมาชิกมาเอง อิสรเสรีภาพ ไม่ได้ไปอ

อ่านต่อ

อกใบปลิวโบชัวร์โฆษณาหาเสียง ว่าเจ้าข้าเอ้ย! มีชุมชนเกิดแล้วเข้ามาอยู่กันนะ ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ก็พูดธรรมะไปใครได้ยินเข้าใจว่าต้องมาอยู่ในหมู่กลุ่มนี้ มาเป็นมวลสมาชิกนี้ที่เป็น สถานที่สัปปายะ บุคคลสัปปายะ อาหารสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ ชีวิตควรจะต้องอยู่ตรงนี้ เหมือนคนในโลกแสวงหาภูมิประเทศ วิบากพาให้มาเกิดเป็นคนชาตินี้ เสร็จแล้วก็ไม่ค่อยจะพอใจเดินทางประเทศนั้นประเทศนี้แสวงหา แต่ส่วนมากวิบากพาให้ตกไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ไปที่อื่นไม่ค่อยได้หรอก แต่คนที่ถูกวิบากพาไปกระจัดกระจาย ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการจะไปอยู่ตรงแวดวงนั้น เขาก็จะแสวงหาสถานที่บุคคลหาสิ่งที่เขาจะได้อาศัยอาหารได้ธรรมะและสถานที่ที่เขาควรได้ เขาก็แสวงหาและเข้ามา จะสังเกตให้ดีหมู่บ้านชาวอโศกไม่ค่อยมีต่างชาติ ยกเว้นลาว เยอะ ไม่ค่อยมีต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตก ตอบได้ไหมเพราะอะไร? เพราะธรรมะเป็นอเทวนิยม Adheism เขาไม่ค่อยศรัทธาไม่ค่อยเข้าใจมันก็เป็นสัจจะ อาตมาไม่ได้รู้สึกแปลกเลย ว่าสำนักของเราชาวต่างประเทศจะมายินดีนิยมชมชอบกันเยอะ นั่นแสดงว่ากลุ่มของคุณเป็นสถานที่ Dheism เป็นสถานที่เทวนิยมที่คนเขารับได้ชอบนิยมแบบนั้น แต่ของอโศกนี้ Adheism เป็น Adheology มันเป็น อเทวศาสตร์มันไม่ใช่เทวศาสตร์ Dheology เป็นที่อาศัยของ ศาสตร์อเทวะ ผู้ที่เข้าใจตีแตกคำว่าเทวะ รู้เทวดา แล้วก็ทำเทวะให้เป็นเอกธรรม ให้เป็นสูญญตาแต่ได้ตีแตกทำได้ นี่แหละคือผู้บรรลุธรรมของชาวพุทธ เป็นศาสนาของผู้บรรลุธรรม ตีแตกเทวะ และทำเทวะให้ศูนย์ได้ ไม่มีคู่ไม่มีธรรมะสองที่เราติดยึด แต่ก็อาศัยธรรมะสองอยู่ได้ อย่างคนที่ไม่มีโทษภัย ต่ออื่นๆ นี่อย่างนี้แหละ เป็นคนมีธรรมะมีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม มีความข่มใจ แต่คนมีคนสมบัติเหล่านี้ ผู้นั่นแหละชื่อว่าผู้ที่มีปัญญา จึงได้ ปัญญาคือธาตุรู้โลกุตระปัญญาไม่ใช่ เฉกะ หรือเฉโก ปัญญาไม่ใช่ความรู้โลกียะ ที่เขาเอาปัญญาไปเรียกเฉยเลย เป็นเรื่องโลกีย์ เหมือนกระเทยเอากระโปรงมานุ่งเฉย เป็นผู้ชายจะเอากระโปรงมานุ่ง ตีกิน ปัญญาก็เลยเป็นภาษาที่คนเขาไม่รู้ความหมายที่แท้จริง ไปเข้าใจผิดว่าความฉลาดทั่วไปคือปัญญา ไม่ใช่ เทวนิยมไม่มีปัญญา มี แต่ เฉกะ ปัญญาคือโลกุตระธรรม หมดมลทิน ก็คือ อรหันต์ขึ้นไป เป็นผู้หมดมลทิน มาถึงวันนี้คนชนิดนี้เกิดขึ้นได้แล้ว คำว่าไม่เบียดเบียน เราไม่เบียดเบียนมันเป็นอาการของจิตที่บรรลุธรรมบรรลุศีลข้อที่ 1 เรารู้ว่าในโลกนี้มีอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม เริ่มต้นเป็นสัตว์เซลล์เดียวพวกอะมีบา เราก็รู้แล้วไม่อยากจะไปเบียดเบียนสัตว์พวกนี้เลย ใจมันเกิดจริง ต่างคนต่างอยู่ ปล่อยมันอยู่ไป หากอะมีบามันจะมาเจาะร่างกายถือว่าร่างกายเรามีที่อยู่มันมีมากๆเราก็ตายพอดี แต่ไม่มีเลยก็ไม่ดีต้องมีบ้าง สัตว์เซลล์เดียวที่อาศัยร่างกายแล้วช่วยสังเคราะห์วิตามินอยู่พอสมควร เราก็รู้ว่าเราอาศัยซึ่งกันและกันไม่ใช่ทำลายซึ่งกันและกันไม่เบียดเบียน ตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งถึงสัตว์บุคคล เราไม่เบียดเบียนกันแล้ว 620607_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานอโศกรำลึก ปี 2562

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน