สื่อธรรมะพ่อครู(ไอน์สไตน์) ตอน E=mc2จะได้เท่าไหร่.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน E=mc 2 จะได้เท่าไหร่ _E=mc 2 เมื่อหาค่าสมการแล้ว จะได้เท่าไหร่ ตอบ...ไอน์สไตน์ ค้นพบพลังงาน พลังงานที่ไอน์สไตน์ค้นพบ ก็คือ มีมวล=m (mass) x กับความเร็วของแสง (c) วินาทีละ 186000 ไมล์ต่อวินาที แล้วคิดดูสิว่าคูณกับมวล มันเท่าไหร่ แล้วไม่พอ ดันยกกำลังสองอีก สูตรที่ว่า e=mc 2 คือความหมายของ สภาพที่แตกตัวไปไม่สิ้นสุด E=mc 2 คือ มันจะมีพลังงานสูงสุด แบบ infinity เลย ก็จะไม่มีคำตอบที่ได้แน่แท้ เพราะลำพังที่เราจะไปหามวล คุณก็ยังไม่รู้มวลที่เป็นนามธรรม ขั้นปรมาณู พลังงานที่เล็กขนาดนี้ จะไปนับมวลได้ยาก คำว่า e=mc 2 คือพลังงานที่อย่าไปคิดดีกว่า คำนวณไม่ไหวหรอก อาตมาว่า นี่คือคำตอบ มีแต่ infinity พลังงานที่เกิด จะเกิดสองอย่าง มันมารวมตัวกัน เรียกว่า นิวเคลียร์ฟิวชั่น รวมตัวกันแล้วจะระเบิด แต่ตัวไม่รวมกันนี่ พุ่งตรงไปแรงออกไปเลย ทีนี้สองตัวนี้ มันทำงานร่วมกัน ให้ระเบิดทั้งคู่ มันเลยกลายเป็นพลังงานที่มาก ตัวที่พุ่งออกไป ไปซัดอันอื่น ไปซัดฟิวชั่นให้ระเบิดอีก มันจึงแรงเท่าทับทวี แต่ไอน์สไตน์คิดค้นพบ e=mc 2 เป็นพลังงานฟิสิกส์ ทางรูปวัตถุ พลังงานทางดินน้ำไฟลม แต่พลังงานของจิต ก็นัยยะเดียวกัน หลวงปู่ถึงหยิบ e=mc 2 มาขยายความ แบบนามธรรม แบบพลังงานจิตด้วย แต่มันยิ่งกว่า พลังงานวัตถุ ใช้สูตรเดียวกันได้เลย แต่คนไม่รู้จักพลังงานของจิต จับแยกอาการพลังงานจิตได้ เมื่อแยกไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าอะไรคืออะไร พลังงานบวกหรือลบ พลังงานรูปกับนาม ก็แยกไม่ได้ แต่สูงสุดคือตัวที่รวมกัน กับไม่รวม พุ่งออกไป คือธรรมะสอง พระพุทธเจ้าเรียกธรรมะสอง หรือภาวะสอง ที่ดิ้นออกไป เรียกว่า อิตถีภาวะ พลังงานรวมตัว เรียกว่าปุริสภาวะ แล้วสามารถจับเอาพลังงาน เอามาใช้ได้ เรียกว่า พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ถามว่
อ่านต่อ
า เมื่อหาค่าสมการ จะได้คำตอบเท่าไหร่ ก็ตอบแล้วว่า หาค่าที่สมบูรณ์ไม่ได้ แต่ในจิตเรานี่ สามารถหาค่าได้ สุดท้าย สามารถที่จะหาค่าของจิตเราทั้งหมดเลยได้ แล้วก็ควบคุมพลังงานจิต ทั้งหมดของเราได้ ไม่ให้มันทำร้าย ไม่ให้เป็นพิษภัย พระอรหันต์ทุกองค์ จึงควบคุมพลังงานจิตตนเอง ไม่ให้ไปทำร้ายใครได้ เอามาทำประโยชน์ให้หมด หลวงปู่จึงเอาภาษา ของพระพุทธเจ้า คือพลังงานระดับ อุตุนิยาม พีชนิยาม ที่เกิดในปัจจุบัน มีพลังงานที่ทรงอยู่ คือธรรมนิยาม กับพลังงานเคลื่อนไหว คือกรรมนิยาม สองอย่างนี้ควบคุมได้ เอามาใช้ จัดแจงให้เป็นพลังงานที่ไม่ต้องการ ก็ทำให้เป็นอุตุ ส่วนที่ไม่ได้เอามาใช้ ไม่เกี่ยวกับเรา ไม่มีชีวิต ส่วนที่เอามาใช้ เอามาเป็นชีวะ เป็นพลังงานสสารและนามธรรม เป็นพลังงาน พีชะ ปรุงแต่งของตัวเอง ให้เกิดตัวเองอย่างเดียว แต่ไม่ไปทำร้ายใคร พลังงานที่เหลือ ที่ควบคุมได้แล้ว จึงเอามาใช้ได้ พลังงานของพระอรหันต์ เป็นพีชะ ตัวเองก็ใช้พลังงานเพื่อตัวเอง ปรุงแต่งองคาพยพ สังขารก็ใช้นิดเดียว แต่พลังงานที่เหลือ ไม่เป็นพิษภัยกับใคร และมีเยอะด้วย จึงเอาพลังงานที่เหลือ มาใช้ทำเพื่อประโยชน์ผู้อื่น (สฟ.ว่า..ใช้เพื่อตัวเอง 30% ใช้เพื่อคนอื่น 70% ) พ่อครูว่า พระโพธิสัตว์ จะมีพลังงานส่วนเกิน ยิ่งมากขึ้น ๆ และพลังงานของโพธิสัตว์ จะมักน้อยลงอีกเยอะๆๆ
600208_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก ตอบแหลกไม่แหกค่าย(ทำดีเพื่อพ่อ) https://www.youtube.com/watch?v=0m2IpXF47iU&t=4s