สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน บุญคืออาวุธที่ยิ่งใหญ่กว่าอาวุธใด.docx
เนื้อหาในไฟล์
บุญคืออาวุธที่ยิ่งใหญ่กว่าอาวุธใด ทุกวันนี้บุญ อาตมาก็ฉีกหน้าความเข้าใจเขา บอกว่าอย่าเข้าใจผิด มาทำความเข้าใจให้ชัดเจนใหม่ ว่าบุญเป็นเอกังสวาที มีหน้าที่เดียวมีลักษณะเดียวไม่มีลักษณะ 2 หรือมากกว่าสอง บุญทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จ ก็คือการชำระกิเลส ชำระกิเลสเสร็จ บุญก็ไม่มี บุญเป็นอนัตตา บุญไม่มีตัวตน บุญคือพลังงานที่ผู้รู้สร้างได้สำเร็จ เป็นอาการหรือพลังงานที่จะประหารกิเลสในตัวเอง ผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิมีสัมมาปฏิบัติ จึงจะสามารถสร้างอาวุธประหารนี้ได้ คนที่สร้างอาวุธประหารกิเลสได้นี่ เก่งกว่าอเมริกา เก่งกว่ารัสเซีย หรือเก่งกว่าเกาหลีเหนือ สร้างอาวุธได้เก่งจริงๆ แต่ไม่ไปทำร้ายใครทำร้ายแต่กิเลสฆ่า แต่กิเลสตัวเอง ฆ่าเสร็จแล้วไม่ต้องไปแส่หาเรื่องฆ่ากิเลสคนอื่น (พ่อครูว่า มีวจีสังขารเป็น อย่าส.ใส่เกือกกิเลสคนอื่น แต่รู้ทันไม่ได้พูดออกมา แต่พูดให้ฟังว่าเป็นอย่างนี้) จิตที่มีมุทุภูตธาตุ มีทั้งปัญญาปฏิภาณ และเจโต จิตนี้เร็วไวกว่าแสง กว่าเราจะคิดเช่นนี้ รู้ทันก่อนที่จะพูดออกมา ฟังคำพูดเร็วกว่าแสงเลย แต่ยังไม่ทันพูดออกมาเราก็รู้ทันแล้วแล้วดักทัน เป็นเจโต ปฏิภาณรู้ทัน ดักทัน และก็ดับทัน ไม่ให้ออกมาได้สำเร็จก็ได้ นี่คือความรู้ ความสามารถ ของจิตของพระพุทธเจ้า คำว่าบุญกับคำว่ากาย หากเข้าใจสองคำนี้ไม่ได้ การทำสมาธินั้นจะไม่ใช่สมาธิของพระพุทธเจ้า แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง บุญคือเครื่องมือชำระกิเลส กายคือรูปนาม คนที่ไม่สามารถรู้รูปนามและแยกรูปนามที่เป็นธรรมะ 2 ได้ ธรรมะ 2 คือธรรมะที่คุณจะต้องจับทุกปริเฉท ต้องกำหนดขนาดสัมผัส เช่นขณะสัมผัสขวดนี้อ่านแล้วก็จับอาการปรุงแต่งสังขาร ในขณะนี้อย่าไปวุ่นวายอันอื่นหรือฟุ้งซ่านไปหางานอื่นเลอะเทอะ เอาอันนี้ปัจจุบันนี้แล้ววิจัยอันนี้ได้ 1. สิ่งที่ถูกรู้ได้ว่ารูป
อ่านต่อ
2. นามธรรมหรือธาตุจิตของคุณเรียกว่าปัญญา ถ้าไม่มีปัญญาก็เป็นสัญญากำหนดรู้วันนี้ กำหนดรู้แล้ววิจัย ให้เกิดธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ จะรู้จะต้องมีสติในขณะมีสติตื่นเต็ม สัมผัสเมื่อใดตากระทบรูปโฟกัสรูปเสียงเล่นกระทบครบทุกการกระทบสัมผัสก็ต้องอ่านอารมณ์ ตากระทบรูปก็ไม่เกี่ยวกับหูกระทบเสียง เอารูปที่เกิดจากตา หูกระทบเสียงก็ไปเพ่งที่เสียง จมูกกระทบกลิ่น ก็ไปเพ่งที่จมูกกระทบ เอาเป็นที่ๆไป อย่าไปให้พ้นไปทั้งหมด ขณะนี้ก็เป็นธรรมะ 2 ในสภาพที่กำหนดรู้อยู่แล้ว แล้วคุณก็กำหนดรู้สภาพที่มันปรุงปั๊บ เป็นสังขารเต็มรูปทันที เข้าวิจัยอันนี้ออกไปสู่อารมณ์ ไปสู่เวทนาในสังขาร คุณจะปรุงเสร็จ สังขารก็จะเกิดเป็นเวทนาหรืออารมณ์ และที่มันจะรู้ก็ต้องรู้ตัวที่เป็นธาตุจิต เรียกว่าธาตุวิญญาณ ในสังขารมันปรุงแต่งก็มีหลายอย่าง คุณก็ต้องจับธาตุวิญญาณให้ได้ แล้วแยกวิญญาณออกเป็นนามรูป ตามปฏิจจสมุปบาท เมื่อนามรูป กระทบ มีผัสสะ ก็จะเกิดตัวกลางคืออายตนะคือสะพานเชื่อมต่อให้ 2 ตัวนี้เกิดสภาพองค์รวมเรียกว่าสังขาร เรียกอาการในสังขารก็คือเวทนา สิ่งที่ปรุงแต่งในรูปนามก็คือกาย ในกายนั้นมีเวทนาในกาย ตัวนี้แหละเวทนานี่แหละ คือที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ถึง 108 อย่าง จะเกิดทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ 6 ทวารนี้เกิดแล้วมันเป็นอาการ ที่เรียกชัดๆว่าสุขหรือทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ 3 เวทนา ตัวอริยสัจคืออันนี้ แม้อุเบกขาก็ต้องแยกเป็น เนกขัมสิตะ กับ เคหสิตะ จัดการธรรมะ 2 คือสุขหรือทุกข์มีให้ได้ สุขคือนามธรรมที่เป็นของเก๊ ก็คือทุกข์ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป กำจัดอาการหรือสภาวะตัวการใหญ่ที่มันทำให้เกิด ตัวเองมีกิเลสตัณหาอุปาทานนี่เป็นเหตุแห่งทุกข์ แล้วเกิดทุกข์มันหลอกว่าคือสุขนะจ๊ะ ..แหวะ !.. ของเท็จ ของเก๊ของปลอม สุขเป็นของปลอมในโลก จึงเรียกว่าสุขขัลลิกะ ส่วนทุกข์คืออริยสัจพระพุทธเจ้าจึงสอนอริยสัจ 4 เมื่อดับเหตุแห่งทุกข์ ทุกอย่างก็ดับหมดสิ้น ไม่ต้องไปพูดถึงสวรรค์ก็ได้ เพราะสวรรค์เป็นตัวปลอม มาหลอกแท้จริง มันคือทุกข์ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แล้วไปหลอกกันว่าเป็นสวรรค์เฟส 1 2 3 คนก็ถูกหลอกเพราะว่าคนในโลกนี้ลงสวรรค์ คนไปหลงสวรรค์คือคนหานรกใส่หัว คือพวกนรกกินหัวทั้งนั้น เพราะถูกธัมมชโยหลอกเอาหลอกเอา เวรจริงๆ มันเป็นเวรกรรมวิบาก เพราะว่าหลอกให้มีภพชาติกัน ไม่รู้จะทำอย่างไร อาตมาพูดเป็นปฏิกโกสนา พูดคัดค้านธัมมชโยอย่างหนักอย่างแรงอย่างมาก บริภาษกันไม่เหลือ เต็มที่แล้ว เพราะเขาได้พาคนหลงเลอะเทอะ งมงาย
ไม่รู้จักความหมายของศีล 8 ข้อที่ 6 และ 7 เลย ทั้งนัจจะคีตะวาทิตะ ทั้งมาลาคันธวิเลปนา ธารณมัณฑณ วิภูสนฐานา เอามาใช้ให้คนกิเลสโตได้เก่งชิบหายเลย อาตมาพูดหนึ่งคำนี้ คนเบื่อหน้าเหม็นหน้าเป็นพรวนเลย แต่ธัมมชโยนี้พูดหนึ่งคำดูดคนมาเป็นหมู่พวกเป็นพรวนเหมือนกัน เพราะอาตมาพูดนี้ไปยันกิเลสเขาเพราะคนเรานี้รักกิเลสที่สุด ไม่รู้จะไปรักหาหอกมันทำไม กิเลสนี่
600301_เทศน์ก่อนฉันศีรษะอโศก อาวุธที่ยิ่งใหญ่กว่าอาวุธใดคือบุญ